เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 102

Divine King Of All Directions - 102

Divine King Of All Directions - 102


Divine King Of All Directions - 102

 

.......................................................................................................................................................................................

ตราสัญลักษณ์สีทองนั้นมีขนาดเล็กมากๆแต่กลับให้ความรู้สึกที่น่าหวาดหวั่นแก่ผู้คนโดยรอบขณะที่สะท้อนแสงอาทิตย์

ทหารทั้งสามคนที่มองตามมาเองก็ถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปโดยทันที

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ท่าทางของเจ้าเมืองและโจวเฮอได้เปลี่ยนไปอย่างมากโดยเฉพาะโจวเฮอที่ตอนนี้ได้แสดงสีหน้าที่หวาดผวาเหมือนได้เห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต

หลังจากทั้งสองคนแล้วเหล่าทหารนับพันก็ได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

"เป็นอะไรไป ? ไม่รู้จักของสิ่งนี้ ? "

หลินเทียนได้หรี่ตาลงโดยทันที

ร่างกายของต๊วนหยานได้สั่นสะท้านไปก่อนที่จะคุกเข่าลงคนแรกแล้วพูดออกมาว่า

"ข้าน้อยขอทำความเคารพท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ! "

หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นโจวเฮอหรือเหล่าทหารนับพันก็พากันคุกเข่าไปตามๆกัน

"ทำความเคารพท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ! "

เสียงดังก้องได้ถูกส่งออกมาทั่วทิศทาง

ตอนนี้ผู้คนที่อยู่ด้านหน้าสำนักทั้งหมดพากันคุกเข่าด้วยกันทั้งหมด

หลายๆคนถึงกับสั่นสะท้านอย่างมาก

"นี่....นะ...นี่......"

"...... ตราท่านแม่ทัพ ! "

"นี่...... นี่มันอะไรกัน ?"

หลายๆคนถึงกับโง่งมไปทันที

ผู้ครอบครองตราแม่ทัพนี่มีศักดิ์เดียวกันกับตัวของแม่ทัพเองซึ่งตอนนี้การที่ต๊วนหยานและคนอื่นๆได้นำกองกำลังบุกมาที่นี่มันไม่ต่างไปกับการมาจับท่านแม่ทัพ ? เมื่อคิดถึงจุดนี้แล้วพวกเขาก็รู้สึกขนหัวลุกไปทันที

ซินเหยาที่อยู่ในหมู่ผู้คนเองก็ถึงกับแข็งค้างไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ทำไมของสิ่งนี้ถึงได้อยู่กับเขา ?"

"แน่นอนว่ามันเป็นเพราะว่าท่านแม่ทัพมอบให้กับเขา "

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ชินหลัวในตอนนี้ตื่นเต้นจนสั่นไปทั้งตัว เขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะเป็นผู้ถือครองตานี้ เขาได้ทำธุรกิจร่วมกันกับหลินเทียนซึ่งเป็นผู้ที่ถือครองตราแม่ทัพ นี่มันหมายความว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับตระกูลชินของเขามากๆ

"ท่านผู้นำตระกูล ก่อนหน้านี้เรามันโง่ไปเอง ท่านนี่หลักแหลมจริงๆ ! "

ผู้อาวุโสของตระกูลชินได้พูดออกมา

"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว !"

ชินหลัวได้แสยะออกมา

ตอนนี้เขามีความสุขและตื่นเต้นจนสั่นสะท้านแต่บางคนในที่นี้ไม่ได้มีความสุขแบบเขา

"เป็นแบบนี้ได้ไงกัน ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้โห่ร้องออกมา

รุ่นเยาว์ตระกูลโม่เองก็ถึงกับหวาดผวาไปในเวลาเดียวกัน

ถือครองตราแม่ทัพ, ตอนนี้นอกจากจักรพรรดิและเหล่าเจ้าชายแล้วทุกคนล้วนต้องให้ความเคารพ คนที่ถือครองตรานี้มีอำนาจแม้กระทั่งสั่งการกองกำลังทหาร ! เมื่อคิดถึงเรื่องที่หากหลินเทียนส่งกองกำลังจะทำไง ? พริบตาเดียวก็กวาดล้างตระกูลโม่ของเขาได้แล้ว !

"มันเป็นแบบนี้ได้ไงกัน ? "

เหล่าผู้คนตระกูลโม่ต่างพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ตระกูลโม่ดันไปกล้าล่วงเกินสัตว์ประหลาดแบบนี้ได้ไง !

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดโดยรอบต่างโง่งมไปตามๆกันไม่เว้นแม้แต่มู่ชิงและฉีดงด้วยซ้ำ

"นั่นมันตราของท่านแม่ทัพ ? นี่..."

ฉีดงได้ขมวดคิ้วเข้าหากันโดยทันที

มู่ชิงได้มองไปทางซูชูวพร้อมกับพูดออกมาว่า

"เจ้าหนู นี่มันหมายความว่าไง ? ทำไมเจ้าหนูนั่นถึงได้ถือครองตราของท่านแม่ทัพกัน ? "

ซูชูวและหลินเทียนนั้นมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันดังนั้นมู่ชิงถึงได้คิดว่านางน่าจะรู้เรื่องนี้

"ข้าจะไปรู้ได้ไงล่ะถ้าหากข้ารู้มาก่อนแล้วจะกังวลแทนเขาไปทำไมกัน ! "

ซูชูวเองก็ได้แสดงสีหน้าโง่งมออกมาก่อนที่จะคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของหลินเทียนแล้วพึมพำออกมาว่า

"นี่คือความลับที่บอก ? แต่นี่ก็ไม่เห็นเกี ยวอะไรกับเรื่องที่ยืมเงินเราไปเลยแหะ "

ณ ตอนนี้หลายๆคนได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

"เขาเป็นศิษย์สำนักจิ่วหยางแล้วจะถือครองตรานั่นได้ไง ? เป็นไปไม่ได้ ? "

"."

"แปลกเกินไปแล้ว "

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

ณ ตอนนี้มีคนฉลาดคนหนึ่งได้ตระหนักถึงบ้างสิ่งพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"หยุดก่อน ! เมื่อประมาณสองเดือนก่อนได้มีข่าวลือแพร่มาจากสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมว่าในเมืองนี้มีอัจฉริยะด้านข่ายอาคมเกิดขึ้น อายุเพียงแค่ 16 ปีแต่กลับเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 เป็นอย่างน้อย ! ได้ยินมาว่าครั้งนี้ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ได้รับการช่วยเหลือของเขาดังนั้นถึงได้ให้ตรานั่นไว้เป็นสิ่งตอบแทน..."

คนๆนี้ได้พูดในสิ่งที่เขาคิดออกมาแต่กลับเป็นเหมือนดั่งก่อนหินที่หล่นลงน้ำและก่อเกิดเป็นคลื่นสะท้อนจนทำให้ท่าทางของผู้ชมถึงกับเปลี่ยนไป

"มีเรื่องแบบนี้จริงๆ ณ ตอนนี้มันเป็นเพราะว่าหลานสาวของท่านแม่ทัพกำลังจะตายแต่ว่าปรมาจารย์คนนั้นได้ช่วยดึงนางกลับมาจากหน้าประตูแห่งความตาย "

หลังจากนั้นก็มีอีกคนหนึ่งได้พูดว่า

"ได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพในตอนนี้อายุ 90 ปีแล้วและเหลือเพียงหลานสาวแค่คนเดียวเท่านั้น ปรมาจารย์ที่ลึกลับคนนั้นได้ช่วยครอบครัวเพียงคนเดียวของท่านเอาไว้ดังนั้นถึงได้ให้ตราแม่ทัพเป็นสิ่งตอบแทน ! "

"นี่......."

"อายุ 16 ปีถือครองตราแม่ทัพ เขา.............เขาคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 คนนั้น ? "

"พระเจ้า..."

หลายคนถึงกับแน่นิ่งไป

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วเหล่าศิษย์สำนักหลายคนได้แต่มองไปทางหลินเทียนเหมือนสัตว์ประหลาด

"เขา..."

"เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่ลึกลับคนนั้น ? "

"เป็นไปได้ไงกัน ? "

"ข้าไม่เชื่อหรอก แต่ว่าจะอธิบายเรื่องตรานั่นยังไง ? "

"นี่...."

ศิษย์สำนักหลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 เป็นอย่างน้อยนี่มันสุดยอดยิ่งกว่าการที่หลินเทียนถือครองตราแม่ทัพด้วยซ้ำ

ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมันเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิซึ่งเป็นเป้าหมายที่เหล่าผู้มีอำนาจมักจะเข้าหา สำหรับคนเหล่านี้แล้วพวกเขาสามารถคือครองอำนาจและเงินตราได้อย่างง่ายดาย

ณ ตอนนี้แม้จะเป็นมู่ชิงหรือฉีดงเองก็อดที่จะนิ่งไปไม่ได้

"เจ้าหนู เจ้าไม่รู้เรื่องตรานั่นแล้วเจ้ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า ? "

มู่ชิงได้ถามออกไป

ฉีดงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่มองตามไปยังซูชูวด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

"นะ.......นี่ ได้ยินมาว่าการจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมได้นั้นจำเป็นต้องใช้เงินเยอะมากๆ เขาไม่...."

ทันใดนั้นเองที่ดวงตาของนางได้เปล่งประกายพร้อมทั้งพูดว่า

"เดี๋ยวก่อน เมื่อสองเดือนที่แล้วเจ้านี่ได้ขอยืมเงินของข้าไปพันเหรียญแล้วหลังจากนั้นก็รีบเอามาคืนซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาเขาก็ดูรวยผิดปกติมากๆ หรือว่า......."

มู่ชิงได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

"นั่นแหละ แสดงว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่เจ้าหนูนี่เริ่มฝึกข่ายอาคมและหลังจากที่บรรลุแล้วเงินก็ไม่ใช่สิ่งที่หายากเลย คิดๆดูแล้วข่าวลือเมื่อสองเดือนก่อนก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละดังนั้นก็จะสามารถอธิบายเรื่องตราแม่ทัพได้ทันที "

เมื่อพูดจบแล้วมู่ชิงและฉีดงเองก็ได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป

"ดูเหมือนว่าการคาดการณ์ของเราจะไม่ผิดเลยนะ "

ฉีดงได้เรียกสติคืนมาพร้อมกับพูดว่า

"อายุ 16 ปี ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นี่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์เลย อาจารย์ของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอนที่สามารถฝึกเจ้าหนูนี่มาได้ขนาดนี้ ! "

"อาจารย์ ? อาจารย์อะไร ? "

ซูชูวได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยท่าทางหมดหนทางว่า

"เจ้าหนู เจ้าลืมไปอย่างนึงเพราะการจะฝึกข่ายอาคมได้นั้นเงินไม่ใช่สิ่งจำเป็นอย่างเดียวเพราะหลักๆนั้นคืออาจารย์ผู้สอนระดับสูงคอยชี้แนะไม่งั้นต่อให้เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ขนาดไหนก็อย่าหวังว่าจะมีคุณสมบัติพอที่จะได้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเลย "

"งั้นเจ้านี่.........."

ซูชูวได้ชะงักไปทันที

"อื้ม เจ้าหนูนั่นมีคนหนุนหลังอยู่แน่นอน "

มู่ชิงได้พูดออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

"เรื่องนี้ข้ากับฉีดงได้คาดการณ์ไว้ก่อนแล้วเพราะถึงอย่างไรก่อนที่เจ้าหนูนั่นจะเข้าสำนักเราก็มีทักษะที่ไร้เทียมทานติดตัวมาก่อนแล้ว ระดับของทักษะนั้นต่อให้เนทักษะระดับสูงสุดของเราก็ยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ "

ซูชูวเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาพร้อมกับขบฟันอย่างหนังแล้วพูดว่า

"ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะมีเบื้องหลังที่ใหญ่เอาเรื่องเลยนะ ! "

พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาส่วนคนอื่นๆนอกจากกลุ่มของมู่ชิงล้วนแสดงท่าทางหวาดผวาออกมาตามๆกัน

"เขา.....เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? "

"เป็นไปได้ไงกัน ! "

"เป็นไปไม่ได้ !"

