เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ข้าต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพร

บทที่ 19 ข้าต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพร

บทที่ 19 ข้าต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพร


บทที่ 19 ข้าต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพร

ดวงตาของหยวนสื่อเทียนซุนเบิกกว้างเมื่อได้ฟังรายงานของอวิ๋นจงจื่อ

"เป็นไปได้อย่างไร!"

เมื่อเห็นปฏิกิริยาอันรุนแรงของหยวนสื่อเทียนซุน อวิ๋นจงจื่อยิงมั่นใจในสิ่งที่ตนได้ประจักษ์มามากขึ้น

หากเป็นเพียงปีศาจเล็กๆ ไฉนท่านอริยะถึงได้ให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ เว้นเสียแต่ว่าปีศาจตนนี้จะมีประโยชน์ต่อแผนการในอนาคต

เมื่อคิดได้ดังนี้ อวิ๋นจงจื่อก็อดรู้สึกหดหู่ใจมิได้

หรือว่าอุดมการณ์ของสำนักชานกับวิถีแห่งเต๋าของเขาจะสวนทางกันเสียแล้ว?

เช่นนี้แล้ว... เขาควรจะยังรั้งอยู่ที่สำนักชานต่อไปอีกหรือ?

ในขณะที่อวิ๋นจงจื่อจมอยู่ในความสับสน หยวนสื่อเทียนซุนกลับไม่ได้ใส่ใจสีหน้าของศิษย์ผู้นี้มากนัก

ตามหลักเหตุผลแล้ว ต๋าจี่ควรจะอยู่ที่เฉาเกอสิ!

คลื่นพลังวิญญาณวูบวาบขึ้นรอบกายหยวนสื่อเทียนซุน... จิ้งจอกเก้าหางอยู่ที่เฉาเกอจริงๆ แล้วเหตุใดอวิ๋นจงจื่อถึงหาไม่เจอ?

หรือว่าอวิ๋นจงจื่อไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่?

ไม่น่าเป็นไปได้!

หยวนสื่อเทียนซุนเข้าใจนิสัยของศิษย์ผู้นี้ดี อวิ๋นจงจื่อยึดถือภารกิจปราบมารพิทักษ์ธรรมเป็นหน้าที่สำคัญ หากได้เห็นปีศาจจิ้งจอกในวังหลวง ครานี้เขาคงต้องเข้าไปโต้เถียงกับตี้ซินเป็นแน่แท้

หยวนสื่อเทียนซุนครุ่นคิดอยู่นานก็ไม่อาจหาเหตุผลมารองรับได้

ช่างเถอะ!

คงต้องส่งอวิ๋นจงจื่อกลับไปอีกครั้ง

ชื่อเสียงของตี้ซินจำเป็นต้องถูกทำลายลงทีละน้อย

ประกายตาอันแหลมคมฉายวาบในดวงตาของหยวนสื่อเทียนซุน

"อวิ๋นจงจื่อ ปีศาจตนนั้นอยู่ที่เฉาเกอ เจ้าจงไปเสีย หากปล่อยให้ปีศาจทำร้ายผู้คนโดยไม่รีบจัดการ ราชวงศ์ซางจักต้องตกอยู่ในความโกลาหลเป็นแน่แท้"

ใบหน้าของหยวนสื่อเทียนซุนแสดงออกถึงความเวทนาสงสารต่อมวลมนุษย์

ทว่าบัดนี้ เมล็ดพันธุ์แห่งความเคลือบแคลงได้ฝังรากลงในใจของอวิ๋นจงจื่อเสียแล้ว ยามเขามองหยวนสื่อเทียนซุน จึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจชอบกล

"ขอรับ ท่านอาจารย์"

อวิ๋นจงจื่อมิได้กล่าวสิ่งใดมากความ ก่อนจะล่าถอยออกจากตำหนักหยกวิมล

หลังจากอวิ๋นจงจื่อจากไป หยวนสื่อเทียนซุนก็ขมวดคิ้วมุ่น

"เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับอริยะท่านอื่นหรือไม่?"

"ปีศาจจิ้งจอกตนนี้เป็นหมากตัวสำคัญในมหันตภัยสถาปนาเทพเจ้า จะให้เกิดความผิดพลาดมิได้ หากอวิ๋นจงจื่อยังหานางไม่พบ เปิ่นจั้วคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือเอง"

ถ้อยคำรำพึงของหยวนสื่อเทียนซุนกลับดังชัดเจนในโสตประสาทของอวิ๋นจงจื่อที่เพิ่งเดินพ้นประตูไป

หัวใจของอวิ๋นจงจื่อเย็นเยียบลงทันที

ช้าก่อน!

เหตุใดเขาจึงได้ยินเสียงของหยวนสื่อเทียนซุน?

นี่คือสุรเสียงแห่งอริยะ ตามหลักแล้วจินเซียนเช่นเขาไม่ควรจะได้ยิน!

หรือว่า... อวิ๋นจงจื่อเริ่มมีข้อสันนิษฐานบางอย่างผุดขึ้นในใจ

...

ณ พระราชวังเฉาเกอ

ตี้ซินรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว อวิ๋นจงจื่อน่าน่าจะใกล้ถึงแล้วกระมัง!

แสงสีทองวาบผ่านเข้ามาในตำหนัก

ร่างของอวิ๋นจงจื่อปรากฏขึ้นในสายตาของตี้ซิน

"ฝ่าบาททรงทำเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"

อวิ๋นจงจื่อมองตี้ซินด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง

เขาเป็นถึงเซียนผู้วิเศษ แต่กลับถูกราชันย์มนุษย์ผู้นี้ปั่นหัวเล่น

แล้วภาพนิมิตฝันประหลาดนั่น ก็คงเป็นฝีมือของราชันย์ผู้นี้ด้วยกระมัง?

อวิ๋นจงจื่อแค่นเสียงเย็น "ตี้ซิน ปีศาจจิ้งจอกได้ล่อลวงท่านแล้วจริงๆ"

อวิ๋นจงจื่อประสานอินเตรียมร่ายเวท

วันนี้เขาจะกำจัดปีศาจจิ้งจอกตนนี้ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ให้จงได้!

ทว่าก่อนที่มุทราจะประสานเสร็จสมบูรณ์ ตี้ซินเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ

คลื่นพลังเวทมหาศาลที่เหนือชั้นกว่าอวิ๋นจงจื่อหลายขุมก็ซัดร่างของเซียนหนุ่มจนกระเด็น

"อั้ก!"

อวิ๋นจงจื่อร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

"ไท่อี่จินเซียน!"

"ท่านบรรลุถึงขั้นไท่อี่จินเซียนเชียวหรือ! เป็นไปได้อย่างไร! ท่านเป็นราชันย์มนุษย์มิใช่หรือ?"

ตี้ซินมองอวิ๋นจงจื่อด้วยรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน "ราชันย์มนุษย์จะบำเพ็ญเพียรบ้างมิได้หรือไร?"

ใบหน้าของอวิ๋นจงจื่อแดงก่ำ เขาเริ่มขยับนิ้วคำนวณดวงชะตา "ลิขิตสวรรค์ระบุว่าราชันย์มนุษย์ไร้ซึ่งตบะบารมี นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?"

"หรือว่ามหันตภัยครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปแล้ว?"

ความคิดของอวิ๋นจงจื่อสับสนวุ่นวายไปหมด

ตี้ซินประทับอยู่บนบัลลังก์สูง มองลงมายังอวิ๋นจงจื่อ

"อวิ๋นจงจื่อ ข้าแสดงให้ท่านเห็นตั้งมากมาย ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ!?"

วาจาของตี้ซินดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจของอวิ๋นจงจื่อ

"หากเปิ่นหวางไม่มีหนทางเอาตัวรอด ชะตากรรมของราชวงศ์ซางก็คงเป็นดั่งที่ข้าแสดงให้ท่านเห็นในนิมิตนั่นแล"

ร่างของอวิ๋นจงจื่อสั่นเทา

"ท่านคิดว่าถ้อยคำสวยหรูของสำนักชานที่พร่ำบอกว่าทำเพื่อมนุษยชาตินั้น เป็นความจริงหรือ?"

"ท่านไม่ได้ยินสิ่งที่ท่านอาจารย์ผู้แสนดีของท่านเอ่ยออกมาหรืออย่างไร?"

รูม่านตาของอวิ๋นจงจื่อหดเกร็งลงเล็กน้อย

จิตใจของอวิ๋นจงจื่อปั่นป่วนอย่างหนัก แต่ไม่นานก็กลับมาสงบลงได้

"ตี้ซิน ท่านต้องการทำอะไรกันแน่?"

"เปิ่นหวางต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพรชั่วนิรันดร์! เผ่าพันธุ์มนุษย์จักต้องไม่ถูกผู้ใดวางแผนบงการอีกต่อไป!"

อวิ๋นจงจื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจากร่างของตี้ซิน และกลับรู้สึกว่าวาจานั้นเป็นความสัตย์จริง

แต่มันจะเป็นไปได้หรือ?

เผ่าพันธุ์มนุษย์อ่อนแอมาโดยตลอด แม้แต่เผ่าปีศาจก็ยังเข่นฆ่ามนุษย์ได้ตามอำเภอใจ

หากมิใช่เพราะเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรคอยออกปราบมาร มนุษย์คงล้มตายเป็นใบไม้ร่วงไปนานแล้ว

ตี้ซินจ้องมองอวิ๋นจงจื่อแล้วเอ่ยขึ้น "อวิ๋นจงจื่อ ข้าคิดว่าท่านเป็นเซียนเพียงผู้เดียวในสำนักชานที่ห่วงใยมนุษย์อย่างแท้จริง"

"ข้าจะให้ทางเลือกแก่ท่าน มาเป็นขุนนางรับใช้ราชวงศ์ซางเสียเป็นอย่างไร?"

"เป็นไปไม่ได้!"

อวิ๋นจงจื่อปฏิเสธทันควัน

แม้ว่าสำนักชานจะไม่ใช่สิ่งดีงามอย่างที่เขาเคยศรัทธาอีกต่อไป แต่การไปเป็นขุนนางให้ราชวงศ์ซางนั้นเป็นเรื่องเหลือวิสัย

ล้อเล่นน่า!

คนอย่างเขา อวิ๋นจงจื่อ จะลดตัวไปเป็นขุนนางในราชสำนักซางได้อย่างไร?

สีหน้าของตี้ซินยังคงเรียบเฉย ในเมื่อไม่เต็มใจจะเป็นขุนนาง ก็เท่ากับไร้ประโยชน์

ของไร้ประโยชน์ ก็สมควรตาย

อวิ๋นจงจื่อสบตาตี้ซิน ทันใดนั้นลางสังหรณ์ร้ายก็ผุดขึ้นในใจ

แรงกดดันมหาศาลแห่งราชันย์มนุษย์ถาโถมเข้าใส่ร่างของอวิ๋นจงจื่อ จนกระดูกลั่นดัง "กร๊อบ"

สิ่งที่ตี้ซินต้องการแต่เดิมคือค่าโชคชะตาในตัวอวิ๋นจงจื่อต่างหาก

"แม้มันจะยุ่งยากไปสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้!"

ผลึกใสชิ้นเล็กปรากฏขึ้นในมือของตี้ซิน

"พรแห่งฟ้าดิน จงมาเป็นพลังแก่ข้า—"

ตี้ซินร่ายคาถาอย่างต่อเนื่อง ปราณสีแดงสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนร่างของอวิ๋นจงจื่อ

ปราณสีแดงนั้นดูเหมือนจะถูกผลึกในมือดูดกลืนเข้าไป

ตี้ซินมองดูสายปราณสีแดงนั้น พลางส่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ

"ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะมีอดีตเช่นนี้!"

"น่าสนใจ"

อวิ๋นจงจื่อถูกบารมีแห่งราชันย์กดทับจนหายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกสูบออกจากร่างกาย

เขาพยายามจะขัดขืน แต่กลับไม่สามารถรวบรวมพลังเวทได้แม้แต่น้อย

ตี้ซินผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว

...

ณ ตำหนักหยกวิมล

หยวนสื่อเทียนซุนพลันสัมผัสได้ถึงลางร้าย

"เหตุใดโชคชะตาของสำนักชานจึงรั่วไหลออกไป?"

ใบหน้าของหยวนสื่อเทียนซุนถมึงทึง พลังเวทในมือผันผวนขณะพยายามคำนวณกรรมวิบาก

แต่เส้นด้ายแห่งกรรมกลับพันกันยุ่งเหยิง แม้แต่พลังระดับอริยะของเขาก็ไม่อาจแยกแยะได้

"เป็นไปได้อย่างไร!"

หยวนสื่อเทียนซุนไม่ยอมแพ้ เร่งเร้าพลังเวทให้เข้มข้นขึ้น เขาจะไม่มีวันยอมให้โชคชะตาของสำนักชานลดน้อยลงเด็ดขาด!

...

ณ พระราชวังเฉาเกอ

เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของตี้ซิน

"ติ๊ง ตรวจพบพลังงานลึกลับพยายามโจมตีระบบ ระบบได้เริ่มทำการตอบโต้!"

"สาม สอง หนึ่ง การตอบโต้สำเร็จ พลังงานลึกลับถูกกำจัดแล้ว!"

ตี้ซินเลิกคิ้ว

พลังงานลึกลับนั่นคงเป็นหยวนสื่อเทียนซุนที่จับสังเกตความผิดปกติได้และพยายามจะตรวจสอบ

เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าระบบจะมีฟังก์ชันป้องกันตัวแบบนี้ด้วย!

...

ณ ตำหนักหยกวิมล

"พรวด!"

หยวนสื่อเทียนซุนกระอักเลือดสีทองออกมาคำโต ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อสายตา

"เป็นไปได้อย่างไร!"

"พรวด!"

เลือดอีกคำพุ่งออกมาจากปาก

กายเนื้อของอริยะนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยพลังแห่งลิขิตสวรรค์ มีเพียงพลังระดับอริยะด้วยกันหรือพลังที่เหนือกว่าเท่านั้น ที่จะสามารถสร้างความเสียหายสาหัสเช่นนี้ได้

จบบทที่ บทที่ 19 ข้าต้องการให้ต้าซางสถิตสถาพร

คัดลอกลิงก์แล้ว