- หน้าแรก
- เมื่อผมมอบระบบให้รัฐบาล ท่านผู้นำเลยเปย์ยับปั้นให้เป็นเทพทรู
- บทที่ 50: นายเรียกนี่ว่ามือใหม่เหรอ? ขาใหญ่ทั้งเมืองคุกเข่าขอให้ช่วยแบก
บทที่ 50: นายเรียกนี่ว่ามือใหม่เหรอ? ขาใหญ่ทั้งเมืองคุกเข่าขอให้ช่วยแบก
บทที่ 50: นายเรียกนี่ว่ามือใหม่เหรอ? ขาใหญ่ทั้งเมืองคุกเข่าขอให้ช่วยแบก
ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเจ้าเฉิง ห่างออกไปสิบลี้
ภูมิประเทศตรงจุดนี้ทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน ก่อเกิดเป็นหุบเขาแคบยาวที่ดูวังเวงและน่าขนลุก
หมอกสีเทาดำปกคลุมตลอดทั้งปี แม้แต่แสงแดดในยามเที่ยงวันก็ยากจะส่องผ่าน
เสียงลมพัดผ่านโขดหินรูปร่างประหลาด ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ราวกับมีวิญญาณนับไม่ถ้วนกำลังกรีดร้องอยู่ที่นี่
ที่นี่ก็คือ 【หุบเขาเสียงคร่ำครวญ】
ตรงปากทางเข้าหุบเขา มีวังวนพลังงานสีม่วงเข้มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามเมตรกำลังหมุนวนอย่างช้าๆ แผ่กลิ่นอายอัปมงคลที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านออกมา
นี่คือทางเข้าดันเจี้ยน
ในเวลานี้ บนพื้นที่ว่างหน้าทางเข้ามีนักผจญภัยรวมตัวกันอยู่ราวสองถึงสามสิบคน
ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นเลเวล 10 ถึง 15 บ้างจับกลุ่มกันสามถึงห้าคน บ้างก็นั่งเช็ดอาวุธอยู่กับพื้น หรือไม่ก็ตะโกนขายวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ดรอปจากดันเจี้ยนเสียงดังลั่น
“ทีมสปีดรัน 【หุบเขาเสียงคร่ำครวญ】 ขอนักรบสายโหดเลเวล 12 ขึ้นไป ส่งของกับอาวุธมาให้ดูเลย!”
“ขาย 【ปลอกแขนวิญญาณอาฆาต】 ระดับยอดเยี่ยมสีฟ้า ยี่สิบเหรียญเงินงดต่อรอง!”
“มีพี่ชายพี่สาวใจดีคนไหนช่วยพาเค้าเวลหน่อยมั้ยค้า เค้าเป็นมือใหม่เลเวล 10 เอง เชียร์เก่ง อ้อนเก่งนะ!”
บรรยากาศที่จอแจวุ่นวาย ก่อให้เกิดภาพระบบนิเวศหน้าดันเจี้ยนเกมออนไลน์แบบฉบับดั้งเดิม
ทันใดนั้นเอง เสียงกระดิ่งใสกังวานก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ทำลายจังหวะเดิมๆ ของที่นี่ลง
ทุกคนหันไปมองตามเสียง พลันเห็นกระต่ายตัวมหึมาขนสีขาวราวหิมะและมีดวงตาสีเลือดตัวหนึ่ง
บนหลังของมันแบกชายหนุ่มในชุดคลุมเต๋าคนหนึ่งเอาไว้ และกำลังพุ่งตรงมาด้วยท่าทางวิ่งตะบึงที่ดูขัดตาสุดๆ
“เอี๊ยด——”
กระต่ายยักษ์ดริฟต์เบรกตัวโก่งอย่างสวยงาม ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทที่ริมลานกว้าง
เฉินโหยวตระโดดลงจากหลังกระต่าย
【ชุดคลุมเต๋าทะยานสวรรค์】 ที่เปิดได้จากแพ็กเกจของขวัญนั้นพลิ้วไหวไปตามลมทั้งที่ไม่มีลมพัด กลิ่นอายเซียนลอยอวล
ดูแปลกแยกจากเหล่านักผจญภัยรอบข้างที่สวมเกราะหนังหรือเกราะโซ่ถักอย่างสิ้นเชิง
ในชั่วพริบตา เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งลาน
“เชี่ย สัตว์ขี่นั่น... พันธุ์อะไรวะเนี่ย? กระต่ายบ้าอะไรตัวใหญ่ขนาดนี้?”
“ดูชุดที่เขาใส่สิ เหมือนจะเป็นแฟชั่นหรือเปล่า? รวยจริงวุ้ย...”
“น่าจะเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่สักตระกูลที่เพิ่งเวล 10 ล่ะมั้ง ที่บ้านคงเอาเงินยัดจนเวลขึ้นมา”
“จิ๊ๆ ของสวมใส่ดูดีมีชาติตระกูล แต่ไม่รู้ฝีมือจะเป็นยังไง”
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ ปะปนไปด้วยความอิจฉาและความดูแคลนที่ไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย
ในโลกใบนี้ อุปกรณ์สวมใส่สำคัญก็จริง แต่เทคนิคและการประสานงานเป็นทีมต่างหากคือวิถีแห่งราชันในการเคลียร์ดันเจี้ยน
“มือใหม่” ที่มีดีแค่ของสวมใส่ ในสายตาของผู้เล่นเก่า ก็เป็นแค่กระเป๋าตังค์เคลื่อนที่เท่านั้นแหละ
เฉินโหยวทำราวกับไม่ได้ยินสายตาเหล่านั้น สายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยป้ายไม้เก่าคร่ำครึสูงครึ่งตัวคนที่ตั้งอยู่ข้างทางเข้า
บนนั้นดูเหมือนจะสลักอักษรโบราณบางอย่างเอาไว้
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหา
ข้างป้ายไม้นั้น มีนักรบเผ่ามนุษย์หัววัวร่างกำยำแบกขวานยักษ์กำลังยืนพิงป้ายพักผ่อนอยู่
เมื่อเห็นเฉินโหยวเดินมา เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะมาขอเข้าปาร์ตี้ จึงโบกมือไล่อย่างรำคาญโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
“ที่เต็มแล้ว ไม่พาเด็กใหม่”
สิ้นเสียงไม่ทันไร นักฆ่าเผ่าแมวร่างผอมเพรียวถือมีดสั้นคู่ที่อยู่ข้างๆ ก็ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มการค้าเต็มใบหน้า
“พี่ชาย มา 【หุบเขาเสียงคร่ำครวญ】 ครั้งแรกเหรอ? ดูของใส่แล้วไม่ธรรมดาเลยนี่ เงินคงหนาไม่เบา”
“เอาอย่างนี้ สิบเหรียญทอง ทีม ‘มีดแหลม’ ของเรารับประกันพาผ่านด่าน ถ้ามีของดรอปนายเลือกก่อนได้ชิ้นนึง เป็นไง?”
สิบเหรียญทอง!
พอคำนี้หลุดออกมา คนรอบข้างไม่น้อยถึงกับสูดหายใจเฮือก
ราคานี้มันปล้นกันชัดๆ!
พาเสี่ยลงดันเจี้ยนมือใหม่รอบนึง ราคากลางอย่างมากก็แค่ไม่กี่สิบเหรียญเงิน
เจ้านักฆ่าเผ่าแมวนี่อ้าปากเรียกสิบเหรียญทอง เห็นชัดๆ ว่ามองเฉินโหยวเป็นหมูอ้วนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กะจะฟันให้ยับ
นักรบมนุษย์หัววัวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเฉินโหยวด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นขบขัน
เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่า “มือใหม่” ที่ดูรวยคนนี้ จะยอมเป็นหมูให้เขาเชือดไหม
ทว่า ปฏิกิริยาของเฉินโหยวกลับเหนือความคาดหมายของทุกคน
เขาไม่แม้แต่จะชายตามองนักฆ่าเผ่าแมวคนนั้น เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยใส่นักรบมนุษย์หัววัวที่ยืนบังป้ายไม้อยู่
“รบกวนหลบหน่อยครับ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“คุณบังทางผมอยู่”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนักรบมนุษย์หัววัวแข็งค้างไปในทันที
รอยยิ้มบนหน้าของนักฆ่าเผ่าแมวก็แข็งทื่อเช่นกัน
คนหนึ่งถูกเมินโดยสมบูรณ์ อีกคนถูกมองเป็นสิ่งกีดขวาง
ไฟโทสะลุกพรึบขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของทั้งสองคนทันที
“ไอ้หนู แกพูดว่าอะไ...” นักรบมนุษย์หัววัวยืดตัวขึ้นเต็มความสูง คว้าขวานยักษ์ที่ด้านหลัง
แต่ยังพูดไม่ทันจบ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
ครืน——ครืน——ครืน——
ผืนดินเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ
ตอนแรกเป็นเพียงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่ไม่นาน แรงสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีกองทัพนับพันม้าศึกกำลังควบตะบึงเข้ามา!
“เกิดอะไรขึ้น? แผ่นดินไหวเหรอ?”
“ไม่ใช่! พวกนายดูตรงนั้น!”
ผู้เล่นคนหนึ่งชี้ไปที่เส้นขอบฟ้าไกลๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เห็นเพียงฝุ่นควันจากทิศทางเมืองเจ้าเฉิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นมังกรสีเหลืองตัวยาวเหยียด
ภายใต้เงาของมังกรฝุ่นนั้น เงาดำยั้วเยี้ยกำลังพุ่งทะยานมาทาง 【หุบเขาเสียงคร่ำครวญ】 ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ!
เงาดำเหล่านั้นมีรูปร่างแตกต่างกันไป มีทั้งรูปร่างมนุษย์ รูปร่างสัตว์ ตัวสูงกว่าสามเมตรก็มี ตัวเตี้ยไม่ถึงเมตรก็มี
สูงต่ำอ้วนผอม เผ่าพันธุ์หลากหลาย ภาพเหตุการณ์นั้นช่างแปลกตาอย่างยิ่ง!
นั่นคือกองทัพนักผจญภัยกลุ่มใหญ่!
นักผจญภัยนับร้อยคน!
“คุณพระช่วย... นี่กิลด์ไหนจะมาตีวอร์กันหรือเปล่าเนี่ย?”
“ไม่ใช่มั้ง แถวนี้ไม่มีเวิลด์บอสเกิดนี่นา!”
ผู้เล่นหลายสิบคนที่หน้าดันเจี้ยนต่างพากันงุนงง ยืนมองกองทัพผู้เล่นที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์อย่างโง่งม
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งสติได้ กระแสธารมนุษย์นั้นก็พุ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว
“โครม!”
นักรบมนุษย์หมาป่าและนักรบมนุษย์หมีที่เป็นหัวขบวนไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็วเลยสักนิด ชนเปรี้ยงเข้าใส่ฝูงคนที่หน้าดันเจี้ยนเต็มๆ
นักรบมนุษย์หัววัวและนักฆ่าเผ่าแมวที่เมื่อครู่ยังวางก้ามใหญ่โต ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้
เหมือนก้อนหินก้อนเล็กๆ สองก้อนที่ขวางทางน้ำหลาก ถูกฝูงชนชนกระเด็นปลิวออกไปในพริบตา
ร่างลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งอย่างน่าอนาถ ตกลงกระแทกพื้นห่างออกไปหลายสิบเมตร ลุกไม่ขึ้นไปพักใหญ่
และนักผจญภัยนับร้อยคนนั้น หลังจากชนกระเจิง “เจ้าถิ่น” ไปแล้ว ก็พุ่งเป้าล้อมกรอบเฉินโหยวไว้อย่างแน่นหนาจนน้ำซึมไม่ผ่าน
ล้อมหน้าล้อมหลังสามชั้นนอกสามชั้นใน อัดแน่นไปหมด
ตามมาด้วยเสียงตะโกนกึกก้องราวกับภูผาถล่มสมุทรทลาย
“พี่เทพทรู! ผมเองครับ! กรงเล็บโลหิตจากสนามฝึกซ้อมทางทิศตะวันออกไง! ขอเข้าปาร์ตี้ด้วยคนครับ!”
“ลูกพี่! ผมเป็นนักบวชแสงศักดิ์สิทธิ์เลเวล 14 ฮีลแรงเวอร์! พาผมไปด้วยเถอะ ไม่คิดเงิน ขอแค่ได้ลงดันเจี้ยนกับท่านก็พอ!”
“ป๋าเฉิน! มองหนูหน่อย! หนูเป็นอัศวินผู้พิทักษ์เลเวล 15 พลังป้องกันติดท็อปเทนเมืองเจ้าเฉิงนะ! หนูยอมถวายโล่ให้ป๋าเลย!”
“หลบไป! พวกผู้ชายตัวเหม็น! พี่ชายเทพทรูขา มองทางนี้สิคะ หนูเป็นเผ่ามนุษย์จิ้งจอกนะ ทำเป็นทุกอย่างเลย~”
สถานการณ์ทั้งหมด เปลี่ยนจากหน้าดันเจี้ยนเกม กลายเป็นงานแฟนมีตติ้งที่แฟนคลับคลั่งไคล้ศิลปินในชั่วพริบตา
ผู้เล่น “เจ้าถิ่น” ที่เมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะว่าเฉินโหยวเป็น “มือใหม่” ต่างพากันอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด
เทพทรู?
เลเวล 10?
ผู้ชายที่ดูมีกลิ่นอายเซียนคนนี้ คือสัตว์ประหลาดที่โปรยเงินเป็นฟ่อนในเมืองคนนั้นน่ะเหรอ?!
เฉินโหยวที่ยืนอยู่กลางวงล้อม ก็ถูกสถานการณ์กะทันหันนี้ทำเอาอึ้งไปสองวินาทีเช่นกัน
เขาแค่อยากจะดูว่าป้ายไม้นั่นเขียนว่าอะไรเท่านั้นเอง
คนพวกนี้... จะไม่ยอมให้เขาดูให้ได้เลยใช่ไหม?
เขาบ่นอุบในใจ หรือว่าบนป้ายไม้โทรมๆ นั่นจะบันทึกความลับสะเทือนฟ้าดินอะไรไว้ หรือเป็นเบาะแสภารกิจลับ?
ท่ามกลางความโกลาหลถึงขีดสุด เสียงคำรามของเสือที่ใสกังวานก็ดังขึ้น กลบเสียงอึกทึกของทุกคนจนเงียบกริบ
ฝูงชนแหวกทางออกเป็นช่องโดยอัตโนมัติ
เสือขาวตัวมหึมาที่มีหน้าผากลายพาดกลอน แบกหญิงสาวเผ่าเทพเอลฟ์รูปร่างอรชรในชุดคลุมเวทสีขาวนวลจันทร์อันงดงาม เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
เยว่อิ๋งนั่นเอง
เธอพลิกตัวลงจากหลังเสือ ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยความสุขุมและแรงกดดันของผู้มีอำนาจ ผู้เล่นรอบข้างต่างถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว เปิดพื้นที่ว่างให้
สายตาของเยว่อิ๋งจับจ้องไปที่เฉินโหยวอย่างไม่วางตา
เมื่อเธอเห็นตัวอักษร 【เลเวล 10】 ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งบนหัวของเฉินโหยวกับตาตัวเอง แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่รูม่านตาก็ยังอดหดเกร็งอย่างรุนแรงไม่ได้
เป็นเรื่องจริง
ไม่ถึงสองวัน จากเลเวล 5 สู่เลเวล 10
ผู้ชายคนนี้ ใช้วิธีการที่เธอไม่อาจเข้าใจได้โดยสิ้นเชิง พลิกความรู้ความเข้าใจทั้งหมดที่เธอมีต่อโลกใบนี้
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มคลื่นลมโหมกระหน่ำในใจ แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแต่แฝงความรู้สึกซับซ้อน:
“นายเลเวล 10 แล้วจริงๆ ด้วย”
ในที่สุดเฉินโหยวก็ได้สติกลับมาจากความมุ่งมั่นที่จะอ่านป้ายไม้
“อ๋อ เธอนั่นเอง ยัยเด็กแว้...”
“อะแฮ่ม... น้องสาวเผ่าเทพเอลฟ์”