เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 228 – ตำแหน่งงานในวังหลวง

บทที่ 228 – ตำแหน่งงานในวังหลวง

บทที่ 228 – ตำแหน่งงานในวังหลวง


ทหารเผ่าปีศาจที่เฝ้าประตูอยู่อุทานออกมาเสียงดัง “หวา! ทำไมเจ้าถึงได้น่าเกลียดน่ากลัวขนาดนี้ ปิดหน้าของเจ้าเอาไว้ให้ดี ๆ อย่าได้ไปทำให้ใครตกใจกลัวเข้าอีกล่ะ รีบ ๆ เข้าไปได้แล้ว”

ผมมีอารมณ์โกรธอยู่ไม่น้อย ที่เขาล้อเลียนผมมากถึงขนาดนั้น แต่ก็ได้แค่กัดฟันทน แล้วเดินผ่านประตูเข้าไปในเมืองหลวงของเผ่าปีศาจ ผมพยายามสงบอารมณ์โกรธของตัวเองอย่างมากที่สุดแล้ว

ผ่านเข้ามาในเมืองได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือต้องหาที่พักเสียก่อน แล้วค่อยวางแผนทำการช่วยเหลือพี่ใหญ่จ้านหูและทุกคนออกมา

แต่แผนในการที่จะหาที่พักของผมนั้นล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ตอนนี้ผมได้แต่นั่งอย่างไร้จุดหมายอยู่ตรงที่ว่างระหว่างบ้านสองหลัง ไม่มีโรงแรมแห่งไหนในเมืองนี้ยอมให้ผมเข้าพักเลยแม้แต่แห่งเดียว เหตุผลที่พวกเขากล่าวออกมานั้นเหมือนกันทั้งหมด คือกลัวว่าผมจะทำให้ลูกค้าคนอื่นเกิดความหวาดกลัว นั่นทำให้ผมต้องมานั่งคิดอยู่คนเดียวตอนนี้ว่า ผมน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ ก็ได้ยินเสียงของคนกำลังเอะอะอยู่ไม่ไกลนัก ผมลุกขึ้นยืนมองไปทางนั้นอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และพบว่าคนจำนวนมากกำลังยืนมุงดูอะไรบางอย่างกันอยู่

ผมเข้าไปใกล้มากพอจนได้เห็นว่ามันมีป้ายประกาศของราชสำนักติดอยู่ มีเจ้าหน้าที่ 2-3 คนนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวหน้าประกาศแผ่นนั้น แต่ผมยังไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร

หลังจากที่พยายามศึกษาประกาศแผ่นนั้น และฟังคำสนทนาที่เกิดขึ้นรอบตัว ในที่สุดผมก็เข้าใจว่ามันเป็นประกาศหาคนเข้าไปทำงานจิปาถะในวังหลวง ในหัวของผมนั้นสว่างวาบขึ้นมาทันที นี่เป็นโอกาศที่เหมือนฟ้าประทานลงมาเลย ถ้าได้เข้าไปอยู่ด้านใน ผมน่าจะสามารถสืบได้ว่าพี่ใหญ่จ้านหู่และคนที่เหลือถูกขังอยู่ที่ไหน รวมทั้งอาจจะได้แอบมองหามู่จือไปด้วย ผมรู้ตัวดี ว่าสภาพของผมในตอนนี้ ไม่สมควรที่จะไปพบกับมู่จือโดยตรง แต่การแอบมองเธออยู่ห่าง ๆ ก็น่ายินดีมากแล้ว

ผมแหวกฝูงชนที่มุงอยู่เข้าไปข้างหน้า พวกเขาหันมามองผมอย่างขุ่นเคือง แต่พอเห็นแผลเป็นบนใบหน้าของผม ก็พากันเปิดทางให้แต่โดยดี ผมพาตัวเองเข้าไปถึงโต๊ะที่ตั้งอยู่นั้นจนได้ “ข้าสนใจที่จะทำงานจิปาถะพวกนี้”

ตอนปีศาจตนที่เหมือนว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มเจ้าหน้าที่ เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม เขาสะดุ้งจนตัวแทบจะหลุดออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เจ้าคิดที่จะเข้าไปในวังหลวงด้วยใบหน้าที่เหมือนผีอย่างนี้เนี่ยนะ? รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้”

ผมมีอารมณ์โกรธขึ้นมาจนอยากจะส่งดาบแสงเข้าใส่เขาสักครั้งสองครั้ง แต่เป้าหมายของผมคือการช่วยเหลือคน นั่นมันสำคัญกว่าแค่การถูกดูหมิ่นแค่นี้ ผมได้แต่สะกดอารมณ์ของตัวเอง ก่อนที่จะพยายามอ้อนวอนเขา “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยขอร้องให้ท่านรับข้าเอาไว้ด้วยเถิด ข้าไม่ได้ต้องการค่าจ้างอะไรมากมาย แค่พอให้มีชีวิตรอดอยู่ได้เท่านั้น”

แต่เจ้าหน้าที่คนนั้นลุกขึ้นยืน สายตาของเขามองมาที่ผมอย่างดุร้าย ก่อนที่จะคำรามออกมา “เอาหน้าผีของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ ไม่อย่างนั้น! อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”

“โอ้! ท่านเจ้าหน้าที่ ทำไมอารมณ์ร้ายอย่างนี้?” ผมได้ยินเสียงที่หวานหยดย้อยเจ้าเสน่ห์ดังขี้น

ผมหันหน้ากลับไปมอง เป็นเสี่ยวโร่วนั่นเอง ผมไม่รู้เลยว่าเธอออกมาจากเสื้อของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้เธอกลายร่างเป็นปีศาจสาวแล้ว

เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมากับพวกผมนั่นแหละ ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และบรรดาเหล่าปีศาจที่อยู่รอบข้างต่างพากันยืนตะลึงอย่างหลงใหล ผู้นำเจ้าหน้าที่คนนั้นถึงกับหลุดพึมพำออกมา “สุดยอด! นี่มันสุดยอดเลยจริง ๆ” พร้อมกับน้ำลายที่เริ่มไหลออกมาจากมุมปากที่อ้าค้างอยู่ของเขา

เสี่ยวโร่วค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้านใน และมายืนอยู่ข้าง ๆ ตัวผม พร้อมกับใช้มือโอบไหล่ของผมไว้ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ออดอ้อน “ท่านหัวหน้า พี่ชายของข้ามีสิ่งใดผิดปกติอย่างนั้นหรือ? เขาแค่มาที่นี่เพียงพอจะหาเลี้ยงชีวิตเท่านั้น ข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้มีเมตตา ได้โปรดช่วยรับเขาไว้ทำงานด้วยเถิด”

เจ้าหน้าที่คนนั้นยังไม่หายจากอาการตะลึงดีนัก แต่ก็กล่าวตอบออกมา “แต่....แต่หน้าตาของเขามันน่าเกลียดเกินไปแล้ว”

นั่นทำให้เสี่ยวโร่วเริ่มร้องให้ออกมา “ท่านหัวหน้า พวกเราพี่น้องต้องใช้ชีวิตอยู่กันเพียงแค่สองคน ถ้าพี่ชายของข้าไม่มีงานทำ แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน?”

เขาได้ฟังอย่างนั้นก็เริ่มนิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะกล่าวออกมา “ข้าจะลองตรวจสอบตำแหน่งงานดูให้ก็แล้วกัน ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง?” แล้วก็ค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษเพื่อดูรายละเอียดของงานที่มีอยู่

เจ้าหน้าที่คนข้าง ๆ เอ่ยเตือนความจำของเขาขึ้นมา “มันมีตำแหน่งคนตัดฟืนของห้องครัวอยู่นี่ เราสามารถให้เขาไปทำงานนี้ได้ ตำแหน่งนี้จะไม่ได้เข้าไปในวังชั้นในเลย หน้าตาของเขาไม่น่าจะก่อปัญหาอะไรขึ้นได้ที่นั่น”

ท่านหัวหน้าผงกหัวรับรู้ “ได้! ข้าจะให้เขาเข้าไปเป็นคนตัดฟืนในวัง สาวน้อยคนสวย แบบนี้เจ้าพอใจแล้วหรือไม่ ข้าช่วยเจ้าอย่างนี้แล้ว เจ้าคิดจะตอบแทนข้าอย่างไรดี?” สีหน้าของเขานั้นดูน่าเกลียดอย่างที่สุดเลยตอนนี้ ผมอยากจะตอบแทนเขาสักหมัดจริง ๆ หน้าตาของเขานั้นน่าเกลียดกว่าใบหน้าของผมไปแล้วมั้ง?

เสี่ยวโร่วชายตาไปที่เขา ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างอ่อนหวาน “เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร คืนนี้ค่อยพบกันที่ประตูทางเข้าด้านทิศใต้นะ พี่ชายสุดหล่อ! แต่ตอนนี้ข้าต้องขอตัวก่อนแล้ว ฝากพวกท่านช่วยดูแลพี่ชายของข้าด้วยนะ!” หลังจากกล่าวจบ เธอก็เดินส่ายสะโพกออกจากฝูงชนกลับไป

พวกเจ้าหน้าที่ยังมองตามหลังของเสี่ยวโร่วไปอย่างไม่วางตา ผมต้องยกมือขึ้นโบกเรียกความสนใจจากพวกเขา “ท่านหัวหน้า! ท่านหัวหน้า!”

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ได้สติกลับมาในที่สุด “เจ้ายังต้องการอะไรอีก?”

ผมรีบถามทันที “แล้วข้าจะต้องทำอย่างไรต่อไป?”

เขาถามกลับ “เจ้ามีข้าวของต้องนำไปด้วยหรือไม่?”

“ไม่มีแล้ว! ข้ามาตัวเปล่าอย่างนี้แหละ” ผมตอบ

เขาชี้มือไปที่ด้านหนึ่ง “อืม! ถ้าอย่างนั้นไปยืนรออยู่ตรงนั้นก่อน ให้พวกข้าหาคนได้ครบทุกตำแหน่ง พวกเราจะเข้าไปในวังกัน”

ผมพยักหน้ารับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินไปยังที่เขาชี้ทางให้ ระหว่างที่เคลื่อนตัวไป ยังได้ยินเสียงพวกเจ้าหน้าที่คุยกันอยู่เบา ๆ “มีคู่พี่น้องแบบนี้ด้วยหรือยังไง? ทำไมหน้าตาช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวแบบนี้ได้?”

ตอนที่ผมเดินไปหยุดรอที่มุมตามคำสั่งแล้ว เสี่ยวโร่วที่กลายเป็นจิ้งจอกน้อยขนาดเล็กก็วิ่งกลับเข้ามาอยู่ในเสื้อของผมเหมือนเดิม ผมเอามือลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน “ถ้าไม่ได้เจ้า เรื่องราวคงจะไม่ได้ง่ายอย่างนี้แน่ ต้องขอบใจเจ้ามากเลยครั้งนี้”

มันแลบลิ้นออกมาเลียฝ่ามือของผมเบา ๆ ก่อนจะซุกตัวลงกับหน้าอกแล้วนอนหลับไป

.............

กว่าที่การรับสมัครคนงานจิปาถะจะทำได้สำเร็จทั้งหมด ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว เจ้าหน้าที่พาคนทั้งหมดมารวมกัน ก่อนที่จะเริ่มพากันออกเดินทาง

ผมสำรวจกลุ่มคนที่ร่วมเดินทางอย่างรวดเร็ว มีคนงานใหม่อยู่ประมาณ 20 คนด้วยกัน แต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อะไรบ้าง และหลังจากเดินทางมาได้เกือบ 1 ชั่วโมง พวกเราทั้งหมดก็มาถึงวังหลวงในที่สุด ด้วยฐานะอันต่ำต้อยของพวกเรา จึงได้เพียงผ่านเข้าไปเขตวังทางประตูด้านข้างเท่านั้น หลังจากเข้ามาได้แล้ว สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็ดูแปลกตาไป ดอกไม้แปลก ๆ มากมายหลายชนิด สมุนไพรหายากต่าง ๆ ถูกปลูกอยู่เต็มไปหมด แม้ว่าอาคารต่าง ๆ จะไม่ได้หรูหราอลังการเท่ากับของวังหลวงของอาณาจักรมนุษย์ แต่มันก็แสดงออกถึงตัวตนความเป็นอิสระของเผ่าปีศาจได้เป็นอย่างดี

