เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 51 บิดาของข้า

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 51 บิดาของข้า

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 51 บิดาของข้า


“ท่านอาจารย์!” ขณะที่พวกเขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ชิงอี้ก็ร้องเรียกอย่างตื่นเต้นขณะที่นางชี้ไปยังเมืองที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในระยะไกล

พวกเขาออกจากทะเลทรายฝุ่นแดงมาแล้วกว่าห้าชั่วโมง พวกเขาหยุดเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อให้ชิงอี้ได้พักผ่อน การยืนบนกระบี่บินนั้นไม่สะดวกสบายมากนัก

“ข้าเข้าใจแล้ว เราจะลงจอดห่างจากเมืองเล็กน้อยและค่อยเดินไปที่นั่น ข้าไม่อยากให้ผู้คนตื่นตระหนก...” เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของกลุ่มโจรและกองคาราวานทำให้เซวียนห่าวไม่อยากทำให้คนอื่นตื่นตระหนกเช่นนั้น

พวกเขาลงจอดในป่าใกล้ ๆ เซวียนห่าวและชิงอี้ก็กระโดดออกจากกระบี่และเก็บมันในทันที

พวกเขาเดินต่อไปอีกไม่นานนักและทั้งคู่ก็มาถึงประตูเมืองในไม่ช้า

ที่ประตูเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากมายในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนจากหมู่บ้านรอบ ๆ ที่มาชมการประลองรุ่นเยาว์ที่กำลังจะมาถึง

เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดว่าใครสามารถเข้าร่วมการประลองได้ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากเข้าร่วมการประลองรุ่นเยาว์ครั้งนี้ มันคือโอกาสที่จะทำให้พวกเขาโดดเด่นและอาจได้รับคัดเลือกจากตระกูลชิงหรือตระกูลไป๋!

นอกเหนือจากนั้น รางวัลก็ไม่เลวเช่นกัน มันทำให้รุ่นเยาว์จำนวนมากเข้าร่วม จะมีใครกันเล่าที่กล้าปฏิเสธศิลาวิญญาณเช่นนั้น?

“โปรดแสดงตราประจำตัวหรือจ่ายสิบเหรียญทองด้วย” ขณะที่พวกเขาเดินไปที่ทางเข้าของเมืองอาทิตย์สาดส่อง ผู้คุ้มกันก็เข้ามาหยุดพวกเขา

เซวียนห่าวยิ้มอย่างเชื่องช้าเมื่อเขาได้ยินว่าผู้คุ้มกันขอเหรียญทอง เหรียญทองเป็นสกุลเงินปกติของมนุษย์และหาได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับศิลาวิญญาณ ศิลาวิญญาณก้อนเดียวสามารถมีมูลค่าราวห้าร้อยถึงหนึ่งพันเหรียญทอง!

เซวียนห่าวผู้เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดที่น่านับถือ เหตุใดเขาจึงต้องพกสิ่งเช่นเหรียญทองติดตัวไปด้วย?

“เจ้าจะไม่จ่ายหรือ?” ผู้คุ้มกันหรี่ตาลงและค่อย ๆ วางมือบนกระบี่ขณะที่เขาถามอย่างขู่เข็ญ

สหายนี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เซวียนห่าวกรีดร้องอย่างเงียบ ๆ และหันกลับมามองศิษย์ของเขาอย่างมีความหวัง

ชิงอี้มองไปที่ดวงตาที่คาดหวังของอาจารย์และถอนหายใจ อาจารย์ของนางเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด การพกเหรียญทองนั้นคงเป็นเรื่องที่หาได้ยาก...

“นี่ตราของข้า” ชิงอี้หยิบตราของนางออกมาและก้าวไปข้างหน้าก่อนที่จะมอบให้กับผู้คุ้มกัน เขารับตราจากมือของนางอย่างระมัดระวังและตรวจสอบมัน

“ท่านหญิงชิงอี้! ข้าขอโทษที่หยาบคายไปก่อนหน้านี้! ท่านกับลุงของท่านสามารถเข้าไปได้ทุกเมื่อที่ท่านต้องการ!”

เขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้คุ้มกันคนนี้มองชิงอี้ด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปากของเขา

เซวียนห่าวพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่โกรธเคืองผู้คุ้มกันผู้นั้น เขาอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น เขาจะเป็นลุงได้อย่างไร?

เหตุใดเขาจึงไม่เรียกข้าว่าพี่ใหญ่ของนาง!

เซวียนห่าวมองไปที่ผู้คุ้มกันที่มีท่าทางราวกับหมากำลังกระดิกหาง เขาในตอนนี้เหมือนกับหญิงสาวผู้เห็นพี่ชายของตนเป็นครั้งแรก เซวียนห่าวตัดสินใจที่จะเพิกเฉยและแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งนั้น

ชิงอี้ก็ถอยหลังไปเล็กน้อยเพราะนางไม่คาดคิดว่าผู้คุ้มกันจะทำตัวเช่นนั้น

“ข้าเข้าใจแล้ว... กลับไปทำหน้าที่ของเจ้าก่อนหน้านี้เถิด” ชิงอี้รับตราของนางคืนจากผู้คุมและรีบเข้าไปในเมืองพร้อมกับเซวียนห่าวขณะที่นางจ้องไปที่ผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างหลังอย่างระมัดระวัง

“ตระกูลเจ้าอยู่ที่ใดกัน?”

“อัก!” ชิงอี้กระตุกจากคำถามกะทันหันเช่นนี้ นางหันกลับไปมองเซวียนห่าวและตระหนักว่านางไม่ได้กล่าวถึงอาณาเขตของตระกูลให้เขาฟัง

“ตามข้ามา อาณาเขตของตระกูลชิงส่วนใหญ่นั้นอยู่ใจกลางเมือง ส่วนรอบนอกส่วนใหญ่ดูแลโดยตระกูลไป๋” ขณะที่นางกำลังพูด ชิงอี้ก็นำทางผ่านเมืองที่พลุกพล่าน ในไม่ช้าทั้งคู่ก็ยืนอยู่หน้าประตูเล็ก ๆ ที่นำไปสู่ใจกลางเมือง

ชิงอี้เดินขึ้นไปที่ประตูเล็กและพูดคุยกับผู้คุ้มกันคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า

เอี๊ยด!

ประตูบานเล็กค่อย ๆ เปิดออกจนเกิดเสียงลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด ชายวัยกลางคนผู้หล่อเหลาและร่างสูงก็เดินออกมา

“อี้เอ๋อ! เจ้ากลับมาแล้วรึ!” ชายคนนั้นร้องออกมาอย่างมีความสุขขณะที่เขาวิ่งไปหาชิงอี้

“พ่อ!” ชิงอี้ร้องเรียกกลับขณะที่นางวิ่งไปหาพ่อของนางและสวมกอดเขา

เซวียนห่าวมองไปที่พ่อของชิงอี้ในขณะที่ทั้งสวมกอดกัน เซวียนห่าวเห็นว่าเขาอยู่ในขอบเขตควบแน่นแก่นแท้ขั้น 6 ไม่ใช่ขั้น 5 เหมือนที่เขาได้ยินมาจากชิงอี้

ดูเหมือนว่าเขาได้ทะลวงผ่านและมาถึงขอบเขตควบแน่นแก่นแท้ขั้น 6 ในช่วงหกเดือนชิงอี้ออกจากตระกูลไปเสียแล้ว

“หืม!” เมื่อเซวียนห่าวเห็นว่าทั้งคู่จะไม่หยุดกอดกันในเร็ว ๆ นี้ เขาจึงขัดความสุขของพ่อลูกคู่นี้

“ท่านพ่อ นี่คืออาจารย์ของข้า เขาเป็นผู้อาวุโสหลักของนิกายกระบี่ล่องนภาและยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด” เมื่อชิงอี้ตระหนักว่าอาจารย์ของนางยังคงอยู่ที่นี่ ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยขณะที่นางผลักพ่อออกไปและเริ่มแนะนำเซวียนห่าวอย่างรวดเร็ว

“ข้าชื่อชิงหยาง ข้าได้ยินว่าท่านรับลูกสาวของข้าเข้าเป็นศิษย์ ข้าหวังว่านางจะไม่ได้สร้างปัญหาใด ๆ แก่ท่าน” ชิงหยางหันไปเผชิญหน้ากับเซวียนห่าวและโค้งคำนับเล็กน้อยขณะที่เขาพูดด้วยความเคารพ

“พ่อ เหตุใดจึงพูดเช่นนี้!” ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อของนางพูด ชิงอี้ดึงแขนของเขาและพยายามทำให้เขาขยับ

“ฮ่าฮ่า ไม่เลย ๆ นางทำได้ดีมากในฐานะศิษย์” เซวียนห่าวยิ้มกว้างและหยอกล้อ ชิงอี้อีกเล็กน้อย

“...” ใบหน้าของนางแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ชิงอี้ไม่ได้พูดอะไรและวิ่งเข้าไปในบ้านของนาง

“ฮ่าฮ่า พวกเราควรเข้าไปกันหรือไม่?” ชิงหยางยิ้มเมื่อเห็นลูกสาวของเขาเขินอายเช่นนี้ ชิงหยางหัวเราะอย่างมีความสุขขณะที่เขาเชิญเซวียนห่าวเข้าไปข้างใน

“แน่นอน” เซวียนห่าวไม่ต้องการถูกชิงอี้ทิ้งไว้ข้างหลังมากเกินไปจึงตอบตกลงและเดินไปที่บ้านของตระกูลชิงพร้อมกับชิงหยางผู้เป็นพ่อของชิงอี้

จบบทที่ ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 51 บิดาของข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว