เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี)ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 70 อาชีพผู้มั่งคั่ง

(ฟรี)ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 70 อาชีพผู้มั่งคั่ง

(ฟรี)ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 70 อาชีพผู้มั่งคั่ง


หลังจากที่เซวียนห่าวอธิบายเรื่องนักปรุงโอสถให้กับชิงอี้เสร็จ นางก็ราวกับจะต้องการฟังเรื่องนี้อย่างเจาะลึก

“หากเจ้าต้องการรู้เรื่องเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ข้าแนะนำให้เจ้าไปที่โถงปรุงโอสถของนิกายกระบี่ล่องนภา แม้พวกเขาจะไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็ยังสามารถเล่าสิ่งต่าง ๆ ให้เจ้าได้ดีกว่าข้า!” เมื่อเซวียนห่าวพูดจบ ชิงอี้ก็รีบวิ่งไปที่โถงโอสถในทันที

“เฮ้อ...” เซวียนห่าวถอนหายใจเล็กน้อย เขาต้องอธิบายเรื่องนักปรุงโอสถให้นางเป็นเวลานับชั่ว เขาหาที่ ๆ สงบก่อนจะใช้ระบบของเขาในทันที

เมื่อเซวียนห่าวเปิดใช้ระบบของเขา เขาก็ตระหนักว่าตนได้รับภารกิจใหม่

[ภารกิจเสริม: ศิษย์ชิงอี้กลายเป็นปรุงโอสภขั้นฝึกหัด]

[รางวัล: ความรู้และทักษะนักปรุงโอสถขั้นเชี่ยวชาญ]

ภารกิจเสริมนั้นเกี่ยวข้องกับชิงอี้ เขาต้องทำให้นางกลายเป็นนักปรุงโอสถขั้นฝึกหัด แต่ปัญหาของเซวียนห่าวคือ เขาในตอนนี้ไม่มีความรู้ศาสตร์ปรุงโอสถมากนัก หากจะเปรียบเทียบเขากับนักปรุงโอสถทั่วไป เขาก็คงเป็นนักปรุงโอสถขั้นเริ่มต้นที่ต่ำกว่าขั้นฝึกหัดเท่านั้น

ขั้นต่าง ๆ ของนักปรุงโอสถบ่งบอกถึงความสามารถในการปรุงโอสถของพวกเขา ขั้นฝึกหัดนั้นสามารถปรุงโอสถที่มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกตนขอบเขตก่อตั้งรากฐานได้ แต่นักปรุงโอสถขั้นเริ่มต้นสามารถปรุงโอสถให้กับผู้ฝึกตนขอบเขตรวมปราณเพียงเท่านั้น

ระดับขั้นของนักปรุงโอสถมีดังนี้ นักปรุงโอสถขั้นเริ่มต้น, นักปรุงโอสถขั้นฝึกหัด, นักปรุงโอสถขั้นชำนาญ, นักปรุงโอสถขั้นเชี่ยวชาญและนักปรุงโอสภขั้นปรมาจารย์

จากสิ่งที่เซวียนห่าวรู้ ในอาณาจักรนภาสวรรค์มีนักปรุงโอสถขั้นเชี่ยวชาญเพียงผู้เดียวเท่านั้นและเขาก็ยังเป็นสมาชิกในราชวงศ์ แม้แต่จักรวรรดินภาที่ปกครองอาณาจักรนภาสวรรค์ก็ยังมีเพียงนักปรุงโอสถเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นักปรุงโอสถที่เหนือกว่านั้นยิ่งไม่ต้องกล่าวสิ่งใด แม้แต่นักปรุงโอสถในจักรวรรดิใหญ่ก็ยังต้องติดอยู่ในขั้นปรมาจารย์เพียงเท่านั้น

ผู้ที่ก้าวข้ามนักปรุงโอสถขั้นปรมาจารย์คนสุดท้ายนั้นได้ออกจากทวีปเอวาเรียไปเช่นเดียวกับผู้นึกฟันอมตะ พวกเขาทั้งสองไม่เคยหวนกลับมายังที่แห่งนี้อีก...

“ข้าไม่ควรคิดเรื่องนี้...” เซวียนห่าวห่าวส่ายหัวทันที เขาจะต้องช่วยชิงอี้เป็นนักปรุงโอสถให้ได้ หากเขาได้กลายเป็นนักปรุงโอสถหรืออาจารย์ของนักปรุงโอสถที่เก่งกาจ ในอนาคตข้างหน้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสิ่งใด

ทั่วทั้งทวีปเอวาเรียนั้นรู้ดีว่าไม่ควรไปทำให้นักปรุงโอสถขุ่นเคือง ไม่มีผู้ใดจะรู้ได้ว่านักปรุงโอสถที่เห็นนั้นปรุงโอสถมามากน้อยเพียงใด

หากนักปรุงโอสถผู้นั้นคือขั้นปรมาจารย์ เพียงแค่คำพูดเพียงคำเดียว เขาก็สามารถเรียกผู้ฝึกตนขอบเขตราชันมาช่วยตนได้

