เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 078

Divine King Of All Directions - 078

Divine King Of All Directions - 078


Divine King Of All Directions - 078

 

ในช่วงเช้าที่พระอาทิตย์สาดแสงอากาศสดชื้นพร้อมทั้งพลังฉีที่เข้มข้น

"ทั๊ม ! "

เสียงระฆังดังไปทั่วทั้งสำนักแห่งนี้ซึ่งมันส่งเสียงอยู่นานมาก

การทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายในสำนักได้เริ่มขึ้นแล้ว !

ศิษย์ทั้งหลายรวมถึงหลินเทียนล้วนได้ยินเสียงระฆังนี้ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายพร้อมทั้งหยิบเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมาจากแหวนมิติแล้วผูกเอาไว้กลางหลัง เมื่อพูดคุยกับหลินซี่เสร็จแล้วเขาก็เดินออกไปทางลานฝึกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่มาถึงแล้วที่นี่ล้วนรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย

คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่จะเข้าร่วมการทดสอบเพราะว่าจะต้องมีคุณสมบัติมากพออย่างน้อยๆก็ต้องอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 และเมื่อมองออกไปในหมู่ของศิษย์สำนักแล้วก็พบว่ามีอยู่เพียงแต่ 2-3 คนเท่านั้น

ดังนั้นศิษย์มากมายที่เหลือเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น

"ได้ยินมาว่ามีรางวัลด้วยนะ คนที่ได้อันดับที่ 1 จะได้รับยารวมวิญญาณ ! เมื่อผู้ทานอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ก็จะสามารถตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้ทันที ! "

"ของดีขนาดนี้เอามาเป็นรางวัล ? ! "

หลายๆคนที่อยู่โดยรอบได้พูดออกมาด้วยความประหลาดใจพร้อมพูดต่อว่า

"ดูเหมือนว่าทุนของทางสำนักจะหนาไม่ใช่น้อยเลยนะ !"

"ใช่ ครั้งนี้ศิษย์ภายนอกสำนักเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์และได้ยินมาว่านอกจากยานี้แล้วก็ยังมีรางวัลอื่นอีก อย่างไรก็ตามสิทธิ์ในการเข้าร่วมเป็นศิษย์ภายในนั้นมีอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น ไม่รู้ด้วยว่าใครจะเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุด "

ศิษย์หลายๆคนที่รวมตัวกันเริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยท่าทางอิจฉาขณะมองไปยังผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบครั้งนี้

เหตุผลก็เพราะว่าความแต่งต่างระหว่างศิษย์ภายในและภายนอกนั้นต่างกันอย่างมาก ให้พูดก็คือหากว่าสามารถเข้าเป็นศิษย์ภายในได้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้มากมายซึ่งเรียกได้ว่าผู้ที่ผ่านเข้าไปได้ล้วนถูกรับประกันแล้วว่าหากจบออกมาแล้วจะไปที่ไหนก็ง่ายไปหมด

หลินเทียนที่อยู่ในมุมๆหนึ่งได้แต่ชะงักไป

"ยารวมวิญญาณ ? "

เขาได้พูดกับตัวเอง

สามารถตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้จากเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ในทันทีนี่มันสุดยอดมากๆ มันมีค่ายิ่งกว่าโอสถนพเก้าก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ ! เมื่อคิดถึงจุดนี้แล้วดวงตาของเขาได้เปล่งประกายพร้อมทั้งรู้สึกคาดหวังในยาตัวนี้ ากว่าเขาได้มันมาก็จะสามารถตัดผ่านไปได้ทันที ?

