เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190 – สุดท้ายก็ต้องจากลา

บทที่ 190 – สุดท้ายก็ต้องจากลา

บทที่ 190 – สุดท้ายก็ต้องจากลา


เหมือนว่าไหสุ่ยจะรักผมมากเหลือเกิน นี่ทำให้ผมซาบซึ้งใจ ค่อย ๆ ประทับจูบลงไปบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ไหสุ่ยตัวสั่นไปหมด เงยหน้าอันงดงามของเธอขึ้นมามองหน้าผม สายตาของเธอช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกล้ำที่มีต่อผม แล้วเธอก็ค่อย ๆ หลับตาลง นั่นทำให้ผมต้องขยับตัวเข้าไปชิดกับเธอมากขึ้นไปอีก ความคิดแรกของผมคือต้องการจะจูบเธอเบา ๆ อีกครั้งเท่านั้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้ ไหสุ่ยเอามือของเธอมาคล้องรอบคอของผมเอาไว้ เธอตอบสนองกับการกระทำของผมอย่างลุ่มหลง เหมือนกับว่าเธอต้องการปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองออกมา

ผมเหมือนกับว่าจะปล่อยตัวปล่อยใจกับไหสุ่ยมากกว่ามู่จือเสียอีก ผมไม่รู้ตัวตอนที่กอดเธอแล้วลงไปนอนที่เตียงด้วยกัน ก่อนที่มือของผมจะเริ่มพยายามรุกรานผ่านเสื้อผ้าของเธอเข้าไป จนขาของผมกระแทกเข้ากับเสาเตียงเย็น ๆ นั่นแหละ ผมถึงได้เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ แยกตัวของไห่สุยออกจากอ้อมกอดของตัวเอง ตอนนี้ใบหน้าอันงดงามของเธอนั้นแดงกล่ำ ในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา เธอเรียกชื่อผมออกมาอย่างหลงไหล “จางกง จางกง”

สติสัมปชัญญะและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผมกลับมาโดยสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นผมจึงได้พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ “ตั้งสติเอาไว้หน่อย! พวกเราไม่ควรจะทำแบบนี้ มีสติได้แล้ว” แล้วผมก็สร้างน้ำแข็งเย็น ๆ ขึ้นมาในฝ่ามือของตัวเอง ก่อนจะวางมันเอาไว้ที่หน้าผากของไหสุ่ย

ร่างกายของไห่สุ่ยสั่นไปหมด ในสายตาของเธอนั้นเริ่มสงบลงบ้างแล้ว เธอพยายามนึกว่าตอนนี้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกของผม “นายนี่มันไม่ใช่คนดี ฉันไม่ยอมอยู่กับนายอีกแล้ว”

ผมก็ไม่เคยต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเหมือนกัน ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่นัก แต่คิดว่าคงต้องควบคุมตัวเองให้ได้มากกว่านี้ ผมกล่าวออกมาอย่างอึกอัก “ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่มัน.....”

เธอหัวเราะเขินออกมา “นายยังคิดที่จะพูดยังงั้นอีกเหรอ? น่าเบื่อจริง ๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำ หรือมาพูดเรื่องเหล่านี้แล้ว นายต้องรีบวางผังเวทย์ให้ได้เร็วที่สุด จะได้รีบออกจากเมืองไป ความปลอดภัยต้องมาก่อนนะ”

ผมพยักหน้าเห็นด้วย “ที่เธอพูดมาก็ถูกแล้ว ช่วยฉันระวังไม่ให้มีใครเข้ามารบกวนหน่อยนะ ฉันจะเริ่มวางผังเวทย์แล้ว”

ไหสุ่ยไม่ปฏิเสธ เธอรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้ดูเรียบร้อย หน้าของเธอนั้นยังแดงกล่ำอยู่ แต่เธอก็รีบออกจากห้องไปค่อยระวังไม่ให้มีใครเข้ามาได้ทันทีที่จัดการกับเสื้อผ้าเสร็จแล้ว

เห็นเธอรีบเดินออกไป ตัวผมนั้นเกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ขึ้นในใจ แต่ผมก็ต้องรีบสลัดมันออกไปโดยเร็ว ผมสั่นหัวตัวเองแรง ๆ หลายครั้ง ก่อนที่จะเริ่มวาดผังเวทย์เคลื่อนย้ายทันที

ตอนนี้พลังเวทย์ของผมยังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ ผมไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ไกลมากนัก ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ ผมเลือกที่จะใช้ผังเวทย์เคลื่อนย้ายระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตรเท่านั้น เหมือนกับที่ผมเคยใช้มันส่งมู่จือหลบหนีออกไป ระยะทางขนาดนี้ น่าจะทำให้โอกาสหนีรอดของผมสูงขึ้นอีกมาก

การสร้างผังเวทย์เคลื่อนย้ายครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเลย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ร่างกายของผมนั้นไม่แข็งแรงอย่างนี้ มันทำให้ผมรู้สึกอ่อนแรงมากขึ้นไปอีก ไหสุ่ยกลับเข้ามาดู 2-3 ครั้ง เพราะผมต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าที่จะทำงานนี้ได้สำเร็จโดยสมบูรณ์

ผมบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อยขบที่เกิดขึ้นมาจากความพยายามทั้งวันนี้ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียง ไหสุ่ยที่กลับเข้ามาหลังจากนั้น ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “นายวาดผังเวทย์เสร็จแล้วเหรอ?”

“ใช่ ฉันทำเสร็จหมดแล้ว! ข้างนอกสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” ผมถามเธอกลับ

เธอยิ้ม “มันจะเป็นอย่างอื่นได้ยังไงล่ะ? พวกเขากำลังพยายามค้นหาตัวนายอยู่น่ะสิ! ตอนนี้นายถูกประกาศจับไปทั่วอาณาจักรแล้วนะ ตอนที่ยังอยู่ในอาณาจักรอ้ายเซี่ย นายต้องระวังตัวให้ดีล่ะ”

ผมสงสัย “ทำไมพวกเขาถึงทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นด้วย? การจับฉันสำคัญมากเลยเหรอ?”

ไห่สุ่ยหัวเราะคิกคักออกมา “แน่นอนสิ นายเป็นเมธีเวทย์คนที่สิบเอ็ดของมนุษย์ทั้งเผ่าพันธุ์เลยนะ แถมนายยังใช้เวทย์ต้องห้ามได้อีกด้วย”

ผมได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกท้อแท้ “เฮ้อ! ฉันไม่น่าแสดงพรสวรรค์ออกมามากขนาดนั้นเลยจริง ๆ ดูผลลัพธ์ที่ตามมานี่สิ เฮ้อ!! ตอนที่ฉันออกไปแล้ว เธอต้องทำตัวให้เงียบ ๆ นะ อย่าก่อเรื่องหรือปัญหาอะไรอีก ไม่อย่างนั้นเธอต้องยุ่งยากเพราะเรื่องของฉันอีกแน่ ฝากบอกคำพูดของฉันให้พวกหม่าเคอกับคนที่เหลือด้วยนะ”

ตาของไหสุ่ยเบิกกว้าง มองมาที่ผมเขม็ง

“มีอะไร? ทำไมเธอถึงมองฉันอย่างนั้น จะกินฉันหรือยังไง?” ผมแปลกใจกับท่าทางของเธอมาก

เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจ “นายจะไม่พาฉันไปด้วยเหรอ?”

นั่นทำให้ผมสะดุ้งไปทั้งตัว “อะไรกัน? เธอจะไปกับฉันด้วยเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก!”

แล้วเธอก็เริ่มร้องไห้ออกมาทันที เธอพูดออกมาทั้งที่ยังสะอื้นอยู่ “นายโกหกฉันนี่! นายบอกว่านายยอมรับฉันแล้ว แต่ตอนนี้นายจะทิ้งฉันไว้อีกแล้ว ทำไมนายเปลี่ยนใจเร็วอย่างนี้?”

ผมได้แต่งงกับเหตุผลของเธอตอนนี้ “ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย ฉันไม่ได้เปลี่ยนใจเลย แต่ต่อจากนี้ไป ฉันอาจจะต้องเจอกับอันตรายต่าง ๆ นับไม่ถ้วน เธอจะเป็นอันตรายไปด้วยถ้าไปกับฉัน อยู่ที่นี่ ทำตัวดี ๆ เถอะนะ! พยายามเพิ่มพลังของตัวเองให้มากที่สุด ถ้าฉันช่วยพามู่จือออกมาได้แล้ว ฉันจะกลับมาหาเธอแน่นอน”

หลังจากได้ยินที่ผมพูดจบ เธอกลับร้องไห้หนักขึ้นอีก “นายมันคนเลว! นายโกหกฉัน! นายโกหกฉันเพื่อที่จะได้ร่างกายของฉันไป แล้วก็ทิ้งฉันทันที ฮือๆๆ”

อะไรนะ? โกหกเพื่อจะได้ตัวเธอมาเหรอ? บ้าแล้ว!! ผมรีบเข้าเอามือไปปิดปากเธอทันที “ยัยตัวยุ่ง! เบาเสียงหน่อยได้มั้ย? ถ้ามีใครมาได้ยินที่เธอพูดเข้าไป ฉันก็ไม่เหลือชื่อเสียงอะไรแล้ว!”

แต่เธอไม่ฟังผมเลย เธอยังร้องไห้ไม่หยุด

จนผมต้องใช้น้ำเสียงข่มขู่ออกมา “หยุด! หยุดร้องได้เดี๋ยวนี้ แล้วฟังฉันให้ดี ๆ!”

เหมือนเธอจะตกใจกับน้ำเสียงของผม เธอหยุดร้องไห้ทันที

เสียงของผมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน “ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ แล้วตั้งใจฟังที่ฉันพูด ถ้าฉันพาเธอไปด้วย มันจะเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกอย่างมาก ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้สถานการณ์อะไรอย่างชัดเจนเลย ที่เผ่าปีศาจตอนนี้เป็นยังไง ที่สนามรบเป็นยังไง แล้วอีกอย่าง ฉันยังต้องมีคนคอยช่วยเหลืออยู่ที่นี่ด้วย เธอรู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงถูกจับตัวได้ในครั้งก่อน ก็เพราะผังเวทย์ที่ฉันเหลือเอาไว้นี่แหละ ดังนั้น หลังจากฉันให้ผังเวทย์เคลื่อนย้ายนี่ออกไปแล้ว เธอต้องเป็นคนที่ลอบมันให้ไม่เหลือร่องรอย อย่ากังวลไปมากนักเลยนะ ฉันไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่ ฉันไม่ได้อยากจะแยกจากเธอเหมือนกันนั่นแหละ แต่เธอควรจะเชื่อฟัง ทำตัวดี ๆ รอให้ฉันกลับมา ซึ่งฉันต้องกลับมาหาเธออย่างแน่นอน ได้มั้ย?”

แววตาของไหสุ่ยกลายเป็นซับซ้อนอย่างมาก มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ขัดแย้งกัน เธอกำลังเกิดความคิดที่ขัดแย้งกันเองอยู่ในใจแล้ว

ผมรีบกล่อมเธอต่อ “ฉันจะไปหาเพื่อนที่อาณาจักรซิวต้าก่อน ถ้ามีพวกเขาคอยช่วยเหลือ ฉันคิดว่าอันตรายก็คงจะไม่มากแล้ว”

เธอเงยหน้าขึ้นมาถาม “นายจะไม่เป็นอันตรายจริง ๆ ใช่มั้ย?”

ผมรีบพยักหน้า “ฉันสัญญากับเธอเลย!” คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งที่ผมสัญญาออกไปจะเป็นจริงหรือเปล่า แต่ผมสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายได้หรือไม่นั้น บอกเลยว่า ไม่!

แล้วไหสุ่ยก็ทำหน้าบึ้งตึงออกมา “เมื่อกี้นี้นายดูดุมากเลย” ยังไงเสียเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่น่าถนุถนอมเท่านั้น

ผมรีบกอดเธอเอาไว้ “ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว จะไม่ใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับเธออีกแล้วนะ! ฉันจะไปกล้าดุเธออีกได้ยังไงกัน?”

เธอซุกหน้ากับอกผม กล่าวออกมาเสียงอู้อี้ “นายต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ ฉันจะรอนายอยู่ที่นี่ ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน ฉันก็จะยังรอนายแน่นอน!”

ผมรับปากเธอ “แน่นอน ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องกลับมา ทั้งอาจารย์ เพื่อน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเธอที่รออยู่ ทั้งหมดนี่คือคนสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันกลับมาแน่!”

ไหสุ่ยหน้าแดงกล่ำ ตอนที่พยายามกล่าวออกมา “ฉันให้ครั้งแรกของฉันกับนายได้มั้ย? มันจะทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจมากขึ้นอีก”

ผมสะดุ้งจนตัวลอยเลยคราวนี้ ไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ใสซื่ออย่างเธอจะกล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมา “ไม่ต้องหรอก! รอให้ถึงวันที่พวกเราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นฉันจะ....”

สีหน้าของเธอดูน่าถนุถนอมมาก “นายไม่ต้องการจริง ๆ เหรอ?”

ผมพยักหน้าอย่างหนักแน่น ไม่มีทางที่ผมจะทำกับเธออย่างนั้นแน่ มันไม่เป็นผลดีกับเธอเลย ผมรับประกันไม่ได้หรอกว่าผมจะไม่ตายอยู่ที่ดินแดนอันห่างไกลนั่น

ไห่สุ่ยยอมรับมัน แต่กล่าวออกมาอีก “ก็ได้! แต่นายต้องทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ฉันเป็นตัวแทนความรักของนาย ฉันจะได้มีของแทนตัวนายเอาไว้”

ผมอึ้ง “เธออยากได้ของแบบไหน?”

“อะไรก็ได้!” เธอไม่ได้คิดเลย

นั่นทำให้ผมต้องใช้เวลาพอสมควร ก่อนที่จะนำผลึกสีน้ำเงินก้อนใหญ่ออกมาจากกระเป๋ามิติ “นี่น่าจะได้นะ” หลังจากกล่าวจบ ผมหยิบมีดสั้นที่หม่าเคอเป็นคนมอบเอาไว้ให้ออกมา แล้วใส่พลังของจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เข้าไป เพื่อใช้มันสลักผลึกสีน้ำเงินก้อนนั้น ด้วยมือที่มั่นคงของผม มันเปลี่ยนรูปทรงของผลึกเป็นรูปหัวใจที่เปล่งประกายสีน้ำเงินอย่างงดงาม ผมยังสลักชื่อ ‘จางกง’ ลงไปอีกด้วย แล้วผมก็มอบมันให้กับไหสุ่ย “เธอชอบมันมั้ย?”

เธอรับมันไปอย่างดีใจ น้ำเสียงของเธอนั้นมีความสุขมาก “ฉันชอบมันมากเลย ตอนที่ฉันคิดถึงนายในอนาคต มันจะทำให้ฉันรู้สึกว่ามีหัวใจของนายอยู่ใกล้ ๆ” แล้วเธอก็คว้ามือซ้ายของผมไป ก่อนจะสวมแหวนสีเขียวเข้มวงหนึ่งเข้าที่นิ้วกลางของผม “นี่เป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจมอบให้นาย มันสลักชื่อของฉันเอาไว้ที่ด้านใน นายต้องไม่ทำมันหายนะ ฉันตั้งใจปล่อยนิ้วนางเอาไว้ให้แหวนของพี่หญิงมู่จือด้วย”

ผมก้มลงจูบแก้มของเธอเบา ๆ “เด็กโง่เอ๋ย! เธอแค่ต้องรอฉันกลับมาเท่านั้นเอง อ้อ! เธอได้ข่าวสถานการณ์ล่าสุดของเผ่าปีศาจมาบ้างมั้ย?”

“ฉันได้ยินมาว่าการสู้รบนั้นไม่ได้ดุเดือดมากนัก” เธอตอบผมกลับมา “ทั้งสองฝ่ายพยายามรวบรวมกำลังให้ได้มากที่สุดอยู่ แต่ยังตั้งหลักอยู่แต่ในที่มั่นของตัวเอง ตอนนี้มีแต่การปะทะกันเล็ก ๆ เท่านั้น จากเท่าที่เห็นในตอนนี้ เผ่าปีศาจกับเผ่าอสูรกายก็เคลื่อนไหวได้ลำบากเหมือนกัน สบายใจได้ การป้องกันปราการเต๋อหลุนเอาไว้ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรอก”

นั่นมันเหมือนกับยกหินก้อนใหญ่ออกจากอกผม “เป็นแบบนั้นก็ยอดเยี่ยมแล้ว ถ้าพวกเขาเริ่มทำสงครามกันอย่างจริงจังแล้ว มันต้องเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากให้กับทั้งสองฝ่ายแน่ แล้วผู้ที่จะทุกข์ทรมานมากที่สุด ก็เป็นพวกคนธรรมดานี่แหละ”

ผมลูบหัวไหสุ่ยอย่างแผ่วเบา “เธอน่าจะยังต้องฝึกฝนอยู่ในสถาบันรอให้เรื่องทั้งหมดจบสิ้นลงไปก่อน รอข้าอยู่ที่นั่น ตอนนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว ข้าต้องไปก่อนแล้วล่ะ”

จบบทที่ บทที่ 190 – สุดท้ายก็ต้องจากลา

คัดลอกลิงก์แล้ว