แม้นักปรุงโอสถจะมีอำนาจเท่าใด แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับอาชีพที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดเช่นผู้รักษา ผู้รักษาถือเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่แยกย่อยมาจากนักปรุงโอสถ พวกเขาสามารถปรุงโอสถ, รักษาอาการยาดเจ็บหรือรักษาโรคภัยได้นานาชนิด หากผู้รักษาผู้นั้นสามารถใช้ศาสตร์ปรุงโอสถได้ เขาก็จะพิเศษมากยิ่งขึ้น

นี่หมายความว่า หากเขาเป็นผู้รักษาขั้นปรมาจารย์ เขาก็เป็นนักปรุงโอสถขั้นปรมาจารย์เช่นกัน

เพราะเหตุนี้ ผู้รักษาจึงเป็นอาชีพที่หายากที่สุดในทวีปเอวาเรีย

ผู้รักษาไม่เพียงแต่จะขอความช่วยเหลือจากขอบเขตราชันได้เท่านั้น แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับที่สูงกว่าขอบเขตราชัน ผู้รักษาก็สามารถของความช่วยเหลือได้เช่นกัน เพราะผู้ฝึกตนเหล่านั้นไม่อาจรู้ได้ว่าตนนั้นจะบาดเจ็บเมื่อใด

เมื่อเทียบกับผู้มั่งคั่งอย่างผู้รักษา นักปรุงโอสถก็ไม่ต่างจากคนยากไร้เท่านั้น

“หืม...” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เซวียนห่าวก็หวังว่าชิงอี้จะเป็นผู้รักษาได้ในอนาคต หากนางเป็นเช่นนั้นได้ ความมั่งคั่งของพวกเขาก็จะมากกว่านักปรุงโอสถอย่างยิ่ง

“หากเจ้าเป็นผู้รักษาได้จริง ข้าก็ไม่ต้องห่วงสิ่งใดในอนาคต!” เซวียนห่าวคลี่ยิ้มออกมา เขาหวังว่าจะได้เป็นอาจารย์ของผู้รักษาที่มีผู้ฝึกตนขอบเขตราชันคอยรายล้อม

“เจ้าพูดจริงหรือ!” ในห้องโถงขนาดใหญ่ของนิกายกระบี่ล่องนภา รองจ้าวนิกาย จู๋เฟยทุบโต๊ะอย่างแรง ใบหน้าของจู๋เฟยดูน่าเกรงขามอย่างมาก

โต๊ะนั้นพังลงทันทีที่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดเช่นเขาทุบ เศษซากกาน้ำชาและอื่น ๆ แตกกระจายไปทั่วพื้น

“ใจเย็นเฟยเฟย เราไม่สามารถหุนหันพลัยแล่นได้!” จ้าวนิกายเฟิงเฉินพยายามเกลี้ยกล่อมจู๋เฟยที่กำลังคลุ่มคลั่ง

“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรกัน! เจ้าพวกสารเลวนั่นกำลังนำผู้คนออกจากอาณาเขตของเราอย่างชัดเจน ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสเซวียนรู้เรื่องนี้ เราจะใช้เวลานานเท่าใดในการตระหนักถึงนิกายนวาระทมิฬได้อย่างไรกัน!”

“จากสิ่งที่ผู้อาวุโสเซวียนกล่าวมา เจ้าพวกสารเลวนั่นได้บ่มเพราะวิชามารและดูดกลืนพลังปราณจากผู้อื่น! ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรที่รู้ถึงเรื่องนี้” จู๋เฟยยืนขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยวและเหวี่ยงหมัดทำลายข้าวของที่อยู่ในโถงนั้น

“ข้าจะกล่าวเรื่องนี้ต่ออาณาจักรนภาสวรรค์ สำหรับเคล็ดวิชามารนั้น มันถือเป็นสิ่งต้องหามในอาณาจักรแห่งนี้ หากพวกมันใช้เคล็ดวิชานั่นอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ข้าเกรงว่าอาจเกิดเรื่องร้าย ๆ ในอนาคตอันใกล้” เฟิงเฉินกล่าวด้วยใบหน้าดุดัน ก่อนที่จู่เฟยผู้โกรธเกรี้ยวจะเดินออกจากโถงนี้ไป

“ข้าหวังว่าเรื่องที่ข้ากังวลจะไม่เกิดขึ้น...” เฟิงเฉินพึมพำกับตนเองก่อนจะออกจากโถงนี้ไปเช่นกัน

พวกเขาโต้เถียงเรื่องที่เซวียนห่าวได้พบเผชิญกับผู้ฝึกตนมารในเมืองอาทิตย์สาดส่อง

“นี่มันเรื่องอันใดกัน...” คนรับใช้เข้าไปในโถงที่ว่างเปล่าในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขารู้สึกราวกับว่าน้ำตากำลังคลอเบ้า

สิ่งที่จู๋เฟยพังลงนั้น แม้จะผ่านไปสามวันก็ยากจะทำความสะอาดได้หมดจด

จบบทที่ (ฟรี)ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 70 อาชีพผู้มั่งคั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว