เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 – สิ้นสุดความขมขื่น เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวานชื่น

บทที่ 157 – สิ้นสุดความขมขื่น เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวานชื่น

บทที่ 157 – สิ้นสุดความขมขื่น เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวานชื่น


“จริงเหรอ? นั่นมันเยี่ยมมาก!” ผมอุทานอย่างตื่นเต้น “ออกไปคุยกันนอกห้องเถอะ ตรงนี้คนเยอะเกินไป” ตอนนี้พวกเรากลายเป็นจุดสนใจของนักศึกษาคนอื่นในห้องไปหมดแล้ว

มู่จือกับผม พาหม่าเคอออกมาหาที่เงียบสงบเพื่อนั่งลงคุยกัน

“หม่าเคอ! ในที่สุดนายก็หายดี! นายไม่รู้หรอกว่าพวกเราเป็นห่วงนายแค่ไหน” มู่จือเอ่ยขึ้นมา

หม่าเคอพยักหน้า แล้วตอบเธอ “ฉันรู้! ไห่เย่วบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว พี่ใหญ่! ขอบคุณพี่มาก ไห่เย่วบอกว่าในที่สุดพวกเราก็สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาได้”

“นายจะยังพูดถึงการแข่งขันบ้า ๆ นั่นอีกทำไม?” ผมกระแอมออกมา ก่อนจะถามเขา “ฉันอยากรู้เรื่องนายทำให้ไห่เย่วยอมรับนายมากกว่า นายทำได้ยังไง? รีบเล่ามาเดี๋ยวนี้!”

เขาเริ่มหน้าแดง “หลังจากที่ผมได้รับบาดเจ็บ ผมรู้สึกตัวอยู่ไม่มากนักหรอก ส่วนใหญ่มันจะเจ็บเสียมากกว่า ตอนนั้นมันเหมือนกับว่าร่างกายของผมมันจะถูกฉีกออกอย่างนั้นแหละ ผมรู้ว่าพี่เป็นคนช่วยรักษาผมไว้เพราะตอนนั้นผมรู้สึกตัวช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไม่ได้นานนัก แล้วผมก็หมดสติไปอีก คราวนี้ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ผมรู้สึกว่ามีพลังงานเย็น ๆ กระจายเข้ามาทั่วร่างกายของตัวเอง และมันทำให้ความเจ็บปวดค่อย ๆ หายไป ผมนี่รู้สึกเหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้าเลยครับ มันรู้สึกสบายอย่างที่สุด ผมนึกว่านั่นเป็นเพราะผมตายไปแล้ว แต่ตอนที่ผมลืมตาขึ้นมา ผมพบว่าตัวเองยังไม่ตาย และตอนนั้นผมกำลังนอนอยู่ในห้องของตัวเองแล้วด้วย”

“ทำไมนายอยู่ในห้องของนาย?”

“ก็ไห่เย่วกับปู่ของเธอส่งผมกลับไปครับ” เขาอธิบาย ก่อนกล่าวต่อ “ตอนนั้นพวกเขารักษาอาการบาดเจ็บของผมเรียบร้อยแล้ว”

“แล้วนายไปทำเรื่องไห่เย่วนั่นตอนไหน? นายไปขอคบกับเธอยังไง?” มู่จือถาม

หม่าเคอหน้าแดงเต็มที่แล้ว “มู่จือ! เธอถอยออกไปก่อนก็ดีนะ เรื่องบางเรื่องเธอไม่รู้ก็น่าจะดีกว่า”

“มีเรื่องอะไรที่ฉันไม่ควรรู้? ฉันก็อยากรู้เรื่องทั้งหมดด้วยนี่” มู่จือไม่ยอมขยับ

เขาต้องกระซิบออกมา “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชายหญิง เธอแน่ใจแล้วนะว่าอยากจะฟัง?”

ตอนนี้กลายเป็นว่าใบหน้าเล็ก ๆ ของมู่จือแดงขึ้นมาแทนแล้ว เธอรีบเดินหนีออกไปทันที “พวกนายนี่มันน่ารำคาญทั้งคู่เลย พวกนายพี่น้องไม่มีใครเป็นคนดีเลย!” นี่มันทำให้ผมกับหม่าเคอหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง

“เล่าต่อได้แล้ว เกิดอะไรขึ้น?” ผมเร่งเขา

หม่าเคอมองไปรอบ ๆ เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงลึกลับ “ตอนที่ผมตื่นมา มันมีเลือดอยู่!”

ผมอึ้ง “ที่ไหน?”

เขายิ้มออกมาเหมือนไม่อยากจะยิ้ม “ตรงนี้!” แล้วเขาก็ชี้ลงข้างล่าง ตอนที่เขาเอ่ยออกมา

ผมเหมือนจะนึกอะไรออก “นายหมายความว่า...”

หม่าเคอพยักหน้าให้ผม “ใช่แล้ว! เป็นอย่างที่พี่คิดนั่นแหละ”

ผมกล่าวกับเขาอย่างอิจฉา “นายนี่มันโชคดีเกินไปแล้ว! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมซิงไห่เทียนทำตัวเหมือนกับว่ามันเป็นความลับนักหนา เขาถึงขนาดพูดว่าการรักษาด้วยวิธีนี้เกี่ยวพันกับหญิงพรหมจรรย์ และถามย้ำไห่เย่วอยู่หลายรอบเลย เอ่อ!! แล้วหลังจากนั้นนายทำยังไงต่อ?”

