- หน้าแรก
- ราชันย์ผู้เนรมิตโลกมายา
- บทที่ 30 การคัดเลือก
บทที่ 30 การคัดเลือก
บทที่ 30 การคัดเลือก
บทที่ 30 การคัดเลือก
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ ที่ทำให้คุณหลี่ต้องมานั่งรถไฟใต้ดินแบบนี้”
บ่ายวันจันทร์ รถไฟใต้ดินเมืองหนิงเจียงสาย 2 ช่วงต่อขยายคนค่อนข้างบางตา สวี่รุุ่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยกับหลี่รั่วเสวียนที่นั่งข้างๆ
“ไม่เป็นไรหรอก รถไฟใต้ดินก็สะดวกดีนะ แล้วอีกอย่าง...”
หลี่รั่วเสวียนยิ้ม ก่อนจะเสริมว่า
“ไม่ต้องเรียกฉันว่า 'คุณหลี่' หรือ 'พี่เสวียน' หรอก มันฟังดูแก่ยังไงไม่รู้ ฉันเพิ่งเรียนจบมาได้ปีเดียวเอง เรียก 'รั่วเสวียน' เฉยๆ ก็ได้ คนในกองบรรณาธิการก็เรียกฉันแบบนี้ทั้งนั้น”
“โอเคครับ”
สวี่รุ่ยไม่ถือสาอะไรมาก นับตั้งแต่เริ่มสร้างแอนิเมชัน หลี่รั่วเสวียนก็แทบจะกลายเป็นพนักงาน Bilibili ไปแล้ว เธอมาที่บริษัทแทบวันเว้นวัน ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ เข้าถึงง่าย ทำให้สนิทสนมกับพนักงานคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่กับอีเชียนเชียนที่ปกติจะเย็นชากับคนนอก หลี่รั่วเสวียนก็ยังชวนคุยเรื่องแอนิเมชันได้เป็นวรรคเป็นเวร
“ห้องอัดเสียงอยู่แถวถนนอวี้หลาน นั่งรถไฟใต้ดินไปอีกสามสถานีครับ”
สวี่รุ่ยเหลือบดูแผนที่เส้นทาง
“...ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะคะ พี่ซวิน?”
ทันใดนั้น จากอีกฝั่งของตู้โดยสาร หญิงสาวที่ยืนพิงประตูพึมพำบางอย่างออกมา ทำให้สวี่รุ่ยต้องหันไปมอง
แม้จะมีที่นั่งว่าง แต่เธอกลับเลือกที่จะยืน หญิงสาวดูน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับสวี่รุ่ย ผมยาวดัดลอนเล็กน้อยคลอเคลียไหล่ สวมเสื้อเชิ้ตขาวแต่งลูกไม้ กระโปรงสั้นลายสกอตสีแดงเข้ม ถุงน่องสีดำบาง และรองเท้าหนังคู่เล็ก ในมือถือปึกกระดาษ A4 พลางก้มหน้าอ่านและเปรียบเทียบข้อความในนั้น
“รักครั้งแรก กับการได้เจอเพื่อนที่คบกันได้ตลอดชีวิต ทั้งสองเรื่องน่ายินดีนี้มาบรรจบกัน และความสุขทั้งสองก็นำพามาซึ่งความสุขที่มากยิ่งกว่า สิ่งที่ฉันควรได้รับ คือช่วงเวลาแห่งความสุขดั่งฝัน แต่ทำไม... ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?”
หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงเจือไปด้วยความสับสนงุนงง แม้เสียงรบกวนในรถไฟใต้ดินจะค่อนข้างดัง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าและความสับสนที่แฝงอยู่ในถ้อยคำเหล่านั้น
เนื้อเสียงของเธอมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานความเย็นชาและความอ่อนเยาว์ได้อย่างลงตัว จนทิ้งความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้ง
“นั่นมันบทพูดเหรอ?”
หลี่รั่วเสวียนกระซิบถามข้างหูสวี่รุ่ย ลมหายใจอุ่นๆ ทำให้สวี่รุ่ยต้องเอียงคอหลบโดยสัญชาตญาณ
“ดูเหมือนจะเป็นบทพูดจาก ‘ผู้กลืนกินวิญญาณ: ศูนย์’ จริงๆ ด้วย”
ถ้าจะพูดให้ถูก นี่คือบทพูดจากแอนิเมชัน ‘ผู้กลืนกินวิญญาณ: ศูนย์’ ที่สวี่รุ่ยเป็นคนเขียนบท ซึ่งดัดแปลงมาจากประโยคเด็ดในแอนิเมชันระดับตำนานบนโลกเดิมที่เขาจำได้แม่น
แต่คำถามคือ ทำไมเธอถึงมีบทพูดนี้?
สวี่รุ่ยหาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว: หญิงสาวคนนี้คือหนึ่งในนักพากย์ที่เตรียมตัวมาออดิชันนั่นเอง
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากตั้งโปรเจกต์ ผู้กำกับเสียงจะส่งคำเชิญไปยังสตูดิโอพากย์เสียงที่เป็นพันธมิตร สตูดิโอเหล่านี้จะจัดสรรบุคลากรที่เหมาะสมมาออดิชัน และในตอนนี้ก็จะมีการแจกเอกสารข้อมูลตัวละครและบทพูดให้นักพากย์ได้ฝึกซ้อมล่วงหน้า
เอกสารเหล่านี้จะมีแค่ข้อมูลตัวละครเบื้องต้น และบทพูดเพียงไม่กี่ประโยค ไม่เปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญ
อันที่จริง บุคลากรทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแอนิเมชันต้องเซ็นสัญญาเก็บความลับทางการค้า เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีตที่แอนิเมเตอร์หน้าใหม่ถ่ายรูปสตอรี่บอร์ดลง Weibo เพื่อบ่นขำๆ จนทำให้เนื้อเรื่องหลุดรั่วไหล ดังนั้นวงการนี้จึงเข้มงวดเรื่องนี้มาก
หญิงสาวคนนั้นดูจริงจังและจดจ่อมาก จนไม่สังเกตเห็นสวี่รุ่ยเลย
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก รถไฟใต้ดินวิ่งผ่านไปสามสถานีอย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่ดูประหม่าเล็กน้อยเดินลงจากรถ สวี่รุ่ยและหลี่รั่วเสวียนเดินตามหลังเธอไปห่างๆ
เมื่อก้าวออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน ไอความร้อนของเมืองหนิงเจียงในฤดูร้อนก็ปะทะเข้าใส่ หลี่รั่วเสวียนกางร่มกันแดดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ผมไม่เป็นไรครับ”
สวี่รุ่ยปฏิเสธคำชวนให้เดินใต้ร่มคันเดียวกันอย่างสุภาพ และเลือกที่จะเดินฝ่าแสงแดดจ้าแทน
ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าตึกที่มีป้ายเขียนว่า “มีเดีย เวิร์กช็อป” อย่างรวดเร็ว
ที่นี่เป็นสตูดิโออัดเสียงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของหนิงเจียง ไม่ได้รับงานแค่พากย์แอนิเมชัน แต่ยังรวมถึงอัดเสียงอัลบั้มเพลง และทำซาวด์เอฟเฟกต์สำหรับภาพยนตร์ด้วย
เมื่อเดินเข้ามาในล็อบบี้ สวี่รุ่ยสังเกตเห็นว่าวันนี้มีแอนิเมชันมากกว่าหนึ่งเรื่องมาใช้บริการอัดเสียงและออดิชัน อย่างเช่นผลงานใหม่เดือนตุลาคมของเรนโบว์มีเดียเรื่อง ‘เด็กหนุ่มผู้จ้องมองท้องฟ้าและโลกต่างมิติในดวงตา’ ก็มาอัดเสียงที่นี่ และผลงานออริจินัลเดือนมกราคมของมัชรูมแอนิเมชันเรื่อง ‘หน่วยคอมมานโดกาแล็กซี’ ก็มาออดิชันวันนี้เช่นกัน
เมื่อเข้ามาในลิฟต์และกดชั้นหก สวี่รุ่ยก็ขยับตัวบังให้หลี่รั่วเสวียนโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเบียดเสียดในลิฟต์ที่แน่นขนัด
เมื่อเทียบกับโปรเจกต์ของพวกเขา แอนิเมชันเรื่องอื่นดูจะได้รับความนิยมมากกว่า กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ เดินออกจากลิฟต์ที่ชั้นสามซึ่งเป็นห้องออดิชันของมัชรูมแอนิเมชัน และคนจำนวนมากก็ลงที่ชั้นสี่ซึ่งเป็นสตูดิโออัดเสียงของเรนโบว์มีเดีย จนกระทั่งถึงชั้นหก ก็เหลือเพียงสวี่รุ่ยและหลี่รั่วเสวียนเท่านั้น
ทั้งสองเดินไปตามระเบียงทางเดินจนถึงห้องอัดเสียง สิ่งที่ทำให้สวี่รุ่ยแปลกใจคือ มีคนมารออยู่แล้วจำนวนมาก
วันนี้เป็นการออดิชันตัวละครหญิง ดังนั้นคนที่มารอจึงมีแต่ผู้หญิง แต่ละคนล้วนสาวสวยและดูดี จนทำให้สวี่รุ่ยเกิดภาพลวงตาชั่วขณะว่าหลุดเข้ามาในสวนดอกไม้บานสะพรั่ง
“อ๊ะ ผู้กำกับสวี่”
มีคนจำสวี่รุ่ยที่เคยออกทีวีได้ จึงรีบทักทายทันที
สิ้นเสียงนั้น หญิงสาวคนอื่นๆ ก็หันมาทักทายสวี่รุ่ยกันเกรียวกราว รวมถึงหญิงสาวที่เขาและหลี่รั่วเสวียนเจอบนรถไฟใต้ดินเมื่อครู่นี้ด้วย
สวี่รุ่ยไม่รู้จักใครในกลุ่มนี้เลย อาจเป็นเพราะทีมงานฝ่ายผลิต นักพากย์ชื่อดังบางคนอาจไม่อยากเสียเวลามาเข้าร่วมแอนิเมชันเรื่องนี้ก็ได้
“เอ่อ ทุกคนครับ ขอบคุณที่เหนื่อยยากนะครับ”
ในแง่หนึ่ง อาชีพการงานของหญิงสาวเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา สวี่รุ่ยจึงไม่รู้จะพูดอะไรดี ได้แต่รีบเดินผ่านไปเคาะประตูห้องอัดเสียง
“อ๊ะ ผู้กำกับสวี่ อีกห้านาทีจะเริ่มนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ”
คนที่มาเปิดประตูคือ ‘เถียนจื่อฮุ่ย’ ผู้กำกับเสียงของ ‘ผู้กลืนกินวิญญาณ: ศูนย์’ เธอเคยร่วมงานกับ Bilibili Animation ยุคเก่ามาหลายครั้ง และรับงานนี้ผ่านคอนเนกชันของเฉิงเค่อเหว่ย
ที่น่าสนใจคือ ในวงการนี้มีนักพากย์ชื่อดังอีกคนที่ชื่อเถียนจื่อฮุ่ยเหมือนกัน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าถ้าสองคนนี้มาเจอกันในห้องอัดจะเป็นอย่างไร
“สวัสดีครับพี่เถียน นี่คือคุณหลี่รั่วเสวียน บรรณาธิการผู้ดูแลต้นฉบับครับ”
หลังจากแนะนำคนข้างกาย สวี่รุ่ยก็เห็นโปรดิวเซอร์เฉิงเค่อเหว่ยกำลังถือถ้วยชาร้อนคุยกับคนอื่นอย่างสบายอารมณ์
“พี่เฉิง มาถึงแล้วเหรอครับ”
“ใช่แล้ว ทุกอย่างราบรื่นดีเกินคาด ฉันเลยแวะมาดู อ้าว หนูรั่วเสวียนก็มาด้วย”
เฉิงเค่อเหว่ยส่งสายตามีความหมายให้หลี่รั่วเสวียนและสวี่รุ่ย ก่อนจะผายมือเชิญให้นั่งที่โซฟา
“ผู้กำกับสวี่ เดี๋ยวเราจะให้นักพากย์เข้ามาออดิชันทีละคน ทุกการออดิชันจะถูกบันทึกเสียงไว้ให้คุณเลือกภายหลัง ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทันทีหน้างานหรอกครับ”
เถียนจื่อฮุ่ยกล่าวพลางชี้ไปที่อุปกรณ์ใกล้ๆ
ตรงที่พวกเขานั่งมีอุปกรณ์บันทึกเสียงหลากหลายชนิด ฝั่งตรงข้ามมีกระจกใสคั่น เป็นห้องอัดเสียงเก็บเสียงที่มีไมโครโฟนตั้งอยู่หลายตัว
“เข้าใจแล้วครับ”
สวี่รุ่ยรับปึกเอกสารหนาปึ้กที่เฉิงเค่อเหว่ยส่งให้ นี่คือประวัติของนักพากย์ที่เข้าร่วมการออดิชันวันนี้ เพื่อให้เขาได้ดูประกอบ
ไม่กี่นาทีต่อมา ทีมงานก็เปิดประตูห้องอัดเสียงและประกาศบอกคนที่รออยู่ข้างนอก
“การออดิชัน ‘ผู้กลืนกินวิญญาณ: ศูนย์’ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วครับ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อตามลำดับเข้ามาทดสอบได้เลยครับ”