เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 239​ : ชายชราเสินหนง

บทที่ 239​ : ชายชราเสินหนง

บทที่ 239​ : ชายชราเสินหนง


บทที่ 239​ : ชายชราเสินหนง

หลังจากที่หลินเป่ยสังหารธอร์​เเละนำค้อนสายฟ้ามารวมกับพื้นที่​กระเป๋าอวกาศ​เเล้ว…… หลินเป่ยก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง, จากนั้นเขาก็เริ่มปรับแต่งเทพสายฟ้าธอร์​ให้เป็นหุ่นเชิดต่อสู้ จากนั้นจึงกักขังพลังวิญญาณที่ไม่มีวันสลายของฝ่ายตรงข้ามและผนึกมันไว้ในหุ่นเชิดการต่อสู้ในที่สุด

"อืม... ฉันไม่สามารถตรวจสอบที่นี่ได้ทุกที่ทุกเวลา ฉันจะพึ่งพาคุณในการรวบรวมข้อมูลที่นี่และรายงานให้ฉันทราบในอนาคต"

"ตกลง" ธอร์พยักหน้า

“หืมมมม…… มันยังงี่เง่าอยู่นิดหน่อย ด้วยวิธีนี้, เขาจะต้องถูกเปิดเผย​อย่างเเน่นอ​น” (หุ่นเชิดเเบบไม่มีวิญญาน)​

หลิน​เป่ย​แตะคางของเขา คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และในที่สุดก็จัดการกับวิญญาณที่ถูกคุมขังเพื่อฟื้นฟูสติของเขา

อย่างไรก็ตาม ถึงเขาจะยังคงทำหน้าที่ในจิตวิญญาณดั้งเดิมของธอร์​อยู่, เเต่ตราบใดที่อีกฝ่ายมีเจตนาที่จะทรยศ เเม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความคิดมันก็จะถูกกำจัดออกไปในทันที

“อย่าเพิ่งพูดตอนนี้ คุณไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก​” เมื่อมองไปที่ธอร์​ที่มีดวงตาที่กลับมาเป็นปกติ หลินเป่ยก็พูดตรงๆว่า

"สิ่งที่ฉันต้องการให้คุณทำนั้นง่ายมาก ช่วยฉันทำสิ่งต่างๆ ที่นี่ รวบรวมข้อมูลและรายงานให้ฉันเป็นประจำ………รางวัลคือการช่วยชีวิตคุณ, คุณทำได้หรือเปล่า”

ธอร์ที่ได้ยินคำพูดนั้น มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย

คนดี……. คุณฆ่าฉันก่อนแล้วค่อยช่วยฉัน มันช่างเป็นวิธีที่ง่ายและหยาบกระด้างมาก, เเต่ในเวลาเดียวกันธอร์​ก็รู้สึกได้ถึงพลังของการกักขังต้นกำเนิดวิญญาณของเขาและทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย

แม้ว่าอีกฝ่ายจะขอความคิดเห็น แต่ก็เห็นได้ชัดว่าความคิดเห็นของเขาไม่สำคัญเลย…….. เขาต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น

"ฉันตก"

“อืม...ดีมาก……การติดตามฉัน, ตราบใดที่คุณทำได้ดีคุณจะได้รับผลประโยชน์มากมาย​ใน​อนาคต​” ขณะที่หลิน​เป่ย​พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นและลำแสงก็ส่องลงมาที่ธอร์​เทพสายฟ้า

นี่คือทักษะ​การฟื้น​ฟูเเสงศักดิ์​สิทธ์​

มันเป็นหนึ่งในทักษะพิเศษของอาชีพเทพเจ้า​สงคราม……. แม้ว่ามันจะยังไม่ใช่ทักษะ​ไร้ขีดจำกัด, แต่มันก็ได้ทำลายขีดจำกัดแล้ว ทักษะ​การฟื้น​ฟูแสงศักดิ์สิทธิ์ lv.6 สามารถฟื้นฟูสุขภาพเป้าหมายได้ 10% ต่อวินาที…… เเละด้วยพรสวรรค์บัฟที่ไม่มีที่สิ้นสุด ระยะเวลาของทักษะนี้จึงกลายเป็นถาวร!

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ, ธอร์​คนปัจจุบันตราบใดที่เขาไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรงในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็จะไม่มีทางตายได้เลย

"มันเป็นผลประโยชน์​สำหรับคุณ" หลิน​เป่ย​พูดพร้อมกับเหยียดนิ้วออก และปราณดาบก็พุ่งออกมาฟันแขนของธอร ขาดในทันที

"คุณ…!" ธอร์ตกตะลึง นี่คือผลประโยชน์​ที่คุณพูดถึงหรือ?

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้พูดออกไป ลมหายใจแห่งชีวิตก็พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาและแขนที่ถูกตัดก็กลับงอกอย่างรวดเร็ว​จนสามารถ​มามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!

"นี่มัน…" ธอร์ตกตะลึงมากเมื่อเห็นสิ่งนี้

นั่นคือสิ่งที่เขากำลังพูดถึง?...... นี่มันเหลือเชื่อเกินไปเเล้ว

สิ่งนี้, แม้แต่บิชอปของวิหาร​เเห่งเเสงก็ยังทำไม่ได้!

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยโครงสร้างร่างกายที่เเข็ง​เเกร่งในปัจจุบันของเขา ถ้าเขาต้องการจะฟื้นฟูแขนหนึ่งข้างเเบบนี้, เขาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก!

แต่อีกฝ่ายทำเพียงแค่โบกมือและเขาก็มีความสามารถในการรักษาตัวเองที่น่ากลัวเเล้ว!

"ฉันอยากจะฆ่าคนเเบบนี้และเอาสมบัติมางั้นหรอ……. ให้ตายสิ" ธอร์​คนปัจจุบันแทบรอไม่ไหวที่จะตบปากตัวเองสองสามที

ด้วยการดำรงอยู่ที่ทรงพลังเช่นนี้ เขากล้าที่จะคิดปล้นได้อย่างไร?...... เป็นโชคดีของฉันที่ยังรักษา​ชีวิตไว้ได้

"ความสามารถด้านการรักษา​ตัวเองที่ฉันให้คุณนั้นมีระยะเวลาถาวร…….. แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันหวังว่าคุณจะให้ความสนใจ แม้ว่าความสามารถในการรักษาตัวเองนี้จะคงอยู่อย่างถาวร แต่มันก็ยังล้มเหลวได้เมื่อเผชิญกับวิธีการที่ทรงพลังในการจำกัดการฟื้นตัว ดังนั้นหากคุณพบกับการต่อสู้ใดๆก็ตาม มันดีกว่าที่จะไม่มั่นใจเเบบสุ่มสี่สุ่มห้ามากเกินไป”

“......ว่ายังไงดี, เอางี้โดยทั่วไปแล้วคุณไม่ต้องสนใจพลังรบต่ำกว่า 5 ล้านมากนัก แต่ถ้าเกิน 5 ล้านคุณก็ต้องระวังไว้บ้าง”

หลิน​เป่ย​ประเมินในใจของเขาว่าพลังปราบปรามระดับ 3 นั้นเทียบเท่ากับระดับของระดับสูงขั้นพิเศษถึงสูงสุดซึ่งมีกำลังรบประมาณ 5 ล้านถึง 9.99 ล้าน ดังนั้นศัตรูที่มีพลังต่อสู้มากกว่า 5 ล้านจึงน่าจะเชี่ยวชาญทักษะอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถ​จำกัดความสามารถในการฟื้นฟู​

แน่นอนถ้าธอร์​ไม่โง่ เขาก็ควรจะสามารถขัดจังหวะการสะกดของคู่ต่อสู้ได้, หรืออย่างน้อยก็ควรหลีกเลี่ยงทักษะนั้นๆ

“ขอบคุณมาสเตอร์​ที่เตือนข้า” ธอร์​กล่าวอย่างตื่นเต้น

แม้ว่าความสามารถในการรักษาตัวเองนี้จะค่อนข้างจำกัด….. แต่มันจะมีสักกี่คนในโลกนี้ที่มีความสามารถในการจำกัดการฟื้นฟู​เช่นนี้​?

