เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 329 – นอกเมืองหลวง

บทที่ 329 – นอกเมืองหลวง

บทที่ 329 – นอกเมืองหลวง


“ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันคาดเดาเอาไว้จะถูกต้อง ก่อนหน้านี้พวกเผ่ามารไม่ได้โจมตีออกมาอย่างสุดกำลังของพวกมันเลย แต่กลับปิดบัง ซ่อนขุมกำลังที่แท้จริงเอาไว้โดยตลอด รอคอยจนถึงเวลาที่ราชาของพวกมันจะฟื้นคืนกลับมา ถ้าฉันเดาไม่ผิดอีกครั้ง ราชามารน่าจะปรากฏตัวออกมาในไม่นานนี้แล้ว”

หม่าเคอถามย้ำมาอีกครั้ง “พี่ใหญ่ พี่กำลังจะบอกว่า ราชามารน่าจะปรากฏตัวออกมาที่ป้อมปราการเต๋อหลุนในครั้งนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”

ผมพยักหน้าให้เขา “น่าจะเป็นเช่นนั้น ความแข็งแกร่งของราชามารนั้นไร้ขีดจำกัด การที่เขาวางแผนให้เหล่าสมุนโจมตีทั้ง 3 เผ่าพันธุ์พร้อมกันที่ตำแหน่งของป้อมปราการ ก็เพื่อที่จะดึงความสนใจเอาไว้ และเปิดโอกาสให้เขาสามารถคือชีพขึ้นมาได้ และตอนที่กองกำลังหลักของทั้ง 3 เผ่าพันธุ์ถูกกำจัดลงไปได้แล้ว เขาจะสามารถค่อย ๆ กลืนกินโลกไปนี้ได้อย่างช้า ๆ ราชามารเอ๋ย ราชามาร ข้าจะไม่ยอมให้เป็นไปตามแผนของเจ้าแน่” ผมกำหมัดของตัวเองแน่น ร่างกายมีแสงสีทองปรากฏออกมาจาง ๆ  ปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ทั้งหม่าเคอที่ไห่เย่วที่ยืนอยู่ทางด้านหน้า โดนพลังไร้สภาพผลักให้ต้องถอยหลังออกไป

ตาของหม่าเคอเป็นประกายออกมาทันที กล่าวด้วยความตื่นเต้น “พี่ใหญ่ พลังของพี่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว หรือว่าพี่สามารถ....”

ผมพยักหน้า “ใช่ ฉันทำสำเร็จแล้ว”

เขาดีใจเป็นอย่างมา “ยอดเยี่ยมไปเลย ต่อจากนี้ไป กำลังทั้งหมดของอาณาจักรอ้ายเซี่ย จะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพี่โดยตรง พวกเราเดินทางไปที่ป้อมปราการเต๋อหลุนกันในทันที กำจัดเผ่ามารให้สิ้นซากไปในคราวเดียวเลย”

คราวนี้ผมต้องส่ายหน้าออกไปให้เขา “การนำทัพไม่ใช่จุดเด่นของฉันเลย นายทำหน้าที่ไปเหมือนอย่างเดิมจะดีกว่า หรือให้ผู้บัญชาการสักคนของอาณาจักรเป็นผู้รับผิดชอบไป น่าจะทำให้กองทัพแข็งแกร่งมากกว่าการที่ฉันเป็นผู้ควบคุม อา! ใช่แล้ว! ได้ยินมาว่าพวกอาจารย์อยู่ที่แนวหน้าแล้ว นั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

เขาตอบกลับมา “ถูกต้องแล้ว พวกอาจารย์ มู่จือ และคนอื่น ๆ ต่างไปที่ป้อมปราการกันหมดแล้ว พี่ใหญ่! พี่ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของพี่ มันเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะบัญชาการหน่วยรบนักเวทย์น่ะ”

ผมรีบกล่าวออกไป “หม่าเคอ! ฉันจะต้องรีบเดินทางไปที่ป้อมปราการโดยเร็วที่สุด การจะนำกองทัพขนาดใหญ่ไปด้วย จะเป็นการถ่วงเวลาให้ฉันต้องล่าช้าลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าสถานการณ์ที่ป้อมเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้ว ฉันไม่อยากจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เลย นายรีบระดมพลให้พร้อมโดยเร็วที่สุด และออกเดินทางตามฉันไปจะเป็นการดีกว่า”

ไห่เย่วเอ่ยปากถามออกมาในที่สุด “จางกง! แล้วเรื่องของน้องสาวฉัน นายจะจัดการยังไง? เธอยอมเสียสละทุกอย่าง ยอมลำบาก ออกไปตามหานายถึงดินแดนของผู้พิทักษ์แห่งเทพ แล้วตอนนี้ยังทุ่มเทต่อสู้กับพวกเผ่ามารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วยซ้ำ” สีหน้าของไห่เย่วเหมือนกับทนเก็บเอาไว้ไม่ไหวแล้ว ถามผมออกมายาวเหยียดเลยทีเดียว

และเมื่อได้ยินเธอเอ่ยถึงไหสุ่ยขึ้นมา ตัวผมเริ่มสั่นเล็กน้อย สีหน้าก็หมองหม่นลง “เป็นความผิดของฉันเองที่ทำให้เธอต้องผิดหวัง แล้วสภาพของฉันในตอนนี้ มันไม่เหมาะสมกับเธออีกต่อไปแล้ว”

ไหเย่วได้ฟังก็โกรธขึ้นมาอย่างหนัก “นี่มันข้อแก้ตัวอะไรกัน นายรู้ถึงความรู้สึกของน้องสาวฉันจริง ๆ หรือไม่? เธอจะไปสนใจอะไรกับหน้าตาของนาย? ฉันไม่สนใจว่านายจะคิดอย่างไร แต่ถ้ายังหาคำตอบที่ทำให้ฉันพอใจไม่ได้ ฉันไม่ยอมปล่อยนายเอาไว้แน่”

ผมได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา “ไห่เย่ว ฉันรู้ว่าไหสุ่ยดีต่อฉันมาก แต่... ช่างมันเถอะ เรื่องพวกนี้เอาไว้พูดกันวันหลัง ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุด คือการรับมือกับพวกเผ่ามารนั่น พวกมันเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงของมนุษยชาติ และทุกเผ่าพันธุ์บนโลกใบนี้ อย่างเพิ่มมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวในตอนนี้เลย”

ไห่เย่วยอมถอยให้ “ก็ได้ แต่ฉันจะคอยฟังคำตอบจากนาย แต่ต้องคิดให้ดี ๆ ก่อนที่จะตอบล่ะ แล้วตอนที่เจอกับน้องสาวฉัน ต้องทำตัวดี ๆ ด้วย เข้าใจหรือไม่?”

ผมพยักหน้า “ฉันไม่ได้อยากจะทำให้ใครต้องเจ็บปวดอยู่แล้ว เธอก็น่าจะเข้าใจดีไม่ใช่หรือ ว่าที่ฉันพูดหมายความว่าอย่างไร?”

ไห่เย่วได้แต่ยิ้มแล้ว

ตอนที่หม่าเคอคิดจะกล่าวอะไรออกมาบ้าง ก็มีเสียงตะโกนรายงานมาแต่ไกล “มีรายงาน ฝ่าบาท! ข้ามีเรื่องด่วนต้องทูลรายงาน”

นั่นทำให้หม่าเคอขมวดคิ้วแน่น “เข้ามาได้”

ทหารนายหนึ่งรีบรุดเข้ามาในท้องพระโรง ก่อนจะคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว “ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้ว มีรังมาร 2 แห่งปรากฏขึ้นในระยะห่างไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากกำแพงเมือง ตอนนี้พวกสัตว์ปีศาจประหลาดเริ่มออกมาอาละวาด ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันพบแล้ว”

หม่าเคอดูจะตะลึงไปไม่น้อย “อะไรนะ? เผ่ามารมาปรากฏตัว ตอนนี้นะหรือ? หรือว่าพวกเราจะคาดเดาเหตุการณ์กันไม่ถูกต้อง?” เขาหันมองมาที่ผมอย่างตระหนกเล็กน้อย รายงานข่าวที่ผิดคาดนี้ ทำให้เขาสับสนไปไม่น้อย ถึงแม้ว่าในเมืองหลวงแห่งนี้จะยังมีกำลังพลอยู่ไม่น้อย แต่การที่กองกำลังผู้พิทักษ์แห่งเทพเดินทางไปที่ป้อมปราการเต๋อหลุนแล้ว ความสูญเสียที่เกิดขึ้น กว่าจะจัดการกับรังมาร 2 รังได้หมด น่าจะมากมายมหาศาลเลยทีเดียว

ผมกล่าวออกมาเบา ๆ “หม่าเคอ ไม่ต้องวิตกจนเกินไปนัก การคาดเดาของพวกเรานั้นน่าจะถูกต้องแล้ว ยิ่งการที่มีเผ่ามารมาปรากฏตัวขึ้นมาที่นี่ ยิ่งเป็นการยืนยันในความคิดนั้นขึ้นไปอีก พวกเผ่ามารคงต้องการตัดกำลังเสริมที่จะถูกส่งไปที่ป้อมปราการ นายรีบไปรวมพลของกองทัพนักเวทย์เถอะ ปล่อยรังมารทั้ง 2 แห่งนั่นให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง” ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก ‘ก็แค่รังมาร 2 แห่ง คงใช้เวลาไม่นานเท่าไรนักหรอก’

หม่าเคอถามออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก “พี่ใหญ่ พี่จะรับมือกับพวกมันด้วยตัวเองทั้งหมดได้ยังไง? รอให้ผมระดมพลให้เสร็จก่อนหรือไม่?”

ผมยิ้มกว้าง “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แค่สัตว์ปีศาจประหลาดพวกนี้ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก อ้อ! ฝากดูแลเจี้ยนซานนี่ด้วย แล้วเดี๋ยวพอฉันกลับมา จะต้องรีบพาเขาไปที่ป้อมปราการเต๋อหลุนด้วยกัน” หลังจากกล่าวจบ ผมไม่ได้รอให้ใครพูดอะไรออกมาอีก รีบใช้เวทย์เคลื่อนย้ายระยะใกล้ ส่งตัวเองออกจากท้องพระโรงไปในทันที และหลังจากนั้นก็ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ส่งตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วมุ่งหน้าออกจากใจกลางเมืองทันที

ท้องฟ้าของเมืองหลวงในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยเมฆดำจำนวนมาก กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมา เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก หลังจากที่ส่งพลังศักดิ์สิทธิ์ออกไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว ผมก็สามารถจับต้นกำเนิดของความชั่วร้ายได้อย่างแม่นยำแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็มาอยู่ในระยะที่มองเห็นหลุมดำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่กำลังมีสัตว์ปีศาจประหลาดจำนวนมากปีนออกมา พวกมันตั้งอยู่ห่างจากกันไม่ไกลนัก สัตว์ปีศาจที่ปีนออกมาได้ก่อน กำลังอาละวาดไปทั่วอย่างดุร้าย ขนาดตัว และความแข็งแกร่งของพวกมัน ดูเหมือนว่าจะมากกว่าพวกที่ผมเคยเจอในครั้งก่อน ๆ แต่ดวงตาสีแดงเป็นเลือดของพวกมันนั้นยังเหมือนเดิม หมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากรังมารทั้ง 2 แห่งนั้น ถูกทำลายลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว เห็นคราบเลือดจำนวนมากยังปรากฏให้เป็นได้อย่างชัดเจน ผมยังทันเห็นชาวบ้าน 2 คนถูกโจมตีสังหารกับตาตัวเอง พวกมันไม่เหลือเอาไว้แม้แต่ซากศพ ที่นี่คืออาณาจักรอ้ายเซี่ย ประชาชนส่วนใหญ่ในอาณาจักรแห่งนี้สามารถใช้เวทย์มนต์เบื้องต้นได้เป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เพียงพอที่จะใช้ต้านทางสัตว์ปีศาจประหลาดพวกนั้นได้เลย พวกเขาถูกไล่ล่าสังหารอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 329 – นอกเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว