เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 063

Divine King Of All Directions - 063

Divine King Of All Directions - 063


Divine King Of All Directions - 063

 

(* ในเว็ปมันเปลี่ยนจากซิงเหยาเป็นซินเหยางั้นแอดเปลี่ยนตามเลยแล้วกัน )

ตัวเขาได้กวาดตามองรอบๆเล็กน้อยก่อนที่จะเก็บเอาบัตรสีทองออกมาจากร่างของจางเฟิงและคนอื่นๆทีละคนรวมถึงอาวุธวิญญาณทั้งหมดด้วย

"หกแสนเหรียญแถมยังมีอาวุธวิญญาณระดับกลางและอาวุธที่เกือบจะเทียบเท่าอาวุธวิญญาณ ดูเหมือนว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้นะไม่น้อยเลยแหะ "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

ณ ตอนนี้เขาได้ยินเสียงหอนของหมาป่าดังมาจากที่ไกลๆก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย

"หมาป่าโลหิต ? "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดถอยกลับไปหลบซ่อนตัว

ไม่นานเขาก็มุ่งหน้ากลับไปยังอาณาเขตสัตว์ร้ายระดับที่ 2 พร้อมทั้งหาใบกล้วยมาห่ออาวุธวิญญาณที่ได้ไว้แล้วเดินกลับไปทางสำนัก

เมื่อกลับไปถึงที่พักแล้วเขาก็รีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว

"หอกวิญญาณและกระบี่วิญญาณนี่ต้องเอาไปขายให้เร็วที่สุด "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้แล้วเขาก็นึกได้เพียงแค่ว่าจะต้องไปที่ตำหนักแลกสมบัติเท่านั้น

ณ ตอนนี้เขาไม่รีรอแม้แต่น้อย รีบสวมเสื้อคลุมสีดำเอาไว้พร้อมทั้งรีบมุ่งหน้าออกจากสำนักไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อไปถึงหน้าตำหนักแลกสมบัติแล้วก็พบว่าที่นี่ยังคงคึกคักอยู่เช่นเคย เขารีบมุ่งตรงไปยังห้องประเมินสมบัติโดยทันที

"ท่าน.....คือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมคนก่อน ? "

ชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่ดูแลที่นี่ได้ถามออกมา

"ข้าเอง "

หลินเทียนได้ตอบกลับพร้อมทั้งเอาอาวุธวิญญาณออกมาวางไว้แล้วพูดต่อว่า

"ช่วยตรวจสอบแล้วเอาไปเข้าประมูลให้ข้าหน่อย "

มันเป็นอาวุธวิญญาณของจางเฟิงและหยูเท่านั้นดังนั้นตราบใดที่เขานำของพวกนี้มาขายให้เร็วก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว

ชายวันกลางคนได้กวาดตามาองก่อนที่จะพูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกตะลึงว่า

"อาวุธวิญญาณ ? "

"อื่ม "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ชายวัยกลางคนได้มองกลับไปยังหลินเทียนอีกครั้งพร้อมพูดว่า

"ก่อนหน้านี้ท่านพูชิได้สั่งการเอาไว้ว่าหากท่านมาอีกก็ให้ข้าเชิญท่านไปที่ห้องแขกผู้ทรงเกียรติที่อยู่ในอาคารที่สอง โปรดตามข้ามา"

"ได้"

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

สำหรับเขาแล้วคุ้นเคยกับพูชิดี

พวกเขาได้เดินออกจากห้องนี้ไปยังอาคารที่สองภายใต้การนำของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว

"ท่านพูชิ น้องชายปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมมาขอรับ "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาหลังจากที่เคาะประตู

ประตูได้ถูกเปิดออกโดยพูชิอย่างรวดเร็วก่อนที่สายตาของเขาจะตกลงไปที่หลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

"แขกอันทรงเกียรติ ! น้องชายเข้ามาเร็ว ๆ "

"ขอรบกวนด้วย "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างสุภาพ

หลังจากที่นั่งลงแล้วพูชิก็ได้ถามออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"น้องชาย วันนี้มีเรื่องอะไรงั้นหรอ ? "

"อื่ม เอาของสองอย่างมาให้ช่วยลงประมูลน่ะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนก็ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องของอาวุธวิญญาณทั้งสองชิ้นออกมา

"โอ้ อาวุธวิญญาณระดับกลางงั้นหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องชายเอากำไรมาให้ตำหนักแลกสมบัติของเราอีกแล้ว ! "

หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายแล้วพูชิก็ได้แต่หัวเราะออกมาก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วพูดต่อว่า

"พอดีเลย เรากำลังจัดการประมูลขึ้นในช่วงบ่ายงั้นน้องชายรอก่อนแล้วกันข้าจะไปแจ้งซินเหยาก่อน "

"ขอรบกวนด้วยนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

พิชูได้โบกมือพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าทำเงินให้เราอย่างมากจะพูดว่ารบกวนได้ไงล่ะ ? ฮ่า ฮ่า "

ณ ตอนนี้พูชิได้รีบเอาอาวุธวิญญาณทั้งสองออกไปส่งด้วยตัวเองโดยทันที

หลินเทียนยังคงนั่งอยู่ในห้องแห่งนี้และได้ยินเสียงโห่ร้องดังสั่นมาจากทางห้องประมูลได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงเขาก็พบว่าเสียงโห่ร้องได้หยุดลงแล้วดังนั้นก็เดาได้ว่าการประมูลน่าจะจบลงแล้ว

ไม่นานก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง

!

ประตูห้องได้พูดเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมอันคุ้นเคย

"น้องชายในที่สุดก็มา พี่สาวคิดถึงจริงๆ "

เสียงอันยั่วยวนได้ถูกส่งมาทันที

ในตอนนี้ซินเหยาสวมชุดรัดรูปสีดำที่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของนางโดดเด่นเป็นอย่างมากก่อนที่นางจะเดินเข้ามาข้างๆหลินเทียนและจดจ่ออยู่ที่เขาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้กระแอมออกมาเล็กน้อยเพราะเขาไม่สามารถอดทนได้เท่าไหร่

มันเป็นเพราะตอนนี้ร่างของนางแทบจะแนบติดกับตัวเขาแล้วแถมยังมีกลิ่นหอมเตะจมูกที่ก่อกวนเขาเป็นอย่างมาก

"อิอิ ดูเหมือนว่าน้องชายจะเขินงั้นหรอ น่ารักเสียจริง "

ซินเหยาได้กุมปากตัวเองพลางหัวเราะคิคิออกมาไม่หยุด

หลินเทียน

"......."

"โอ้น้องชายไม่พูดอะไรเลย ? หรือว่าจะหลงเสน่ห์พี่สาวซะแล้ว ? "

ซินเหยาได้ขยับเข้าใกล้เขามากขึ้น

กลิ่นหอมยั่วยวนฟุ้งไปทั่วอากาศพร้อมทั้งร่างกายอันน่าหลงใหลนี่มันจะไม่ทำให้ชายหวั่นไหวได้อย่างไรกัน

หากว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าหลินเทียนมีจิตใจที่เข้มแข็งก็คงจะทนไม่ไหวเหมือนกัน

"แม่นาง ! ........."

พูชิได้ไอแห้งๆออกมาจากข้างหลัง

ซินเหยาได้กรอกตาของนางก่อนที่จะถอยห่างออกมาจากร่างของหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

"ไม่มีความรู้สึกเลยจริงๆ "

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ถอยออกมาแล้วนางก็นั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับหลินเทียนโดยที่ไม่ไปนั่งที่อื่น

หลินเทียน

".........."

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนางพรายแบบนี้แล้วเขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี หากว่าเลือกได้เขาขอเลือกเผชิญหน้ากับฉีเหมียงกุ่ยยังดีกว่า

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นแต่พูชิเองก็หมดคำพูดไปเหมือนกัน

พูชิได้เมินการกระทำของซินเหยาก่อนที่จะนั่งลงแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"น้องชาย เราขายอาวุธวิญญาณทั้งสองได้ราคาแสนสี่หมื่นและทางเราเอาไปเพียงแค่ค่าส่วนต่างเท่านั้น นี่เป็นบัตรที่มีมูลค่าแสนหนึ่งหมื่น"

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ยื่นบัตรสีทองให้กับหลินเทียน

"ขอบคุณมาก "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"เฮ้ ....... "

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

"น้องชายทำแบบนี้ไม่ถูกนะ รู้ไหมว่าแม้ว่าของนี่จะเป็นของน้องชายแต่พี่สาวก็ใช้แรงไปเยอะมากๆแถมเรายังเก็บแค่ส่วนต่างแต่น้องไม่ขอบคุณพี่สาวเลย ? "

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อึดอัดก่อนที่จะรีบพูดออกไปว่า

"ขอขอบคุณพี่สา........ แม่นางซิน"

หน้าเขาแดงก่ำทันทีก่อนที่จะรู้สึกหมดคำพูดไปเพราะก่อนหน้านี้เขาเกือบจะเรียกนางพรายคนนี้ว่าพี่สาวจริงๆแล้ว

"คิก คิก ทำไมไม่เรียกพี่สาว ? มันดูสนิทกันกว่าอีก "

ซินเหยาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้มองไปทางนางอีกครั้งก่อนที่จะคิดว่านี่แหละหายนะชัดๆ ทุกๆการกระทำและทุกๆการเคลื่อนไหวของนางมันผสมไปด้วยความยั่วยวนและมนต์เสน่ห์

พูชิได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาว่า

"น้องชายกำลังจะตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 งั้นหรอ ? "

"อื้ม ใช่ "

หลินเทียนไม่ได้ปิดบังอะไร

"ตั้งแต่อดีตมาอายุ 16 ปีแต่กลับสามารถอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ได้นี่มีอยู่น้อยมากๆแถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่มีระดับ 3 เป็นอย่างน้อยอีกถือว่าพรสวรรค์ของน้องชายนี่ไม่ธรรมดาเลย แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยังมีไม่กี่คนที่เทียบเคียงได้ด้วยซ้ำ "

พูชิได้พูดออกมา

"พูก็ชมเกินไป "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างถ่อมตัว

"ที่ไหนกัน เฒ่าคนนี้พูดความจริงทั้งนั้น "

พูชิได้ส่ายศีรษะของตัวเอง

ภายในห้องนี้ , หลินเทียนและพูชิได้สนทนากันอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงซึ่งการที่ต้องเผชิญหน้ากับพูชินั้นหลินเทียนไม่รู้สึกกดดันอะไรเลยแม้แต่น้อยแต่หากเทียบกับซินเหยาแล้วเขารับมือไม่ไหวจริงๆ

"ครั้งนี้รบกวนหน่อยนะ ข้ายังมีเรื่องต้องไปทำต่อดังนั้นขอตัวก่อนล่ะ "

หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ได้เอ่ยปากบอกลา

"ไปไหน ? น้องชายนี่มีเรื่องให้ทำเยอะจริงๆนะ ? "

ซินเหยาได้ย่อตัวและเผยให้เห็นเนินอกที่ขาวเนียนพร้อมทั้งถามออกมาด้วยท่าทางสงสัยว่า

"หรือน้องชายกลัวว่าพี่สาวจะหม่ำเจ้า ? "

หลินเทียน

"............"

ให้พูดตรงๆเขาก็กลัวนางจริงๆนั่นแหละ

"คิกคิก ไม่แกล้งแล้วก็ได้....."

เมื่อเห็นท่าทางของหลินเทียนเป็นแบบนั้นแล้วนางก็เลยพูดต่อว่า

"หลังจากนี้จะมีของดีเข้ามาประมูลด้วยอยากจะรู้ไหม ? "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็ได้แต่ถามออกมาด้วยความสงสัยว่า

"อะไรงั้นหรอ ? "

"เดาสิ ? "

ซินเหยาได้กระพริบตาวิ้งค์ๆด้วยท่าทางที่น่าหลงใหล

"ไม่ทราบเหมือนกัน "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

"ไหนเรียกพี่สาวสิแล้วพี่สาวจะบอกเลย "

หลินเทียน

"..........."

พูชิทนฟังไม่ไหวถึงได้กระแอมออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"แม่นาง......"

ซินเหยาได้กรอกตาของนางพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"เมื่อวานทางเราได้รับแหวนมิติมา"

"แหวนมิติ ? "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาว่ามันคืออะไร ?

