- หน้าแรก
- ข้าคือตี้ซิน ข้องใจก็ดาหน้าเข้ามา
- บทที่ 13 ทะลวงระดับอีกครั้ง! ภารกิจใหม่จากระบบ
บทที่ 13 ทะลวงระดับอีกครั้ง! ภารกิจใหม่จากระบบ
บทที่ 13 ทะลวงระดับอีกครั้ง! ภารกิจใหม่จากระบบ
บทที่ 13 ทะลวงระดับอีกครั้ง! ภารกิจใหม่จากระบบ
เมื่อเห็นดังนั้น เฮ่าเทียนก็เริ่มคำนวณลิขิตสวรรค์ด้วยตนเอง ทว่ายิ่งคำนวณ แววตาของเขาก็ยิ่งฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
โชคชะตาแห่งราชวงศ์ซางกลับมาเปี่ยมล้นถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด? หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้ราชวงศ์ซางคงอยู่ต่อไปอีกหลายพันปีก็ไม่ใช่ปัญหา
เฮ่าเทียนไม่ปักใจเชื่อ จึงลองคำนวณซ้ำอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม
หรือจะเป็นเพราะมหาภัยพิบัติแห่งการแต่งตั้งเทพกำลังจะเริ่มขึ้น ลิขิตสวรรค์จึงถูกปกปิด ทำให้แม้แต่เขาก็ยังถูกลวงตา?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่าเทียนก็ไม่สนใจอีกแล้วว่าใครเป็นคนสังหารเทพพิรุณ
"ข้ามีธุระต้องไปจัดการ พวกเจ้าจงรักษาหน้าที่ของตนให้ดี"
สิ้นแสงสีขาววาบหนึ่ง ร่างของเฮ่าเทียนก็หายวับไปจากตำหนักหลิงเซียว
ไท่ไป๋จินซิงยกมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นเยียบ
เฮ่าเทียนคงจะมุ่งหน้าไปหาท่านปรมาจารย์ที่ตำหนักจื่อเซียวเป็นแน่ การที่โชคชะตาของราชวงศ์ซางพุ่งทะยานขึ้นในครั้งนี้ ช่วยชีวิตเขาไว้แท้ๆ!
มิเช่นนั้น หากองค์จักรพรรดิสวรรค์กริ้วขึ้นมา ใครจะรู้ว่าพระองค์จะมีบัญชาลงมาอย่างไร
ถึงเวลานั้น คนที่ต้องรับเคราะห์ก็คงหนีไม่พ้นเขา
ส่วนเรื่องชายลึกลับสวมเกราะทองนั่น ขนาดองค์จักรพรรดิสวรรค์ที่เป็นถึงระดับกึ่งนักบุญยังคำนวณหาที่มาไม่ได้ แล้วไท่ไป๋จินซิงตัวเล็กๆ อย่างเขาจะทำอะไรได้?
คิดได้ดังนั้น ไท่ไป๋จินซิงก็กลับไปยังที่พำนักของตนอย่างสบายใจเฉิบ เพื่อใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ต่อไป
ณ ตำหนักจื่อเซียว
"ท่านอาจารย์! แย่แล้ว! โชคชะตาของราชวงศ์ซางฟื้นคืนมาเช่นนี้ แล้วมหาภัยพิบัติแห่งการแต่งตั้งเทพจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร?!"
ทันทีที่เฮ่าเทียนมาถึงตำหนักจื่อเซียว เขาก็เริ่มโวยวายทันที
จุดประสงค์หนึ่งของมหาภัยพิบัติแห่งการแต่งตั้งเทพ ก็เพื่อรวบรวมขุนนางฝ่ายธรรมะ 365 องค์เข้าสู่สวรรค์ และเพื่อลิขิตชะตามนุษย์
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเป้าหมายในการเล่นงานศิษย์สำนักเจี๋ยแล้ว ว่าที่เทพหลายองค์ในรายชื่อ 365 องค์นั้น ก็คือขุนพลของราชวงศ์ซาง
หากราชวงศ์ซางไม่ล่มสลาย แผนการนี้ก็ไม่อาจสำเร็จได้!
หงจวินนั่งสงบนิ่งอยู่บนเบาะสมาธิ
กระแสพลังวิญญาณพัดผ่านร่างของเฮ่าเทียน ทำให้ความตื่นตระหนกของเขาสงบลง
"เฮ่าเทียน การบำเพ็ญเพียรติดตามข้ามานับหมื่นปีของเจ้า หายไปไหนหมด?"
เฮ่าเทียนรีบคารวะท่านปรมาจารย์ทันที "ศิษย์เสียมารยาทแล้ว แต่ช่วงนี้ราชวงศ์ซางมีความผิดปกติเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีชายลึกลับสวมเกราะทองบุกรุกสวรรค์และสังหารเทพพิรุณ แม้แต่ศิษย์ก็ยังไม่อาจหยั่งรู้ที่มาของคนผู้นี้ได้"
หัวใจของหงจวินกระตุกวูบ
ชายลึกลับสวมเกราะทองอีกแล้ว...
ก่อนหน้านี้ หยวนสื่อเทียนซุนก็เคยเพลี่ยงพล้ำเพราะชายลึกลับผู้นี้
และการหายตัวไปของร่างมาร ก็เกี่ยวข้องกับคนผู้นี้เช่นกัน
ไม่รู้ด้วยเหตุใด จู่ๆ หงจวินก็รู้สึกหนาวเยือกในใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะหลุดเหนือการควบคุม
"ท่านอาจารย์?"
หงจวินได้สติกลับมา เห็นเฮ่าเทียนกำลังมองอยู่ จึงโบกมือไล่
"ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับสวรรค์ไปเถอะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง"
เฮ่าเทียนยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เขาถ่อมาถึงที่นี่ก็เพราะเรื่องโชคชะตาของราชวงศ์ซาง แต่กลับไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย แถมท่านอาจารย์ยังไล่ให้กลับไปอีก
หรือว่า... ชายลึกลับสวมเกราะทองผู้นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์?
นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านอาจารย์ปกป้องสถานะของเขาไว้?
เฮ่าเทียนเริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา และคิดเอาเองว่าตนได้ล่วงรู้ความคิดของท่านอาจารย์แล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เทพพิรุณจะตายก็ช่างมันปะไร การหาเซียนมาทำฝนไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องโชคชะตาของราชวงศ์ซาง ต่อให้รุ่งโรจน์ตอนนี้ สุดท้ายในอนาคตมันก็ต้องตกเป็นของสวรรค์อยู่ดี
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฮ่าเทียนก็หายตื่นตระหนกเป็นปลิดทิ้ง
"ศิษย์ขอลา"
หลังจากเฮ่าเทียนจากไป สีหน้าของหงจวินกลับเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
"คนผู้นี้เป็นใครกันแน่?!"
"แม้แต่พลังเวทของข้า ก็ยังไม่อาจหยั่งรู้ที่มาของมันได้"
ณ เมืองเฉาเกอ
พลังของเมล็ดพันธุ์แห่งมหาเต๋าใกล้จะหมดลง ปรากฏการณ์อัศจรรย์รอบกายตี้ซินค่อยๆ จางหายไป
ภาพมายาของนกดำทมิฬเบื้องหลังตี้ซินดูเด่นชัดและมีมวลสารมากขึ้น หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่ามีมังกรสามตัวและช้างสารสามเชือกวนเวียนอยู่รอบนกดำนั้น
ตี้ซินลืมตาขึ้นทันควัน ลำแสงสีทองพุ่งวาบออกจากดวงตา
ที่ใดที่สายตาของเขากวาดผ่าน พื้นที่ตรงนั้นถึงกับไหม้เกรียมเป็นหลุมขนาดใหญ่
ตี้ซินค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ สัมผัสถึงพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านในร่างกาย หัวใจพองโตด้วยความตื่นเต้น
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
โฮสต์: ตี้ซิน
ระดับพลัง: ไท่อี่จินเซียน (ขั้นปลาย)
ความแข็งแกร่งทางกาย: ไท่อี่จินเซียน ขั้นปลาย (เคล็ดวิชากายามังกรคชสาร)
พลังจิต: ต้าหลัวจินเซียน (ขั้นต้น)
แถบพลังงาน: 1,125,000 / 10,000,000
ตี้ซินกำหมัดแน่น แม้ระดับไท่อี่จินเซียนจะยังเทียบไม่ได้กับพวกสำนักชาน แต่เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาที่เขาเริ่มฝึกฝนมา ก็ถือว่าใช้เวลาไปไม่นานเลย
พวกที่คิดจะวางแผนร้ายต่อต้าซาง ท้ายที่สุดจะต้องถูกเขากำจัดจนสิ้นซาก!
ต้าซางจงเจริญ!
มั่นคงดั่งขุนเขา!
ประกายตาเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของตี้ซิน กลิ่นอายของเขาเข้มข้นขึ้น บารมีแห่งราชันย์มนุษย์ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
อาจกล่าวได้ว่าในยามนี้ เพียงแค่ปรายตามอง เหล่าเจ้าครองแคว้นก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดคดทรยศ
ตี้ซินเดินออกจากตำหนัก ราชินีเจียงยืนรออยู่ที่หน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว
"หม่อมฉันถวายบังคมเพคะ เหล่าเจ้าครองแคว้นกำลังรอเข้าเฝ้าฝ่าบาทอยู่ วันพรุ่งนี้พวกเขาก็จะเดินทางกลับแล้วเพคะ"
ตี้ซินพยักหน้า เตรียมตัวออกไปเรียกประชุมเหล่าขุนนาง
ราชินีเจียงมองดูตี้ซิน นางรู้สึกเสมอว่าองค์เหนือหัวในยามนี้ดูทรงพลังยิ่งกว่าเมื่อหลายวันก่อน
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของพระองค์ช่างดึงดูดใจนางอย่างลึกซึ้ง
รอยระเรื่อสีแดงพาดผ่านใบหน้าของราชินีเจียงอย่างรวดเร็ว
ณ ท้องพระโรงในพระราชวัง เหล่าเจ้าครองแคว้นคุกเข่าอยู่เบื้องล่างเพื่อทูลลาตี้ซิน
ตี้ซินยกมือขึ้น ตรัสถ้อยคำตามธรรมเนียมเล็กน้อย ก่อนจะอนุญาตให้พวกเขากลับไป
อย่างไรก็ตาม สายตาของตี้ซินกลับจับจ้องไปที่ซูฮูเนิ่นนานเป็นพิเศษ
ตามท้องเรื่องเดิม หลังจากกลับไปครั้งนี้ ซูฮูจะก่อกบฏ และจากนั้นซูต๋าจีก็จะถูกส่งตัวมา
เขาแค่อยากรู้ว่า ในเมื่อไม่มีเฟ่ยจ้งและโหยวหุนคอยยุยงแล้ว ครั้งนี้ซูฮูจะยังก่อกบฏอยู่อีกหรือไม่
ซูฮูเองก็สัมผัสได้ว่าตี้ซินมองตนอยู่นาน
หัวใจของซูฮูเต้นรัวด้วยความกังวล
หรือองค์เหนือหัวจะทรงมองเห็นพรสวรรค์ของเขา? หรือว่าทรงล่วงรู้เจตนาที่ซ่อนเร้นของเขา?
ซูฮูมีความคิดที่จะก่อกบฏต่อราชวงศ์ซางมานานแล้ว การมาเยือนเฉาเกอครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะจำใจต้องมา อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อมาดูลาดเลา
ทว่าหลังจากการเดินทางครั้งนี้ ซูฮูได้กลายเป็นผู้ภักดีต่อตี้ซินไปเสียแล้ว
เหตุผลนะหรือ? ก็เพราะพลังอำนาจอันท่วมท้นแห่งราชันย์มนุษย์นั่นเอง
ดังนั้นซูฮูจึงรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า
เขาไม่เคยแพร่งพรายเรื่องคิดกบฏให้ใครรู้ องค์เหนือหัวย่อมไม่มีทางทราบ
ยกเว้นเจ้าแคว้นบูรพาที่ยังคงพำนักอยู่ในเฉาเกอต่อ เจ้าครองแคว้นคนอื่นๆ ต่างทยอยเดินทางกลับ
เมื่อกลับถึงเมืองจี้โจว ซูฮูหมกมุ่นอยู่กับการคิดหาวิธีเอาอกเอาใจตี้ซิน
ประจวบเหมาะกับที่ซูต๋าจีเข้ามาคารวะบิดา สายตาของซูฮูตกกระทบที่ร่างของบุตรสาว ดวงตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นทันที
หากส่งบุตรสาวเข้าวังไปเป็นสนม ย่อมทำให้เขาใกล้ชิดกับองค์เหนือหัวได้มากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ความงามของบุตรสาวเขานั้นเป็นหนึ่งในใต้หล้า งามล่มเมือง องค์เหนือหัวจะต้องทรงโปรดปรานอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูฮูจึงแจ้งการตัดสินใจนี้แก่ฮูหยินซูและซูต๋าจีทันที
แม้ชื่อเสียงของตี้ซินจะดีขึ้นมากในช่วงหลัง แต่ในสายตาคนส่วนใหญ่ ตี้ซินก็ยังเป็นกษัตริย์ที่มักมากในกาม
ฮูหยินซูย่อมไม่อยากให้บุตรสาวต้องเข้าไปอยู่ในกรงทองนั้น
ซูฮูพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจัง "เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงขององค์เหนือหัวในตอนนี้ ต๋าจีไปอยู่ที่เฉาเกอจะต้องสุขสบายอย่างแน่นอน!"
ในเมื่อซูฮูตัดสินใจแล้ว ย่อมไม่มีใครเปลี่ยนใจเขาได้
กำหนดการเดินทางของซูต๋าจีเพื่อไปยังเฉาเกอคืออีกสามวันข้างหน้า
ณ พระราชวังเฉาเกอ
ตี้ซินกำลังดูดซับพลังจากสมบัติที่เหล่าเจ้าครองแคว้นส่งมาบรรณาการ แม้พลังงานที่แปลงค่าได้จะยังน้อยนิด แต่ยุงตัวเล็กก็ถือเป็นเนื้อ!
"ติ๊ง ซูฮูส่งบุตรสาวเข้าวัง ภารกิจ: ช่วยเหลือวิญญาณของซูต๋าจี รางวัลภารกิจ: พลังหนึ่งมังกรคชสาร"
มือที่กำลังหยิบของเข้าปากของตี้ซินชะงักค้างกลางอากาศ