เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 084

Divine King Of All Directions - 084

Divine King Of All Directions - 084


Divine King Of All Directions - 084

 

คำพูดของหลินเทียนนั้นฟังดูราบเรียบเป็นอย่างมากแต่ก็แฝงไปด้วยความหยาบคาบดังนั้นหลงซิ่วและคนอื่นๆถึงได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

"อวดดีนักนะ ! "

หลงฉางได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เร็วๆ รีบๆรุมมันซะ !"

หลายๆคนได้พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

ศิษย์เก่าสิบกว่าคนกลับถูกศิษย์ใหม่ดูถูกนี่มันจะให้พวกเขารู้สึกดีได้อย่างไรกัน

พวกเขาเป็นผู้สำเร็จทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายดังนั้นถึงสำแดงพวกมันออกมาพร้อมๆกันจนทำให้เวทีถึงกับสั่นสะท้าน

คลื่นกระบี่มากมายแหวกว่ายอยู่ในอากาศพร้อมทั้งส่งแรงกดดันไปยังหลินเทียน

"น่ากลัวจริงๆ !"

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกาย 17 คนแสดงทักษะระดับสูงนี่มัน....."

"เจ้านั่นจะป้องกันได้ ? "

ผู้ชมทั้งหลายล้วนจดจ่อเป็นสายตาเดียวกัน

หลินเทียนคนเดียวปะทะกับศิษย์ 24 คนแถมตอนนี้ก็ยังหมดสภาพไปแล้วด้วย 7 คนดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ใครหลายคนรู้สึกสนใจในความสามารถทางร่างกายของเขามากๆ

หลินเทียนที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรงเหล่านี้ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งย่อตัวลงเล็กน้อย

"กระบี่วายุสะท้าน ! "

คำพูดนี้ได้ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขา

ไม่นานคลื่นกระบี่อันรุนแรงก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงปะทะกันอย่างดังพร้อมทั้งผลลัพธ์ที่ว่าทักษะระดับสูงทั้งหลายต่างถูกทำลายโดยคลื่นกระบี่นี้

"กระบี่วายุสะท้านกระบวนท่าสุดท้ายของทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้าน ? เป็นไปได้ยังไงกัน ! "

ทั้ง 17 คนต่างแสดงใบหน้าที่เปลี่ยนสีออกมา

ไม่เพียงพวกเขาเท่านั้นแต่ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดทั่วเวทีต่างมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

ศิษย์ภายในทั้งหลายก็ไม่ต่างกัน

"กระบี่วายุสะท้าน นี่เขาบรรลุแม้แต่กระบวนท่าสุดท้าย ! "

"นี่คือพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ? น่าก ัวจริงๆ "

"การต่อสู้นี้จะต้องมีเรื่องให้ประหลาดใจแน่นอน "

หลายๆคนได้แต่จดจ้องไปยังเวทีตรงหน้า

ไม่มีใครพบเลยว่าในหมู่ศิษย์ภายนอกเหล่านี้ต่างมีแววตาที่เปล่งประกายอย่างมาก

.........

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีได้ใช้คลื่นกระบี่ทำลายล้างทักษะทั้งหมดไปหลังจากนั้นก็พุ่งเข้าประชิดศิษย์คนหนึ่งอย่างรวดเร็ว

โครม ! เท้าของเขาได้เตะไปที่หน้าท้องของศิษย์คนนั้นก่อนที่จะส่งเขาลอยออกไปนอกเวทีอีกคน

เมื่อมองออกไปแล้วเขาได้ยกมือซ้ายขึ้นก่อนที่จะใช้ฝ่ามือเงาโจมตีซ้ำ

"อั๊ก ! "

ศิษย์คนนั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะล่วงหล่นลงไปนอกเวทีด้วยสภาพน่าอนาถ

"ระยำเอ้ย ! "

หลงซิ่วและหยงฉางได้เปิดฉากการโจมตีพร้อมๆกัน

ทั้งสองนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9ซึ่งเป็นผู้สำเร็จทักษะระดับสูงที่แข็งแกร่งด้วย

หลินเทียนที่ต้องรับการโจมตีของพวกเขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย

กระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะฟาดฟันออกไปปะทะกับหอกอันหนักหน่วงของหลงซิ่ว

การปะทะกันทำให้ก่อเกิดประกายไฟขึ้นก่อนที่ใบหน้าของหลงซิ่วจะเปลี่ยนสีไปแล้วดึงหอกกลับมา

"รับไปซะ ! "

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ง้าวของหยงฉางได้ฟาดลงมาก่อนที่จะแทงไปยังตำแหน่งหน้าท้องของหลินเทียน

พวกเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ดังนั้นการโจมตีถึงได้แฝงไปด้วยความรุนแรงถึงตาย

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบเช่นเคย เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ได้หมุนวนก่อนที่จะสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวนี้แล้วกวัดแกว่งกระบี่ใบมือขวาเข้าใส่หยงฉางด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า ด้ามของกระบี่ได้พุ่งเข้าปะทะกับหน้าท้องของหยงฉางก่อนที่จะส่งผลให้เขากระเด็นออกไป

ทันใดนั้นเองที่ร่างของเขาได้ย่อลงเพื่อหลบการโจมตีของศิษย์อีกคนก่อนที่จะเหวี่ยงลูกเตะเข้าไปปะทะกับหลงซิ่วจนทำให้ร่างของหลงซิ่วส่ายไปทั้งตัว ในเวลานี้เองที่หลินเทียนได้หอกที่กำลังแทงเข้ามามาศีรษะแล้วเหวี่ยงร่างของผู้ใช้ไปทางหลงซิ่วแทน

"โครม ! "

พวกเขาได้ปะทะกันก่อนที่จะกระเด็นออกไป

จนถึงตอนนี้เองที่หลินเทียนได้เคลื่อนไหวต่อพร้อมทั้งหยิบกระบี่ที่โยนเข้าใส่หยงฉางเมื่อครู่ขึ้นแล้วสำแดงทักษะกระบี่ทำลายล้างออกมา

"!"

"!"

"!"

เสียงร้องของศิษย์สามคนได้ดังขึ้นก่อนที่จะถูกคลื่นกระบี่พัดจนสองคนต้องกระเด็นออกไปนอกเวทีและหมดสภาพในทันที

ผลลัพธ์นี้มันทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงไม่เว้นแม้แต่มู่ชิงหรือฉีดงก็ตาม

"ดีมาก มีพรสวรรค์มากๆ ! "

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

การโจมตีผสานระหว่างหลงซิ่วและหยงฉางกลับถูกด้ามกระบี่กระแทกจนกระเด็นออกไปก่อนที่จะหลบการโจมตีของหอกด้านหลังแล้วส่งลูกเตะเข้าใส่หลงซิ่วแล้วใช้ร่างของศิษย์ที่โจมตีด้วยหอกทุ่มเข้าใส่หลงซิ่วก่อนที่จะปิดฉากด้วยทักษะกระบี่ทำลายล้างจนศิษย์อีกสามคนกระเด็นออกไปนอกเวที.........การเคลื่อนไหวเหล่านี้มันเปรียบไดดั่งสายน้ำที่รื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบ

ฉีดงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไอ้หนูนี่มันเกิดมาเพื่อต่อสู้ชัดๆ "

ความสามารถด้านการต่อสู้ขนาดนี้มันเกินกว่าปกติมากๆแม้ว่าฉีดงและมู่ชิงจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะตอนปลายแต่ก็ยังต้องรู้สึกอายเพราะว่าตอนที่พวกเขาอายุเท่าหลินเทียนนั้นไม่สามารถควบคุมแรง ความเร็ว การตอบสนอง จิตสัมผัสได้ขนาดนี้แน่นอน

"นี่มัน........สัตว์ประหลาด ! "

ซูชูซได้พูดกับตัวเอง

เหล่าผู้ชมที่อยู่ใต้เวทีต่างก็แสดงแววตาที่เบิกกว้างออกมา

"สุดยอด !"

"เก่งมาก !"

"งดงามจริงๆ !"

ศิษย์ใหม่หลายคนได้โห่ร้องออกมา

ไม่เพียงแต่ศิษย์ใหม่เท่านั้นเพราะศิษย์เก่าบางคนยังอดไม่ได้ที่จะปรบมือชื่นชม

การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นั้นงดงามเป็นอย่างมากจนส่งผลให้ดวงตาของผู้คนถึงกับเปล่งประกายออกมา ฟ

แน่นอนว่ามีบางคนที่ดูท่าทางไม่ดีเท่าไหร่นัก

"ไอ้ระยำนั่น........."

หลูเชิงได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว

โจวเฮ่าได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มจางๆว่า

"กระวนกระวายอะไรกัน พูดก็พูดยิ่งความสามารถของมันมากก็จะตกลงมาตายอนาถยิ่งกว่าเดิม ยังมีเรื่องสนุกๆให้รอดูอยู่นะ "

เมื่อฟังคำพูดของโจวเฮ่าแล้วท่าทางของหลูเชิงก็ได้เปลี่ยนเป็นดีขึ้นพร้อมทั้งพูดว่า

"อย่างที่นายน้อยว่านั่นแหละ "

โจวเฮ่านั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะและแม้หลินเทียนจะมีพรสวรรค์แต่ยังไงก็อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้น มันยังมีความต่างชั้นกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างพวกเขาว่าหลินเทียนนั้นไม่ใช่คู่มือเลยด้วยซ้ำ

........

หลินเทียนที่อยู่บนเวทียังคงถือกระบี่เอาไว้ด้วยแววตาที่ไม่แยแสสิ่งใด

การก้าวเดินของเขาเป็นไปอย่างช้าๆก่อนที่จะเดินเข้าไปทางศิษย์กว่าสิบคนที่ยังเหลือรอดซึ่งในขึ้นตอนเหล่านี้ก็มีบางคนที่หมดใจสู้แล้วถูกเขาเตะกระเด็นออกไปนอกเวทีพลางส่งเสียงร้องออกมา

"เหลือเพียงแค่ 14 คนเท่านั้น อยากจะรู้เหมือนกันว่าทนได้อีกนานแค่ไหน "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

เขาเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนดั่งภาพมายาก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าศิษย์คนหนึ่ง

"เจ้า....."

ใบหน้าของศิษย์คนนั้นได้เปลี่ยนสีไปอย่างฉับพลัน

อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นก่อนที่ร่างของศิษย์คนนั้นจะกระเด็นออกไปไกลโดยการชกของเขา

ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 13 คน

"ไม่มีทางให้ถอยแล้ว รุมมัน ! "

โม่คงได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

หลังจากที่เขาพูดจบแล้วก็ได้สำแดงทักษะมีดพันวิญญาณออกมาทันทีก่อนที่ภาพร่างใบมีดมากมายจะปกคลุมท้องฟ้าแล้วพุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็วซึ่งครั้งนี้พลังอำนาจของมันรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก

"กระบี่มังกร !"

"ง้าวแห่งความบ้าคลั่ง"

หลงซิ่ว หยงฉางและคนอื่นๆได้คำรามออกมาพร้อมกระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

มีดพันวิญญาณ กระบี่มังกรและง้าวแห่งความบ้าคลั่งนั้นเป็นทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายที่ค่อนข้างโด่งดังซึ่งตอนนี้ทั้งสามคนได้สำแดงทักษะออกมาโดยอาศัยเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ถึงได้สามารถดึงเอาพลังทำลายออกมาได้อย่างเต็มที่

ในเวลาเดียวกันนี้เซ่าหลิน หยางเจิง เซ่าฉีและคนอื่นๆโล้นเปิดฉากโจมตีไปทางหลินเทียน

หลินเทียนที่อยู่ใจกลางผู้คนได้แต่ยิ้มออกมาอย่างดุร้าย

ขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับทักษะมากมายของคนนับสิบแต่เขากลับไม่ได้มีท่าทีว่าจะกลัวหรือสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแม้แต่น้อย พริบตานี้เองที่เขาได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าก่อนที่จะมีเสียง โครม ! ดังออกมา , ในระหว่างที่ผู้คนยังไม่ทันจะตั้งตัวนั้นศิษย์คนหนึ่งก็ได้กระอักเลือดออกมาก่อนที่จะลอยออกไปนอกเวทีซึ่งที่กลางหน้าอกของเขามีรอยเท้าที่เห็นได้อย่างชัดเจน

"เร็วมาก !"

ผู้ชมทั้งหลายต่างหยุดหายใจไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แกร๊ง ! กระบี่ในมือของหลินเทียนได้กวัดแกว่งออกไปปะทะกับหอกของหลงซิ่วก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สีเงินพุ่งทะลุแขนของหลงซิ่วไปจนทำให้แขนของเขาชโลมไปด้วยเลือด ระหว่างที่หลงซิ่วพยายามจะร่นถอยออกไปนั้นก็ได้รับการโจมตีจากลูกเตะของหลินเทียนเข้าที่กลางอกอีกครั้ง

โครม ! หลงซิ่วได้กระเด็นออกไปไกลก่อนที่จะตั้งหลักเอาไว้โดยอาศัยหอกในมือของเขา

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 นี่มันจัดการยากจริงๆแหะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

ทำพูดเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของหลงซิ่วเปลี่ยนเป็นสีม่วงโดยทันที

หลินเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่ในมือของเขาอีกครั้ง

"แกร๊ง ! "

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง !"

การปะทะกันของอาวุธได้ส่งเสียงดังออกมารอบทิศทาง

หลังจากนั้นไม่นานหนึ่งในพวกเขาก็ได้ถูกหลินเทียนถีบกระเด็นออกไปนอกเวทีอีกคน

"! "

เสียงร้องโหยหวนได้ถูกส่งออกมาหลังจากที่หนึ่งในพวกเขาได้ถูกคลื่นกระบี่แทงทะลุหัวไหล่ไปแล้วได้แต่กลิ้งหล่นเวทีลงไป

ผ่านไปอีกไม่ถึงสิบห้านาทีหลายคนที่ต้องเผชิญหน้ากับหลินเทียนต่างแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมาเพราะว่าทั้ง 24 ช่วยกันรุมกำราบหลินเทียนแต่กลับไม่สามารถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำพวกเขากลับเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ไม่เว้นแม้แต่หยงฉางและคนอื่นๆที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 ทั้งสามคน

"นี่มัน......แปลกเกินไปแล้ว !"

"ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนั้น นี่ยังเป็นคนอยู่อีก ? "

"สัตว์ประหลาดชัดๆ ! นี่มันพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด ! "

หลายคนได้แสดงความคิดเห็นออกมา

ชายคนเดียวปะทะกับคู่ต่อสู้ถึง 24 คนแถมยังมาได้ขนาดนี้ ในสายตาของศิษย์ทั้งหลายแล้วหลินเทียนมันเหนือมนุษย์ไปมาก

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง !"

ไม่นานก็ผ่านไปอีกสิบห้านาทีและมีหลายคนที่ถูกหลินเทียนถีบออกไปนอกเวที

"มีดพันวิญญาณ !"

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ดังขึ้นซึ่งโม่คงที่กำลังถือมีดอยู่ก็ได้ปลดปล่อยคลื่นลำแสงเย็นยะเยือกออกไปที่ทำให้ผู้ชมไม่เว้นแม้แต่มู่ชิงและฉีดงต้องมีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาสามารถสัมผัสจิตสังหารได้อย่างชัดเจน

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่ออกไป

กระบี่สายฟ้า !

"ฉ่า!!"

เสียงดังกังวานได้ถูกส่งออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่จะทำลายการโจมตีทั้งหมดแล้วทิ้งบาดแผลเป็นรูลึกเอาไว้ที่ขาขวาของโม่คง หลินเทียนไม่เปิดโอกาสให้มันได้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะพุ่งออกไปกระทืบขาขวาของโม่คงอย่างไม่ปราณี

"อั๊ก !"

โม่คงได้ส่งเสียงกรีดร้องจนใบหน้าบิดเบี้ยวออกมา เขาไม่มีแรงพอที่จะยืนขึ้นแล้วด้วยซ้ำ

ตอนนี้มีเพียงสี่คนที่ยังยืนหยัดอยู่บนเวทีซึ่งนี่ก็หลินเทียนแล้วส่วนอีกสามคนที่เหลือคือ หลงซิ่ว หยงฉางและเซ่าหลิน

"นี่........."

"ชายคนเดียวปะทะ 24 คน........แต่ชนะ "

"สุดยอด !"

ผู้ชมหลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงไปตามๆกัน

เหล่าศิษย์ภายในสำนักทั้งหลายได้แต่พยักหน้าไปตามๆกัน

"การทดสอบเข้าร่วมเป็นศิษย์ภายในได้จบลงแล้ว "

"เป็นการต่อสู่ที่ยอดเยี่ยมมากๆ !"

หนึ่งในนั้นได้พูดออกมาว่า

"เตรียมตัวไว้ หลังจากนี้เราค่อยไปทักทายกับพวกเขา "

ชายคนนี้สวมชุดสีดำและในตอนนี้กลิ่นอายที่ส่งออกมานั้นดูไม่ธรรมดาเป็นอย่างมาก

บนเวที หลงซิ่วและคนอื่นๆไม่ได้รู้สึกโกรธแม้แต่น้อยทว่ากลับกำลังรู้สึกโล่งใจเพราะว่าแม้จะไม่สามารถได้รับยาที่มีมูลค่าหลายหมื่นหรือเงินรางวัลที่โม่คงสัญญาไว้และได้รับความอับอายจากหลินเทียนแต่อย่างน้อยๆพวกเขาก็ยังยืนอยู่บนเวทีเป็นสี่คนสุดท้ายซึ่งไม่นานก็จะได้เลื่อนระดับเป็นศิษย์ภายในสำนักและได้รับทรัพยากรบ่มเพาะอีกมากมาย แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

เซ่าหลิงได้ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยสีหน้าที่มีความสุขเพราะว่าจากเงื่อนไขแล้วคนที่สามารถยืนอยู่ได้นั้นคือหลินเทียนไม่ใช่โม่คงและอีกอย่างพวกเขาก็อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9ซึ่งเรียกได้ว่าตอนนี้เขาได้รับประโยชน์อย่างดีงาม

ชายวัยกลางคนที่อยู่ใต้เวทีที่รับหน้าที่ดูแลการทดสอบเองก็ได้มองไปทางฉงดงและมู่ชิงก่อนที่จะพบว่าทั้งสองได้พยักหน้าให้ดังนั้นถึงเข้าใจได้ทันที เขาได้ก้าวขาขึ้นมาบนเวทีเพราะว่าการทดสอบได้จบลงแล้วและจะได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเลื่อนระดับเป็นศิษย์ภายในสำนัก

"ดี !"

ซูชูวได้พูดออกมา

เหล่าผู้ชมต่างถอนหายใจพร้อมกับรอให้ชายวัยกลางคนขึ้นไปประกาศผลบนเวที

แต่ ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง

หลินเทียนที่อยู่กลางเวทีได้หันกระบี่เข้าใส่ทั้งสามคนที่ยังยืนอยู่

ผู้ชมทั้งหลายได้แต่แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไป

"นี่หลินเทียนคิดจะทำอะไรน่ะ ? "

"ยังไม่จบ ? "

หลายคนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

แม้แต่ชายวัยกลางคนเองก็แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเช่นกันและอดไม่ได้ที่จะหยุดเท้าลง

"โม่คงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้แล้วดังนั้นถึงหมดสิทธิ์ส่วนเราก็เหลือกันสี่คนแล้ว "

หลงซิ่วได้พูดต่อว่า

"ท่านผู้อาวุโส ท่านบอกว่าสี่คนสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่บนเวทีจะเป็นผู้ชนะแล้วท่านยังรออะไรอยู่ !"

"ใช่ แน่นอนว่าผู้อาวุโสพูดแบบนั้น"

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแสก่อนที่จะก้าวเดินออกไปขณะที่กระบี่ในมือได้สะท้อนแสงเป็นประกายเย็นยะเยือกแล้วพูดต่อว่า

"แต่เจ้าคิดว่าเจ้าจะยังได้ยืนอยู่อีกงั้นหรอ !"

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 084

คัดลอกลิงก์แล้ว