เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 070

Divine King Of All Directions - 070

Divine King Of All Directions - 070


Divine King Of All Directions - 070

 

บอลสายฟ้าอันน่ากลัวได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วซึ่งที่พื้นผิวของมันห่อหุ้มไปด้วยกระแสไฟฟ้ามากมายที่ดูแล้วน่ากลัวสุดจะบรรยาย หลินเทียนที่กำลังยืนรับการโจมตีนั้นได้ทิ้งการป้องกันทั้งหมดและอ้าแขนรับด้วยร่างกายของเขา

"อั๊ก ! "

พริบตาที่เข้าปะทะก็ได้ทำให้เขากระอักเลือดคำโตออกมาก่อนที่เสื้อผ้าจะกลายเป็นผงธุลีไป

ร่างกายของเขาถูกส่งลอยออกไปไกลกว่าสามสิบเมตร

โครม ! หลังจากที่กระแทกลงกับพื้นแล้วทั่วร่างของเขาได้ถูกย้อมไปด้วยเลือดขณะที่ผมทั้งหมดถูกเผาจนไหม้พลางกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

"เจ็บจะตายแล้ว ! "

เขาได้กระซิบอยู่ภายในใจพร้อมทั้งรู้สึกว่าแค่การจะหายใจยังเป็นเรื่องยากเลยด้วยซ้ำ

ณ ตอนนี้เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในทั้งหมดแตกสลายขณะที่วิสัยทัศน์ของเขาได้จางลงอย่างช้าๆ

ภายในสายตาของเขาร่างของอสูรสายฟ้ายังคงปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้ามากมาย

หลินเทียนได้กัดฟันก่อนที่จะอ้าแขนและใช้พลังเฮือกสุดท้ายหยิบเอาข่ายอาคมลมกระโชกออกมาจากแหวนมิติและเปิดการทำงานเพื่อทำให้ร่างของเขาล่องหนโดยทันที

อสูรสายฟ้าที่กำลังพุ่งเข้ามาได้หยุดเท้าลง

ร่างของหลินเทียนได้หายไปจากวิสัยทัศน์ของมันแล้ว

หลังจากที่มันกวาดตามองรอบๆด้วยดวงตาคู่แดงก่ำแล้วมันก็พุ่งออกไปไกลอย่างรวดเร็ว

โครมม !

พื้นดินได้สั่นสะเทือนก่อนที่กลิ่นอายของมันจะจางหายไปในไม่ช้า

ห่างออกไปจากจุดเมื่อครู่ไม่ไกลนักหลินเทียนยังคงนอนอยู่ที่พื้นอย่างน่าสังเวช เลือดยังคงไหลออกมาจากปากของเขาซึ่งดูๆแล้วน่าสงสารจริงๆ

"เกือบจะตายแล้วสิ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้เขาอ่อนแอมากๆ ขนาดแค่จะยืนยังไม่ไหวดังนั้นถึงได้แต่นอนกองอยู่ที่พื้น

หลังจากผ่านไปประมาณ 15 นาทีแล้วเขาก็ได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมชมกระโชกม้วนที่สอง มันเป็นเพราะบาดแผลของเขาร้ายแรงมากๆถึงไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ หลังจากที่คิดได้แล้วจึงเริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่แล้วดูดพลังฉีโดยรอบเข้ามา

"อั๊ก!"

ความเจ็บปวดอันรุนแรงทำให้เขาอดโอดครวญออกมาไม่ได้

สายฟ้าของอสูรสายฟ้านั้นแล่นไปทั่วร่างกายของเขาซึ่งหลังจากที่เริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาแล้วก็ทำให้กระแสไฟฟ้าเหล่านั้นปั่นป่วนและเริ่มโจมตีอวัยวะภายในและเลือดเนื้อของเขาอย่างไม่หยุดหน่อย หลินเทียนได้หยุดการหมุนวนก่อนที่จะคิดถึงทักษะเพล กระบี่สายฟ้ามรกตอยู่ภายในสมอง

"เกือบตายแล้วสิ อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ ! "

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่เริ่มหมุนวนทักษะนี้แล้วหลินเทียนก็รู้สึกได้ทันทีว่ากระแสไฟฟ้าที่อยู่ภายในร่างนั้นเริ่มที่จะอ่อนแอลงและหลังจากนั้นไม่นานมันก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าสีเงินที่เริ่มผสานเข้ากับพลังฉีของเขาอย่างรวดเร็ว

พริบตานี้ความรู้สึกเจ็บปวดได้หายไปอย่างช้าๆ

"นี่........"

เขาถึงกับผงะไปเพราะว่าตอนนี้เหมือนว่ากระแสไฟฟ้าของอสูรสายฟ้าได้แปรสภาพกลายเป็นยาซึ่งหลังจากที่เขาหมุนวนทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้วก็สามารถได้ยินเสียงสายฟ้าคำรามอยู่ภายในร่างของตัวเอง ไม่ใช่แค่นั้นเพราะแม้แต่ที่ผิวหนังของเขาในตอนนี้ยังห้อมล้อมไปด้วยกระแสไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้เขารู้สึกอ่อนแอไร้ซึ่งพลังแต่ตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่ามีพลังมากมายก่อตัวอยู่ในร่างของเขาเหมือนว่ากระแสไฟฟ้าเหล่านี้กำลังชุบชีวิตเขาขึ้นมา !

"เป็นทักษะที่ดี ! "

ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที

เพียงแค่ขั้นตอนแรกกลับสามารถแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ หากว่าสมบูรณ์แล้วทักษะนี้มันต้องน่ากลัวเป็นอย่างมาก

หลังจากที่ผ่านไปได้ไม่กี่นาทีหลินเทียนก็ยังคงนอนหมุนวนทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอยู่ที่เดิมพร้อมทั้งเปิดการทำงานของข่ายอาคมลมกระโชกจนม้วนสุดท้ายถึงจะมีแรงลุกขึ้นมาจากพื้น

"ไอ้หมูนั่น ถ้ากลับมาอีกเราคงได้ตายแน่ "

เขาได้ปาดเหงื่อที่หน้าผากของตัวเอง

เสื้อผ้าของเขาได้รับความเสียหายก็จริงแต่ภายในแหวนมิติของเขาก็ยังมีเสื้อผ้าใหม่ที่เตรียมเอาไว้ก่อนแล้วถึงได้รีบเปลี่ยนโดยทันที

ณ ตอนนี้หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วสภาพเขาก็ดูดีเป็นอย่างมาก

น่าเสียดายที่ศีรษะของเขาถูกเผาจนดำและดูรุงรังอย่างมาก

หลินเทียนไม่สนใจสิ่งเหล่านี้และไม่กล้าที่จะอยู่ที่เดิมนานๆถึงได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็พบกับที่ซ่อนซึ่งมันห่างจากสุดเขตป่าทมิฬไม่มากแถมรอบๆยังมีแต่อสูรธรรมดาๆ

เขาได้นั่งลงหลังหินก้อนใหญ่ก่อนที่จะหยิบเอายารักษาออกมาจากแหวนมิติแล้วโยนเข้าปากโดยทันที ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ ตัวยานี้มีชื่อว่ายาแก่นแท้ที่เขาได้ซื้อมาจากตำหนักแลกสมบัติซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูพลังฉีของผู้ทานได้เร็วขึ้น

"บึ้สสส ! "

พลังฉีโดยรอบได้ถูกดูดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

หลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ฟื้นฟูพลังกลับมาได้ถึง 80 % แล้ว

"เห้อ ! "

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาพลางรู้สึกดีขึ้นมาก

เมื่อมองไปรอบๆแล้วเขาก็ได้เรียกกระบี่คืนสู่หยวนออกมาและเริ่มการฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต

ทักษะนี้ไม่เหมือนกับทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้าน มันจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจตจำนงแห่งกระบี่สายฟ้าแล้วตราบใดที่สามารถพัฒนาไปได้แต่ละการโจมตีก็จะมีพลังทำลายไม่ด้อยไปกว่าทักษะระดับกลางเลย

หลินเทียนได้หมุนวนพลังฉีภายในร่างและทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตก่อนที่จะปรากฏเป็นภาพกระบี่ออกมา เขาเดินไปมาขณะที่กำกระบี่เอาไว้ในมือก่อนที่จะฟาดฟันออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"แกร๊ง ! "

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ก่อนที่กระบี่คืนสู่หยวนในมือของเขาจะห่อหุ้มไปด้วยคลื่นกระแสไฟฟ้า

ตอนนี้มีกระแสไฟฟ้าออกมาแล้วก็แสดงว่าห่างจากขั้นแรกไม่ไกลแล้ว

"เอาอีก ! "

หลินเทียนได้กระซิบออกมา

ภายในสถานที่แห่งนี้หลินเทียนยังคงกวัดแกว่งกระบี่ไปทั่ว หลังจากที่ผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมงแล้วทั่วทั้งตัวกระบี่ได้ห่อหุ้มไปด้วยม่านสายฟ้าและทุกครั้งที่กวัดแกว่งตัวกระบี่ก็จะส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมๆกับการสั่นไหวของคลื่นสายฟ้า

"ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต ยามที่กระบี่ถูกฟาดฟันออกไปแล้วก็จะสร้างสายฟ้าทำลายล้างออกมา นี่มันเป็นทักษะที่โดดเด่นจริงๆ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี่เขาทำความเข้าในเกี่ยวกับทักษะนี้ได้ 1/10 แล้วซึ่งหมายความว่าตอนนี้เขาผ่านเข้าสู่ขั้นแรกแล้ว

เขาได้ปาดเหงื่อที่หน้าผากออกก่อนที่จะทานยาแก่นแท้เข้าไปอีกเม็ดแล้วเริ่มการหมุนวนของเคล็ดวิชาซือจี่อีกครั้ง พลังฉีในร่างของเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็วแต่จริงๆแล้วยาตัวนี้เป็นเพียงยาธรรมดาๆราคาสิบกว่าเหรียญเท่านั้นซึ่งถือว่าไม่ได้แพงอะไรเลย อย่างน้อยๆสำหรับหลินเทียนแล้วสิบเหรียญก็ไม่ถือว่ามีค่านัก

หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงหลินเทียนก็ได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

พลังฉีในร่างได้ฟื้นฟูกลับมาประมาณ 70 % แล้วซึ่งหลังจากที่กวาดตามองรอบๆแล้วก็พบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงและน่าจะถึงเวลาที่เขาต้องกลับสำนักแล้ว

"ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตนี่หลังจากที่กลับถึงสำนักแล้วไปฝึกที่สันเขาชิงเฟิงดูน่าจะปลอดภัยกว่าแหะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

เขาไม่ลังเลเลยที่จะเดินออกไปด้านนอกป่าทมิฬ

ไม่นานเขาก็อยู่ห่างจากเขตสุดป่าทมิฬไม่ไกลนักและตอนนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่สุดขอบนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

"วิ้สสสส ! "

ณ ตอนนี้ลูกธนูได้พุ่งเข้ามาจากที่ห่างไกล

หลินเทียนได้ผงะไปก่อนที่จะหลบมันอย่างรวดเร็ว

"ใครกัน ! ไสหัวออกมา ! "

หลังจากที่หลบไปยืนอยู่ข้างๆแล้วเขาก็ได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

"การเคลื่อนไหวเร็วดีหนิ "

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ดังขึ้น

ห่างออกไปไม่ไกลมีร่างหลายร่างเดินออกมาจากพุ่มไม้ด้วยเจตนาฆ่าที่ชัดเจน

"เจ้าเป็นใคร ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลังจากที่มองไปยังคนเหล่านี้แล้วหัวใจของหลินเทียนถึงกับตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเพราะพวกมันแข็งแกร่งมากๆ!

"ฆ่าคนตระกูลโม่ของเราแล้วยังกล้าถามอีกงั้นหรอ ? ! "

หนึ่งในนั้นได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

ชายรูปร่างกำยำในชุดคลุมสีดำนี้มีกลิ่นอายผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ที่รุนแรงมากๆ

"คนตระกูลโม่ ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลังจากที่กวาดตามองคนกว่าโหลรอบๆแล้วหลินเทียนไม่เข้าใจเลยว่าตอนที่เขาออกมาจากสำนักก็สวมชุดคลุมสีดำเอาไว้ หากพูดตามตรงแล้วคนพวกนี้ไม่มีทางที่จะรู้ว่าเขามาที่นี่

ทันใดนั้นเองที่ท่าทางของเขาได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะนึกถึงใบหน้าของคนๆหนึ่ง

"หลูเชิง !"

ประกายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยทันที

ก่อนหน้านี้หลูเชิงได้พบกับเขาในที่แห่งนี้และหลังจากที่มันจากไปแล้วคนตระกูลโม่ก็โผล่มาทันทีจึงทำให้เขาสามารถเดาได้ง่ายๆเลยว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับหลูเชิงแน่ๆซึ่งสิ่งที่เขาคาดเดานี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้หลังจากที่หลูเชิงได้พบกับหลินเทียนแล้วเขาก็นึกถึงเรื่องของตระกูลโม่ถึงได้ทิ้งภารกิจของตัวเองไปแล้วกลับไปบอกเรื่องทั้งหมดของหลินเทียนให้กับผู้คนตระกูลโม่ฟังเพื่อแลกกับเงินก้อนโต

ชายในชุดคลุมดำได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาขณะจ้องมองหลินเทียนพร้อมพูดว่า

"ตระกูลโม่ของข้ามีเครือข่ายอยู่รอบสำนักแต่คิดไม่ออกเลยว่าเจ้าหลบออกมาถึงนี่ได้อย่างไร "

"อยากรู้หรอ ? งั้นกระบี่ของข้าจะให้คำตอบเจ้าเอง "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

นัยน์ตาของชายวัยกลางคนได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"จัดการ ! "

น้ำเสียงของเขาไม่แยแสอะไรทั้งนั้น หลังจากที่พูดจบลงแล้วเหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ด้านหลังก็กระโจนเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

พวกเขามาจากตระกูลของผู้บ่มเพาะซึ่งทั้งสี่สิบกว่าคนนี้ระดับพลังต่ำสุดอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8

พริบตาเดียวผู้คนก็เข้าประชิดก่อนที่จะฟาดฟันเข้าใส่อย่างไร้ความปราณี

"เหอะ ! "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

เขาได้กระโดดพร้อมทั้งสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านออกมาอย่างรวดเร็ว

"แกร๊ง ! "

กระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะปะทะเข้ากับคนที่เข้ามาใกล้ที่สุดและส่งผลชายคนนั้นส่งเสียงโห่ร้องออกมาแต่ก็ยังไม่ตาย

ท่าทางของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำได้เปลี่ยนไปพลางพูดว่า

"อย่าประมาท รุมฆ่ามันพร้อมๆกัน ! "

เพื่อที่จะจัดการกับหลินเทียนนั้นตระกูลโม่ได้หาข้อมูลมาหมดแล้วซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่จะมาที่นี่ชายในชุดดำก็ได้อ่านข้อมูลพวกนั้นมาหมดแล้วถึงเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับหลินเทียน

ผู้คนทั้งหมดได้พยักหน้าพร้อมทั้งหยุดลงและไม่เคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามอีก

"โครม ! "

ผู้คนหลายสิบคนได้สำแดงทักษะออกมาพร้อมๆกันแล้วส่งเข้าปะทะกับหลินเทียนโดยทันที

หัวใจของหลินเทียนได้แข็งค้างไปด้วยท่าทางที่ตกตะลึง

คนพวกนี้ไม่ได้อ่อนแอเลยและการโจมตีพร้อมกันทั้งหมดนี้มันทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยอันตราย

"วิ้ส !"

เขาได้เคลื่อนไหวและถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

ระดับพลังของเขาก็ไม่ใช่น้อยๆแต่มีคำพูดอยู่ว่าแม้จะเป็นฝูงมดก็สามารถล้มยักษ์ได้ ต่อให้เขาแข็งแกร่งแต่หากต้องรับการโจมตีจากผู้เชี่ยวชาญระกับเดียวกันเป็นฝูงก็ไม่มีทางต้านไหวแน่นอนแถมพวกมันยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ธรรมดาๆด้วย กลิ่นอายของพวกมันเป็นของผู้มีประสบการณ์ที่ต่างชั้นกันมาก

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 070

คัดลอกลิงก์แล้ว