เสียงของเจ้าหน้าที่กำชับเตือนออกมา “ระวังสายตาของพวกเจ้าเอาไว้ด้วย อย่างได้มองไปมาอย่าส่งเดช ก้มหน้าเดินไปดี ๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่ามาโทษว่าข้าไม่ได้เตือนเอาไว้แล้วนะ!”

หลังจากได้ยินคำพูดของเขา ผมก้มหน้าเดินอย่างว่าง่ายทันที ในตอนนี้ ผมเพียงแต่ต้องการปักหลักอยู่อย่างเงียบ ๆ ก่อนเท่านั้น จะได้มีเวลาคิดว่าต่อไปจะต้องทำอย่างไร

เจ้าหน้าที่นำพวกเรามาจนถึงสวนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง “เอาล่ะ! พวกเจ้ารออยู่ที่นี่กันก่อน เดี๋ยวจะมีเหล่าหัวหน้าคนรับใช้มาจดบันทึกรายละเอียดส่วนตัวของพวกเจ้า และแจกจ่ายหน้าที่ให้พวกเจ้าทำ วังหลวงแห่งนี้เป็นที่พำนักของราชวงศ์เผ่าปีศาจเรา องค์จักรพรรดิก็ทรงอยู่ที่นี่ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะไม่น่ามีโอกาศได้พบกับพระองค์ แต่พวกเจ้าก็ต้องทำงานอย่างเต็มความสามารถ เข้าใจหรือไม่?”

คนงานใหม่ทุกคนส่งเสียงแสดงความเข้าใจออกมา สีหน้าของเจ้าหน้าที่คนนั้นดูพอใจ ท่าทางการเดินของเขาตอนที่จากไปนั้น ช่างแฝงไปด้วยความหยิ่งผยองจนน่าหมั่นไส้จริง ๆ

ด้วยความที่หน้าตาของผมนั่นน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่มีผู้ใดในหมู่ของคนมาใหม่เหล่านั้นเข้ามาทักทายกับผมเลย พากันตีตัวออกห่างจากผม แต่นี่มันเหมาะมาก มันจะช่วยลดปัญหาให้ผมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

พวกเรายืนรอกันอยู่ที่นั่นไม่นานนัก ชายร่างไม่ใหญ่โตเท่าใดที่สวมชุดเจ้าหน้าที่ของวังหลวงก็เดินเข้ามาอย่างร่าเริง มีองครักษ์คอยเดินตามหลังมาอีก 2 คน ในมือของเขามีสมุดอยู่เล่นหนึ่ง น่าจะเอาไว้ใช้จดรายละเอียดและคอยจ่ายงานให้แก่พวกเรา เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของกลุ่มผู้มาใหม่ กระแอมเพื่อทำให้คอโล่งเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขึ้น “เอาล่ะทุกคนอยู่ในความสงบ ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนอยู่ในความดูแลของข้าแล้ว จงจำเอาไว้ให้ดี เรียกข้าว่ารองพ่อบ้านรุ่ยตง หรือรองพ่อบ้านเฉย ๆ ก็ได้ มา! ทุกคนเริ่มแจ้งชื่อ และหน้าที่ให้ข้าบันทึกเอาไว้ก่อน เริ่มจากทางซ้ายมือนี่ก่อนก็แล้วกัน”

ปีศาจที่อยู่ทางซ้ายมือสุด เป็นปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรพิเศษมากนัก เขาก้มหัวลงคำนับอย่างน้อมน้อม “ข้าชื่อหลี่ฉา สมัครเข้ามาเป็นคนสวนขอรับ ท่านรองพ่อบ้านที่เคารพ ต่อไปต้องให้ท่านช่วยดูแลข้าน้อยด้วยแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 228 – ตำแหน่งงานในวังหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว