เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 067

Divine King Of All Directions - 067

Divine King Of All Directions - 067


Divine King Of All Directions - 067

 

ในช่วงบ่ายวันนั้นดวงอาทิตย์ก็ยังฉายแสงอันร้อนระอุอยู่เช่นเคย

ณ ตอนนี้มีข่าวดังสะพัดไปทั่วทั้งเมืองเฟิงเจียนแห่งนี้

"เจ้าพวกตระกูลเสี่ยวไร้ยางอายได้ใช้วิธีชั่วช้าฮุบเอากิจการทั้งหมดของตระกูลหลินไป ! ตอนนี้ตระกูลชินได้ล้มล้างตระกูลเสี่ยวไปแล้วและจะเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดในนามของตระกูลหลิน "

ข่าวนี้ได้สะพัดไปทั่วและทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งเมือง

"อะไรนะ ? ตระกูลเสี่ยวโดน..........กวาดล้าง ? "

"เป็นไปได้ไงกัน ? "

"นั่นเป็นตระกูลพ่อค้าอันดับหนึ่งของเมืองนี้ จะพูดว่าล่มสลายก็ล่มสลายเลยได้ที่ไหน !"

"ใช่ !"

"ใครกล้าใช้ชื่อตระกูลชินแพร่ข่าวลือนี่กัน ดูเหมือนว่าความกล้าจะไม่ใช่น้อยๆเลยนะ "

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

ผู้คนเกือบทั้งหมดภายในเมืองนี้ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้แม้แต่น้อยถึงได้ไปที่บ้านหลักตระกูลเสี่ยวแต่หลังจากนั้นก็พบว่ามีผู้คนตระกูลชินมากมายกำลังย้ายสิ่งของมากมายเข้าออกบ้านหลักแห่งนี้

"นี่......"

"ทำไมผู้คนตระกูลชินถึงได้อยู่ในบ้านหลักตระกูลเสี่ยว..........นี่มันเป็นเรื่องจริง ? "

"ตระกูลเสี่ยวล่มสลายแล้วจริงๆ ? "

หลายคนถึงกับตกตะลึงไป

"อื่ม ? นั่นไม่ใช่นายน้อยตระกูลเสี่ยว ? ทำไมถึงได้หน้าลอยแบบนั้น ? "

"ข้างๆเขายังมีรุ่นเยาว์ตระกูลเสี่ยวอีก นี่..... ด้านหลังนั่นมันสัมภาระ ? "

"นี่.....กำลังจะไปจากที่นี่ ? "

หลายคนได้แต่ผงะไป

หลังจากนั้นหลายคนก็ได้เห็นภาพของชินหลัวที่เข้าไปยังบ้านหลักของตระกูลเสี่ยวด้วยตัวเองดังนั้นความสงสัยของทุกคนจึงได้หายไปทันที

ตระกูลเสี่ยวได้ล่มสลายลงอย่า ไร้สาเหตุ !

"ตระกูลเสี่ยวล่มสลายแบบนั้นดูเหมือนว่าในหลายปีมานี้ตระกูลชินจะมีความลับไม่น้อยเลยนะ "

"ใช่ ตลอดหลายปีมานี้ตระกูลชินมักอยู่อยู่ใต้ตระกูลเสี่ยวเสมอแต่ไม่รู้เลยว่าไปแอบเตรียมการอะไรมาอย่างลับๆถึงได้เป็นแบบนี้ "

"ไม่ใช่ว่าข่าวลือบอกมาว่าเขารับหน้าที่ดูแลกิจการทั้งหมดในนามของตระกูลหลิน ? "

"เชื่อได้ ? ก่อนหน้านี้ตระกูลเสี่ยวก็พูดแบบนั้นนะ "

"เอาตระกูลหลินมาอ้างแล้วมันได้อะไร แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนระดับพวกเราอยู่ดี "

หลายคนได้พูดออกมา

ในหลายวันนี้ข่าวเรื่องการล่มสลายของตระกูลเสี่ยวได้แพร่ออกไปเหมือนกับพิษร้ายจนทำให้ขุมอำนาจต่างๆถึงกับประหลาดใจ

ตำหนักแลกสมบัติ , ซินเหยาและพูชิต่างแสดงแววตาที่เป็นประกายออกมา

"ก่อนหน้านี้เจ้าหนูนั่นบอกว่ามีเรื่องต้องไปจัดการแล้วหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงตระกูลเสี่ยวก็ล่มสลาย ......."

ซินเหยาได้พูดต่อด้วยท่าทางลังเลว่า

"พู เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้ไหมที่เขาจะเป็นคนทำ ? "

"แม้ว่าตระกูลเสี่ยวจะไม่มีอะไรแต่กลับล่มสลายในพริบตาแบบนี้มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยๆก็ต้องมีข่าวลือก่อนบ้าง"

พูชิได้กอดอกของเขาเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

"แต่หากว่าเป็นการกระทำของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วก็เป็นคนละเรื่องกันเพราะคนจำพวกนี้มีความสามารถหลายๆด้าน !"

"พู แสดงว่าเจ้าก็คิดแบบข้า ? "

ซินเหยาได้พูดออกมา

"ก่อนหน้านี้เจ้าก็บอกว่าเจ้าหนูคนนั้นเหมือนจะมีความแค้นกับตระกูลเสี่ยวหนิ ข้าคิดว่าน่าจะเป็นเขานั่นแหละ "

พูชิได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"นอกจากชายคนนี้แล้วคงไม่มีใครสามารถทำเช่นนั้นได้อีก อีแค่ตระกูลชินมันไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าน้องชายคนนั้นน่าจะร่วมมือกับตระกูลชินนะ "

"น่าสนใจจริงๆ ข้าล่ะเริ่มชอบเจ้าหนูนี่ขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ "

ซินเหยาได้หรี่ตาลง

......

ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองกำลังสั่นสะท้านแต่หลินเทียนกลับกำลังมุ่งหน้าไปยังที่พักภายในสำนักของเขา

"รีบบ่มเพาะดีกว่า"

เขาได้พูดกับตัวเอง

การล่มสลายของตระกูลเสี่ยวทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถละเลยการบ่มเพาะพลังได้ เขาได้กลับขึ้นไปบนยอดของที่พักก่อนที่จะเริ่มวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณและได้รับข่ายอาคมมาสามม้วนอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 เป็นอย่างน้อยดังนั้นการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นถือเป็นเรื่องกล้วยๆ

หลังจากที่วาดเสร็จแล้วเขาก็ยังไม่ได้เริ่มการบ่มเพาะแต่กลับลงมาพักผ่อนด้านล่าง

ช่วงหลายวันมานี้หลังจากที่เขาได้ฆ่าพวกจางเฟิงไปแล้วก็ได้ไปที่ตำหนักแลกสมบัติแถมหลังจากนั้นก็ยังจัดการเรื่องตระกูลเสี่ยวอีกถึงได้ทำให้เขาเหนื่อยเป็นอย่างมาก หลังจากที่หลับเป็นเวลาหกชั่วโมงแล้วก็ตื่นในช่วงเที่ยงคืน ณ ตอนนี้ดวงดาวประดับอยู่เต็มฟากฟ้าและเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดจะบ่มเพาะพลังของเขา

"ท่านพี่ อาหารเสร็จแล้วจะทานเลยไหม ? "

หลินซี่ได้พูดออกมาหลังจากที่เขาลงมาจากที่พัก

หลินเทียนตัดสินใจว่าจะกลับลงมาพักผ่อนแต่หลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกของหลินซี่แล้วเขาก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งเดินออกไปจากห้อง

บนโต๊ะอาหารในห้องนั้นมีซุปไก่ ผัดผักและข้าวสวยอยู่ถึงได้เดินเข้าไปและนั่งลงทันที ในเมื่อเขาได้อาศัยการหาเงินจากข่ายอาคมผสานแล้วก็ส่งผลให้ชีวิตการเป็นอยู่ของสองพี่น้องดีขึ้นอย่างมากแถมความสามารถของหลินซี่เองก็ไม่ธรรมดา อาหารของนางมักจะอร่อยเป็นอย่างมาก

"ซี่เอ๋อ ตระกูลเสี่ยวล่มสลายแล้ว "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

กว่าสองปีเต็มที่นางถูกรังแกโดยตระกูลเสี่ยวดังนั้นเขาถึงได้อยากให้นางมีความสุขบ้าง

"โอ้ ?"

หลินซี่ได้พยักหน้าก่อนที่จะส่งถ้วยข้าวให้กับเขา

"โอ้ ? "

หลินเทียนได้จ้องมองไปที่นางขณะที่ร้องโอ้ออกมาพลางคิดว่า : ' แค่โอ้เนี่ยนะ ? '

หลินซี่ได้หันกลับมาพร้อมทั้งถามว่า

"ท่านพี่เป็นอะไร ? "

หลินเทียนได้ชะงักไปก่อนที่จะรีบตอบกลับว่า

"เปล่าๆ "

เมื่อมองไปยังสาวน้อยที่มีไหวพริบคนนี้แล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่านางไม่ได้สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อยและมันทำให้เขารู้สึกเศร้าเล็กน้อยเช่นกัน สำหรับเขาแล้วความแค้นมันต้องชำระแต่หลินซี่กลับลืมเรื่องราวแบบนั้นไปซะแล้ว

หลังจากที่เขาเงียบไปสักพักถึงได้ถามออกมาว่า

"อ่อใช่ ซี่เอ๋อคุ้นเคยกับที่นี่หรือยัง ? "

"อื้ม ก็คุ้นเคยแล้วค่ะ ตราบใดที่ได้อยู่กับท่านพี่ข้าก็คุ้นเคยหมดแหละ"

หลินซี่ได้พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างน่ารักก่อนที่จะพูดต่อว่า

"เพียงแต่ท่านพี่ค่อนข้างจะงานยุ่ง........."

หลินเทียนได้ชะงักไปพร้อมกับความรู้สึกผิดในใจ

หลายวันมานี้เขาไม่ได้อยู่ข้างกายนางเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่เป็นพี่ชายแต่กลับบกพร่องในหน้าที่เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา

"พี่ขอโทษด้วย "

เขาได้ลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะพูดต่อว่า

"งั้นเอางี้ไหม เดี๋ยวพี่เสร็จเรื่องแล้วจะพาเจ้าไปเดินเล่นเป็นไง ? "

ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขายังมีไม่มากและไม่สามารถออกไปจากสำนักอย่างเปิดเผยได้ ตระกูลโม่มันยังคงจับจ้องมาที่เขาแถมการประลองกับโจวเฮ่ายังอีกแค่เดือนเดียว สรุปแล้วเขาไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนกับหลินซี่ในเดือนนี้ได้ อย่างน้อยๆก็เดือนนี้

"จริงๆหรอ ? "

หลินซี่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

"ต่อให้พี่โกหกใครก็ตามแต่พี่ไม่มีทางโกหกเจ้าหรอก "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วนางก็รีบตอบกลับโดยทันทีว่า

"โกหกคนอื่นมันไม่ดีนะ "

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเทียนก็ถึงกับยิ้มออกมาทันที

หลังจากที่ทานอาหารกันไปแล้วเขาก็ได้ส่งนางเข้านอนพร้อมทั้งเก็บกวาดโต๊ะอาหาร

ความมืดยังคงคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนที่ดาวบนท้องฟ้าจะเด่นขึ้นตามกาลเวลา โลกใบนี้ได้ปกคลุมไปด้วยแสงสะท้อนจากหมู่ดาว

หลินเทียนได้ตื่นขึ้นก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปบนยอดของที่พักอีกครั้ง

เมื่อมองออกไปยังดวงดาวมากมายบนท้องฟ้าแล้วเขาก็เปิดการทำงานของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณพร้อมทั้งเริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่และทำการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากอวัยวะภายใน ความเจ็บปวดมากมายโลดแล่นไปทั่วร่างกายแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังคงมีสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคย

"บึ้สส ! "

แสงหมู่ดาวได้ส่องสว่างก่อนที่จะมีเสียงส่งออกมาจากภายในร่างกายของเขา

หลินเทียนยังคงแบกรับความเจ็บปวดจากการหล่อหลอมร่างกายอย่างเงียบๆพร้อมทั้งหยุดการหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ในช่วงเช้าและกลับลงไปด้านล่างเพื่อยืดเส้นยืดสาย หลังจากนั้นเขาก็กลับขึ้นไปบนยอดเพื่อเริ่มการฝึกอีกครั้ง

ช่วงเช้านั้นไม่มีดวงดาวอีกแล้วดังนั้นเขาถึงได้ดูดกลืนพลังงานโดยรอบเท่านั้น

ไม่นานเวลาก็ได้ผ่านไปถึงสามวันอย่างรวดเร็ว

ในช่วงนี้นอกจากกินและพักผ่อนแล้วเขาก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะ

"ตูมมม ! "

พลังงานมากมายได้กระจายไปทั่วที่พักแห่งนี้

แสงสีเงินได้ส่องประกายก่อนที่จะหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้ยืนขึ้นก่อนที่จะกำหมัดแน่นและทำให้ส่งเสียงออกมา

"ในที่สุดก็ตัดผ่านเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ได้สักที !"

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเขายังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ระยะสุดท้ายแต่หลังจากที่ผ่านการฝึกหนักในสามวันนี้ก็ตัดผ่านได้ในที่สุด แน่นอนว่าข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเป็นปัจจัยหลักเพราะมันช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของเขาขึ้นถึงสองเท่าตัวไม่งั้นเขาก็ไม่มีทางตัดผ่านมาได้เร็วขนาดนี้

เขาได้กำหมัดอีกครั้งก่อนที่จะสัมผัสได้ว่าร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแถมอันตราการเต้นหัวใจยังหนักแน่นขึ้น ก่อนหน้านี้เขาเคยทดสอบกลั้นหายใจได้เพียงแค่สิบห้านาทีแต่ตอนนี้หลังจากที่เขาตัดผ่านมาได้แล้วเขากลับกลั้นหายใจได้ถึงสามสิบนาที มันหมายความว่าการหายใจของเขาพัฒนาขึ้นถึงเท่าตัว

อวัยวะภายในของเขาเชื่อมต่อกันทั้งหมดดังนั้นในเมื่อความสามารถของปอดเพิ่มขึ้นก็แสดงให้เห็นว่าอวัยวะอื่นก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาเมื่อเทียบกับเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ระยะสุดท้ายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็นเท่าตัว !

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 แล้วก็ต้องเลือกทักษะระดับสองแล้วล่ะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

จริงๆเขาเลือกทักษะระดับสูงได้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในระดับ 7 แล้วแต่มันเป็นเพราะมีเรื่องยุ่งมากๆถึงได้ถูกเลื่อนออกไป เขาได้ยืนขึ้นปัดเสื้อผ้าก่อนที่จะตรงดิ่งไปยังตำหนักศิษย์เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลปัจจุบันของตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังตำหนักสรรพยุทธ์

"อื้ม ? เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ? "

ผู้อาวุโสที่รับตราหยกของหลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาก่อนที่จะสำรวจหลินเทียนอยู่พักหนึ่งเพราะก่อนหน้านี้หลินเทียนยังอยู่ในระดับ 5 แต่หลังจากผ่านไป 2 เดือนกลับตัดผ่านเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ซะงั้น ความเร็วในการบ่มเพาะนี้มันทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก

"อื้มดีมากๆ สมแล้วที่เป็นสัตว์ประหลาดพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา !"

ผู้อาวุโสที่ดูแลได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่พอใจพร้อมกับส่งตราคืนให้หลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

"ไปที่อาคารที่สองแล้วเลือกทักษะระดับสองได้ตามสบายส่วนเรื่องเวลาไม่มีจำกัด เลือกช้าๆแล้วกันนะ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 067

คัดลอกลิงก์แล้ว