- หน้าแรก
- เมื่อผมมอบระบบให้รัฐบาล ท่านผู้นำเลยเปย์ยับปั้นให้เป็นเทพทรู
- บทที่ 90: เดี๋ยวนะ นี่คือป้อมป้องกันเหรอ?
บทที่ 90: เดี๋ยวนะ นี่คือป้อมป้องกันเหรอ?
บทที่ 90: เดี๋ยวนะ นี่คือป้อมป้องกันเหรอ?
ความตาย... มันรู้สึกยังไงกันนะ?
เมื่อก่อนเฉินโหยวไม่เคยรู้ แต่เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะได้รู้ซึ้งในอีกไม่กี่วินาทีนี้แล้ว
เขางัดทุกวิถีทางออกมาใช้จนหมดสิ้นแล้ว
ใบหน้าของหลี่กั๋วอัน จางอวิ๋นไห่ และคนอื่นๆ แวบเข้ามาในหัว
ขอโทษด้วยนะ...
ในชั่วขณะที่สติของเฉินโหยวเกือบจะจมดิ่งสู่ความมืดมิด
ตึง——!
เสียงระฆังอันเก่าแก่ดังกังวาน ราวกับส่งตรงมาจากต้นกำเนิดแห่งห้วงเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วฟ้าดินโดยไร้สัญญาณเตือน!
เสียงระฆังนี้แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามอันมิอาจล่วงเกิน ช่วยปัดเป่าความหวาดกลัวและความสิ้นหวังภายในใจของเฉินโหยวจนมลายหายไปในพริบตา
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ถี่ยิบราวกับเม็ดฝนก็ดังขึ้นข้างหูเขาอย่างบ้าคลั่ง!
【ติ๊ง! สิ่งปลูกสร้างป้องกันเมืองก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว!】
【หอธนูป้องกันเปิดใช้งานแล้ว!】
【หอสังเกตการณ์น้ำแข็งเปิดใช้งานแล้ว!】
【ป้อมปราการสั่นสะเทือนเปิดใช้งานแล้ว!】
【บัลลังก์เซียนเปิดใช้งานแล้ว!】
ภายในเมืองไป๋อวี้จิง หอคอยป้องกันทั่วไปทั้งหกสิบแห่งที่สร้างเสร็จแล้วพลันส่องแสงระยิบระยับและเริ่มทำงาน
ทว่าสายตาของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเฉินโหยวในสนามรบ หรือพวกหลี่กั๋วอันในศูนย์บัญชาการ ต่างถูกดึงดูดด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ณ จัตุรัสกลางเมือง!
ตูม! ตูม! ตูม!
เสาแสงสีทองเจิดจรัสยี่สิบต้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากยี่สิบทิศทางของจัตุรัสกลาง ทะลวงผ่านผืนฟ้าและผืนดิน!
ท่ามกลางเสาแสง บัลลังก์หยกขาวรูปทรงแตกต่างกันยี่สิบองค์ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่เวหา บนนั้นสลักลวดลายมังกรและหงส์ มีรัศมีมงคลนับพันสาย แผ่แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้จิตใจสั่นสะท้าน
บนบัลลังก์ เงาร่างเลือนรางแต่น่าเกรงขามกำลังเปลี่ยนจากความว่างเปล่ากลายเป็นรูปร่างจริง
สิบเก้าร่างในนั้นสวมเกราะเงินแบบเดียวกัน ถือทวนสวรรค์หรือทวนยาว กลิ่นอายเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ส่วนบัลลังก์ที่สะดุดตาที่สุดนั้น มีขนาดใหญ่กว่าอีกสิบเก้าบัลลังก์ถึงหนึ่งรอบ ร่างเงาบนนั้นกำยำล่ำสันจนน่าตกใจ
เขาสวมเกราะโซ่ทองคำ สวมหมวกหงส์เหินสามภูผา ถือมีดสองคมสามปลาย ดูองอาจห้าวหาญ กลิ่นอายสะเทือนเลื่อนลั่น!
สิ่งที่น่าตื่นตะลึงที่สุดคือ กลางหน้าผากของเขามีดวงตาแนวตั้งที่ปิดสนิทอยู่อีกหนึ่งดวง
แม้จะเป็นเพียงโครงร่าง ก็ยังแผ่อำนาจเทพสูงสุดที่มองทะลุสามภพและทำลายภาพลวงตา!
“นี่... นี่มัน...”
ภายในศูนย์บัญชาการ ศาสตราจารย์จางผิงตัวสั่นเทิ้ม ชี้มือไปยังร่างบนหน้าจอ ปากคอสั่นพูดติดๆ ขัดๆ ด้วยความตื่นเต้น “นี่... นี่มัน...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ในสนามรบก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง!
เงาร่างของเซียนผู้กำยำองค์นั้น ราวกับสัมผัสได้ถึงบอลพลังงานที่ราชาปีศาจวารีเขียวแห่งห้วงลึกกำลังจะยิงออกมา
เขายังรวมร่างไม่สมบูรณ์ดี แต่ดวงตาแนวตั้งที่กลางหน้าผากกลับลืมขึ้นเป็นเส้นบางๆ อย่างกะทันหัน!
แสงเทพสีทองที่ไม่อาจบรรยายด้วยคำพูดได้พุ่งระเบิดออกมา!
วูบ——!
โลกทั้งใบราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
สายลมหยุดพัด
ปีศาจที่กำลังคำรามแข็งค้างอยู่กับที่ ในท่าทางที่กำลังพุ่งชาร์จ
บอลพลังงานของราชาปีศาจวารีเขียวแห่งห้วงลึกที่มีอานุภาพทำลายล้างโลก ลอยค้างอยู่กลางอากาศ กระแสพลังงานที่บ้าคลั่งบนนั้นแข็งตัวในพริบตา
แม้แต่บนหน้าจอหลักของศูนย์บัญชาการฉินหลิ่ง ข้อมูลที่กำลังวิ่งและไฟสัญญาณที่กะพริบ ทุกอย่างล้วนหยุดนิ่งไปอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้!
เวลาถูกจองจำแล้ว!
ท่ามกลางแสงเทพสีทองนั้น ร่างบนบัลลังก์กลางก็รวมตัวจนสมบูรณ์
เขาไม่ได้มองราชาปีศาจร่างยักษ์ตนนั้น และไม่ได้สนใจกองทัพปีศาจนับหมื่นด้วยซ้ำ
ดวงตาที่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามและความเฉยชาคู่นั้น กวาดมองร่างเล็กจ้อยที่โชกเลือดและดูสะบักสะบอมใต้กำแพงเมืองเป็นอันดับแรก
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เฉินโหยวชั่วครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาถึงค่อยๆ หันหน้าไปมองราชาปีศาจวารีเขียวแห่งห้วงลึกที่ถูกตรึงอยู่กับที่
สายตานั้นเหมือนมนุษย์มองดูมดปลวก เย็นชา ไร้ความรู้สึก ไม่เจืออารมณ์ใดๆ
สุ้มเสียงอันยิ่งใหญ่ทรงอำนาจ ราวกับแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ ดังกึกก้องขึ้นในส่วนลึกของจิตวิญญาณทุกคน
“ปีศาจนอกรีตจากต่างโลก บังอาจมาทำกำเริบที่นี่รึ!”
สิ้นเสียง มีดสองคมสามปลายในมือเขาก็กลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปแล้ว!
ไม่มีการระเบิดที่สะเทือนเลื่อนลั่น ไม่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ลำแสงนั้นเพียงแค่วูบผ่านเบาๆ ก็ทะลวงผ่านห้วงมิติ เจาะทะลุกลางหน้าผากของราชาปีศาจวารีเขียวแห่งห้วงลึกอย่างแม่นยำ
ฉึก!
เสียงเบาๆ ดังขึ้น
ร่างมหึมาสูงร้อยเมตรของราชาปีศาจวารีเขียวแห่งห้วงลึกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ความดุร้ายสีแดงฉานในดวงตาเดียวขนาดใหญ่ของมันจางหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความหวาดกลัวและความงุนงงอันไร้ที่สิ้นสุด
วินาทีต่อมา ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายจากกลางหน้าผาก กลายเป็นเถ้าถ่านปลิวว่อน และเลือนหายไปในอากาศที่หยุดนิ่ง
แม้แต่เสียงร้องโหยหวนสักแอะก็ยังไม่มีโอกาสได้เปล่งออกมา
สังหารในพริบตา!
ลอร์ดระดับอีลีตเลเวล 35 ถูกลบหายไปอย่างง่ายดายเช่นนี้เอง!
มีดสองคมสามปลายยังคงพุ่งต่อไปไม่ลดละ สุดท้ายก็ปักลงที่นอกประตูเมืองทิศตะวันตกของเมืองไป๋อวี้จิงดัง “เคร้ง” อย่างหนักหน่วง
เปรี้ยง!
โดยมีอาวุธเทพเป็นศูนย์กลาง อสรพิษสายฟ้าสีทองนับไม่ถ้วนเลื้อยลามไปทั่วทิศทางอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นอาณาเขตสายฟ้าขนาดมหึมาครอบคลุมพื้นที่พันตารางเมตรในพริบตา!
การจองจำเวลาถูกปลดออกในวินาทีนี้
“โฮก——!”
ด้านหลัง กองทัพปีศาจที่หลั่งไหลออกมาจากประตูวาร์ปอย่างต่อเนื่องยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังคงดาหน้าพุ่งเข้าใส่เมืองไป๋อวี้จิงอย่างไม่กลัวตาย
ทว่า ทันทีที่พวกมันก้าวเข้ามาในอาณาเขตสายฟ้านั้น
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
สายฟ้าสีทองนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าพันธนาการราวกับมีชีวิต ปีศาจหน้าตาดุร้ายเหล่านั้นยังไม่ทันได้กรีดร้อง ก็กลายเป็นตอตะโกท่ามกลางสายฟ้า แล้วสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไป!
หนึ่งคนขวางด่าน หมื่นคนมิอาจผ่าน!
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ด่าน แต่เป็นเหวสวรรค์ที่ไม่อาจข้ามผ่านได้ต่างหาก!
ในขณะเดียวกัน ทหารสวรรค์และขุนพลสวรรค์อีกสิบเก้าองค์ก็เริ่มเคลื่อนไหว
พวกเขากระโดดลงจากบัลลังก์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ถืออาวุธเทพพุ่งเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์ที่เหลือรอดราวกับเสือกระโจนเข้าฝูงแกะ
นั่นคือการสังหารหมู่!
ทวนสวรรค์ตวัดวูบ ปีศาจเป็นเบือก็ถูกฟันขาดครึ่งท่อน
ทวนยาวกวาดผ่าน ก็เคลียร์พื้นที่ได้เป็นวงกว้าง
การเคลื่อนไหวของพวกเขาแม่นยำ รวดเร็ว และเลือดเย็น ราวกับเป็นเครื่องจักรสังหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อเทียบกันแล้ว หอคอยป้องกันหกสิบแห่งนั้นก็เหมือนกับของเล่นเลยทีเดียว
ลูกธนูที่ยิงจากหอธนูป้องกันยังบินอยู่กลางอากาศ เป้าหมายก็ถูกทหารสวรรค์ใช้ทวนแทงทะลุไปแล้ว
หอสังเกตการณ์น้ำแข็งเพิ่งจะสร้างพื้นที่ลดความเร็ว ทหารสวรรค์ก็สังหารมอนสเตอร์ในระยะนั้นจนเกลี้ยงแล้ว
มัน... เป็นการต่อสู้คนละมิติกันโดยสิ้นเชิง!
ในศูนย์บัญชาการ เงียบกริบราวกับป่าช้า
ทุกคนอ้าปากค้าง มองดูการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวบนหน้าจอด้วยสมองที่ขาวโพลน
ผ่านไปเนิ่นนาน หลี่กั๋วอันถึงถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ซุนเฟิง... เมื่อกี้... เมื่อกี้หลอดเลือดบอส หายวูบไปในพริบตาเลยใช่ไหม?”
ซุนเฟิง หัวหน้าทีมวิเคราะห์ข้อมูล ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งไปที่คอมพิวเตอร์ตรงหน้าซึ่งกลับมาทำงานแล้ว
บนหน้าจอ กราฟตรวจวัดพลังงานพุ่งสูงขึ้นจนทะลุสเกล
เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “รายงานท่านหลี่ครับ...”
“การโจมตีเมื่อกี้ ดาเมจที่ทำได้... เกรงว่าจะคำนวณไม่ได้ ระบบอาจจะวัดค่าไม่ได้ด้วยซ้ำครับ”
วัดค่าไม่ได้!
หลี่กั๋วอันค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งตัวถูกสูบออกไป
แต่ไม่นาน เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า... ดี ดีมากที่วัดค่าไม่ได้!”
ในสนามรบ เฉินโหยวหอบหายใจแฮกๆ
เขามองภาพสุดแฟนตาซีตรงหน้า รู้สึกว่าโลกทัศน์ของตัวเองได้รับแรงกระแทกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เชี่ยเอ๊ย...
เซียนองค์นี้... โคตรเวอร์!
แค่ทหารสวรรค์คนเดียวก็คงประกาศจบเกมได้เลยมั้ง!
ตัวละแค่ห้าร้อยเหรียญทองเนี่ยนะ?
จะบอกว่า ถ้ามีของแบบนี้ ก็มีแค่คำเดียวเลย——
หุบปากแล้วเอาเงินฉันไปเลย!
การต่อสู้ดำเนินไปได้ไม่นาน
ภายใต้การกวาดล้างอย่างไร้ความปรานีของยี่สิบทหารสวรรค์และขุนพลสวรรค์ กองทัพปีศาจที่เหลือรอดก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้นภายในเวลาสั้นๆ เพียงสามนาที
ประตูวาร์ปนอกประตูทิศตะวันตกก็ปิดลงแล้วเช่นกัน
เมื่อปีศาจตัวสุดท้ายกลายเป็นเถ้าถ่าน ทหารสวรรค์สิบเก้านายก็กลายเป็นลำแสงบินกลับไปที่บัลลังก์ของตน และกลับกลายเป็นรูปปั้นอีกครั้ง
แต่เซียนผู้ถือมีดสองคมสามปลายองค์นั้นกลับไม่ขยับ
เขาค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาที่มองเห็นทุกสรรพสิ่งคู่นั้นจับจ้องมาที่เฉินโหยวอีกครั้ง
มีดสองคมสามปลายที่ปักอยู่บนพื้นส่งเสียงกังวาน ก่อนจะกลายเป็นแสงสีทองบินกลับมาในมือเขา
เซียนผู้นั้นถืออาวุธเทพ ยืนมองเฉินโหยวอยู่อย่างนั้นเงียบๆ ดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
เฉินโหยวถูกเขามองจนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ลูกพี่คนนี้... จะเอาไงเนี่ย?
จะมาเก็บเงินงวดสุดท้ายค่าจ้างเล่นแทนเหรอ?