- หน้าแรก
- ข้าคือตี้ซิน ข้องใจก็ดาหน้าเข้ามา
- บทที่ 29 มรดกวิหคดำ! ปีกที่งอกเงย
บทที่ 29 มรดกวิหคดำ! ปีกที่งอกเงย
บทที่ 29 มรดกวิหคดำ! ปีกที่งอกเงย
บทที่ 29 มรดกวิหคดำ! ปีกที่งอกเงย
สองมือของเจิ้นหยวนจื่อแผ่คลื่นพลังวิญญาณออกมาพร้อมสรรพ
หากตี้ซินแสดงอาการผิดปกติใดๆ แม้เพียงเล็กน้อย เขาก็พร้อมจะลงมือช่วยเหลือได้ทันที
ทว่า เมื่อเจิ้นหยวนจื่อเฝ้ามองไปเรื่อยๆ เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เหตุใดกลิ่นอายของตี้ซินถึงได้พุ่งสูงขึ้นเล่า?
หลังจากตี้ซินทานผลโสมคนผลแรกหมด เขาก็คว้าผลที่สองและสามเข้าปากตามไปติดๆ
ปราณตีกลับ? ธาตุไฟเข้าแทรก?
ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ด้วยพลังแห่ง 'ระบบ' แม้แต่ของวิเศษระดับกำเนิดก่อนฟ้าดิน เขาก็ยังดูดซับได้อย่างง่ายดาย
แค่ผลโสมคนไม่กี่ผล จะทำให้เขาเกิดอาการผิดปกติได้เชียวหรือ?
เจิ้นหยวนจื่อเห็นตี้ซินเขมือบผลโสมคนเข้าไปรวดเดียวสามผล ดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"เป็นไปไม่ได้! หรือว่าสรรพคุณของผลโสมคนเหล่านี้จะด้อยลงไป?"
"เพียงแค่ระดับไท่อี่จินเซียน จะทานทนพลังวิญญาณของผลโสมคนถึงสามผลได้อย่างไร?"
เจิ้นหยวนจื่อตกอยู่ในสภาวะสงสัยในตัวเอง
หลังจากดูดซับพลังงานจากผลโสมคนทั้งสามผล ตี้ซินก็เรียกหาระบบในใจ
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
โฮสต์: ตี้ซิน
ระดับพลัง: ไท่อี่จินเซียน ขั้นต้น
ความแข็งแกร่งทางกาย: ไท่อี่จินเซียน ขั้นต้น (เคล็ดวิชากายาเทวะมังกรคชสาร, พลังหกมังกรคชสาร)
พลังจิต: ไท่อี่จินเซียน ขั้นต้น
แถบพลังงาน: 9,955,000 / 10,000,000
ตี้ซินมองดูแถบพลังงานที่ขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะเลื่อนระดับ เขาจึงเงยหน้ามองเจิ้นหยวนจื่อ
แน่นอนว่าเขาต้องตักตวงผลประโยชน์นี้ต่อไป
ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา เจิ้นหยวนจื่อน่าน่าจะมีผลโสมคนเก็บสะสมไว้อีกไม่น้อย
ตี้ซินทำหน้าตาใสซื่อมองเจิ้นหยวนจื่อ
"สหายพรต เมื่อครู่ข้ากินเร็วไปหน่อย ยังไม่ทันรู้รสชาติของผลโสมคนเลย ไม่ทราบว่าสหายพรตยังพอจะมีเหลือแบ่งปันอีกหรือไม่?"
เจิ้นหยวนจื่อเองก็อยากจะเห็นกับตาว่าตี้ซินจะกินผลโสมคนต่อไปได้อีกหรือไม่!
เขาจึงสะบัดแขนเสื้อนำผลโสมคนออกมาอีกห้าผล
"ฝ่าบาท ผลโสมคนเหล่านี้ย่อมมีเพียงพอ หากฝ่าบาทเสวยหมด ก็แค่ตรัสบอกข้า"
ตี้ซินโบกมือวูบ ผลโสมคนทั้งห้าผลก็ลอยเข้าปากเขาไปจนหมดสิ้น
"ตูม!"
คลื่นพลังวิญญาณมหาศาลระเบิดออกจากร่างของตี้ซินในทันที
พลังปราณพุ่งทะยานออกไปรอบทิศทาง แต่กลับถูกม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้
ครานี้เอง เจิ้นหยวนจื่อจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ารอบๆ ตำหนักหลวงมีการวางค่ายกลป้องกันเอาไว้ และภายในนั้นยังมี 'ค่ายกลรวบรวมวิญญาณ' ซ้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง
"ค่ายกลซ้อนค่ายกล! ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่สามารถวางค่ายกลในลักษณะนี้ได้ ข้าใคร่รู้นักว่าปรมาจารย์ท่านใดเป็นผู้รังสรรค์ค่ายกลนี้"
ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของเจิ้นหยวนจื่อ เขาประเมินว่าผู้ที่วางค่ายกลนี้ได้ จะต้องบำเพ็ญเพียรในวิถีแห่งค่ายกลมานับหมื่นปี และมีความเข้าใจในศาสตร์นี้อย่างลึกซึ้งถึงขีดสุด
รอให้ตี้ซินตื่นจากภวังค์ เขาจะต้องถามให้ได้ว่ายอดคนผู้นั้นเป็นใคร
หากได้ผูกมิตรไว้ ย่อมเป็นประโยชน์มหาศาลต่อวัดอู่จวงอย่างแน่นอน
ทางด้านอวิ๋นจงจื่อ กลับจ้องมองตี้ซินเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง
เดี๋ยวนี้การบำเพ็ญเพียรมันง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ?
กินผลโสมคนแปดผล ก็เลื่อนระดับสู่ไท่อี่จินเซียนขั้นกลางได้เลยงั้นรึ?
ก่อนหน้านี้ เพียงแค่ขั้นไท่อี่จินเซียนขั้นต้น พลังโจมตีของตี้ซินก็น่าเกรงขามอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อก้าวสู่ขั้นกลาง พลังของเขาจะไม่...
เจิ้นหยวนจื่อเองก็หันกลับมามองตี้ซินเช่นกัน
เมื่อครู่มัวแต่สนใจค่ายกลจนลืมสังเกตตี้ซิน
ตอนนี้เขาต้องตกตะลึงอีกครั้ง
"ตี้ซินเลื่อนระดับอีกแล้วหรือ? แม้ผลโสมคนจะมีพลังวิญญาณมหาศาล แต่มันไม่มีสรรพคุณช่วยให้ระดับไท่อี่จินเซียนเลื่อนขั้นได้มิใช่หรือ?"
พร้อมกับการเลื่อนระดับของตี้ซิน ภาพนิมิตแห่ง 'วิหคดำ' ที่ซ่อนเร้นอยู่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
วิหคดำส่งเสียงร้องกังวานก้องฟ้า ราวกับจะอวดว่าขนของมันงดงามวิจิตรยิ่งกว่าเดิม
เบื้องหลังตี้ซิน ปรากฏสัญลักษณ์โทเทมรูปวิหคดำขึ้น
รายล้อมวิหคดำนั้น มีมังกรคชสารทั้งหกตัววนเวียนอยู่ประหนึ่งกำลังถวายความเคารพต่อราชันย์แห่งนก
ตี้ซินค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ ร่างกายของเขายังคงแผ่ไอแห่งเปลวเพลิงออกมาจางๆ
จิตวิญญาณของตี้ซินกำลังเดินอยู่ภายในโถงทางเดินอันยาวเหยียด ผนังสองข้างทางสลักเสลาด้วยลวดลายวิหคดำในอิริยาบถต่างๆ
"ที่นี่ที่ไหน?"
ตี้ซินจำได้ว่าหลังจากกลืนผลโสมคนห้าผลรวดเดียว ระดับพลังของเขาก็ทะลวงสู่ไท่อี่จินเซียนขั้นกลาง
ทันใดนั้น จิตของเขาก็ถูกดึงดูดเข้ามายังสถานที่ประหลาดแห่งนี้
"ก๊าซ!"
เสียงร้องก้องกังวานเรียกความสนใจของตี้ซิน
เขาเห็นวิหคดำขนาดยักษ์กำลังโผบินอยู่กลางเวหา
เมื่อวิหคดำเห็นตี้ซิน แววตาของมันเปี่ยมไปด้วยความสนิทสนม นี่เป็นครั้งแรกที่ราชันย์แห่งราชวงศ์ซางในยุคปัจจุบันสามารถปลุกมันให้ตื่นขึ้นได้
วิหคดำพ่นลูกแก้วสีแดงเพลิงออกมาใส่ตี้ซิน
เมื่อลูกแก้วพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของตี้ซิน ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์
นี่คือ... เคล็ดวิชาการบำเพ็ญเพียรกายา?
ตี้ซินใช้เวลาอยู่ในโถงทางเดินนั้นเนิ่นนาน ทว่าในโลกภายนอกกลับผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
เจิ้นหยวนจื่อและอวิ๋นจงจื่อยังคงสนทนากันเรื่องพรสวรรค์ของตี้ซิน
จะว่าไป ตี้ซินเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เหตุใดพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรจึงเหนือล้ำกว่าเผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เสียอีก?
ต้องรู้ก่อนว่า ด้วยอายุของตี้ซิน อย่างมากก็บำเพ็ญเพียรมาเพียงไม่กี่สิบปี แต่เวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้กลับก้าวมาถึงระดับไท่อี่จินเซียนได้
เรื่องนี้หากพูดออกไป คงถูกผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นหัวเราะเยาะว่าโกหกหน้าตายเป็นแน่
"ตี้ซินกำลังจะตื่นแล้ว"
จู่ๆ เจิ้นหยวนจื่อก็เอ่ยขึ้น
เขาเห็นปีกคู่หนึ่งงอกออกมาจากแผ่นหลังของตี้ซิน ปีกคู่นั้นเหมือนกับปีกของวิหคดำในนิมิตทุกประการ
"มรดกวิหคดำ?"
"ไม่นึกเลยว่าตี้ซินจะมีวาสนาถึงเพียงนี้"
เจิ้นหยวนจื่อผู้มีอายุยืนยาว มองปราดเดียวก็รู้ถึงที่มาของปีกคู่นั้น
ปีกคู่นี้สามารถเพิ่มความเร็วและยังช่วยเสริมพละกำลังให้อีกด้วย
เขาชักอยากรู้แล้วสิว่าตอนนี้ระดับพลังของตี้ซินก้าวไปถึงขั้นไหนแล้ว
ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกไป และถูกดูดซับโดยค่ายกลในตำหนักหลวงอีกครั้ง
"ขอแสดงความยินดีด้วยฝ่าบาท ระดับพลังของพระองค์รุดหน้าขึ้นอีกแล้ว"
ตี้ซินเก็บปีกกลับเข้าไปแล้วหัวเราะร่า "ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณผลโสมคนของสหายพรตเจิ้นหยวนจื่อ! มิเช่นนั้นข้าคงไม่ก้าวหน้าได้รวดเร็วปานนี้"
"จริงสิ เมื่อครู่สหายพรตบอกว่าผลโสมคนไม่ควรรีบทาน มิฉะนั้นพลังวิญญาณจะควบคุมไม่ได้มิใช่หรือ?"
เจิ้นหยวนจื่อ: "..." เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าตี้ซินจะผิดมนุษย์มนาปานนี้ กินไปตั้งแปดผล นอกจากจะไม่เป็นไรแล้ว พลังยังเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
ต้องรู้ว่าผลโสมคนนี้หมื่นปีจะออกผลเพียงสามสิบผล และทันทีที่ออกผล ผู้คนจากสารพัดสำนักต่างก็แห่มาขอแลกเปลี่ยน
หลังจากตี้ซินฟาดไปแปดผล สต็อกของเขาเองก็เหลือไม่มากแล้ว
หากตี้ซินขอเพิ่มอีก เขาคงไม่มีให้จริงๆ แล้ว
โชคดีที่ตี้ซินไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องผลโสมคนอีก
เจิ้นหยวนจื่อจึงฉวยโอกาสถามเรื่องที่ค้างคาใจ
"ฝ่าบาท ข้าใคร่ขอถามสักนิด ผู้ใดเป็นผู้วางค่ายกลในพระราชวังแห่งนี้หรือ? ในความคิดเห็นอันต่ำต้อยของข้า ผู้ที่วางค่ายกลนี้ได้ต้องเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน!"
ตี้ซินกระแอมเบาๆ
"ค่ายกลนี้มันวางยากมากเลยหรือ?"
เมื่อเห็นตี้ซินย้อนถาม เจิ้นหยวนจื่อเข้าใจว่าตี้ซินคงไม่รู้ซึ้งถึงความลึกล้ำของวิถีแห่งค่ายกล จึงอธิบายขยายความ "แม้ค่ายกลนี้จะไม่ใช่กระแสหลักในโลกหล้า แต่หากผู้ใดสามารถเข้าถึงมรรควิถีผ่านค่ายกลได้ พลังอำนาจของมันย่อมเหนือกว่ามรรควิถีทั่วไปเสียอีก"
"ในความเห็นของข้า ปรมาจารย์ผู้สร้างค่ายกลนี้ มีความรู้แจ้งในศาสตร์ค่ายกลที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!"
"การที่สามารถผสานสองค่ายกลเข้าด้วยกันได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้ ข้าบอกได้คำเดียวว่า... น่าสะพรึงกลัว"
"ในภายภาคหน้า การที่เขาจะบรรลุวิถีแห่งอริยะผ่านทางค่ายกล ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้"