เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 090

Divine King Of All Directions - 090

Divine King Of All Directions - 090


Divine King Of All Directions - 090

 

หลังจากที่ต้องอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของหลินเทียนแล้วโจวเฮ่าก็ได้แต่โอดครวญออกมาไม่หยุด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวขณะที่คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งและเห็นเพียงการสั่นไหวของฝ่ามือเขาก่อนที่จะสำแดงทักษะฝ่ามือลวงตาออกมา

หลินเทียนได้ถอยร่นออกไปก่อนที่จะใช้กระบี่ป้องกันการโจมตีเอาไว้

"สมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ แข็งแกร่งจริงๆ "

เขาได้พึมพำออกมา

อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้เองที่คำพูดนี้ได้ดังก้องอยู่ในหูของโจวเฮ่า

"ข้าจะฆ่าเจ้า ! "

โจวเฮ่าได้คำรามออกมาขณะที่ดวงตาของเขาได้เป็นประกายอันโหดเหี้ยมและพุ่งเข้าไปทางหลินเทียน

เขารีดเอาพลังทั้งหมดออกมาพร้อมทั้งส่งฝ่ามืออันรุนแรงเข้าใส่หลินเทียน

ตอนนี้เขาโกรธจัดเป็นอย่างมากเพราะเขาที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะกลับถูกไล่ต้อนถึงขนาดนี้ภายใต้หลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้น

"โครม ! "

เสียงดังสนั่นได้ถูกส่งออกมาพร้อมๆกับฝ่ามืออันรุนแรง

หลินเทียนยังคงสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อย่างไม่แยแสพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่สายฟ้าในมือออกไปเพื่อทำลายการโจมตีของโจวเฮ่าแล้วใช้มือซ้ายหักแขนขวาของโจวเฮ่าออก

เสียงแตกหักได้ดังขึ้น

"ระยำ ! "

โจวเฮ่าได้ส่งเสียงคำรามออกมาขณะที่เหวี่ยงมือซ้ายเข้าใส่หลินเทียนอย่างจัง

หลินเทียนได้ส่งหมัดเข้าปะทะโดยทันที

ฝ่ามือและกำปั้นได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งเสียงดังขึ้นพร้อมทั้งทำให้โจวเฮ่ากระเด็นออกไปหลายก้าว

แกร๊ง !

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงจะพุ่งทะลุหัวไหล่ด้านซ้ายของโจวเฮ่า

โจวเฮ่าได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสงสารก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกไปไกล

ระหว่างที่อยู่กลางอากาศนั้นหลินเทียนก็ได้เข้าประชิดเขาอีกครั้งพร้อมทั้งต่อยอัดลงไปกลางหน้าท้องของเขาอย่างสุดแรง

โครม ! ร่างของเขาได้พุ่งลงไปกลางเวทีและกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยสภาพที่น่าสังเวช

เมื่อถูกจัดการอีกครั้งในตอนนี้นัยน์ตาของโจวเฮ่านั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะที่พลังภายในร่างปั่นป่วนแต่น่าเสียดายที่แขนทั้งสองข้างของเขาหมดสภาพไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงสองขาที่ต้องใช้ความพยายามในการควบคุม

และตอนนี้เองที่หลินเทียนได้เข้าประชิดเขาอีกครั้งพร้อมทั้งกระทืบร่างเขาอย่างหนักหน่วง

ฝ่าเท้าของหลินเทียนได้กระทืบลงไปกลางหน้าอกของเขาอย่างจังก่อนที่จะส่งเสียงแตกหักออกมา

"อ๊ากกกก ! "

โจวเฮ่าอดที่จะส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้

"หุบปาก ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่จะยกเท้าออกแล้วเหวี่ยงหมัดซ้ายออกไปสุดแรง

โครม ! พื้นเวทีได้เป็นหลุมลงไปขณะที่โจวเฮ่ากระอักเลือดออกมาไม่หยุด ในตอนนี้สภาพเวทีนั้นแตกกระจายเหมือนในแมงมุมที่ยืดออกไปในทุกทิศทุกทาง

นัยน์ตาของผู้ชมหลายๆคนถึงกับเบิกกว้าง

"สุดยอด...... นี่มันแข็งแกร่งจริงๆ !"

"นี่..."

"นี่เขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายจริงๆงั้นหรอ ? ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ? "

จิตใจของผู้ชมหลายๆคนสั่นสะท้านไปตามๆกัน

ศิษย์ภายในที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเองก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

ในขณะนี้หลายๆคนก็ตระหนักถึงความจริงอีกเรื่อง

"โจวเฮ่า....พ่ายแพ้แล้ว "

หลายคนได้พึมพำออกมา

แม้ว่าเสียงกระซิบจะเบามากๆแต่ก็ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับผงะไป

โจวเฮ่าผู้ซึ่งอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะที่เป็นลำดับที่ 1 ในศิษย์ภายนอกกลับพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ใหม่ที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย !

หลายๆคนถึงกับแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเองก็ได้ยกเท้าขวากระทืบซ้ำลงไปก่อนที่จะหันปลายกระบี่เข้าหาลำคอของโจวเฮ่าด้วยท่าทางข่มขู่

ท่าทางของโจวเฮ่าได้เปลี่ยนไปพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมาพลางพูดว่า

"เจ้าคิดจะทำอะไร ? "

"ทำอะไร ? "

หลินเทียนได้พูดติดตลกออกมาว่า

"นี่มันเป็นการประลองเป็นตาย หากว่าเจ้าชนะข้าแล้วเจ้าคิดจะทำอะไรล่ะ ? "

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ของเขาก็เคลื่อนเข้าประชิดลำคอของโจวเฮ่ามากกว่าซึ่งส่งผลให้ปลายกระบี่กรีดเข้าไปในเนื้อของเขาจนเลือดไหลซิบออกมา

พริบตานี้เองที่โจวเฮ่ารู้สึกเย็นไปทั้งตัว

"หลินเทียน เจ้ากล้าดียังไง ! "

หลูเชิงได้ส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมทั้งวิ่งเข้ามาแล้วพูดว่า

"พี่ชายโจวเฮ่านั้นเป็นถึงลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพของเมืองนี้ ยังไม่รีบเก็บกระบี่อีกเรอะ ! "

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองด้วยสายตาที่เย็นชา

หลูเชิงถึงกับรู้สึกกลัวขึ้นมาแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า

"หากว่าเจ้ากล้าลงมือสังหารพี่ชายโจวล่ะก็..........."

"ไสหัวไปให้พ้น ! "

หลินเทียนได้หันร่างกลับมาพร้อมทั้งฟาดฟันเข้าใส่เขาโดยทันที

คลื่นกระบี่อันรุนแรงและน่ากลัวได้ส่งร่างของหลูเชิงกระเด็นออกไปไกล

หลูเชิงที่ตกลงมากระแทกกับพื้นได้กระอักเลือดออกมาพร้อมทั้งจ้องมองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีได้พูดออกมาอย่างไร้ความปราณีว่า

"เรื่องที่เจ้าเอาที่อยู่ของข้าในป่าทมิฬไปแจ้งให้ตระกูลโม่ยังไม่คิดบัญชีเลยนะแต่ตอนนี้ยังกล้ากระโดดออกมากัดข้าอีก ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์จริงๆเลยนะ ! "

"เจ้า .....! "

หลูเชิงที่ปากกลบเลือดได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

ผู้ชมโดยรอบได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

"คนไร้ยางอายที่หลินเทียนพูดถึงก่อนหน้านี้คือเขางั้นหรอ ? "

"มันเป็นคนที่เอาเรื่องที่หลินเทียนอยู่ในป่าทมิฬไปแจ้งตระกูลโม่งั้นหรอ ? "

"หน้าไม่อาย !"

ศิษย์สำนักหลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางหลูเชิงด้วยสีหน้าที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เจ้าโกหกใส่ความข้า ! ไร้สาระ !"

หลูเชิงได้ตะโกนออกมา

เมื่อมองไปยังสีหน้าที่ซีดเผือดและร่างกายที่สั่นสะท้านของเขาแล้วใครหลายคนก็ได้แต่เชื่อว่านี่เป็นการปั้นน้ำเป็นตัว

"ไร้ยางอาย ! "

ซูชูวได้สบถออกมา

อย่างไรก็ตามระหว่างที่ดูถูกหลูเชิงนั้นหลายๆคนก็ตระหนักได้ถึงใจความของคำพูดก่อนหน้านี้

"ที่หลูเชิงพูดก็ถูกนะเพราะว่าโจวเฮ่านั้นมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเลย ฆ่าไม่ได้จริงๆนั่นแหละ "

"ลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้มันมีตำแหน่งรองลงมาจากเจ้าเมืองเลยนะ ถือว่าน่ากลัวเลยล่ะ "

"โอ้ "

หลายๆคนได้แต่ถอนหายใจออกมา

ผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้มีชื่อว่าโจวเฮอซึ่งมีรายงานมาว่าเขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4ตอนปลายแถมด้วยความที่เขาเป็นถึงผู้บัญชากรเมืองนี้ก็ทำให้กุมอำนาจของจักรวรรดิเอาไว้ด้วย หากว่าพูดเรื่องอำนาจในมือแล้วเป็นสิ่งที่ตระกูลโม่ไม่สามารถเทียบเคียงได้เลย

"เจ้านี่ๆชอบล่วงเกินแต่พวกผู้มีอำนาจจริงๆ "

ซูชูวได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มู่ชิงและฉีดงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนเพราะอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูด นี่คือการประลองเป็นตายดังนั้นพวกเขาจะมีสิทธิไปออกความเห็นอะไรได้ ?

ณต ตอนนี้ทุกคนล้วนจับจ้องไปยังเวทีด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ

หลินเทียนได้มองไปยังโจวเฮ่าพร้อมกับอดพูดออกมาด้วยรอยยิ้มไม่ได้ว่า

"มีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังนี่มันก็ดีจริงๆแหละ "

แม้ว่าเขาจะยังยิ้มอยู่แต่ตอนนี้เขารู้สึกสบายอารมณ์เป็นอย่างมาก

เมื่อฟังคำพูดของหลินเทียนแล้วท่าทางของโจวเฮ่าในตอนนี้ไม่น่าดูชมเลยจริงๆ

เขาได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมทั้งปรับสภาพอารมณ์แล้วพูดออกมาว่า

"น้องชายหลิน ครั้งนี้ถือว่าข้าแพ้แล้วกันและก่อนหน้านี้ข้าเป็นฝ่ายผิดเองแต่จะฆ่าข้าจริงๆ ? ตราบใดที่เจ้าลามือข้าจะไปคุยกับท่านพ่อให้ช่วยเจ้ากำราบตระกูลโม่ให้สิ้นซาก แม้ว่าตระกูลโม่จะมีอำนาจในเมืองนี้แต่ก็เทียบกับพ่อข้าไม่ได้ "

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"คิดจะเตือนข้าหรือว่าหากข้าฆ่าเจ้าแล้วจะสร้างเรื่องใหญ่โตยิ่งกว่าตระกูลโม่ ? "

"เปล่า ! น้องชายหลินคิดดูดีๆสิ ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น "

โจวเฮ่าได้รีบส่ายศีรษะของเขาอย่างรวดเร็ว

ตัวเขาเป็นคนฉลาดดังนั้นถึงรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหนดังนั้นถึงต้องฉวยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

เมื่อจ้องมองไปยังโจวเฮ่าแล้วหลินเทียนก็ได้ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

"หากว่าเราเปลี่ยนกันและเป็นเจ้าที่อยู่ในตำแหน่งของข้าเจ้าจะปล่อยข้าไปไหม ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ประกายตาของโจวเฮ่าได้สีแสงของความเย็นยะเยือกวาบผ่านพร้อมทั้งรีบส่ายศีรษะแล้วพูดว่า

"น้องชายพูดแบบนั้นได้ไงกัน เราเป็นสหายร่วมสำนักแม้ว่าข้าจะขัดแย้งกับเจ้าก็จริงแต่หากเมื่อถึงเวลาแล้วข้าก็ไม่มีทางฆ่าเจ้าได้ลงคอหรอก "

เขาได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่จริงใจ

"พอได้แล้วโจวเฮ่า เลิกเสแสร้งได้แล้ว"

หลินเทียนได้พูดดูถูกต่อว่า

"ก่อนหน้านี้ยังคิดจะฆ่าข้าในสันเขาชิงเฟิงแต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่มีทางทำเจ้าว่ามันน่าทุเรศ ? ข้าบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเก็บความอวดดีของเจ้าแต่ยังกล้าพล่ามเรื่องสถานะของพ่อเจ้าอีกนี่มันทำให้ข้ารู้สึกขยะแขยงจริงๆ "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของโจวเฮ่าก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไปทันที

"น้องชายหลินพอเถอะ ข้าไม่ได้ข่มขู่เจ้าแต่หากเจ้าฆ่าข้าจริงๆก็จะเกิดปัญหามากมายตามมา หากว่าเจ้าปล่อยข้าไปข้าสาบานเลยว่าจะลืมอดีตแล้วเราจะได้เป็นเพื่อนกันแถมข้ายังสามารถขอให้ท่านพ่อช่วยเจ้าต่อกรกับตระกูลโม่หรือแม้กระทั้งทำลายล้างเลยก็ยังได้"

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ลืมอดีต ? คนที่ควรพูดประโยคนี้ควรจะเป็นข้านะ "

หลินเทีย ได้พูดต่อว่า

"ส่วนเรื่องช่วยข้าต่อกรอะไรนั่นก็ไม่จำเป็นหรอกแถมสำหรับข้าแล้วพ่อเจ้าก็ไม่ได้เป็นภัยอะไรต่อข้าเลยแม้แต่น้อย "

โจวเฮ่าได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

"น้องชายหลิน แน่นอนว่ามีจิตใจที่กล้าแกร่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญแต่หากว่าเราได้ประโยชน์ทั้งคู่มันไม่ดีกว่า ? ข้าพูดได้เลยว่าหากเจ้าลงมือสังหารข้าแล้วพ่อข้าต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่และด้วยอำนาจของเขาแล้วจัดการตระกูลโม่ยังเป็นเรื่องสบายๆดังนั้นการจัดการเจ้าก็เป็นเรื่องง่ายๆด้วยซ้ำ "

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับเพิ่มแรงกดที่เท้าขวาลงไปที่หน้าอกของโจวเฮ่า

ตอนนี้โจวเฮ่าได้กระอักเลือดออกมามากกว่าเก่า

"แค่ผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้เจ้าคิดว่าทุกคนจะต้องกลัว ?"

หลินเทียนได้พูดดูถูกออกมาว่า

"ก่อนที่เจ้าจะตายข้าจะให้เจ้าดูอะไรที่มันน่าสนใจหน่อยแล้วกัน "

เขาได้สลับกระบี่มาที่มือซ้ายพร้อมทั้งขยับมือขวาเล็กน้อยเพื่อเรียกเอาตราสัญลักษณ์สีทองออกมาจากแหวนมิติ

"ในฐานะที่เป็นลูกของผู้บัญชาการก็น่าจะรู้จักสิ่งนี้ดี ? "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

สายตาของโจวเฮ่าได้จดจ่อไปที่ตรานั้นพร้อมกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

"นี่มัน ! ?"

โจวเฮ่ารู้ดีว่ามันคืออะไรและมันตัวแทนของอะไร พริบตานี้เองที่โจวเฮ่าได้ตระหนักถึงตำนานก่อนหน้านี้ที่มีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมอายุ 16 ปีได้กำเนิดขึ้นในเมืองนี้แถมยังช่วยชีวิตลูกสาวของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้ พริบตานี้ร่างของเขาอดสั่นไม่ได้พร้อมกับแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวพลางพูดว่า

"เจ้าคือ.........."

"พุฟฟฟฟ ! "

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาปาดคอของโจวเฮ่าพร้อมทั้งหยุดคำพูดของเขาโดยทันที

"พูดมากจริงๆ "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมทั้งเก็บตรากลับไป

ดวงตาของโจวเฮ่ายังคงเบิกกว้างขณะที่เลือดทะลักออกมาทางปากและลำคอด้วยความรู้สึกเสียใจ กลัว และเสียดาย ไม่นานดวงตาของเขาก็หมองลงก่อนที่จะนิ่งไป

เสียงแสยะได้ดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะยกเท้าออกจากร่างของเขาแล้วเดินออกไป

เมื่อมองไปยังร่างของโจวเฮ่าแล้วท่าทางของผู้คนทั้งหมดก็เปลี่ยนไ อย่างใหญ่หลวง

"ตะ.........ตาย ?! "

"นี่มันบ้าชัดๆ นี่.......กล้าสังหารโจวเฮ่าจริงๆงั้นหรอ ? "

"นี่เขาไม่กลัวอำนาจของผู้บัญชาการเลย ? "

หลายๆคนถึงกับโง่งมไปตามๆกัน

ลูกชายคนเดียวของผู้บัญชาการนั้นมีสถานะยิ่งใหญ่กว่าโม่เซินมาก

"เจ้านี่ ! "

ซูชูวได้แต่ชะงักไปเพราะนางก็รู้ดีว่าหลินเทียนนั้นไม่กลัวอะไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ดี

มู่ชิงและฉีดงได้แต่มองไปที่กันและกันโดยที่อดยิ้มออกมาอย่างขมขื่นไม่ได้

"นิสัยของเจ้าหนูนี่มันไม่เกรงกลัวอะไรเลยจริงๆ ไม่รู้ว่านี่มันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่กันแน่"

มู่ชิงและฉีดงได้แต่มองไปรอบๆอย่างหมดหนทาง

เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่กลางเวทีคนเดียวแล้วผู้ชมทั้งหลายก็ตระหนักถึงอีกเรื่องหนึ่ง

"การทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายในมีผู้ชนะเพียงคนเดียว "

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 090

คัดลอกลิงก์แล้ว