บรรยากาศของศิษย์โดยรอบก็รู้สึกเหมือนๆกับเขา

"ยารวมวิญญาณสามารถตัดผ่านจากเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้ทันที ! หากว่าสามารถได้มันมาก็คงจะดี "

หลายคนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่คาดหวัง

"ผู้ชนะได้ถูกตัดสินเอาไว้แล้วดังนั้นอย่าได้หวังเลย ! ของชิ้นนี้มันเป็นของคนๆหนึ่งแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้ประกาศเท่านั้น "

"ถูกตัดสินแล้วแต่ยังไม่ประกาศ ? หมายความว่าไง ? "

"รู้จักโจวเฮ่าไหม ? ได้ยินมาว่าเจ้านั่นตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้แล้วดังนั้นถึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการทดสอบนี้ก็ได้ซึ่งยาตัวนั้นก็ต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน "

"อะไรนะ ? ตัดผ่านไปแล้ว ? "

หลายคนถึงกับผวาไป

ตั้งแต่สำนักถูกก่อตั้งมาหลายปีสามารถนับจำนวนศิษย์ภายนอกที่ตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะได้ด้วยมือเปล่าด้วยซ้ำ โจวเฮ่ายังไม่ทันจะได้เข้าร่วมเป็นศิษย์ภายในแต่กลับตัดผ่านไปได้แล้วนี่มันจะไม่น่าประหลาดใจได้ไง ? หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้แล้วนัยน์ตาของเหล่าศิษย์มากมายต่างเบิกกว้าง

ณ ตอนนี้หนึ่งในพวกเขาได้พูดขึ้นว่า

"งั้น.....หากว่าตัดผ่านไปแล้วจะให้รางวัลโจวเฮ่าเป็นยารวมวิญญาณอีกได้ไง ? มันไม่เสียเปล่า ? "

"เสียเปล่า ? จะเป็นแบบนั้นได้ไง ! รู้มูลค่าของมันไหม ? หลังจากที่เขาได้มันไปแล้วก็สามารถเอาไปลงประมูลที่ตำหนักแลกสมบัติเพื่อทำเงินอย่างน้อยๆก็สองล้านเหรียญ มันเทียบได้พอๆกับสมบัติระดับกลางเลยนะ !"

"นี่...."

สมบัติระดับกลางนั้นสามารถทำให้ความแข็งแกร่งของผู้ใช้เพิ่มขึ้นอีก 80% เป็นอย่างน้อย !

"นี่โจวเฮ่าตัดผ่านไปแล้วแถมยังไม่ต้องเข้าร่วมนี่ยังได้รับยารวมวิญญาณไปอีกแน่นอนว่าเหล่าศิษย์คนอื่นๆคงไม่มีใครไม่เห็นด้วย"

"ถึงได้บอกว่ามันเสียเปล่าไง หากว่าให้ผู้ที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 จะไม่ดีกว่า ? อย่างน้อยๆทางสำนักก็จะได้รับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเพิ่มไปอีกคนนะ "

"ดูเหมือนว่าทางสำนักคงคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีใครสามารถตัดผ่านไปเขตแดนชีพจรเทวะได้ก่อนการทดสอบดังนั้นเลยเปลี่ยนของรางวัลไม่ทัน "

คนที่พูดได้พูดต่อว่า

"แต่หากเจ้าคิดว่าเสียเปล่างั้นก็ไปท้าสู้เขาสิ ตราบใดที่เอาชนะได้แน่นอนว่ายารวมวิญญาณก็จะตกเป็นของเจ้า "

"ท้าประลองกับเขตแดนชีพจรเทวะ ? เอาหน้าตัวเองไปให้เขาตบชัดๆ ข้ายังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 เอง ยังไกลจากระดับ 9 อีกเยอะโข "

"รู้แล้วก็ดี "

หนึ่งในนั้นได้พูดออกมา

เมื่อฟังคำพูดของคนเหล่านี้แล้วหลินเทียนก็ได้แต่ยิ้มออกมา พอเริ่มประลองแล้วเอาชนะโจวเฮ่าได้เมื่อไหร่ยานั่นก็จะตกเป็นของเขา !

ณ ตอนนี้ห่างออกไปไม่ไกลก็มีชายหนุ่มสองคนกำลังเดินมาซึ่งหนึ่งในนั้นปลดปล่อยความน่าเกรงขามออกมาอย่างมาก

"โจวเฮ่า ! "

หลายคนได้แต่ประหลาดใจไปพร้อมกับเรียกออกมา

ชายผู้ที่ได้รับอันดับ 1 ของการทดสอบศิษย์ภายนอกแถมตอนนี้ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะมันทำให้ใครหลายคนได้แต่กลัวหัวหด

โจวเฮ่าได้เดินเข้ามากับชายหนุ่มอีกคนซึ่งสวมชุดสีดำ มองเผินๆดูแล้วก็จะเห็นว่ามันคือหลูเชิง

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาอย่างมาก

ทั้งสองคนนี้อยู่ในเป้าหมายของเขา

เสมือนว่าสามารถจับสายตาของหลินเทียนได้โจวเฮ่าถึงได้หันกลับมาพร้อมทั้งพูดว่า

"น้องชายหลิน ? "

หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งเขาก็ได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นน้องชายโดนตะขาบผีลากไปข้าก็กังวลอยู่นานแต่ตอนนี้หลังจากที่เห็นเจ้ายังอยู่ดีแล้วข้ารู้สึกดีใจอย่างมาก"

"ดีใจ ? "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

"ทำไมข้ามองดูเหมือนรู้สึกผิดหวัง ? "

สีหน้าของโจวเฮ่าได้เปลี่ยนไป

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับสำรวจเขาและพบว่ากลิ่นอายของโจวเฮ่าเปลี่ยนไปเป็นของเขตแดนชีพจรเทวะจริงๆ

ผู้ชมทั้งหลายล้วนตระหนักถึงเหตุการณ์นี้ถึงได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

"เจ้าหนุ่มสะพายกระบี่ยาวนั่นมันใคร ? ทำไมถึงสามารถพูดคุยกับโจวเฮ่าได้ ! "

"ไม่รู้จักงั้นหรอ ? "

"เขาดังมาก ? "

"ไร้สาระ ! เจ้านั่นมีชื่อว่าหลินเทียนเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราซึ่งสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักได้ที่ 1 และการทดสอบศิษย์ภายนอกก็ได้ที่ 2 รองลงมาจากโจวเฮ่า ! ณ ตอนนั้นเขาเพิ่งจะเข้าร่วมสำนักได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น !"

"แข็งแกร่งขนาดนั้นเลย! ครั้งนี้เขาจะสามารถเข้าเป็นศิษย์ภายในได้ไหม ? "

"มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ! แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบกับโจวเฮ่าได้แต่อย่างน้อยๆก็มีโอกาสอยู่กว่า 70% "

"นี่......."

หลายคนถึงกับตกตะลึง

ศิษย์เก่าหลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะว่าศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่กลับมีชื่อเสียงนำพวกเขาไปแล้ว!

แน่นอนว่าหลินเทียนได้ยินคำพูดเหล่านี้แต่ไม่สนใจแม้แต่น้อย

เมื่อมองไปยังหลูเชิงแล้วหลินเทียนก็ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"นี่ ครั้งก่อนน่าจะได้เงินไปเยอะหลังจากที่ใช้ประโยชน์เรื่องร่องรอยของข้าตอนเราเจอกันในป่าทมิฬ ? "

"ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดอะไร !"

หลูเชิงได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

"งั้นหรอ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆว่า

"ไม่ใช่ว่าหลังจากที่พบข้าแล้วเจ้าไปรายงานเรื่องข้าให้ตระกูลโม่ฟัง ? ต้องรู้ก่อนนะว่าข้าและตระกูลโม่มีความแค้นกันแถมพวกมันยังทำทุกวิถีทางเพื่อจะฆ่าข้าให้ได้ เมื่อแจ้งเรื่องที่อยู่ของข้าไปก็น่าจะทำเงินให้เจ้าได้ไม่น้อย "

หลูเชิงได้แสยะออกมาว่า

"อย่าได้ใส่ความให้คนอื่น ! ข้าหลูเชิงลูกผู้ชายไม่มีทางทำเรื่องต่ำช้าแบบนั้น ! เรื่องที่ตระกูลโม่ตามไปไล่ล่าเจ้าที่ป่าทมิฬนั้นไม่เกี่ยวกับข้า ! "

"? เจ้ารู้ด้วยหรอว่าตระกูลโม่ตามมาไล่ล่าข้า ? ดูเหมือนว่าข้ายังไม่ได้พูดเรื่องนี้ไปเลยหนิ "

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับพูดต่อว่า

"งั้นแสดงว่าเรื่องที่ผู้นำตระกูลโม่ตามไปไล่ล่าข้าก็เกี่ยวกับเจ้าสินะ ? "

"ข้า......."

หลูเชิงที่ไม่รู้จะพูดอะไรก็ได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด

หลินเทียนได้แสยะออกมาว่า

"ลูกผู้ชาย ? ไม่ทำเรื่องต่ำช้า ? "

เมื่อมองไปยังหลูเชิงแล้วเขาก็ได้แต่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาทางสายตา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาของหลินเทียนแล้วหลูเชิงก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและถอยหลังไป

ณ ตอนนี้เองที่เสียงระฆังได้ดังขึ้นอีกครั้ง

"ทั๊มมมมม ! "

เสียงระฆังยังคงดังอยู่

เป็นเสียงระฆังเพื่อเตรียมทำการทดสอบ

หลินเทียนได้มองไปยังแหล่งเสียงก่อนที่จะพบกว่ามันมีเวทีประลองที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะซึ่งหลังจากที่ระฆังถูกตีแล้วผู้คนทั้งหลายล้วนเดินไปทางนั้น

ไม่นานที่นี่ก็ดูโล่งเป็นอย่างมาก

หลินเทียนได้กวาดตามองหลูเชิงพร้อมกับหันหลังเดินจากไป

"น้องชายหลินรอก่อน"

โจวเฮ่าไม่ได้สนใจเรื่องเสียงระฆังแม้แต่น้อย เขาได้เรียกหลินเทียนก่อนที่จะพูดต่อว่า

"น้องชายคงยังไม่ลืมสัญญาของเราเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ? "

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมกับหันหน้ากลับมามองเขาด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย

หลังจากนั้นเขาได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"แน่นอน เจ้าดีอย่างดีเลยล่ะ "

"งั้นก็ดี "

โจวเฮ่าได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"การประลองจะเริ่มหลังจากที่การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์เสร็จแล้วเป็นไง ? "

หลินเทียนได้มองไปยังโจวเฮ่าพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ฝงความชั่วร้ายว่า

"ก็ดี เราคิดเหมือนกันเลย"

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินออกไปทางเวทีประลองทันที

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังเดินจากไปแล้วโจวเฮ่าก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่โหดเหี้ยมออกมา

"ไอ้ระยำนั่นมันอวดดีเกินไปแล้ว ! "

หลูเชิงได้แต่กำหมัดแน่น

"คนอวดดีมักจะมีชีวิตสั้นดังนั้นทำไมถึงได้ไปโกรธมันล่ะ "

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลูเชิงได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"นายน้อยหมายความว่า ? "

โจวเฮ่าไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"ก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้ว่ามันอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แล้ว "

"อะไรนะ! เป็นไปได้ไง ? "

หลูเชิงถึงกับผงะไปเพราะว่าเขาเข้าร่วมสำนักมาร่วมมีแล้วแต่ยังอยู่ในระดับ 8 แต่หลินเทียนที่เพิ่มเข้ามาเมื่อ 3 เดือนก่อนกลับอยู่ในระดับ 9 แล้ว ! มันแซงหน้าเขาไปแล้ว !

"ด้วยระดับพลังปัจจุบันของมันน่าจะสามารถเข้าร่วมศิษย์ภายในได้ "

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลูเชิงได้เก็บความรู้สึกประหลาดใจกลับไปก่อนที่จะมองไปยังท่าทางมีความสุขของโจวเฮ่าพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทางสงสัยว่า

"นายน้อย ข้าไม่เข้าใจว่าการที่หลินเทียนมันเข้าเป็นศิษย์ภายในได้มันน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีแต่ทำไม.....ดูเหมือนท่านกำลังมีความสุข ? "

"ก็หลังจากที่ตรวจสอบสิทธิ์เสร็จแล้วและพบว่าสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ภายในได้ทุกคนก็จะรู้สึกมีความสุข "

โจวเฮ่ายังคงพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายว่า

"ณ ตอนนั้นหากว่าเกิดเรื่องที่ทำให้ร่างกายพิกลพิการหรือว่าตายลงแล้วมันจะไม่ทำให้รู้สึกถึงความสิ้นหวัง ? "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 078

คัดลอกลิงก์แล้ว