ทุกคนนั้นรู้ดีเกี่ยวกับข่าวลือเมื่อสองเดือนก่อนซึ่งปรมาจารย์ระดับ 3 นั้นมันน่าเกรงขามมากๆแต่ตอนนี้ปรมาจารย์ผู้ลึกลับคนนั้นกลับกลายเป็นหลินเทียนซึ่งเป็นศัตรูกับพวกเขา ตอนนี้เหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลโม่ทั้งหลายก็ได้แต่รู้สึกเหมือนศีรษะโดนกระแทกด้วยของแข็ง

ณ ตอนนี้สายตาของทุกผู้คนได้จับจ้องไปทางหลินเทียน

หลินเทียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทหารนับพันยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้มองไปทางทหารกว่าพันที่กำลังคุกเข่าแม้แต่น้อยแต่กลับมองไปยังทหารทั้งสามคนที่กำลังจะไปยืนยันเรื่องจดหมายแล้วพูดว่า

"เป็นอะไรไป ? ไม่เข้าใจคำพูดของข้า ? ไป เอาตรานี่ไปสอบถามหลัวเยวี่ยเฉิงซะ "

ทหารทั้งสามคนได้แต่สั่งไปทั้งตัวขณะที่ไม่กล้าขยับไปไหนแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้เขาได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า

"เอาล่ะ งั้นข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วยแล้วกันเพราะถึงอย่างไรตรานี่ก็ไม่ใช่ของธรรมดาๆดังนั้นหากว่าทำหายไปข้าก็ไม่รู้จะไปอธิบายกับท่านแม่ทัพอย่างไร "

เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้มองไปทางทหารทั้งสามคนก่อนที่จะพูดต่อว่า

"ยืนขึ้น นำทางไป "

ทหารทั้งสามได้แต่สั่นไปมากกว่าเก่า

ขณะนี้เองที่เหล่าทหารหัวกะทิสิบกว่าคนก็มีท่าทีไม่ต่างกัน

"ยืนขึ้น !"

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เพียงแต่คำๆเดียวกลับเป็นเหมือนดั่งสายฟ้าที่คำรามอยู่ในหูของผู้คน

ทหารทั้งสามคนได้สั่นระริกไม่หยุดก่อนที่หนึ่งในนั้นจะทนไม่ไหลแล้วโขกศีรษะพร้อมพูดว่า

"ท่านได้โปรดอภัยด้วย ! อภัยด้วย ! "

เมื่อเห็นหนึ่งในนั้นได้เปิดปากพูดแล้วอีกสองคนจึงไม่ลังเลเลยที่จะโขกศีรษะไปตามๆกัน

"ท่านโปรดอภัย ! "

ทันใดนั้นพวกเขาก็พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

"อภัย ? "

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาพร้อมกับแสยะออกมาว่า

"เจ้ามากันเป็นฝูงในวันนี้ก็เพื่อจะเอาชีวิตข้าไม่ใช่หรอ ? คำว่าอภัยนี่ควรจะเป็นข้าที่เป็นฝ่ายพูด ? "

ทั้งสามคนได้แต่สั่นสะท้านด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"ข้าน้อยมิกล้า ! ข้าน้อยมีตาแต่หามีแววไม่ ! ข้าน้อยผิดไปแล้ว !ได้โปรดอภัยด้วย ! "

ทั้งสามคนได้มองไปทางโจวเฮอที่อยู่ห่างไปไม่ไกลพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านว่า

"ท่าน....เรื่องจดหมายเป็นของปลอม เรื่องวันนั้น......เป็นแผนของท่านผู้บัญชาการ มันเป็นเพราะว่าเขาอยากจะล้างแค้นให้กับนายน้อยโจวถึงได้ส่งคนไปสังเกตการณ์ท่านที่หน้าสำนัก ......ตราบใดที่ท่านออกมาก็จะให้เรา.......ให้เรา......."

ริมฝีปากของทั้งสามคนยังคงสั่นระริกและไม่กล้าพูดคำต่อไปเพราะรู้สึกกลัว

เมื่ออยู่ต่อหน้าตรานี้ก็ไม่ต่างอะไรกับอยู่ต่อหน้าท่านแม่ทัพแต่การโกหกท่านแม่ทัพนั้นเป็นโทษประหาร 9 ชั่วโครตดังนั้นจะไม่ให้พวกเขากลัวจนตัวสั่นก็ไม่แปลกอะไร

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 102

คัดลอกลิงก์แล้ว