- หน้าแรก
- ปลุกพลังสายน้ำแข็งขั้นสุด แล้วหยุดที่คำว่าไร้เทียมทาน!
- บทที่ 245: ลู่หยวน ปะทะ นิคอส!
บทที่ 245: ลู่หยวน ปะทะ นิคอส!
บทที่ 245: ลู่หยวน ปะทะ นิคอส!
และแล้ว รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันอัจฉริยะดาวสีครามก็เป็นอันสิ้นสุดลง
สิ่งที่ทำให้ผู้ชมชาวต้าเซี่ยต้องถอนหายใจด้วยความเสียดายก็คือ หลินเซิ่งพ่ายแพ้ให้กับนิคอส
ด้วยเหตุนี้ รอบชิงชนะเลิศจึงไม่ใช่ศึกสายเลือดระหว่างคนจากต้าเซี่ยด้วยกันเองอีกต่อไป
แต่ก็ยังนับว่าโชคดี อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีโอกาส
เพราะอย่างไรเสีย ลู่หยวนก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ!
แต่เมื่อลองคิดดูอีกที ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมาทันที!
พลังพิเศษที่นิคอสปลุกขึ้นมาได้นั้นคือพลังระดับ SS เพลิงเทวะเจิดจรัส!
และเป็นที่รู้กันดีว่า ธาตุไฟนั้นข่มธาตุน้ำแข็งอย่างรุนแรง
ทว่า หากพลังที่แท้จริงของนิคอสมีเพียงเท่าที่แสดงออกมาตอนสู้กับหลินเซิ่ง โอกาสชนะของลู่หยวนก็ถือว่ามีสูงมาก!
เพราะหากวัดกันที่ระดับการระเบิดพลังสูงสุดแล้ว นิคอสยังเทียบชั้นลู่หยวนไม่ได้
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่านิคอสไม่ได้ซ่อนไพ่ตายเอาไว้ และพลังที่แท้จริงของเขามีเพียงเท่าที่แสดงให้เห็นในการต่อสู้กับหลินเซิ่งเท่านั้น
......
ในขณะเดียวกัน บนโลกอินเทอร์เน็ตก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ราวกับพายุโหมกระหน่ำ
《เวทมนตร์! นิคอสเป็นจอมเวทงั้นหรือ?!》
《ลู่หยวน? นิคอส? แชมป์จะตกเป็นของใคร?》
《การดวลขั้นสุดยอดระหว่างไฟและน้ำแข็ง ใครจะเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย?》
《......》
กระทู้หรือวิดีโอที่มีหัวข้อทำนองนี้ได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วราวกับฝูงตั๊กแตนบุก
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
นับตั้งแต่การแข่งขันอัจฉริยะดาวสีครามดำเนินมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย บนโลกอินเทอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทั้งสิ้น
......
แม้ว่าบนโลกออนไลน์จะดุเดือดเพียงใด
แต่ความสนใจของลู่หยวนกลับไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่อยู่ที่เซี่ยชิงอินซึ่งอยู่ตรงหน้าเขา
“เสี่ยวอิน คนที่ลงแข่งพรุ่งนี้คือฉันแท้ๆ ไหงเธอถึงดูตื่นเต้นกว่าฉันอีกละเนี่ย”
ลู่หยวนยื่นมือออกไปลูบศีรษะของเซี่ยชิงอินเบาๆ พลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“เชอะ~ ฉันเป็นห่วงนายไม่ได้หรือไงเล่า~”
เซี่ยชิงอินกอดอก พลางส่งเสียงฮึดฮัดอย่างแง่งอน
จากนั้นเธอก็กระพริบดวงตากลมโตอันใสกระจ่างพลางเอ่ยต่อ “อีกครึ่งเดือนจะเป็นวันเกิดของฉัน ถึงตอนนั้นที่บ้านจะจัดงานเลี้ยง นายจะมาไหม”
ลู่หยวนพยักหน้าตอบรับ “แน่นอนสิ”
เขาเข้าใจความหมายของเซี่ยชิงอินดี
นี่ไม่ใช่แค่การไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดธรรมดาๆ แต่ยังรวมถึงการไปพบญาติผู้ใหญ่ของเธอพร้อมกันด้วย
ดังนั้น ตนเองจะต้องไปปรากฏตัวในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
เริ่มจากการคว้าแชมป์การแข่งขันอัจฉริยะดาวสีครามนี้มาครองให้ได้เสียก่อน...
เขารู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆ ว่าในการต่อสู้ระหว่างหลินเซิ่งกับนิคอสในรอบรองชนะเลิศนั้น
ดูเหมือนนิคอสจะยังออมมือเอาไว้ และไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดออกมา
แต่ทว่า ตนเองก็ยังมีไพ่ตายใบสำคัญที่ยังไม่ได้งัดออกมาใช้เช่นกัน
นิคอสเป็นจอมเวท แล้วทำไมตัวเขาจะเป็นจอมเวทบ้างไม่ได้ล่ะ?
......
ค่ำคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่ไม่อาจข่มตานอน!
รอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันอัจฉริยะดาวสีคราม จะเริ่มขึ้นในเวลาเก้าโมงเช้าของวันพรุ่งนี้!
ความตื่นเต้นและความกังวลถักทอเข้าด้วยกัน จนทำให้แฟนคลับจำนวนมากนอนไม่หลับ!
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ
หนึ่งในตัวเอกของงานอย่างลู่หยวน กลับไม่มีความกดดันใดๆ ต่อการแข่งรอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้เลยแม้แต่น้อย และหลับสนิทอย่างมีความสุข
————
โลกเสมือนจริงเปิดให้บริการเวลา 8 นาฬิกา 55 นาที
เมื่อโลกเสมือนจริงเปิดให้เข้าใช้งาน ผู้ชมที่มารอคอยกันตั้งแต่เช้าตรู่ก็หลั่งไหลกันเข้ามาอย่างล้นหลาม!
เพียงวินาทีแรกที่เปิดทำการ โลกเสมือนจริงก็มีผู้ชมเบียดเสียดกันเข้ามาเกือบสองร้อยล้านคน
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลจากการที่ผู้คนเทิดทูนบูชาผู้แข็งแกร่ง จึงทำให้การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจมากมายมหาศาลเช่นนี้
250 ล้าน... 350 ล้าน... 450 ล้าน...
และตัวเลขยังคงพุ่งทะยานขึ้นด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่น
โชคดีที่นี่คือโลกเสมือนจริง ไม่ใช่เว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง มิเช่นนั้นคงล่มไปนานแล้ว
เมื่อถึงเวลาเก้านาฬิกาตรง
ทั้งลู่หยวนและนิคอสต่างก็ปรากฏตัวขึ้นในสนามแข่งพร้อมกัน
ทั้งสองสบตากัน
ต่างฝ่ายต่างพบว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสุขุมและความมั่นใจเปี่ยมล้น
พิธีกรในที่นี้ไม่ใช่คนจริง
ดังนั้นจึงไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ และเข้าสู่ประเด็นหลักอย่างเด็ดขาด
“ผมขอประกาศว่า รอบชิงชนะเลิศการแข่งขันอัจฉริยะดาวสีคราม เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!”
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่กุมหัวใจผู้ชมหลายพันล้านคนก็เปิดฉากขึ้น!
แสงสว่างสองสายวาบผ่าน!
ร่างของลู่หยวนและนิคอสก็ปรากฏขึ้นบนสนามแข่งในทันที
พลันภูมิประเทศของสนามแข่งก็ถูกสร้างขึ้นตามมาติดๆ
ที่นี่กลับกลายเป็นป่าดึกดำบรรพ์ผืนหนึ่ง
ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านบดบังแสงตะวัน วัชพืชสูงท่วมหัวพลิ้วไหวไปตามสายลม ส่งเสียงดัง “ซู่ซู่”...
บรรยากาศอันลึกลับจึงแผ่ปกคลุมไปทั่วสนามแข่ง
ในขณะเดียวกัน...
“ลู่หยวน!”
“ลู่หยวน!”
“......”
“นิคอส!”
“นิคอส!”
ผู้ชมต่างตะโกนเชียร์กันอย่างสุดเสียง
แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจเป็นอย่างมาก!
นี่คงเป็นพลังแห่งบรรยากาศสินะ
แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าพวกเขาจะตะโกนดังแค่ไหน ทั้งสองคนในสนามแข่งก็ไม่ได้ยินเสียงเชียร์ของพวกเขา
บนอัฒจันทร์ผู้ชม
เหล่าเพื่อนฝูง ญาติมิตร และอาจารย์ของลู่หยวน
ต่างจ้องมองร่างสูงใหญ่ในสนามแข่งอย่างไม่วางตา พลางส่งคำอวยพรให้ในใจอย่างเงียบงัน
“เสี่ยวหยวน สู้เขานะ!”
“อาหยวน ลุยเลย!”
“รุ่นน้องลู่หยวน สู้ๆ!”
“พี่หยวน สู้เขานะครับ!”
......
ในสนามแข่ง
ทั้งสองต่างเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
รองเท้าบู๊ตศึกย่ำผ่านพงหญ้ารอบกายอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงดังสวบสาบ
พื้นที่ของสนามแข่งขันนั้นเล็กกว่ารัศมีทำการสูงสุดของ “วิชาเทพสำรวจ” อยู่มากโข
แต่ถึงกระนั้น ลู่หยวนก็ยังไม่ใช้พลังจิตจำนวนมากเพื่อใช้วิชาเทพสำรวจ
ด้วยเหตุผลสองประการ
ประการแรก การใช้วิชาเทพสำรวจแบบนั้นจะคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ในขณะที่นิคอสกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
ประการที่สอง ต่อให้หานิคอสเจอแล้วจะทำอะไรได้? นั่นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการสังหารอีกฝ่าย ที่นี่ไม่ใช่โลกใต้พิภพ ไม่มีเวลาให้เขาฟื้นฟูพลังจิตมากนัก
หากพลังจิตไม่พอ สมาธิไม่จดจ่อ แล้วเกิดเผลอไผลจนถูกนิคอสใช้ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เล่นงานเข้า นั่นคงกลายเป็นการหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
ลู่หยวนเดินไปได้เพียงครู่เดียว เขาก็ตัดสินใจใช้วิชาเทพสำรวจออกมา
คราวนี้ แม้จะใช้พลังจิตเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอให้เขามองเห็นภาพรวมทั้งหมด และล็อคตำแหน่งของนิคอสได้ในที่สุด
“ฉันถูกเจอตัวแล้ว!”
ในเวลาเดียวกัน แววตาของนิคอสก็ฉายแววเคร่งขรึม
ค่าพลังปราณของเขานั้นสูงลิบลิ่ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพลังจิตจะเป็นจุดอ่อนของเขา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสัมผัสได้ถึงการตรวจจับด้วยพลังจิตของลู่หยวน
จากนั้น นิคอสก็เปิดประสาทสัมผัส และใช้พลังจิตทำการตรวจจับบ้าง!
แต่เขากลับต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ตนเองไม่สามารถตรวจจับร่องรอยของลู่หยวนได้
เขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อต่างฝ่ายต่างมีม่านพลังจิตป้องกันตัว รัศมีการตรวจจับของลู่หยวนนั้นกว้างกว่าของเขามาก!
จากจุดนี้ก็พอจะตัดสินได้ว่า
ตัวเขาอยู่ในที่แจ้ง ส่วนลู่หยวนอยู่ในที่ลับ
แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
รอให้ลู่หยวนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาก็จะตรวจจับร่องรอยของอีกฝ่ายได้เช่นกัน
ถึงตอนนั้น หากต้องปะทะกันจริงๆ ก็ต้องวัดกันที่ความแข็งแกร่งล้วนๆ!
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ได้เผชิญหน้ากันโดยที่ต่างฝ่ายต่างรู้ตำแหน่งของกันและกัน
“เยี่ยมไปเลย ในที่สุดพวกเขาก็เจอกันแล้ว!”
สายตาของผู้ชมยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้น
ในวินาทีที่เผชิญหน้ากัน
ทั้งสองสบตากันโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ต่างกระชับอาวุธของตน แล้วพุ่งทะยานเข้าหากันในทันที