เมื่อเห็นท่าทางขอหลินเทียนแล้วซินเหยาก็ได้หัวเราะคิกคิกออกมาพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"ดูเหมือนว่าน้องชายจะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้สินะ "

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้อธิบายต่อว่า

"มันเป็นแหวนลึกลับที่ภายในมีพื้นที่เล็กๆสามารถเก็บสิ่งของได้ พูดง่ายๆคือไม่ต้องแบกไปไหนมาไหน "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็ได้แต่ผงะไปทันที

"แหวนมิติ ? "

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

เสี่ยวเหยาได้หัวเราะคิกคิกก่อนที่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"ใช่แล้วล่ะแต่ภายในมันมีพื้นที่ประมาณสามลูกบาศก์เมตรเท่านั้น "

"สามลูกบาศก์เมตรก็พอแล้ว แค่นั้นก็ถือว่าดีแล้วล่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

แหวนมิติวงเล็กๆสามารถมีพื้นที่สามลูกบาศก์เมตรนี่มันเป็นอะไรที่สะดวกอย่างมาก เรียกได้ว่าช่วยแก้ได้หลายๆปัญหาเลย

"เป็นอะไรไป ? น้องชายสนใจ ? "

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่ปิดบังว่า

"อื้ม สนใจ "

เมื่อคิดถึงเรื่องที่หากเขามีแหวนมิตินี้ก็จะไม่จำเป็นต้องสะพายกระบี่ไปไหนมาไหนอีกแถมยังสามารถเรียกออกมาตอนไหนก็ได้ ภายในยังมีพื้นที่มากมายเอาไว้เก็บม้วนอาคมเพื่อเพิ่มความได้เปรียบเอาตัวเอง ถ้าจะให้ยกตัวอย่างคือตอนที่เขาสู้กับจางเฟิงเสร็จนั้นเขาสามารถเก็บอาวุธวิญญาณของพวกมันได้เลยโดยที่ไม่ต้องซ่อนไม้ในใบกล้วย

ของสิ่งนี้มีมูลค่ามากๆ

ซินเหยาและพูชิได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะหัวเราะออกมาพลางกดไปที่หัวไหล่ของหลินเทียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบว่า

"น้องชายอยากได้งั้นหรอ ? หากว่าต้องการพี่สาวจะจัดการให้ในราคาถูกๆ "

"จริงหรอ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางมีความสุข

เขาต้องการแหวนมิตินี่มากๆ

"แน่นอนพี่สาวไม่โกหกหรอก "

"เท่าไหร่ ?"

"เจ็ดแสน"

ซินเหยาได้ตอบกลับ

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมถึงกับผงะไปพร้อมทั้งโห่ร้องออกมาว่า

"ปล้นกันชัดๆ ! "

ซินเหยาและพูชิต่างชะงักไปพร้อมทั้งพากันจ้องมองมาที่เขา

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาทันทีก่อนที่จะกระแอมแล้วพูดว่า

"ความหมายของข้าคือเงินเจ็ดแสนมันสูงเกินไปหน่อยน่ะ "

ซินเหยาได้โอดครวญออกมาว่า

"น้องชายสุดที่รักเจ้าคิดว่าพี่สาวขายในราคาสูงงั้นหรอ ? หากว่าเอามันไปลงประมูลก็บอกได้เลยว่ามันจะได้ไม่ต่ำกว่าล้านห้าแสนอย่างแน่นอน หากว่าไม่ใช่เพราะน้องชายแล้วพี่จะขายถูกๆแบบนี้ได้ไง "

"เฮือก......."

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนถึงกับอับอายไปทันทีก่อนที่จะรีบพูดออกมาด้วยความสงสัยว่า

"ของสิ่งนี้มันสามารถขายให้คนอื่นได้เลยไม่ต้องถามความคิดเห็นของผู้ขาย ?"

"ไม่เพราะว่านั่นมันเป็นของที่ทางเราได้มาและถือว่าเป็นสินค้าจากตำหนักแลกสมบัติของเรา "

เมื่อมองไปทางหลินเทียนแล้วนางก็ได้นาบไปบนร่างของเขาพร้อมทั้งพูดว่า

"ถึงได้ขายในราคาเจ็ดแสนยังไงล่ะ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 063

คัดลอกลิงก์แล้ว