เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 32 เริ่มบ่มเพาะได้เสียที

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 32 เริ่มบ่มเพาะได้เสียที

ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 32 เริ่มบ่มเพาะได้เสียที


เมื่อเซวียนห่าวฝากชิงอี้ไว้กับจื่อหรัวแล้ว เซวียนห่าวก็ถอยกลับเข้าไปในห้องของเขา

เซวียนห่าวต้องการสอนชิงอี้เกี่ยวกับเคล็ดวิชาบ่มเพาะเพลิงสวรรค์ในทันที แต่นางนั้นหลับไหลอยู่ เซวียนห่าวจึงตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือไปกับการบ่มเพาะในห้องของเขา อย่างน้อยระบบก็ไม่ได้ขัดขวางเขาจากการบ่มเพาะและเขายังสามารถก้าวหน้าได้แม้จะไม่ได้พึ่งระบบ แม้ว่าจะค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับความก้าวหน้าที่ระบบนำมาให้

เขานั่งเงียบ ๆ อยู่ในห้องเพื่อบ่มเพาะ เวลาผ่านไปไม่นานนัก ดวงอาทิตย์ก็ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาในระยะไกล

เซวียนห่าวมองไปที่ที่ชั้นหนังสือที่เขาวางเคล็ดวิชาบ่มเพาะเพลิงสวรรค์ไว้

วันนี้เซวียนห่าวได้ตัดสินใจที่จะช่วยชิงอี้ในการบ่มเพาะ ตอนนี้นางได้ปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ของนางแล้ว สิ่งนี้จำเป็นยิ่งกว่าการฝึกเคล็ดวิชากระบี่ของนางเสียอีก

เซวียนห่าวไปที่ห้องของชิงอี้ในทันทีและเคาะเบา ๆ ที่ประตู

“นั่นจื่อรั่วหรือ… อาจารย์ ! รอประเดี๋ยว !” ชิงอี้ที่เปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงียได้ตื่นขึ้นทันทีที่เห็นผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตู นางรีบกลับเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

“ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือ !” ชิงอี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ชิงอี้ถามอย่างกระวนกระวายใจ นางยังคงสับสนกับการปรากฏตัวของเซวียนห่าวในตอนเช้าตรู่เช่นนี้

“เจ้าได้ปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแล้ว ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่เจ้าจะได้บ่มเพาะแล้วเช่นกัน ข้าได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับกายาศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าไว้แล้ว หากเจ้าพร้อมก็มาที่ลานฝึกฝน”

“เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ ข้าจะไปที่นั่นทันที !”

“เจ้าไม่ต้องรีบร้อน ไปทานข้าวที่โรงอาหารเสียก่อน”

“เจ้าค่ะ !” เมื่อชิงอี้ได้ยินสิ่งที่เซวียนห่าวกล่าว นางก็รู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย

การได้บ่มเพาะอีกครั้งทำให้นางตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เมื่อนางตื่นขึ้น สิ่งแรกที่นางพยายามทำคือการบ่มเพาะ ความเร็วของการบ่มเพาะของนางแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้นางเกิดความรู้สึกมึนงง

นางรู้สึกว่าฐานการบ่มเพาะของนางเพิ่มขึ้นหลังจากปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้นางแข็งแกร่งกว่าชิงเฉินอี้เสียอีก !

การเปลี่ยนจากพรสวรรค์ธรรมดา ๆ ไปสู่พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ชิงอี้รู้สึกมีความสุขอย่างมากในขณะนี้ นางรู้สึกราวกับได้ก้าวขึ้นอีกขั้นในทันที

“ข้าได้ยินมาว่าอาจารย์ได้เข้าสู่ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดเมื่ออายุเพียงยี่สิบเอ็ดปีเพียงเท่านั้น มีคนไม่กี่คนที่อยู่นอกนิกายกระบี่ล่องนภาที่จะรู้เรื่องราวของอาจารย์ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นกัน? แม้แต่ข้าก็เพิ่งรู้จักอาจารย์เมื่อเข้าสู่นิกายกระบี่ล่องนภาเท่านั้น...” ขณะที่นางเดินไปที่โรงอาหาร ชิงอี้ก็คิดถึงอาจารย์ของนาง นางคิดว่าไม่มีคนจากนอกนิกายกระบี่ล่องนภาที่จะรู้จักเขา

สิ่งเดียวที่ทุกคนรู้จักเขาก็คือเขาเป็นผู้อาวุโสหลักของนิกายกระบี่ล่องนภาและเป็นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด

ชิงอี้รู้สึกว่ามันน่าสงสัยอย่างมาก แม้ว่านิกายกระบี่ล่องนภาจะพยายามซ่อนมันมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีสายลับจากที่ต่าง ๆ ที่ทำให้อายุของอาจารย์ของนางแพร่หลายใน นิกายกระบี่ล่องนภา

มีบางคนไม่เชื่อว่าเขาจะไปถึงขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดตั้งแต่ยังอายุยี่สิบเอ็ดปี มันเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อสำหรับคนส่วนใหญ่และหากนางไม่ได้เข้าร่วมนิกายกระบี่ล่องนภา นางคงคิดว่าอาจารย์ของนางเป็นชายชราอายุมากกว่าร้อยปีไปเสียแล้ว

การฟื้นคืนความเยาว์วัยเป็นเรื่องง่ายของผู้ที่อยู่ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด แม้ว่าใครจะมองว่าเขาอายุยี่สิบปี แต่เขาก็อาจมีอายุหลายร้อยปีก็เป็นได้

การที่มีผู้ที่ไปถึงขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดเมื่ออายุยี่สิบเอ็ดปีคงเป็นการโฆษณาที่ยอดเยี่ยมว่านิกายและการบ่มเพาะของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากและนั้นยอดเยี่ยมมากเพียงใด... นอกจากนี้ยังทำให้เหล่ารุ่นเยาว์ขยันบ่มเพาะมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“ชิงอี้?”

“อ้าก !” ชิงอี้ยกมือขึ้นข้างหน้าตัวเองเพื่อตั้งท่าป้องกัน นางมองตรงไปยังดวงตาของเจิ้งซื่อฮั่นที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง

“เจ้าไม่สบายหรือ ข้าเรียกเจ้าเป็นสิบรอบเจ้าก็ยังไม่ตอบข้า... จื่อหรัว นางอยู่ที่ใดกัน” เจิ้งซื่อฮั่นถามออกมา

“จื่อหรัวหรือ? นางยังคงหลับอยู่เมื่อตอนที่ข้าจากมา ข้ากำลังคิดบางอย่างอยู่...”

“งั้นหรือ เราไปทานข้าวกันก่อนเถอะ ข้าหิวแล้ว !”

เจิ้งซื่อฮั่นและชิงอี้คุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะไปไปทานอาหารเช้า

ก่อนจากไปกันเจิ้งซื่อฮั่นกล่าวกับชิงอี้เกี่ยวกับการประลองศิษย์ใหม่ที่กำลังจะมาถึงสำหรับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้านิกาย ผู้ชนะจะได้รับสมบัติปฐพีและศิลาวิญญาณจำนวนมาก

แม้แต่อันดับสองและสามก็จะได้สมบัติ ในขณะที่สิบอันดับแรกจะได้รับศิลาวิญญาณและสมบัติที่อ่อนแอกว่า

ก่อนที่จะปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ ชิงอี้ไม่แม้แต่จะกล้าเข้าร่วมการประลองศิษย์ใหม่

แต่ตอนนี้นางอยู่ในขอบเขตรวมปราณขั้น 7 นางมีโอกาสติดสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน ชิงอี้จึงตัดสินใจที่จะถามอาจารย์ของนางเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประลองศิษย์ใหม่

นางมุ่งหน้ากลับไปที่ลานฝึกตามที่อาจารย์ของนางกล่าว ในที่สุดนางก็จะได้เรียนรู้เคล็ดวิชาบ่มเพาะจากอาจารย์ของนางเสียที !

เมื่อเทียบกับสิ่งที่ตระกูลชิงมี สิ่งที่อาจารย์มอบให้นางนั้นเหมาะสมกับนางมากกว่าเป็นไหน ๆ

จบบทที่ ระบบยอดอาจารย์บ่มเพาะศิษย์ ตอนที่ 32 เริ่มบ่มเพาะได้เสียที

คัดลอกลิงก์แล้ว