เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 265 – ความรักของเค้อหลุนตัว

บทที่ 265 – ความรักของเค้อหลุนตัว

บทที่ 265 – ความรักของเค้อหลุนตัว


ผมยังไม่สามารถหยุดความสงสัยของตัวเองได้ กล่าวถามเขาออกไปอีก “ในเมื่อเจ้าไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษใดต่อมู่จือ เหตุใดจึงยอมรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ได้?”

เป็นอีกครั้งที่มีคนมองผมเหมือนเป็นคนโง่ เค้อหลุนตัวจ้องหน้าผมนิ่ง ก่อนจะเอ่ยคำ “ปกติเจ้าเป็นคนฉลาดกว่านี้ไม่ใช่หรือ? ดูเหมือนว่าถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอแล้ว เจ้าจะกลายหัวช้าลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าจะกล้าต่อต้านการจัดการขององค์จักรพรรดิได้อย่างไร? อีกทั้งยังต้องการมีอำนาจอยู่ในมือด้วย และที่ยิ่งไปกว่านั้น ท่านพ่อของข้าก็ยังมีส่วนกดดันในเรื่องนี้อีก เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่ข้ารักเป็นใคร? นางเป็นแค่หญิงรับใช้ในบ้านของข้าเท่านั้น ตอนนี้เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าเปิดเผยเรื่องนี้ให้รู้ ดังนั้นอย่าได้บอกต่อให้ใครฟังเป็นอันขาด อันที่จริง! ข้าแอบหวังว่าเจ้ากับมู่จือจะลงเอยกันได้ มันจะเป็นเหตุผลอย่างดีที่ทำให้ไม่เกิดการแต่งงานนี้ขึ้น”

เรื่องราวของเขากระตุ้นความสนใจของผมขึ้นมาไม่น้อย ทำให้ต้องเอ่ยต่อไปอีก “เจ้าสามารถเล่าเรื่องของตัวเองให้ข้าฟังเพิ่มได้หรือไม่?”

เหมือนกับว่านิสัยของเขาจะเปลี่ยนกลับไปเหมือนตอนที่ปลอมตัวเป็นซูเหออีกครั้งหนึ่งแล้ว น้ำเสียงของเขากลายเป็นไม่จริงจังขึ้นมา “ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนประเภทที่อยากรู้เรื่องของคนอื่นด้วย แม้แต่เจ้าหญิงก็ไม่เคยถามข้าแบบนี้มาก่อนเลย เอาล่ะ! ถ้าเจ้าอยากรู้จริง ๆ ข้าจะเล่าให้ฟังก็ได้ แต่ต้องสัญญากันก่อนนะ ว่ามันจะเป็นความลับที่รู้กันแค่สองคนเท่านั้น”

ตอนนี้ผมลืมความเสียใจที่ได้รู้ว่าไม่อาจจะรักษารอยแผลเป็นตามร่างกายได้ไปหมดแล้ว ยกมือขึ้นมาระดับอก แล้วกล่าวออกไปอย่างนักแน่น “ไม่ต้องกังวล ข้าเป็นคนที่รักษาคำพูดอยู่เสมอ”

เค้อหลุนตัวหันไปมองดูรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวัง ก่อนที่แววตาของเขาจะมีความโหยหาบางอย่างปรากฏขึ้น เสียงของเขาเบาลงมาก “อาสุ่ย เป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงได้ต้องออกมาเร่ร่อนอยู่บนถนนตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้ข้ามีอายุ 29 ปีแล้ว ในตอนที่ข้าเพิ่งมีอายุได้ 15 ปี ข้าได้พบกับเธอที่ตอนนั้นเพิ่งได้ 5 ขวบบนถนนแห่งหนึ่ง สภาพดูสกปรกทรุดโทรมเหมือนกับขอทานทั่ว ๆ ไป กำลังถูกพวกขอทานที่โตกว่ารุมรังแกอยู่ พวกนั้นทุบตีจนเธอเลือดออกมาจากทั้งทางปากและจมูกเต็มไปหมด ด้วยความสงสาร ข้าจึงได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในตอนนั้น แต่ตอนนี้ ข้ารู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเธอออกมา ไม่อย่างนั้นข้าคงจะสูญเสียสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขที่สุดไปแน่”

ผมได้ที กล่าวหยอกเขาออกไป “ดูสีหน้าของเจ้าในตอนนี้ เหมือนกับเด็กที่เพิ่งรู้จักกับความรักเป็นครั้งแรกเลย”

เหมือนกับเขาแค่จะแกล้งทำเป็นโมโห ตอนที่พยายามจะโต้แย้งออกมา “ก็นี่เป็นความรักครั้งแรกของข้าจริง ๆ เจ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ? ยังอยากจะฟังเรื่องราวต่อหรือไม่? ถ้ายังขัดจังหวะขึ้นมาอีก ข้าจะหยุดพูดเรื่องนี้ทันที!”

ผมต้องรีบยอมเขาไปก่อน “เอาล่ะ! ก็ได้! เจ้าเล่าเรื่องต่อไป ข้าจะไม่พูดขัดอีกแล้ว”

เสียงของเขาดูพอใจมากขึ้น “ต้องอย่างนี้สิ! ในตอนนั้น ข้าจัดการกับเจ้าพวกเด็กขอทานโต ๆ นั่นไปจนหมด และเตรียมที่จะทิ้งเงินไว้ให้นางเล็กน้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปตามทาง แต่คาดไม่ถึงว่านางจะไม่ยอมปล่อยให้ข้าจากมา ไม่ว่าข้าจะพยายามด้วยวิธีไหน จะทำตัวเป็นดุร้าย ทั้งขู่ก็แล้ว ตวาดใส่ก็แล้ว แต่นางก็ยังต้องการจะติดตามข้ามาให้ได้ ตอนแรกข้าก็คิดว่าจะปล่อยเอาไว้ที่หน้าประตูบ้านนั่นแหละ แต่ก็ใจไม่แข็งพอ เลยพานางเข้าไปในบ้านด้วยกัน เมื่อท่านพ่อของข้าได้ทราบเรื่อง แทนที่จะดุด่าว่ากล่าว กลับกลายเป็นชื่นชมในความมีน้ำใจแทน หลังจากนั้น ท่านก็จัดการให้นางกลายเป็นคนรับใช้ในบ้าน ซึ่งมันเป็นการดูแลนางไปในตัวอยู่แล้ว ครั้งหนึ่งข้าเคยถามออกไปว่า ยังมีสิ่งไหนที่อยากจะทำอีกหรือไม่ นางก็เอาแต่ร้องไห้ และไม่ยอมตอบคำถามของข้ากลับมา จนข้าเริ่มที่จะไม่สนใจ และกะจะปล่อยให้ร้องไห้ต่อไปอย่างนั้น นางก็เอ่ยออกมาจนได้ ว่าข้านั้นเป็นคนดี และถามว่าเมื่อโตขึ้นจะสามารถแต่งงานกับข้าได้หรือไม่?

ผมถึงกับอุทานออกมา “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเจ้าเป็นพวกชอบเด็กนะสิ ตอนนั้นนางยังไม่เป็นสาวเลยนะ!”

เขาถลึงตาใส่ผมอย่างแรง “พวกชอบเด็กอะไรกัน? ตอนนั้นมันเหมือนกับเป็นเรื่องล้อเล่นมากกว่า ข้าได้แต่ตอบนางไปตอนนั้นว่า เอาไว้ให้นางโตก่อนแล้วค่อยมาพูดกันถึงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น ข้าก็เริ่มเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนัก เข้าร่วมกับกองทัพ อยู่ในสนามรบตลอดเวลา มันใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบ 4 ปี กว่าที่จะได้กลับมาเจอหน้ากับนางอีกครั้ง แม้ตอนนั้นนางจะเพิ่งอายุเพียง 15 ปี แต่ก็มีหน้าตาที่งดงามเป็นอย่างมาก ได้รับความชื่นชมจากท่านแม่ของข้า จากทั้งที่เป็นเด็กน่ารัก และมีสมองที่ฉลาดเฉลียว ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำนางไปเป็นหญิงรับใช้ประจำตัว ในครั้งนั้น ตอนที่ข้าได้เห็นหน้าของนางอีกครั้ง ข้าถึงกับเข้าใจผิดว่าเป็นคุณหนูของตระกูลอื่นมาเยี่ยมเยือนท่านแม่ของข้า แต่เมื่อสอบถามดู ก็รู้ว่าเป็นคนเดียวกับเด็กหญิงที่ข้าได้เคยช่วยเหลือเอาไว้นั่นเอง จนวันหนึ่ง นางก็มาตามหาข้าด้วยตัวเอง แล้วถามว่าตอนนี้นางโตพอแล้วหรือไม่? สามารถแต่งงานกับข้าได้แล้วใช่หรือไม่? นางรู้ตัวดีว่าสถานะของตัวเองนั้นต้อยต่ำ ดังนั้นจึงหวังเพียงแต่จะได้อยู่รับใช้ข้างกายของข้าเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในฐานะภรรยาหรือข้ารับใช้ก็ล้วนแต่ยินดีทั้งสิ้น จางกง! เจ้าลองคิดดูสิ ถ้ามีสาวงามมาพูดกับเจ้าอย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไรบ้าง?”

เรื่องราวแบบนี้ มันทำให้ผมต้องหวนนึกกับไปถึงไหสุ่ยทันที “เรื่องแบบนี้กล่าวออกมาได้ยากนัก แต่ถ้ายังไม่มีใครอยู่ในใจของเจ้าก่อนแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไร”

เค้อหลุนตัวพยักหน้า “ถูกต้องเลย ถึงแม้ว่าในตอนนั้นข้าจะไม่ได้ตอบนางไปอย่างชัดเจน แต่ในใจของตัวเองก็มีนางเข้ามาอยู่แล้ว ดังนั้น ข้าจึงไปขอนางมาจากท่านแม่ ให้มาเป็นหญิงรับใช้ส่วนตัวของข้า ซึ่งท่านแม่ก็อนุญาตโดยไม่ได้ถามอะไร นั่นเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุข นางช่างเฉลียวฉลาด ช่างพูด และมีนิสัยที่อ่อนโยนมาก ไม่ได้แตกต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่เลยแม้แต่น้อย ข้าได้สอนให้นางอ่านเขียน และเล่นดนตรี ซึ่งนางก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมาก พอได้อยู่กับนางไปนาน ๆ เข้า ข้าก็ได้รู้ตัวในที่สุด ว่าไม่สามารถแยกห่างจากนางได้อีก สุดท้ายแล้ว ในคืนหนึ่งที่ฝนตก อากาศค่อนข้างเป็นใจ ข้าดื่มสุราลงไปไม่น้อย และทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ดังนั้น......” สีหน้าของเขาแดงกล่ำ ตอนที่กล่าวถึงตอนนี้

ด้วยความที่ผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ทำให้สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ผมตวาดใส่เขาอย่างมีโมโหเล็กน้อย “เจ้าคนบ้ากาม เจ้าเอาฉวยโอกาสตอนที่นางลำบากอยู่นี่นา”

เขาจ้องหน้าผมกลับ ก่อนจะกล่าว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ที่ว่าข้าฉวยโอกาส? นี่เป็นเรื่องของความรักที่แท้จริง หลังจากคืนนั้น ข้าสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าในชีวิตนี้จะมีแต่นางแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น อาสุ่ยก็ไม่ได้ตื่นเต้นยินดีกับคำสัญญาเลย นางพอใจเพียงแค่ได้อยู่เคียงข้างข้าตลอดไปเท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นาน องค์จักรพรรดิก็ได้ประกาศเรื่องการแต่งงานระหว่างเจ้าหญิงมู่จือกับข้าออกมา เหตุการณ์ในตอนนั้น ข้ายังจำได้ไม่ลืมเลือน ตอนที่อาสุ่ยรู้ข่าวเรื่องนี้ นางตกใจจนหน้าซีด และล้มป่วยหนักหลังจากนั้น ข้าต้องคอยปลอบโยนและให้สัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งนางไปไหน ต้องใช้สิบแปดกลเม็ดโอนอ่อนเข้าช่วย ถึงได้ทำให้นางสงบลงได้”

ผมถามอย่างสงสัยมาก “สิบแปดกลเม็ดโอนอ่อนคืออะไรกันหรือ?”

รอยยิ้มของเค้อหลุนตัวนั่นลึกลับเป็นอย่างยิ่ง “เจ้าไม่รู้จักอย่างนั้นหรือ? มีเรื่องอะไรที่เจ้า ผู้สืบทอดแห่งเทพเจ้าไม่รู้อยู่ด้วยหรือนี่? เอาไว้ถ้ามีโอกาส ข้าจะช่วยสอนกลเม็ดนี้ให้แก่เจ้าเอง รับรองว่าจะสามารถใช้กล่อมให้มู่จือเชื่อฟังได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว”

แล้วผมก็เข้าใจสิ่งที่เขาพูด หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบาย แต่ผมก็รีบกล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว “เจ้า! แล้วเจ้ากับอาสุ่ยจะต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ? พ่อกับแม่ของเจ้ายังไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ สถานะของนางจะเป็นอย่างไรในภายภาคหน้า? ถ้าเจ้าไม่ยอมถนอมผู้หญิงที่ดี ๆ เอาไว้ รับรองได้ว่าเจ้าจะต้องเสียใจในภายหลังแน่”

แต่เค้อหลุนตัวกลับกล่าวเถียงออกมา “เรื่องนั้นข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาสอนหรอก ตอนที่ข้ามาที่นี่ หน้าที่หลักก็คือการป้องป้องมู่จือให้ปลอดภัย ส่วนอีกเป้าหมายหนึ่ง คือการพยายามทำให้เจ้าสองคนกลับมาคืนดีกันให้ได้ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือการที่เจ้าลักพาตัวเธอหนีไปเสียเลย ฮ่าฮ่า! ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็จะเป็นคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากเรื่องนี้ ไม่ต้องแต่งงานกับมู่จือ และเลือกที่จะแต่งงานกับอาสุ่ยได้ ฮ่าฮ่า!”

จบบทที่ บทที่ 265 – ความรักของเค้อหลุนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว