เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 096

Divine King Of All Directions - 096

Divine King Of All Directions - 096


Divine King Of All Directions - 096

 

บนถนนเมืองเฟิงเจียนนั้นมีทหารของกองบัญชาการกำลังรายล้อมร่างของหลินเทียนเอาไว้มากมายขณะที่กวัดแกว่งอาวุธเข้าโจมตีเขา

แต่น่าเสียดายที่มันไม่สามารถทำอะไรเขาได้แม้แต่น้อย

"โครม ! "

หลินเทียนได้ยกเท้าขึ้นมาเตะทหารคนหนึ่งจนกระเด็นออกไปไกลและหลังจากที่กระแทกกับพื้นแล้วก็หมดสภาพไปทันที

หลินเทียนได้จับด้ามหอกที่แทงเข้ามาพร้อมกับเหวี่ยงร่างของทหารคนนึงออกไปแล้วแย่งเอาหอกมาทันที

แกร๊ง ! เกิดเสียงปะทะกันขึ้นก่อนที่จะส่งผลให้ทหารอีกคนลอยออกไปไกล

"ระยำ ! "

"รุมมันให้หมด ใช้ค่ายกลซะ ! "

"จัดค่ายกล ! "

ทหารธรรมดาๆที่ยังเหลืออยู่ได้ตะโกนออกมา

ในสนามรบนั้นเหล่าทหารของจักรวรรดิมักจะมีกลยุทธ์ที่ใช้เพิ่มความสามารถในการรบซึ่งมันเป็นสิ่งที่ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมถ่ายทอดให้เหมือนๆกับการโจมตีผสานแต่ก็ยังไม่สามารถเทียบกับข่ายอาคมผสานได้อยู่ดี

เหล่าทหารหลายคนได้เข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว

"อสรพิษคลั่ง ! "

ผู้นำของทหารได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

พริบตานั้นเองที่กลิ่นอายของทหารทั้งหมดได้รวมกันเป็นหนึ่งก่อนที่จะเกิดเป็นภาพของอสรพิษขึ้นจากสายลมอันบ้าคลั่ง

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ข้างๆถนนก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปว่า

"อสรพิษคลั่ง นี่มันเป็นการโจมตีผสานที่แข็งแกร่งและรุนแรง ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นที่นี่ "

หลังจากที่พูดจบแล้วชายคนนั้นก็ได้ทิ้งระยะห่างออกไป

ซูชูวที่กำลังปกป้องหลินซี่อยู่เองก็มีท่าทางเปลี่ยนไปพร้อมกับตะโกนออกมาว่า

"หลินเทียนระวังด้วย มันเป็นการโจมตีผสานทีสามารถรวมการโจมตีของทุกคนเป็นหนึ่งซึ่งพลังทำลายของมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว"

ซูชูวนั้นเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสมู่ชิงดังนั้นถึงรู้เกี่ยวกับค่ายกลนี้ดี

ณ ตอนนี้ภาพของอสรพิษได้เสร็จสมบูรณ์แล้วขณะที่กลิ่นอายอันรุนแรงของทหารหลายส บคนได้พวยพุ่งออกมาเหมือนเปลวเพลิง

"เฒ่าเฉิน สมแล้วที่คนเหล่านี้ได้เป็นหัวกะทิของเจ้าที่สามารถผสานการโจมตีของสิบกว่าคนเป็นหนึ่งเดียวได้ ! "

เจิ้งโม่ที่อยู่ข้างๆได้พูดออกมา

ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเฉินปิงได้คงที่แล้วดังนั้นถึงได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"จริงๆแล้วพวกเขาฝึกด้วยกันดังนั้นถึงได้เข้ากันแบบนี้ "

หลังจากที่เงียบไปเขาก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"ไอ้ระยำนั่นมันกล้าฆ่านายน้อยโจวแถมยังลอบโจมตีตอนข้าเผลออีกดังนั้นต้องให้มันตายเยี่ยงสุนัข ! "

หลี่หยุนดงได้พูดต่อว่า

"อสรพิษคลั่งนี่น่าจะจัดการมันได้อย่างแน่นอนแต่เจ้าต้องบอกหัวกะทิของเจ้าด้วยว่าถ้าให้ดีก็จับมันไปเป็นๆแล้วให้ท่านผู้บัญชาการเป็นคนสั่งสอนมันด้วยตัวเอง "

"ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนที่มันใกล้จะตายข้าจะสั่งให้พวกเขาหยุดเอง "

เฉินปิงได้พูดออกมา

"ตาย ! "

หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มทหารได้ตะโกนออกมา

ชายคนนี้อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในจุดหัวใจหลักของค่ายกลนี้

"ฆ่า !"

"ฆ่า !"

"ฆ่า !"

เหล่าทหารทั้งหลายในค่ายกลได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จิตสังหารของพวกเขาจะพวยพุ่งออกมามากกว่าเก่า

แรงกดดันเหล่านี้ทำให้ผู้ชมรอบข้างถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกับใบหน้าที่ซีดลง

เหล่าทหารทั้งสิบกว่าคนได้เคลื่อนไหวพร้อมกันเหมือนดั่งการโมตีของอสรพิษที่ไร้เทียมทาน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีผสานเหล่านี้แล้วหลินเทียนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาได้ยกมือขวาขึ้นมาพร้อมทั้งเหวี่ยงหอกพุ่งทะลุร่างของอสรพิษไปทันที

"! "

เสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้น

ทันใดนั้นเองที่รู้สึกเหมือนว่าเสาหลักของอสรพิษได้พังทลายลงและทำให้มันทรุดลงทันที

หลี่หยุนดงและพว อีกสองคนได้แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

"เป็นไปไม่ได้ !"

เฉินปิงได้โห่ร้องออกมา

อสรพิษคลั่งถูกทำลายเป็นชิ้นๆ !

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น หลี่หยุนดงหรือแม้กระทั่งเจิ้งโม่เองก็มีท่าทางเปลี่ยนไปแบบเดียวกัน

"การโจมตีเดียว......นี่มันเป็นไปได้ไงกัน ? "

หลี่หยุนดงถึงกับผงะไป

แต่ผู้คนรอบข้างนั้นได้แต่มีนัยน์ตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

"นี่.......เขาทำอะไรไป !? "

"อสรพิษคลั่งถูกทำลาย ?!! "

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนถึงกับสติหลุด

การโจมตีผสานของกองกำลังทหารที่ได้รับมาจากปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมกลับถูกทำลายด้วยการโจมตีเดียว

แม้กระทั่งซูชูวเองก็ยังต้องตาถลนด้วยความตกตะลึง ด้วยความที่นางเป็นศิษย์รักของมู่ชิงดังนั้นถึงรู้ว่าค่ายกลอสรพิษคลั่งนี้ไม่ธรรมดา แม้ว่าหลินเทียนจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะแต่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาจัดการกับค่ายกลนี้แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกโง่งมคือเขาโจมตีแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำลายมันลง

ตรงตำหนักที่สองของตำหนักแลกสมบัตินั้นซินเหยาและพูชิก็กำลังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้นี้

"ค่ายกลนั่นใช้การโจมตีเดียวก็พอแล้ว "

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"กล้าอวดค่ายกลนี่กับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นี่มันกระจอกจริงๆ "

ซินเหยาได้แสยะออกมา

เมื่อค่ายกลได้พังทลายลงแล้วท่าทางของเหล่าทหารเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกคนได้แสดงสีหน้าเหมือนกับแมลงวันไร้หัวไม่มีผิด

นี่เป็นจุดอ่อนของค่ายกลนี้เพราะว่าแม้มันจะสามารถเสริมพลังให้กับกลุ่มของพวกเขาได้แต่หากอยู่ดีๆมันถูกทำลายอย่างฉับพลันก็จะทำให้พวกเขาสับสนกับสถานการณ์ของตัวเองในเวลาสั้นๆแล้วส่งผลให้ศักยภาพในการต่อสู้ของแต่ละคนลดลงอย่างมาก

"ระยำ ! รวมกลุ่มอีกครั้ง ! "

"เร็ว !"

หนึ่งในกลุ่มทหารได้ตะโกนออกมา

หลินเทียนได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อต้องเผชิญกับกองกำลังทหารกว่าสิบคนนั้นท่าทีของเขายังคงไม่แยแสสิ่งใดขณะที่ส่งการโจมตีอย่างไร้ปราณีจนทำให้หลายคนได้โห่ร้องออกมา ท้ายที่สุดเขายังใช้แม้กระทั่งทักษะฝ่ามือเงาเพื่อส่งฝ่ามือทั้ง 18 ออกไปโจมตีพวกเขา

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

เมื่อฝ่ามือได้เข้าปะทะกับเป้าหมายนั้นมันได้ส่งเสียงดังออกมาขณะที่กองกำลังทหารเองก็ได้แต่ส่งเสียงโอดครวญอีกครั้ง

พริบตาเดียวเหล่ากองกำลังนับสิบได้ถูกจัดการจนกองกับพื้นทั้งหมด

ผู้ชมที่อยู่ข้างทางทั้งหมดล้วนแต่สุดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

ชายคนเดียวสามารถจัดการกองกำลังนับสิบนี่มันเป็นยอดคนแล้ว !

"กล้านักนะ ! "

เสียงคำรามได้ดังขึ้น

หลายๆคนได้ชะงักไปก่อนที่จะเห็นเฉินปิงที่มีสีหน้าหมองหม่นส่วนหลี่หยุนดงและเจิ้งโม่ที่อยู่ข้างเอาก็มีสีหน้าเย็นชาไม่ต่างกัน

"นี่......"

"เจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการทั้งสาม พวกเขาทั้งหมดล้วนอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะเลยนะ ! "

"เจ้าหนูนั่นจบแล้วล่ะ ไม่รู้จักอดทนเสียเลย "

หลายๆคนได้แต่กลืนน้ำลายตัวเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อหันหน้ากลับไปมองทางหลินเทียนแล้วพวกเขาก็ได้แต่แข็งค้างไป

เห็นเพียงแค่ว่าหลินเทียนที่กวาดล้างกองกำลังนับสิบกำลังก้าวเท้ามุ่งหน้าเข้าไปหาเฉินปิงและคนอื่นๆซะงั้น

"นี่....เขา........คิดจะทำอะไรกัน ? "

หลายๆคนอดไม่ได้ที่จะมีนัยน์ตาที่หดเล็กลง

ซินเหยาและพูชิที่สังเกตการณ์อยู่เองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมา

"ดูเหมือนว่ามีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ "

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

บนถนน , หลินเทียนยังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

"เจ้าขยะทั้งสามอย่างเจ้ากล้าดีนะที่ล่วงเกินข้า ! "

แต่ละคนก็มีสิ่งที่ไม่สามารถทนได้เหมือนดั่งการกระตุกหนวดเสือซึ่งสำหรับหลินเทียนแล้วมันคือหลินซี่ที่เปรียบเสมือนสิ่งที่กระตุ้นความโกรธของเขา เด็กหญิงตัวน้อยที่ฉลาดและมีไหวพริบนี้เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา

สามเดือนมาแล้วที่เขาไม่ได้ทำหน้าที่ของพี่ชายที่ดีแม้ว่านางจะเตรียมอาหารให้กับเขาทุกวันเหมือนกับตอนที่เขาเพิ่งมายังโลกใบนี้ ตอนนี้เมื่อเขาตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้แล้วถึงได้นำนางออกมาเที่ยวเล่นและกลับทำให้นางหวาดกลัวเพราะการกระทำของคนเหล่านี้นี่มันทำให้ความโกรธได้ปะทุออกมาจากหัวใจของเขา

พริบตาเดียวที่หลินเทียนได้พุ่งเข้าประชิดร่างของทั้งสามคน

ความเร็วระดับนี้ทำให้พวกเขาผงะไปทันที

เฉินปิงได้เอื้อมมือออกไปคว้ากระบี่ที่เอวแต่อย่างไรก็ตามในวินาทีนี้เองที่ลูกเตะของหลินเทียนได้ปะทะเข้ากับทรวงอกของเขาอย่างจังจนส่งผลให้ร่างของเขาพุ่งออกไปเหมือนดั่งอุกกาบาตและอดไม่ได้ที่จะโอดครวญออกมา

"เจ้า.."

หลี่หยุนดงและเจิ้งโม่เองก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปพร้อมทั้งคว้าไปยังร่างของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของพวกเขาไม่สามารถเทียบชั้นกับหลินเทียนได้เลย

หลินเทียนได้ยกมือซ้ายขึ้นมาจับข้อมือของหลี่หยุนดงเอาไว้แล้วบิดมันหลังจากนั้นก็ทุ่มร่างของเขาลงกับพื้น ในเวลาเดียวกันนี้เองที่เขาได้ยกมือขวาขึ้นพร้อมทั้งฟาดเข้าไปที่แก้มของเจิ้งโม่เต็มแรง

ร่างของเจิ้งโม่ได้ลอยละลิ่วไปไกลขณะที่บ้วนเลือดที่ปะปนไปด้วยเศษฟันออกมา

"ระยำ ! เจ้ากล้าลงมือกับพวกเรางั้นหรอ ! "

หลี่หยุนดงได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

หลินเทียนได้ก้มหน้าลงมามองหลี่หยุนดงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"พ่อคนนี้กล้าแม้แต่จะฆ่าพวกเจ้าด้วยซ้ำ !"

เขาได้ยกเท้าขวาขึ้นพร้อมทั้งเหวี่ยงเตะอัดไปยังหน้าท้องของหลี่หยุนดงอย่างสุดแรง

โครม !ร่างของหลี่หยุนดงได้กระเด็นออกไปกระแทกกับกำแพงที่อยู่ไม่ไกลก่อนที่จะกระอักเลือดออกมา

"พระเจ้าช่วย...."

"นี่ นี่ นี่ เทพองค์นี้จุติลงมา ากไหนกัน ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ? "

"เจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการทั้ง 3 คนนั้นเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเลยนะ ! "

ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนได้แต่พึมพำออกมา

ขนาดมีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะอยู่ด้วยกันตั้งสามคนแต่กลับถูกเตะจนปลิวไปตามๆกัน

"ท่านเจ้าหน้าที่อาวุโส ! "

ทหารหลายคนได้โห่ร้องออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เมื่อมองไปยังหลินเทียนอีกครั้งแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา คนๆนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ หน้าตาดูเด็กๆแต่กลับแข็งแกร่งเกินมนุษย์ถึงขั้นสามารถถีบส่งหัวหน้าของพวกเขาทั้งสามคนได้สบายๆ !

เฉินปิงและคนอื่นๆได้คลานกลับขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

"ระยำ !"

เฉินปิงได้แสดงแววตาที่เย็นชาออกมาพร้อมกับสบถด้วยความโกรธ

หลี่หยุนดงและเจิ้งโม่ที่อยู่อีกฝั่งเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะพวกเขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการเมืองนี้ที่มีชื่อเสียงและเกียรติยศมากมายแต่ตอนนี้กลับถูกเด็กหนุ่มเตะกลิ้งไปมานี่มันเสียหน้าชัดๆ !

"หากว่าไม่ข้าเจ้าข้าไม่ขอเป็นคนอีกแล้ว !"

เฉินปิงได้คำรามออกมา

"งั้นหรอ ! "

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"ไม่รู้จักคุณธรรมของผู้บ่มเพาะดังนั้นเกิดมาชาติหน้าก็เป็นขยะแล้วกัน "

เขาได้ใช้เท้าขวาเขี่ยหอกขึ้นมาจับเอาไว้ในมือก่อนที่จะถ่ายเทแก่นทักษะของกระบี่สายฟ้าลงไปแล้วซัดไปสุดแรง

หอกนั้นได้ตัดผ่านอากาศเหมือนดั่งคลื่นสายฟ้า

"พุฟฟฟฟฟ ! "

พริบตานี้เองที่เลือดได้ฟุ้งกระจายไปทั่วพื้นที่ขณะที่หอกพุ่งทะลุหน้าอกของเฉินปิงและลากร่างไร้วิญญาณของเขาพุ่งไปปักอยู่กับกำแพงหินที่สูงกว่า 130 ฟุตโดยที่กำแพงด้านหลังนั้นถูกชโลมไปด้วยเลือด

เมื่อมองออกไปแล้วผู้คนทั้งหลายได้แต่กรีดร้องออกมาทันที

"ฆ่า........ฆ่าคน ฆาตกร ! "

หลายคนได้แต่ตกตะลึงจนสั่นไปทั้งตัว

ผู้คนที่อยู่รอบข้างส่วนใหญ่นั้นเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวเช่นนี้แล้วจะไม่ตื่นกลัวได้อย่างไร

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 096

คัดลอกลิงก์แล้ว