ถึงจะเจอก็ไม่เป็นไร, ตราบใดที่คุณจัดการกับมันอย่างระมัดระวังและใช้ความสามารถในการรักษาตัวเองเพื่อฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บโดยไม่คาดคิดคุณก็สามารถตัดสินผู้ชนะได้โดยตรง

……… สำหรับเขานี่คือไพ่ตาย!

“เอาล่ะ ฉันจะหาอุปกรณ์​บางอย่าง​ให้คุณ”  หลังจากที่หลินเป่ยพูดจบ, เขาก็หยิบอุปกรณ์ระดับตำนานออกมาสองสามชิ้นแล้วโยนให้ธอร์

“ฉันจะเอาค้อนสายฟ้า​ของคุณไป มันมีประโยชน์กับฉันมาก, แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ดีเท่าค้อนสายฟ้าแต่ก็ยังเป็นชุดอุปกรณ์​ที่สมบูรณ์”

หลิน​เป่ย​ชี้ไปที่ชุดอุปกรณ์ในตำนานที่มีคุณสมบัติเสริมพลังสายฟ้าและอธิบายว่า​"ด้วยความแข็งแกร่งของคุณ คุณไม่สามารถเปิดใช้งานพลังของค้อนสายฟ้า​ได้อย่างเต็มที่และมันคงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ที่จะถือไว้……. แต่อุปกรณ์ระดับตำนานที่มีคุณสมบัติของสายฟ้านี้เหมาะสมกับคุณมาก……….เเละหากคุณ​เชี่ยวชาญความสามารถของอุปกรณ์อย่างเต็​มที่ ความแข็งแกร่งของคุณจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก"

“ด้วยอุปกรณ์​นี้, การทะลวงผ่านพลังต่อสู้​ถึงระดีบ 30 ล้านแต้มนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย”

“เเละถ้ามันระเบิดออกมาเต็มกำลัง มันอาจจะแข็งแกร่งกว่านี้ก็ได้”

ธอร์ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนี้…….. ตอนเขามีค้อนสายฟ้า, เขายังไม่สามารถมีพลังการต่อสู้​ถึง 30 ล้านได้ภายใต้การระเบิดพลังเต็มที่!

"ขอบคุณมาสเตอร์​!"

"ไม่เป็นไร…… เเละนี่คือคุณสมบัติและความสามารถของอุปกรณ์เหล่านี้ คุณสามารถนำไปใช้อ้างอิงและเรียนรู้​ได้" หลิน​เป่ย​ไม่ได้พูดอะไรมาก ทำการจับภาพหน้าจอของคุณสมบัติอุปกรณ์โดยตรง จากนั้นใช้การแปลงร่างเพื่อสร้างกระดาษหนึ่งปึกแล้วโยนให้ธอร์​

ธอร์รีบคว้ากระดาษนั้นอย่างตื่นเต้นราวกับขุมทรัพย์

เเละในท้ายที่สุดหลิน​เป่ย​ก็กระโดดลงไปในหลุมลึก อุ้มซีเลียที่อ่อนแอขึ้นและทำเช่นเดียวกัน……. เขาปรับแต่งเธอให้เป็นหุ่นเชิดต่อสู้จากนั้นจึงปล่อยทักษะ​การฟื้นฟู​แสงศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งให้อุปกรณ์ระดับตำนานเช่นเดียวกันกับธอร์​

เเละหลังจากพูดสั่งการไม่กี่คำ เขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว

……..

เมื่อเห็นหลิน​เป่ยหายตัวไปต่อหน้า……ธอร์​ และซีเรียก็มองหน้ากันและทั้งคู่ก็สังเกต​เห็นความกลัวในดวงตาของกันและกัน

ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เเค่ความสามารถในการย้ายอวกาศด้วยมือข้างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาบูชามาสเตอร์​เเล้ว!

“เขาแข็งแกร่งเกินไป!”

"ใช่ เเละตอนนี้เขาเป็น​เจ้านายของเรา"

“ถูกต้อง, เขาเป็นเจ้านายของพวกเรา”

ทั้งสองสนทนากันสั้นๆ ไม่กี่คำ และสุดท้ายก็แยกย้ายกันไปคนละทาง

……

ในเมืองก็อธแธม ชายผมบลอนด์ที่มีใบหน้าเหมือนผู้หญิงหันไปทางเครื่องสื่อสารและถามว่า "ธอร์….. มันเกิดอะไรขึ้นในฮัวตู ดาวเทียมจับภาพได้เพียงเมฆดำๆ ตรงนั้น,  คุณเป็นคนทำหรือเปล่า"

"ใช่ฉันเป็นคนทำเอง, ตอนนี้สภามืดเริ่มเคลื่อ​น​ไหว​แล้ว ดังนั้น​ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจัดการกับพวกเขา!"

“สภามืด……ใคร?”

“ผู้คุสูงสุด​”

"เป็นเธอ?"

ชายผมบลอนด์ที่ดูเป็นผู้หญิงเลิกคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า "น่าสนใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอดใจไม่ไหวอีกต่อไปเเล้ว​"

"ใช่ พวกเขาฆ่าปีร้อซซี่และยังฆ่าผู้พิทักษ์ระดับพิเศษ​ทั้งห้าที่ดูแลผู้ส่งสารด้วย, เเละฉันมาสาย ไม่อย่างนั้น..."

“โอเค มันไม่ใช่ความผิด​ของคุณ……..ตอนนี้เราควรเตรียมการและกวาดล้างพวกสภามืดให้หมด” ชายผมบลอนด์ที่ดูเป็นผู้หญิงกล่าว

"ถ้าฉันเดาถูก…… เพื่อให้สามารถส่งกำลังรบชั้นยอดมากมายในช่วงเวลาสั้นๆ สำนักงานใหญ่ของสภามืดควรอยู่ในพื้นที่เมืองฮัวตู" บุรุษผมบลอนด์ผู้ดูเป็นผู้หญิงยิ้มและพูดต่อ

"รวบรวมกำลังของเรา….. ตอนนี้เทพแห่งแสงกำลังจะมาถึงโลกเเล้ว, ดังนั้น​ก่อนหน้านั้นเราต้องกำจัดแมลงสาบที่อาศัยอยู่ในมุมมืดให้หมดก่อน"

“เทพแห่งแสง……. คุณหมายความว่าอย่างไร?” ธอร์​ขมวดคิ้วและถาม

“หึหึ บางเรื่องการไม่รู้จะถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเรามากกว่านะ” ชายผมบลอนด์และเป็นผู้หญิงพูดคำหนึ่งแล้ววางสายไป

จากนั้นเขามองไปที่รูปปั้นทองคำที่อยู่ข้างหลังเขาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม, หมอบลงกับพื้นและพึมพำคาถาในปากของเขา

ขณะที่เขาร่ายคาถาในปากของเขา แสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวก็ลอยขึ้นจากรูปปั้นทองคำ และค่อยๆส่องลงมาผสมผสานกับผู้ชายผมบลอนด์

ในเวลาเดียวกัน ลมหายใจของเขาก็ยิ่งเเข็งเเกร่งมากขึ้นเรื่อย​ๆ

………….

อีกด้านหนึ่ง, หลินเป่ยใช้เวลาไม่นานในการกลับไปยังน่านฟ้าของประเทศ​มังกร​

จากนั้น, หลิน​เป่ย​ก็ยกมือขึ้น…..เปิดพื้นที่กระเป๋า​อวกาศ​ออกและอะพอลโลก็ถูกเขาลากออกไปในโลกทะเล​ดอกไม้

"กัปตัน, พื้นที่นั้นน่ากลัวมาก! รัศมีของทหารนับล้านเหล่านั้นดูเหมือนจะถึงระดับพิเศษ​ทั้งหมด​แล้ว" อะพอลโลกล่าวอย่างตกตะลึง​มาก

"ฮิฮิ ถูกต้อง ความแข็งแกร่งของทหารนับล้านที่นี่ได้มาถึงระดับพิเศษ​เเล้ว…….. เเละยังมีทหารระดับตำนานอีกมากกว่าหนึ่งโหล" หลิน​เป่ย​ยิ้มและพูดด้วยท่าทางผ่อนคลาย

"......…" เมื่อได้ยินดังนั้นอะพอลโลก็เงียบไป

ประเทศ​มังกรแข็งแกร่งมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่​?

ไม่สิ ไม่ควรเป็นประเทศ​มังกร…… แต่เป็นมาสเตอร์​!

คนๆ เดียวกลับมีพลังมากพอที่จะกวาดโลก……… มันน่ากลัวเกินไปเเล้ว​!

อะพอลโลพึมพำ​ในใจ และในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึ​กโชคดีมาก, โชคดีที่เขารับรู้ความจริงแล้วและเลือกที่จะติดตามหลิน​เป่ย​อย่างชาญฉลาด

"ไปกันเถอะ ฉันจะพาคุณไปที่ฐานของทีมหยานหวง" หลังจาก​ที่หลิน​เป่ย​กล่าวจบ, เขาก็จับไหล่ของอะพอลโล​โดย​ตรง, จากนั้นด้วยทักษะ​ก้าวพริบตา…… เขาก็มาถึงฐานของทีมหยานหวงในเวลาไม่กี่วินาที​

แต่ในเวลานี้ได้มีเสียงหัวเราะมากมายในฐานหยานหวง

หลิน​เป่ย​จึงมองอย่างสงสัยและเห็นกลุ่มคนทั้งหมด​กำลัง​ล้อมรอบชายชราคนหนึ่ง

[พลังการต่อสู้​พื้นฐาน: 130 ล้าน]

เมื่อเห็นพลังการต่อสู้ของชายชรา, หลิน​เป่ย​ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ชายชราคนนี้เป็นคนแรกที่เขาได้เห็นในโลกแห่งความเป็นจริงว่ามีพลังการต่อสู้มากกว่า 100 ล้านเเต้ม

“พลังการต่อสู้มีมากกว่า 100 ล้าน…….ถ้าเป็น​ในเกมส์​โลกที่สอง เขาควรจะถูกมองว่าเป็นขุมพลังระดับเทพที่แท้จริง!”

ชายชราดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของหลิน​เป่ย, เขาจึงหันศีรษะและมองไปที่หลินเป่ยจากนั้นก็ปรากฏ​รอยยิ้มที่มุมปากของเขา

"เพื่อนตัวน้อยคนนี้คือผู้มาใหม่ที่คุณพูดถึงเเละเป็นผู้ที่ได้รับดาบซวนหยวน​ใช่ไหม"

“ใช่แล้ว, เป็นเขา…..เเละชื่อของเขาคือหลินเป่ย, ก่อนหน้า​านี้​เขาเพิ่งทำการทดสอบความแข็งแกร่งในการต่อสู้มาก่อน และพลังการต่อสู้ขั้นพื้นฐานของเขาก็อยู่ที่ 60 ล้านเเต้มแล้วครับ​” เป่ยซวนกล่าวด้วยความเคารพ

"พลังการต่อสู้​พื้นฐาน 60 ล้าน?........เขาช่างเป็นต้นกล้าที่ดีจริงๆ"

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น, ชายชราก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดด้วยรอยยิ้ม​

"เพื่อนตัว​น้อย……. คุณมาได้ถูกเวลาแล้ว, ฉันได้ท่องอวกาศมาก่อนหน้านี้​และไดเกลั่นเม็ดยาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกคุณ​ได้มี………..มันสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ขั้นพื้นฐานได้โดยตรง 10% และ ขีดจำกัด ของประสิทธิภาพยาคือ 60 ล้านพลังการต่อสู้​"

ขณะที่เขาพูด, ชายชราก็โบกมือและน้ำอมฤตสีทองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิน​เป่ย​

แค่สูดกลิ่น​ยาเข้าไป, หลิน​เป่ย​ก็รู้สึกถึงความชัดเจนทางพลังจิตวิญญาณ……… เเต่น่าเสียดายที่ขีดจำกัดของฤทธิ์ยาคือพลังการต่อสู้​เพียง 60 ล้านเเต้มเท่านั้น……. เเละเขาใช้มันไม่ได้

ร่างกายที่เเท้จริงของเขามีพลังการต่อสู้มากกว่า​ 300 ล้านเเต้มไปเเล้ว

ดังนั้น, ยาเม็ดนี้อาจเป็นยาวิเศษสำหรับคนอื่น………. แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่มี​ค่าเลย

“ขอบคุณผู้อาวุโส​” หลิน​เป่ย​แสร้งทำเป็นตื่นเต้น, เก็บ​เม็ดยาและคำนับชายชรา

“ผู้อาวุโสอะไรกัน, ห่างเหิน​เกินไป​เเล้ว​” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราก็โบกมือและพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"ฐานยานหวงนี้ตั้งขึ้นโดยฉันและเด็กที่ชื่อจี้ซวนหยวน เเละคุณสามารถเรียกฉันว่าเสินหนง​ก็ได้"

หลังจาก​ที่ชายชราพูด, จู่ๆคิ้วของเขาก็ย่นเล็กน้อย…… มองหลินเป่ยขึ้นลงและถามด้วยความสงสัยว่า "แปลกจัง เราเคยพบกันมากก่อนไหม"

"ไม่เคยนะครับ" หลิน​เป่ย​กางมือของเขาออก…….นี่เป็นครั้งแรกที่เขาและอีกฝ่ายได้พบกัน

“แปลกจัง ทำไมฉันได้กลิ่นที่คุณคุ้นเคยจากตัวเขา” เสินหนงขมวดคิ้วสงสัยตัวเอง

มันแปลกมากจริงๆ

………

อีก​ด้าน​หนึ่ง​ในระบบสุริยะ, หลิน​เป่ย​ร่างจริงได้เดินทางไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว​

เเละในที่สุด​ภาพของดาวอังคารก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา, และดาวอังคารดวงนี้ล้อมรอบด้วยดวงจันทร์สามดวง

หลินเป่ยยืนอยู่ในความว่างเปล่า หลับตา และพลังทางจิตวิญญาณก็แผ่ออกมาโดยตรง

ชั่วพริบตานั้น, พลังทางจิตวิญญาณที่เขาปล่อยออกมาก็ได้ห่อหุ้มดาวอังคารและบริวารทั้งสามดวง

ดาวอังคารดวงนี้มีขนาดใหญ่มาก, เขาจึงไม่สามารถพุ่งเข้าไปเเละค้นหาไปเรื่อย​ๆ​ได้……….เขาจำเป็นต้องค้นหาตำแหน่งเฉพาะของซากปรักหักพังก่อนแล้วค่อยลงมือ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี่เป็นการตรวจจับอย่างรวดเร็ว….. มันจึงไม่แม่นยำมากนัก​ และเขาสามารถจับภาพสถานที่​ที่​มีความผันผวนของพลังงานเเปลกๆได้เท่านั้น

สามนาทีผ่านไปในพริบตา

"มีสถานที่ห้าแห่งที่มีความผันผวนของพลังงานเป็นพิเศษ" หลินเป่ยลืมตาขึ้นช้าๆ

"มีสามที่บนดวงจันทร์​เเต่ละดวง, แต่ฉันได้ยินมาว่าซากปรักหักพัง​ของดาวอังคารดูเหมือนจะไม่ได้อยู่บนดวงจันทร์……..​ ดังนั้น​เราต้องมองหาอีกสองแห่งที่เหลือก่อน"

หลินเป่ยถอนสายตาของเขา​ออกและปรากฏตัวบนพื้นผิวของดาวอังคาร

ส่วนความผันผวนของพลังงานที่แปลกประหลาดบนดวงจันทร์​ไว้ค่อยตรวจสอบเมื่อมีเวลา……… ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือค้นหาซากปรักหักพังบนดาวอังคารและค้นหาความจริงที่เขาควรจะต้องรู้

"เขามาแล้ว"

ภายในซากปรักหักพังบนดาวอังคาร บนเกาะลอยน้ำ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพึมพำเบาๆ

จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ลุกขึ้น, สวมชุดยาวสีขาวเเละบินออกมาที่ทางเข้าซากปรักหักพัง เพื่อรออย่างเงียบ ๆ

………………………

จบบทที่ บทที่ 239​ : ชายชราเสินหนง

คัดลอกลิงก์แล้ว