- หน้าแรก
- ฟีนิกซ์สร้างความตกตะลึงให้โลก อัจฉริยะคู่ครองปีศาจองค์แรก
- บทที่ 1 — การข้ามภพและการเกิดใหม่ 1
บทที่ 1 — การข้ามภพและการเกิดใหม่ 1
บทที่ 1 — การข้ามภพและการเกิดใหม่ 1
บทที่ 1 — การข้ามภพและการเกิดใหม่ 1
ในศตวรรษที่ 21 บนผืนแผ่นดินหัวเซี่ย ราตรีนี้มืดมิดประดุจน้ำหมึก ท่ามกลางความมืดสนิทนั้นเอง คฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาก็พลันบังเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท ตามมาด้วยกลุ่มควันรูปดอกเห็ดสีแดงฉานที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท่ามกลางแรงระเบิดนั้น หญิงสาวในชุดผ้าชีฟองสีขาวก้าวเดินไปตามทางลาดชันด้วยรองเท้าส้นสูง สายลมแรงพัดโบกจนเส้นผมที่ยาวสลวยถึงบั้นท้ายปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง
เบื้องหลังของเธอคือเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำสูงเทียมฟ้า รถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหนึ่งแล่นมาจอดสนิทพร้อมเสียงเบรกลากยาว คนที่นั่งข้างคนขับโผล่หน้าออกมาพลางกวักมือเรียกเธอ
"ไนติงเกล ไม่นึกเลยว่าเธอจะจัดการได้รวดเร็วและหมดจดขนาดนี้!"
หญิงสาวในชุดขาวที่ก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังยังคงหลับตาพริ้มแสร้งทำเป็นหลับสลัดความวุ่นวายโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใด
เมื่อเห็นดังนั้น ชายคนที่เอ่ยทักจึงเงียบเสียงลงไปเอง
รถยนต์คันงามพุ่งทะยานไปตามท้องถนนก่อนจะหยุดลงที่ริมชายหาดแห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดสีขาวก้าวลงจากรถเพียงลำพัง จากนั้นรถสปอร์ตสีแดงก็เร่งเครื่องยนต์ดังกังวานและแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว
เธอถือรองเท้าส้นสูงไว้ในมือ ก้าวเดินลงบนผืนทรายอันอ่อนนุ่ม มุ่งหน้าไปหาบุคคลที่ยืนรออยู่ริมทะเล
"ฝ่าบาท ครั้งนี้ช่างเฉียบคมเหลือเกิน!" หญิงสาวผมสั้นที่ยืนอยู่บนชายหาดก้มมองนาฬิกาข้อมือ "เร็วกว่าครั้งก่อนถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม! ในที่สุดเราจะได้ประลองกันอย่างจริงจังเสียที"
หญิงสาวในชุดขาวหยุดยืนข้างกายอีกฝ่ายพลางขมวดคิ้ว "เลิกเรียกฉันว่าฝ่าบาทได้หรือยัง?" เป็นเพราะเธอชื่อ อันเจิ้นหวน นับตั้งแต่ละครโทรทัศน์เรื่องนั้นออกอากาศ ทุกคนจึงพากันขนานนามเธอว่า "ฝ่าบาท" มาโดยตลอด
"อืม... ก็ได้! แต่ต้องยอมให้ฉันดูแหวนที่นิ้วของเธอหน่อยนะ แล้วฉันจะไม่เรียกแบบนั้นอีกเลย"
เมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานคนนี้หมายตาแหวนวงนี้มานานแสนนาน อันเจิ้นหวนจึงเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
หลังจากลังเลอยู่นานและชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย ในที่สุดเธอก็ค่อยๆ ถอดแหวนที่สวมติดตัวมาตั้งแต่เกิดส่งให้อีกฝ่าย
ในวินาทีนั้นเอง ทะเลที่เคยสงบนิ่งก็พลันบังเกิดคลื่นยักษ์โถมเข้าใส่ มวลน้ำมหาศาลกลืนกินร่างของทั้งคู่ลงสู่ก้นบึ้งก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว
ราตรีเยือนพัดพาความร้อนระอุของวันให้จางหาย สายลมเย็นฉ่ำโชยมาพาให้รู้สึกอยากหลับใหล
ทวีปศักดิ์สิทธิ์ ณ เรือนหลังของคฤหาสน์ตระกูลเย่
ร่างผอมบางร่างหนึ่งกำลังปีนข้ามกำแพงอย่างยากลำบาก ก่อนจะโซเซเร่งฝีเท้าไปยังลำธารที่อยู่ใกล้เคียง
ความมืดมิดแผ่ขยายไปทั่วอย่างไร้ขอบเขต ในมุมมืดบางแห่ง การกระทำอันโสมมกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น
"พวกเจ้าต้องการอะไร? ถอยไปนะ!" เด็กสาวร่างผอมโซล้มลงกับพื้น เธอถอยร่นหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เบื้องหน้าของเธอคือชายฉกรรจ์สี่คนท่าทางดุดันที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาทีละก้าว
เย่หลิงเย่ว์ไม่เข้าใจเลยสักนิด พี่มู่เป็นคนนัดให้เธอมาพบที่นี่ แต่กลับไร้เงาของเขา มีเพียงเหล่าอันธพาลพวกนี้ที่จ้องจะรุมย่ำยีเธอ
"พวกเรางั้นหรือ? ก็แค่มาทำในสิ่งที่พวกเราชอบที่สุดอย่างไรเล่า!" ชายร่างยักษ์ที่มีแผลเป็นบนใบหน้าถูมือไปมาพลางกระโจนเข้าใส่เธอ
"กรี๊ด—" เย่หลิงเย่ว์กรีดร้องพลางตะเกียกตะกายหนีไปด้านข้างอย่างลนลาน
ทว่าเธอช้าเกินไป ก่อนที่จะหนีไปได้ไกล ชายร่างใหญ่ก็คว้าข้อเท้าของเธอไว้ได้แล้วลากเธอกลับมา ก่อนจะใช้ร่างกายอันกำยำกดทับร่างของเธอไว้
ชายชราผู้หนึ่งที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและเดินพยุงกายด้วยไม้เท้าตะโกนก้องขึ้นว่า "เฮ้ อย่าทำให้นางบาดเจ็บเชียวนะ!"