เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 076

Divine King Of All Directions - 076

Divine King Of All Directions - 076


Divine King Of All Directions - 076

 

หลังจากที่มองไปยังภาพของมู่ชิงและฉีดงที่กำลังเดินจากไปนั้นท่าทางของผู้นำตระกูลโม่ก็หม่นหมองลงโดยทันที ตระกูลของเขาเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะเดียวในเมืองนี้แต่ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดไม่ใช่เขาทว่าเป็นพี่ชายอย่างโม่ยี่ ด้านสถานะของผู้อาวุโสของสำนักและผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายนั้นเป็นอะไรที่น่ากลัวพอแล้ว

"ออกคำสั่งออกไปให้เพิ่มกองกำลังเข้าไปอีก ต้องหาตัวพี่ชายของข้าให้เร็วที่สุด !"

ผู้นำตระกูลโม่ได้ตะโกนออกไปอย่างดัง

"ได้ขอรับท่านผู้นำตระกูล ! "

ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลโม่ได้ตอบรับพร้อมทั้งทำกองกำลังมุ่งหน้าไปยังป่าทมิฬอย่างรวดเร็ว

ผู้นำตระกูลที่อยู่ภายในห้องโถงตอนนี้ก็ได้แต่ดำดิ่งสู่ห้วงความคิดของตัวเอง

ในสามวันมานี้เขาเคยคิดว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายกับโม่ยี่ก็เป็นได้ไม่งั้นทำไมถึงไม่มีข้อความอะไรเลย ? แต่อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่เกิดความคิดนี้เขาก็ได้แต่ส่ายศีรษะเพราะว่าพี่ชายเขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 แต่ให้ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ 7 ก็ยังสามารถหนีได้

"ท่านพี่ ท่านหายไปไหนกัน ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พึมพำออกมา

เมื่อมองไปยังสำนักจิ่วหยางแล้วสายตาของเขาก็ได้แต่เปลี่ยนเป็นเย็นชา ตอนนี้โม่ยี่หายตัวไปแต่หลินเทียนกับยังอยู่เป็นสุขดีนี่มันทำให้เขาเกลียดแค้นหลินเทียนยิ่งกว่าเก่า อยากจะเอามีดหั่นร่างของหลินเทียนออกเป็นชิ้นๆ

........

สำนักจิ่วหยาง

จนถึงตอนนี้หลินเทียนได้เข้ามาเป็นศิษย์ทั้งหมด 63 วันแล้ว

ช่วงเย็นแสงสะท้อนจากหมู่ดาวเริ่มตกกระทบจางๆขณะที่ห้อมล้อมร่างของหลินเทียนเอาไว้

หลินเทียนที่อยู่บนยอดที่พักได้แสดงสีหน้าที่ไม่ไหวติงพร้อมทั้งหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อหล่อหลอมอวัยวะภายในของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"บึ้ส ! "

แสงสีเงินยังคงห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ขณะที่กานหายใจของเขาราบรื่นยิ่งขึ้น

วันรุ่งขึ้นหลินเทียนได้ยืดเส้นยืดสายก่อนที่จะออกไปรับแสงแดดยาวเช้าแล้วตรงไปยังอาณาเขตแรงโน้มถ่วงสามเท่าในข่ายอาคมคลื่นยักษ์อย่างรวดเร็ว ภายตาของเขากวาดไปรอบๆทิศทางก่อนที่จะเรียกเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมาจากแหวนมิติ

พริบตานี้เองที่เขารู้สึกได้ว่ามือขวากำลังถูกกดลง แค่เพียงจะยกกระบี่ขึ้นมายังไม่สามารถทำให้มันสมดุลได้เลย

"จับกระบี่ในแรงโน้มถ่วงสามเท่านี้มันต่างกับด้านนอกราวฟ้ากับเหวเลยแหะ "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ได้สติแล้วสีหน้าของเขาก็เริ่มจริงจังขึ้น

"ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่กระบี่ในมือขวาของเขาจะกวัดแก่วออกไป

การกวัดแกว่งกระบี่ในพื้นที่แรงโน้มถ่วงสามเท่านั้นเขารู้สึกได้ว่ามือขวาของตัวเองกำลังถูกกดลงแถมการเคลื่อนไหวของเขาก็ช้ามากๆเหมือนการเคลื่อนไหวของหอยทากก็ไม่ปาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังไม่หยุดพร้อมทั้งทำต่อไป มันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หากจะให้สามารถกวัดแกว่งได้ตามใจนึก

พริบตาก็ได้ผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมง

เขายังคงฝึกทักษะอยู่อย่างหนักหน่วงซึ่งการเผาผลาญพลังก็เพิ่มขึ้นกว่าปกติเป็นเท่าตัวดังนั้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สองที่เขาเข้ามาในอาณาเขตนี้แต่ก็ไม่สามารถทนได้นานเหมือนครั้งแรก

เมื่อออกมาแล้วเขาก็ได้สูดหายใจเข้าลึก

"เจ้าหนู วันนี้เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ? "

หลัวเสี้ยวได้ถามออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

เมื่อวานเขาฝึกได้ตั้งหกชั่วโมงซึ่งสีหน้าแต่ซีดๆเล็กน้อยแต่วันนี้ฝึกไปสี่ชั่วโมงแต่ทำไมถึงอยู่ในสภาพนี้ ?

"วันนี้ขยับเยอะไปหน่อยเท่านั้นขอรับ"

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างอับอาย

"ขยับเยอะ ? "

หลัวเสี้ยวได้ชะงักไปก่อนที่จะรีบถามออกมาว่า

"เจ้าฝึกทักษะภายในนั้น ? "

"ขอรับ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลัวเสี้ยวได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"อื้ม เป็นความคิดที่ดี ไม่กี่ปีก่อนก็มีศิษย์ที่มีพรสวรรค์ทำเช่นนั้นเหมือนกันแถมผลลัพธ์ยังดีมากด้วย หากว่าสามารถสำแดงทักษะภายในอาณาเขตแรงโน้มถ่วงได้อย่างราบเรียบก็จะทำให้พลังทำลายของมันเพิ่มขึ้น"

หลังจากที่พักไปครู่หนึ่งหลัวเสี้ยวก็ได้พูดต่อว่า

"แต่เจ้าหนู ข้าก็ยังพูดคำเดิมนะว่าอย่าหักโหมเกินกำลัง รู้ว่าตอนไหนควรจะหยุดอย่าทำร้ายตัวเอง"

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับโค้งคำนับแล้วพูดว่า

"ขอขอบคุณคำชี้แนะขอรับ "

แม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจแต่หลัวเสี้ยวนั้นหวังดีกับเขาดังนั้นเขาถึงรู้สึกซาบซึ้งเป็นธรรมดา

หลังจากที่กลับไปถึงที่พักแล้วหลินเทียนก็ได้พักผ่อนเล็กน้อยก่อนที่จะกลับขึ้นไปบนยอดอีกครั้งเพื่อเริ่มการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ

ไม่นานเวลาก็ได้ผ่านไปเรื่อยๆซึ่งหลินเทียนได้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด 8 วันจนห ดแล้วแต่มันก็เป็นช่วงเข้าเดือนใหม่ดังนั้นเขาถึงสามารถเข้าไปได้ต่ออีก

วันนี้เป็นวันที่เขาเข้าเป็นศิษย์วันที่ 69

"แกร๊ง ! "

ภายในอาณาเขตแรงโน้มถ่วงสามเท่านั้นมีเสียงกระบี่คำรามออกมาขณะที่หลินเทียนยังคงหมุนวนทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตและกวัดแกว่งกระบี่ไปมา

หลังจากที่เข้ามาภายในอาณาเขตแห่งนี้หลายครั้งแล้วก็ทำให้ร่างกายของเขาปรับตัวเข้ากับมัน ความเร็วและพลังทำลายที่สำแดงออกมาแม้จะไม่สามารถเทียบกับเมื่ออยู่ด้านนอกได้แต่ก็ยังรุนแรงจนทำให้ทุกครั้งที่วาดกระบี่ออกไปจะส่งเสียงสายฟ้าออกมา

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง ! "

"แกร๊ง ! "

ยิ่งผ่านไปเรื่อยๆหลินเทียนก็ปรับตัวเข้ากับสภาพแรงโน้มถ่วงสามเท่าได้มากตาม กระบี่ที่ถูกกวัดแกว่งออกไปนั้นแข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆเหมือนว่าทุกครั้งที่กวัดแกว่งก็จะมีสายฟ้าฟาดลงมาก่อเกิดการระเบิดขึ้น

ศิษย์หลายคนที่อยู่ในอาณาเขตแรงโน้มถ่วงสองเท่าได้แต่ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน

"ใครกัน ? ใครกันที่มันสำแดงทักษะในอาณาเขตแรงโน้มถ่วงสามเท่า ! "

"เป็นเจ้าหลินเทียน ! "

"นี่..... เขาฝึกทักษะอะไรกันทำไมถึงได้รุนแรงขนาดนั้น ! มันเป็นทักษะของเขตแดนชีพจรเทวะ ? "

"เป็นไปได้ไงกัน ! เขายังไม่ได้ตัดผ่านไปเขตแดนนั้น !"

"แต่พลังทำลายนี่ ........ "

หลายคนได้เริ่มบทสนทนากัน

หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงหลินเทียนก็รู้สึกว่าเขาใช้พลังไปจนหมดแล้วถึงได้เก็บเจตจำนงแห่งกระบี่กลับมาพร้อมทั้งส่งกระบี่คืนสู่หยวนกลับเข้าแหวนมิติไป วินาทีที่กระบี่ได้ถูกเก็บกลับไปนั้นเขารู้สึกได้เลยว่าแขนของเขาเบาลงอย่างมาก

เมื่อเดินออกไปแล้วหลัวเสี้ยวก็ได้แต่มองมาทางเขาเหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาด

"ท่านผู้อาวุโส ท่าน...."

หลินเทียนที่มองไปยังสายตาของเขาแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายโดยทันที

"ดี ! รีบๆไปได้แล้ว ! เห็นเจ้าแล้วข้ารู้สึกว่าที่บ่มเพาะมาหลายสิบปีไร้ประโยชน์ทันที !"

หลัวเสี้ยวได้ตะหวาดออกมาเพราะว่าเสียงดังที่หลินเทียนได้สร้างจากทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตนั้นมันดังเกินไป แม้แต่เขาที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้ายังได้ยินอย่างชัดเจนแถมยังสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่อันน่ากลัว พลังระดับนี้มันเกินกว่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ไปไกลแล้ว !

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะรู้ว่าหลัวเสี้ยวกำลังหยอกเขา หลังจากที่คำความเคารพแล้วเขาก็รีบวิ่งหนีไปทันที

.....

เวลาได้ผ่านไปในแต่ละวันซึ่งช่วงเช้าหลินเทียนก็จะฝึกภายในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ 8 ชั่วโมงและช่วงบ่ายก็จะพักอีก 8 ชั่วโมง พอตกเย็นก็เริ่มบ่มเพาะพลังโดยอาศัยเคล็ดวิชาและข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ

หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วหลินเทียนก็ปรับสภาพร่างกายเข้ากับอาณาเขตแรงโน้มถ่วงระดับสามได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพนั้นแต่เขาก็สามารถสำแดงทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตได้อย่างราบรื่นแถมทุกๆครั้งที่มาที่นี่จนถึงตอนนี้ก็ทำให้เขาสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะนี้ไปกว่า 20% แล้ว

ไม่นานก็ผ่านไปอีกสามวัน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขารู้สึกได้ว่าท่าทางของศิษย์สำนักจะกระวนกระวายผิดปกติ

"อีกสิบวันจะเป็นการคัดศิษย์ภายในและไม่รู้ว่าจะมีกี่ผู้โชคดีที่ได้ผ่านเข้าไป "

"ผู้โชคดี ? การที่จะเข้าเป็นศิษย์ภายในสำนักมันขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งล้วนๆ !"

"ก็ใช่เนอะ "

ศิษย์หลายคนได้เริ่มการสนทนากันด้วยเสียงกระซิบ

หลินเทียนก็เข้าใจในที่สุดว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้กระวนกระวายกันแปลกๆ ที่แท้การคัดเลือกเข้าเป็นศิษย์ภายในก็กำลังจะมาถึงนี่เอง

เมื่อคิดถึงการทดสอบแล้วหลินเทียนก็นึกถึงภาพของโจวเฮ่าขึ้นมาและแสยะโดยทันที ก่อนหน้านี้ในการทดสอบศิษย์ภายนอกนั้นมันตั้งใจจะฆ่าเขาภายในสันเขาชิงเฟิงซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ชั่วช้าและโหดเหี้ยมอย่างมาก หลินเทียนยังจำเรื่องในวันนั้นได้อย่างชัดเจนแต่วันทดสอบศิษย์ภายในนี้จะเป็นวันที่พวกเขาเคยนัดกันไว้ !

"หลินเทียน "

เสียงเรียกที่คุ้นเคยได้ถูกส่งมาจากที่ไกลๆ

เขาได้หันหน้ากลับไปพร้อมกับเห็นว่าซูชูวกำลังวิ่งมาทางเขา

ซูชูวสวมกระโปรงยาวสีขาวในวันนี้แถมยังมีผมเปียที่เพิ่มความงามให้กับนางอีกเสมือนว่านางเป็นองหญิงน้อยเลยก็ไม่ปาน

"ว่าไงซูชูวเอ๋อ"

หลินเทียนได้เรียกออกมา

"ซูชูวเอ๋อ ? "

ซูชูวได้รีบตอบก ับไปทันทีเลยว่า

"เรียกศิษย์พี่หญิง ! "

หลินเทียนได้แต่กรอกตาเพราะใครจะไปอยากเรียกกันล่ะ

เมื่อเห็นการกระทำของหลินเทียนแล้วนางก็ได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดอย่างจริงจังว่า

"อีกสิบวันเป็นการเริ่มทดสอบศิษย์ภายในสำนักและเป็นวันนัดการประลองของเจ้ากับโจวเฮ่า ตอนนี้ระดับพลังเจ้าถึงไหนแล้ว ? "

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ตอนปลาย "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ตอนปลาย ! "

ซูชูวได้พูดต่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่า

"ข้าเองก็เพิ่งตัดผ่านมาได้แต่นี่เจ้าแซงข้าไปแล้ว ? "

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วนางก็ได้แต่ประหลาดใจอย่างมาก ภายในสองเดือนนี้หลินเทียนได้ตัดผ่านมาจากเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 5 มาถึงระดับ 8 ตอนปลาย !

"เจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราแต่นี่มันต้องขนาดนี้เลย ! ? "

นางได้แต่ชะงักไป

"ก็ไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดพรสวรรค์อะไรขนาดนั้น "

หลินเทียนได้ยักไหล่พร้อมทั้งมองไปทางนางแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงล้อเลียนว่า

"อ่อใช่ อาจารย์ไม่ต้องเรียกแต่ไหนลองเรียกเพื่อนร่วมสำนักหน่อยสิ "

"ไปตายซะ ! "

ซูชูวได้แสดงสีหน้าดุออกมาทันทีก่อนที่จะรีบเตะขาของเขาอย่างจัง

หลังจากนั้นนางก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

"เป็นอะไร ? "

หลินเทียนสัมผัสได้ถึงความแปลกนี้

ซูชูวได้กรอกตาพร้อมกับพูดต่อว่า

"ข้ามีข่าวมาแจ้งสองเรื่องทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย อยากจะฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ ? "

หลินเทียน

"...."

หญิงนาง ี้ก็มีด้านแบบนี้ด้วยแหะ

"งั้นเอาข่าวดีก่อนแล้วกัน"

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

"ข่าวดีคือตอนนี้ผู้อาวุโสโม่ยี่ได้หายตัวไปร่วมเดือนแล้วซึ่งไม่ว่าจะเป็นตระกูลโม่หรือสำนักเราก็ไม่พบร่องรอยของเขาแม้แต่น้อยเหมือนว่าสลายหายไปเป็นอากาศ "

นางได้พูดต่อว่า

"เจ้าและตระกูลโม่มีความแค้นกันดังนั้นข่าวนี้มันไม่ทำให้เจ้ามีความสุข ? "

ก่อนหน้านี้ตระกูลโม่ได้แจ้งออกไปกับสำนักว่าโม่ยี่มีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการแต่ช่วงนี้ก็ใกล้ถึงวันคัดเลือกศิษย์ภายในแล้วดังนั้นงานภายในสำนักก็ยุ่งขึ้นมากแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของโม่ยี่แม้แต่น้อยดังนั้นมู่ชิงและฉีดงถึงได้ไปเยี่ยมที่ตระกูลโม่อีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่สามารถปิดบังอะไรได้อีกแล้วจึงตอบตามความจริงกลับไป ซูชูวก็รู้เรื่องนี้มาจากมู่ชิงนั่นแหละ

หลินเทียนได้แสร้งทำเป็นประหลาดใจพร้อมกับพูดว่า

"โม่ยี่หายตัวไปงั้นหรอ ? "

"อื้ม ไม่มีวี่แววเลย "

ซูชูวได้พยักหน้าตอบ

"งั้นก็เป็นข่าวดีเลยล่ะ "

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยรอยยิ้ม

โม่ยี่ได้ถูกลากหายเข้าไปภายในรอยแยกของมิติโดยที่ไม่เหลือไว้แม้แต่กระดูกดังนั้นจะไม่มีวี่แววก็คงไม่แปลก

เขาได้มองไปที่นางพร้อมกับถามต่อว่า

"แล้วข่าวร้ายล่ะ ? "

ริมฝีปากของซูชูวได้ยกตัวขึ้นพร้อมกับพูดว่า

"โจวเฮ่าตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะแล้ว "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 076

คัดลอกลิงก์แล้ว