เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 267 – เจ้าชายเดินทางกลับอาณาจักร

บทที่ 267 – เจ้าชายเดินทางกลับอาณาจักร

บทที่ 267 – เจ้าชายเดินทางกลับอาณาจักร


ตอนนี้นักรบทั้ง 4 คนเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ แล้ว ก่อนที่จะก้มหัวให้ผมอย่างพร้อมเพียงกัน หัวหน้าคนนั้นกล่าวขอบคุณออกมา “ขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือคุณหนูของพวกเรา โปรดได้รับความเคารพจากพวกเราพี่น้องไว้ด้วย”

ผมได้แต่โบกมือปฏิเสธพวกเขาเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับอย่างยิ้มแย้ม “สหายทุกท่าน ไม่ต้องมากมารยาทถึงเพียงนี้หรอก” ก่อนจะส่งพลังเวทย์ออกไปยกตัวพวกเขาขึ้นจากการโค้งคำนับนั้น และนั่นทำให้หัวหน้าของพวกเขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างหวาดหวั่น “ข้าขอถามท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ว่า ท่านอยู่ในหน่วยใดของอาณาจักรอ้ายเซี่ย? ด้วยระดับพลังของท่าน น่าจะเป็นเมธีเวทย์ท่านหนึ่ง”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรออกไป เสียงเด็กสาวคนนั้นดังขัดขึ้นมาก่อน “ข้าชื่อซินหลิงหลิง ท่านชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ? สามารถให้ข้าเห็นหน้าท่านได้หรือไม่?”

ผมส่ายหน้า “เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก พวกเราเพียงเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น ทำไมจะต้องรู้ตัวตนของผู้อื่นด้วย? เอาไว้โอกาสหน้าเถิด”

แต่เธอกลับรีบเคลื่อนตัวมาอยู่ข้างหน้าผมทันที ยื่นมือของตัวเองออกมาหมายจะเปิดหมวกที่ปกปิดใบหน้าของผมออก เสียงของเหล่านักรบที่อยู่ด้านข้างดังออกมาอย่างพร้อมกัน “คุณหนู! อย่าทำอย่างนั้น!” แต่เสียงเตือนแค่นั้นจะหยุดเด็กสาวที่ดื้อรั้นอย่างนี้ได้อย่างไร? เธอยังลงมือต่อไปอย่างดื้อดึง ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดเมื่อสักครู่นี้เลย และไม่ได้รับรู้ความแตกต่างระหว่างท้องฟ้าและพื้นดินเลยด้วยซ้ำ ม่านพลังโปร่งแสงอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผมอย่างฉับพลัน “ตึง!” ซินหลิงหลิงโดนม่านพลังกระแทกกลับจนล้มลงไปกับพื้นทันที

ผมหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “นี่หรือคือวิธีที่เจ้าปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณอย่างนั้นหรือ? ได้! ถ้าเจ้าอยากเห็นมากนัก ข้าจะยอมให้เจ้าได้เห็น” ระหว่างที่พูดอยู่ ผมก็ขยายม่านพลังของตัวเองออกไปข้างหน้า เพื่อป้องกันนักรบสี่คนนั้น ที่พุ่งเข้ามาทันทีหลังจากเห็นคุณหนูของพวกเขาล้มลง เนื่องจากนึกว่าผมจะลงมือทำร้ายเธอ

การล้มลงของซินหลิงหลิงนั้นไม่ได้เบาเลย เธอต้องใช้ความพยายามไม่น้อยที่จะยันตัวให้ลุกขึ้นได้ และกำลังลูบคลำตำแหน่งที่เจ็บปวดอยู่ป้อย ๆ

ผมก้าวเข้าไปอยู่ข้างหน้าเธอ เสียงยังเย็นชาอยู่เหมือนเดิม “เจ้าอยากเห็นหน้าตาของข้าใช่หรือไม่? ถ้าอย่างนั้นก็คอยดูให้ดี ๆ ล่ะ” แล้วผมก็เปิดมุมหนึ่งของผ้าคลุมหน้าออก เผยใบหน้าส่วนหนึ่งให้ปรากฏต่อสายตาเธอ เสียงอุทานอย่างตกใจดังออกมาจากปากของเธอ เมื่อมันประสานเข้ากับเสียงหัวเราะอันเย็นชาของผม ยิ่งทำให้บรรยากาศนั่นดูชั่วร้ายอย่างมาก

“ทุกท่าน! คุณหนูของพวกท่านน่าจะได้รับความตกใจเล็กน้อย ดูแลเธอด้วยก็แล้วกัน ข้าจะไปก่อนแล้ว” เด็กสาวที่ดื้อรั้น นิสัยไม่ดีอย่างนี้ สมควรโดนลงโทษเสียบ้าง

แล้วผมก็หายไปจากที่ตรงนั้นในพริบตา

ซินหลิงหลิง ยังพึมพำอยู่กับตัวเอง “ทำไม...ทำไมเขาถึงได้น่าเกลียดขนาดนั้น?”

หัวหน้ากลุ่มผู้คุ้มกันถอนหายใจออกมา “คนที่ช่วยเหลือท่านเอาไว้คราวนี้ เป็นนักเวทย์ที่แข็งแกร่งอย่างสุดยอดจริง ๆ พวกเราไม่ใช่คู่มือของเขาเลย แม้จะลงมือพร้อมกันทุกคน คุณหนู! พวกเรารีบกลับกันเถอะ”

คราวนี้เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ดวงตายังมีอาการเหม่อลอยอยู่เล็กน้อย แต่ก็เดินตามพวกเขากลับไป

ท่าทางของเธอ ทำให้ผมที่หลบอยู่ในมุมมืดรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าจะทำให้เธอหวาดกลัวมากจนถึงขนาดนี้

และนั่นทำให้ผมหมดอารมณ์ที่จะเดินเล่นต่อไปอีกแล้ว ได้แต่มุ่งหน้ากลับตำหนักชั่วคราวของเจ้าชายทันที

.................

“จางกง! เจ้าหายไปไหนมา? ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว!” ตอนที่ผมก้าวเท้าเข้าสู่ตัวตำหนัก เสียงของซานหยุนดังทักขึ้นมาทันที

“ท่านกำลังตามหาข้าอย่างนั้นหรือ? ทำไมกัน?”

“ก็ต้องมีเรื่องที่จะบอกเจ้านะสิ ตอนนี้ท่านพ่อได้ประกาศให้พี่ใหญ่และข้าเป็นผู้รับผิดชอบกองทหารม้าทั้งหมดของสามอาณาจักรชั่วคราวแล้ว ส่วนท่านได้ออกเดินทางไปยังเมืองซิวต้า เพื่อเข้าเฝ้าองค์ราชาเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเราเพิ่งปรึกษากันไปวันนั้น”

ผมถอดหมวกของตัวเองออก ก่อนจะกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ท่านลุงช่างเป็นคนที่ใจร้อนไม่น้อยเลย ข้านี้ก็จริง ๆ เลย หางานให้ผู้อาวุโสต้องเหนื่อยจนได้”

ซานหยุนถอนหายใจ “อันที่จริง ถึงแม้ว่าท่านพ่อจะไม่ได้กล่าวออกมา แต่ข้าก็รู้ว่าท่านผู้เฒ่าต้องการที่จะสงบศึกเช่นกัน มีเพียงแต่ผู้กระหายสงครามจำนวนไม่มากเท่านั้น ที่ต้องการจะอยู่ในโลกที่สับสนวุ่นวาย และเต็มไปด้วยการสู้รบตลอดเวลา อ้อจริงสิ! ข้าได้ยินว่าการรักษาของเจ้าได้ผลออกมาไม่ดีนัก ข้าจะช่วยหาหมอฝีมือดีมาอีก ลองดูว่าพวกเขาจะช่วยเจ้าได้หรือไม่”

“ขอบคุณพี่ใหญ่ซานหยุนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คงไม่จำเป็นหรอก แตรของเทพแห่งท้องฟ้าของซิวซือยังไม่สามารถรักษาอาการของข้าให้หายไปได้ ข้าสงสัยว่า บรรดาหมอทั่วไปจะมีความสามารถมากกว่านั้นไปได้อย่างไร เจตนาดีของท่านนั้นข้าขอรับเอาไว้ด้วยใจ แต่ไม่คิดที่จะตั้งความหวังอะไรอีก มันจะรับได้ยาก ถ้าต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง”

เขาได้แต่กล่าวออกมา “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร! คนอื่น ๆ ที่เหลือต่างไปพักผ่อนกันหมดแล้ว แต่เจ้าคงยังไม่ได้กินข้าว ข้าก็เช่นกัน อย่างนั้น พวกเราพี่น้องออกไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า”

ผมได้แต่ถามออกไปอย่างงุนงง “วันนี้ท่านไม่ต้องทำงานหรอกหรือ? มีเวลาว่างพอที่จะอยู่เป็นเพื่อนข้าได้อย่างไร?”

เขายิ้มออกมา “ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุอันใด แต่กองทัพผสมของเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรกายได้ถอยทัพออกไป 15 กิโลเมตร ตอนนี้พี่ใหญ่กำลังจับตาดูอยู่ที่แนวหน้า ทำให้ข้าสามารถมีเวลาพักผ่อนได้บ้างเล็กน้อย”

ระหว่างมื้ออาหาร ผมได้เอ่ยถามเขาขึ้นมา “พี่ใหญ่ซานหยุน ถ้าอาณาจักรซิวต้าของท่านตกลงที่จะร่วมเจรจาแล้ว ขั้นตอนต่อไปควรจะเป็นอย่างไร?”

ซานหยุนเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองที่ผมอย่างจริงจัง “น้องชาย! เจ้าต้องการจะทดสอบข้าอย่างนั้นหรือ? จากท่าทางของเจ้า ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีแผนเด็ดอยู่ในใจแล้วใช่หรือไม่?”

ผมได้แต่เกาศีรษะตัวเองอย่างขัดเขิน “ถึงแม้ว่าข้าพอจะมีแผนการบางอย่างอยู่บ้าง แต่ข้าก็ยังอยากได้ความเห็นจากท่านก่อนอยู่ดี”

เขากล่าวออกมาอย่างจริงจังแล้ว “ถ้าองค์ราชาตกลงที่จะยอมเจราจาในครั้งนี้ ขั้นต่อไปพวกเราก็ต้องเกลี้ยกล่อมอีกสองอาณาจักร ถ้านับเฉพาะอาณาจักรต้าลู่ มันไม่น่าจะใช่เรื่องที่ยากเย็นมากนัก เจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ว่าอาณาจักรต้าลู่นั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างอยู่”

ผมพยักหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชน ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาพร้อม ๆ กับเขา “อาณาจักรสงบสุข!”

ซานหยุนกล่าวต่อ “เพราะว่าพวกเขานั้นเป็นอาณาจักรที่สงบสุข ไม่มีทางที่จะอยากให้มีสงครามอย่างแน่นอน พวกเขาจะต้องเลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับพวกเรา ถ้าโน้มน้าวพวกเขาอย่างมีเหตุผล และหลังจากนั้น ก็จะถึงคราวของอาณาจักรอ้ายเซี่ย ซึ่งก็จะไม่ใช่เรื่องอยากแล้ว แต่เจ้าต้องจัดการเรื่องหนึ่งให้สำเร็จก่อน”

ผมสงสัย “เรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ?”

สีหน้าของเขาเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก “ต้องยืนยันความคิดของกองทัพผสมนั่นให้ได้เร็วที่สุด มันมีคำกล่าวอยู่ว่า ‘กองทัพจะจดจำคำสั่ง ไม่จดจำคน’ ถ้ากองทัพผสมของเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรกายไม่ฟังการสั่งการของเจ้าหญิง และยังยืนกรานที่จะโจมตีป้อมปราการนี้เหมือนเดิม สิ่งที่เจ้าพยายามทำทั้งหมด จะกลายเป็นการสูญเปล่าไปในทันที ดังนั้น! ก่อนที่ท่านพ่อของข้าจะกลับมาพร้อมกับการตัดสินใจขององค์ราชา เจ้าต้องทำให้มู่จือควบคุมกองทัพอีกฝ่ายให้ได้ มันจะเป็นการดีที่สุด ถ้าพวกเราสามารถยืนยันการตัดสินใจของพวกเขาได้ก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น”

สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นมีเหตุผลเป็นอย่างยิ่ง และผมก็ละเลยในจุดนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ถ้ากองทัพพันธมิตรเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรกายไม่ยอมรับฟังคำสั่งถอยจากมู่จือ ผมจะต้องจัดการอย่างไรดี?

“พี่ใหญ่ซานหยุน สิ่งที่ท่านกล่าวออกมานั้นตรงประเด็นเป็นอย่างยิ่ง พวกเราจะออกไปจัดการเรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้เลย เรื่องอย่างนี้ จัดการได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

เขาพยักหน้าเห็นด้วย “หลังจากมื้อเย็น ข้าจะนำพวกเจ้าไปที่ประตูฝั่งตะวันออก โดยจะใช้การลาดตระเวนเป็นข้ออ้างในการส่งพวกเจ้าออกจากป้อมปราการไป แต่ต้องจำเอาไว้ให้ดี รีบกลับมาให้เร็วที่สุด ข้าไม่อยากให้เหตุการณ์ปะทะกันใหญ่แบบนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง”

หลังจากจบมื้ออาหารนั้นแล้ว ผมรีบตรงไปที่ห้องของเค้อหลุนตัวทันที เขากำลังหลับสนิทอยู่เลยทีเดียว ไม่แม้แต่จะรับรู้เลยว่ามีคนบุกเข้ามาในห้องของเขา ยอดฝีมือประเภทไหนกันเนี่ย?

ผมส่งลูกบอลน้ำไปที่ใบหน้าของเขาทันที นี่เป็นวิธีปลุกผู้คนที่ได้ผลดีที่สุด แน่นอน! ผมเรียนรู้เรื่องนี้มาจากแม่ของตัวเอง

“ฝนตก! เป็นไปไม่ได้! ฝนจะมาตกในห้องได้อย่างไร? หวา!! จางกง ทำไมเจ้าถึงเจ้ามาอยู่ในห้องนี้ได้?”

ผมกลั้นหัวเราะ ก่อนจะกล่าวกับเขา “มาเพื่อปลุกเจ้านะสิ รีบลุกขึ้นมาก่อน มีเรื่องสำคัญจะต้องปรึกษากันด่วน”

จบบทที่ บทที่ 267 – เจ้าชายเดินทางกลับอาณาจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว