เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 093

Divine King Of All Directions - 093

Divine King Of All Directions - 093


Divine King Of All Directions - 093

 

เมื่อพลังงานภายในร่างถูกดูดออกไปนั้นหลินเทียนยังคงนั่งหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ของเขาต่อไปเพื่อดูดเอาพลังงานใหม่เข้ามาเติมเต็มในร่างกาย

"บึ้สสสส ! "

พลังฉีได้ถาโถมเข้ามาในร่างของเขาเหมือนดั่งเกลียวคลื่น

รัศมีของข่ายอาคมนี้กว้างประมาณ 300 เมตรซึ่งยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลางมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งสูญเสียพลังฉีไปด้วยความเร็วที่มากขึ้น

"ตอนนี้เราอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางประมาณ 270 เมตรซึ่งแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ความสามารถในการดูดกลืนพลังฉีเข้ามาในร่างนั้นตามความเร็วในการเผาผลาญไม่ทันด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ธรรมดาเลยนะ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจของเขา

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็เริ่มตั้งใจหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ต่อไป

ตัวของเขาไม่ได้สนใจเรื่องความเสียหายที่ได้รับเพราะว่าสำหรับเขาแล้วการบ่มเพาะนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากดังนั้นเพียงแค่ความรู้สึกเหือดแห้งมันจะแย่สักแค่ไหนกัน ? หากว่าความรู้สึกแค่นี้ยังทนไม่ได้แล้วจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรกัน ?

ไม่นานก็ผ่านไปเร็วกว่า 6 ชั่วโมง

ณ ตอนนี้หลินเทียนรู้สึกได้ว่าพลังฉีภายในร่างของเขากำลังถูกเผาผลาญไปอย่างมหาศาลและตอนนี้เขาก็เสียมันไปกว่า 2 ใน 3 แล้วด้วย

"ดูเหมือนว่าจะทนได้อีกประมาณ 4 ชั่วโมงสินะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

ช่วงบ่ายได้ผ่านไปหลังจากที่กินเวลาไปอีก 4 ชั่วโมง พลังฉีภายในร่างของเขาตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่ 10% เท่านั้น ตอนนี้เขาได้ยืนขึ้นพร้อมกับเดินออกไปด้านนอกแล้วพบว่าความรู้สึกกำลังถูกดูดพลังได้หายไปหมดแล้วจึงรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมขณะที่สัมผัสได้ว่าแม้พลังฉีในร่างจะหายไปประมาณ 90% แต่มันกลับหนาแน่นยิ่งกว่าเก่าซึ่งหากจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับสำลีสองกองที่มีความสูงเท่ากันแต่สำลีอีกกองนั้นเป็นสำลีที่ถูกบีบอัดจนแน่นซึ่งแม้มันจะดูเท่ากันจริงๆแต่ความจริงแล้วจำนวนมันต่างกัน

เขาได้สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่พร้อมทั้งเดินออกไป

"รู้สึกเป็นไง ? "

เมื่อเห็นหลินเทียนเดินออกมาแล้วหลัวเสี้ยวก็รีบถามโดยทันที

"ก็ดีขอรับ "

เขาได้ตอบกลับไป

หลัวเสี้ยวได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ข่ายอาคมนั้นมีรัศมีประมาณ 300 เมตรซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้มีการแบ่งระดับไว้อย่างชัดเจนแต่หากนับดูแล้ว ห่างจากจุด 30 เมตรแรกจะดูดกลืนพลัง 20 % และห่างจากจุดแรก 60 เมตรจะดูดกลืนพลัง 40%และต่อๆไป หากว่าไปถึงใจกลางได้ก็จะดูดกลืนพลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว "

สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้วพลังฉีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะมันเป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถต่อสู้ได้นานขึ้นและแน่นอนว่าจะแข็งแกร่งขึ้น

แน่นอนว่าการที่สามารถฟื้นฟูพลังฉีได้เร็วกว่าเดิมนั้นเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

"ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส"

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขาได้วัดดูคร่าวๆแล้วว่าตอนนี้ความเข้มข้นของพลังฉีเขาเพิ่มขึ้นประมาณ 10%

"เอาล่ะไม่ต้องสุภาพนักหรอก กลับไปพักผ่อนได้แล้วจะได้รีบตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะเสียที "

หลัวเสี้ยวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะบอกลาเขาแล้วกลับไปยังที่พักของตัวเอง

ณ ตอนนี้เป็นช่วงเย็นแล้วและเมื่อกลับมาถึงที่พักเขาก็เข้าไปพักผ่อน 4 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงคืนพร้อมทั้งกลับขึ้นไปที่เก่าแล้วเริ่มวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพื่อเริ่มการบ่มเพาะอีกครั้ง

"บึ้ส ! "

ช่วงเที่ยงคืนนั้นแสงจากหมู่ดาวทั้งหลายล้วนตกกระทบลงมาที่ร่างของเขา

หลังจากที่บ่มเพาะเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมงแล้วพลังฉีที่อยู่ภายในร่างเขานั้นเข้มข้นขึ้นมากแถมรากฐานก็มั่นคงแต่ตัวเขาก็ยังไม่ได้ทานยารวมวิญญาณในตอนนี้ทว่ากลับยังพยายามปรับรากฐานให้มั่นคงยิ่งกว่าเก่าเพราะแม้แต่ตึกสูงยังต้องเริ่มตั้งแต่รากฐานและสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งสำหรับเขาแล้วจะต้องไม่ประมาทโดยเด็ดขาด

เขาบ่มเพาะพลังอยู่ทั้งคืนก่อนที่จะพบว่ารากฐานของเขายิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก

เช้าวันรุ่งขึ้นเขาได้ทานอาหารเล็กน้อยก่อนที่จะไปยังข่ายอาคมเสริมพลังฉีอีกครั้ง

ในพริบตาเหตุการณ์ซ้ำๆแบบนี้กินเวลาไปถึง 5 วัน

นี่เป็นตอนที่เขาก้าวออกมาจากข่ายอาคมเสริมพลังฉีก่อนที่จะพบว่าร่างกายของตัวเองสดชื่นอย่างถึงที่สุด ช่วงนี้เขาสามารถเดินหน้าไปจากจุดเริ่มต้นของข่ายอาคมได้ถึง 30 เมตรแล้วแถมความเข้มข้นของพลังฉีเขาก็เพิ่มขึ้นกว่า 30% แล้วด้วย มิหนำซ้ำตอนนี้รากฐานของเขามั่นคงอย่างสมบูรณ์แล้ว

"ดี เปลี่ยนไปเยอะมาก "

หลัวเสี้ยวได้พูดออกมา

หลังจากที่ผ่านการสังเกตทั้งห้าวันนั้นทุกๆครั้งที่หลินเทียนออกมาก็จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

"โชคข้าดีน่ะท่านผู้อาวุโส "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดคุยกับหลัวเสี้ยวแล้วหลินเทียนก็ได้โบกมือลาเขา

ระหว่างทางกลับที่พักนั้นประกายตาของเขาได้เปลี่ยนไปเพราะว่าเวลานี้เขาสามารถตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้แล้ว

เขาไม่ได้กลับมาพักผ่อนทว่ากลับขึ้นไปบนยอดของที่พักโดยทันที หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาไปกว่าสองชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูพลังฉีทั้งหมดกลับคืนมาแล้วก็พบว่าตอนนี้ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

มือขวาของเขาขยับเล็กน้อยก่อนที่จะเรียกเอาขวดหยกออกมา

เมื่อดึงจุกออกแล้วกลิ่นหอมของตัวยาที่รุนแรงกว่าโอสถนพเก้าได้พวยพุ่งออกมา ร่างกายของเขากระตุกไปมาเหมือนว่ามันกำลังรู้สึกมีความสุข

"สมแล้วที่มีมูลค่าหลายล้านเหรียญ "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ไม่คิดเลยว่าทางสำนักจะยอมจ่ายหนักขนาดนี้เพื่อให้สิ่งนี้เป็นรางวัล

เขาได้หยิบเอาตัวยาออกมาอย่างระมัดระวังซึ่งขนาดของมันไม่ใหญ่และไม่เล็ก ผิวสีแดงเข้มพร้อมกับกลิ่นหอมเตะจมูกและหลังจากที่เขาได้สติแล้วก็อ้าปากแล้วทานมันลงไปทันที

ยารวมวิญญาณได้ไหลตามลำคอลงไปถึงช่วงท้องของเขาเหมือนดั่งน้ำแข็งที่กำลังละลาย

ตอนเริ่มทานยานั้นเขาไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรแต่หลังจากนั้นไม่นานร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านเพราะเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเผา ความร้อนอันรุนแรงได้ส่งออกมาจากร่างกายเหมือนดั่งภูเขาไฟที่กำลังระเบิดออกเพื่อฆ่าเขา

พริบตานี้ผิวหนังของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

ความเจ็บปวดมากมายก็เริ่มโลดแล่นไปมา

"ตั้งสติ !"

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ระหว่างที่อดทนกับความเจ็บปวดนั้นเขาก็ได้หลับตาลง

ความเจ็บปวดอันรุนแรงได้ถูกส่งออกมาไม่หยุดขณะที่ฤทธิ์ของยาเริ่มโจมตีร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง พริบตาเดียวภายในร่างของเขากลับส่องแสงออกมาหลายร้อยจุดเหมือนดั่งหมู่ดาวท่ามกลางความมืดมิด

ณ ตอนนี้หลินเทียนไม่สามารถสัมผัสถึงร่างกายตัวเองได้แต่เขารู้สึกแปลกๆเหมือนแม้ว่าเขาจะหลับตาแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามือตัวเองกำลังวางอยู่ที่จุดไหน

"จุดพลัง !"

ดวงตาของเขาได้เป็นประกายระยิบระยับ

จุดพลังนั้นมีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ซึ่งเป็นเหมือนเส้นทางที่ไว้ลำเลียงพลังงานในร่าง หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญตัดผ่านมายังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แล้วนั้นจะสามารถลำเลียงพลังฉีทั้งหมดผ่านเส้นพลังเพื่อเริ่มเชื่อมต่อมันแล้วสร้างชีพจรเทวะจุดแรกขึ้นแล้วก้าวเข้าสู่เขตแดนชีพจรเทวะอย่างแท้จริง

"มา ! เริ่มการสร้างชีพจรเทวะจุดแรก !"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ร่างกายของมนุษย์นั้นมีจุดพลังอยู่หลายร้อยจุดซึ่งถูกแบ่งเป็นส่วนหลักๆอยู่ทั้งหมด 9 กลุ่ม มีศีรษะเป็นสถานีเริ่มต้น แขนขาและอวัยวะภายในทั้งห้าเป็นจุดสิ้นสุดซึ่งพวกมันคือหัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต, มนุษย์นั้นมีปอด 2 ข้าง ไต 2 ข้างแต่จุดพลังยังมีเพียงอวัยวะละหนึ่งจุดเท่านั้น รวมหมดแล้วทั้ง 9 จุดก็คือชีพจรเทวะทั้ง 9

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ของเขาโดยใช้สัญชาตญาณและเริ่มการสร้างชีพจรเทวะจุดแรก

เขาเลือกจุดที่แขนซ้ายเป็นจุดแรกเริ่ม

"บึ้ส ! "

ขณะที่เขาหมุนวนเคล็ดวิชา, ความเจ็บปวดก็ได้ทะลักออกมาจากทั่วแขนซ้ายของเขาจนถึงนิ้วทุกนิ้วเหมือนว่าภายในร่างกายกำลังถูกกรีดด้วยของมีคมอย่างบ้าคลั่ง

ไม่นานแสงสีเงินภายในร่างของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นแสงสีแดงฉาน

แต่ความเจ็บปวดกลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

"ไปต่อ !"

หลินเทียนยังคงกัดฟันอดทนต่อไป

เขาใช้พลังฉีเป็นเหมือนดั่งเข็มและใช้เส้นพลังเป็นเหมือนด้ายและตอนนี้เขาได้ใช้สัญชาตญาณของตัวเองเพื่อเริ่มต่อจุดเล็กๆเข้าด้วยกัน

ขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่เจ็บปวดอย่างเปรียบไม่ได้แต่มันเป็นเพราะว่าทนทานของหลินเทียนนั้นเกินธรรมดาถึงได้แสยะออกมาเมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บปวดระดับนี้ แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ทุกๆครั้งที่จุดต่างๆเริ่มเชื่อมถึงกันนั้นเขาจะสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของเขาเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า

แน่นอนว่านี่คือพลัง

เวลา 6 ชั่วโมงได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

"โครม ! "

ณ ตอนนี้พลังงานอันบ้าคลั่งได้ปะทุออกมาจากร่างของหลินเทียนซึ่งแม้แต่ตัวเขาที่กำลังหลับตาอยู่เองก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะตั้งแต่จุดศีรษะลงมาถึงแขนซ้ายนั้นจะหนาแน่นกว่าเก่าแถมการสูบฉีดของเลือดลมก็ราบรื่นกว่าเดิมมาก เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังของตัวเองในตอนนี้ก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสามารถบดขยี้ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ได้สบายๆ

เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วประกายตาของเขาก็เปลี่ยนไป

"ในที่สุดก็ตัดผ่านมายังเขตแดนชีพจรเทวะซะที "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 093

คัดลอกลิงก์แล้ว