เขากล่าวออกมาอย่างจริงจัง “ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเหมือนกัน แต่ผมคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอดเลย แล้วผมก็คิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ ผมเลยบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ เขารีบให้คนไปเชิญซิงไห่เทียนมาพบที่วังในทันที แล้วเรื่องทั้งหมดก็กระจ่าง พวกเขาจัดแจงเรื่องการแต่งงานของผมกับไห่เย่วขึ้นมาวันนั้นเลย พวกเขาตั้งใจจะให้พวกเราแต่งงานกันทันทีหลังจากเรียนจบ!” หน้าตาของเขาเปลี่ยนเป็นคนที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุขแล้ว ตอนที่พูดออกมาใกล้จะจบคำ

“แล้วไห่เย่วยอมแต่งด้วยหรือ?” ผมยังสงสัยอยู่

เขาพยักหน้า “ทันทีที่ผมเดินได้ ผมรีบไปหาเธอที่ตระกูลซิงทันทีเลยครับ ตอนแรกเธอไม่อยากจะเจอผม แต่..ฮ่าฮ่า ผมแกล้งทำเป็นเจ็บขึ้นมาอีก แล้วก็แกล้งล้มลงกับพื้น! เธอรีบวิ่งออกมาช่วยผมจากในห้องเลยล่ะ ผมเลยรีบฉวยโอกาสนี้ทำคะแนนใหญ่เลย จนในที่สุดเธอก็ยอมคุยกับผมดี ๆ เธอบอกว่าเธอเริ่มเปิดใจให้ผมตั้งแต่ที่ผมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเธอนั่นแหละ แล้วก็คิดได้ในที่สุดว่าใครที่เหมาะสมกับเธอจริง ๆ เธอยอมแต่งงานกับผมครับ พี่ใหญ่ ฮ่าฮ่าฮ่า!!”

ผมเขกหัวเขาทันที “ทำตัวดี ๆ หน่อย นายดีใจมากเกินไปแล้ว! ถึงขนาดน้ำลายไหลเลยเนี่ย”

หม่าเคอหัวเราะแก้เขิน “ก็ผมดีใจนี่ครับ! ในที่สุดความพยายามหลายปีก็ได้ผล”

ผมเห็นด้วยกับเขา “ไอ้น้องชาย ในที่สุดนายก็ได้รางวัลจากการที่อดทนมาไม่น้อย ต้องรักษามันเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ นายถามไห่เย่วหรือเปล่าว่าเธอช่วยนายยังไง?”

หม่าเคอยิ้ม “ถามครับ! แต่เธอหน้าแดงแล้วไม่ยอมตอบ”

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่านายยัง....อืม! ถ้าอย่างนั้นมันก็ยัง..” ผมเริ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้ว

“เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะรีบร้อนตอนนี้หรอก ตอนแรกผมก็คิดจะรุกเธอให้เร็ว ๆ อยู่หรอก แต่เธอยังปฏิเสธอยู่ ผมเลยไม่ได้ทำอะไร แค่ตอนนี้เธอยอมให้ผมกอดเธอโดยไม่หนีไปไหน นี่ก็มีความสุขมากแล้วครับ” หม่าเคอรีบพูดขัดก่อนที่ผมจะคิดอะไรเลยเถิดทันที

นี่หม่าเคอก็ทำสำเร็จไปแล้ว ตามจีบสาวมาหลายปี ในที่สุดก็ลงเอยกันได้ด้วยดี ผมรู้สึกดีใจกับเขาด้วยจริง ๆ แต่ผมก็ยังคิดต่อถึงเรื่องของตัวเองกับมู่จือ ว่าเมื่อไหร่มันจะได้ลงเอยอย่างสมบูรณ์เสียทีนะ?

“พี่ใหญ่! พี่คิดอะไรอยู่น่ะ?” หม่าเคอถาม

ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ก่อนจะตอบเขา “ไม่มีอะไร! แค่มีความสุขกับนายน่ะ นายไม่ได้เจ็บตัวอย่างเสียเปล่าเลย”

“นั่นก็ใช่ครับ ผมไม่มีอะไรให้นึกเสียใจเลย ตอนที่ขึ้นไปช่วยเธอ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรอดเสียด้วยซ้ำ ผมแค่ต้องการช่วยเธออย่างเดียวเท่านั้น แต่สวรรค์ยังเข้าข้างผมอยู่ ไม่เพียงแต่ไม่ยอมเอาชีวิตของผมไป ยังให้ของขวัญกลับมาเป็นคนรักอีกด้วย”

ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะตบไหล่เขา “วันนี้ไห่เย่วก็มาเรียนใช่มั้ย? เดี๋ยวตอนเที่ยงตามเธอไปกินข้าวที่ภัตตาคารหยกปริ่มน้ำกัน ไปฉลองชีวิตใหม่ของนายกันสักหน่อย แต่ตอนนี้พวกเราควรกลับไปที่ห้องเรียนกันแล้ว!”

หม่าเคอก็รีบลุกขึ้นยืนแล้ว “งั้นผมกลับห้องของตัวเองก่อนแล้วกันครับ แล้วเอาไว้เจอกันตอนเที่ยงนะครับ”

ผมกับมู่จือ ไปเรียกซือหวามาเจอหม่าเคอกับไห่เย่วในตอนเที่ยงด้วย ท่าทางของไห่เย่วตอนนี้คือหน้าแดงและก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอด ไม่ยอมสบตากับพวกเราเลย แน่นอน! เมื่อสมาชิกครบแล้ว พวกเราก็พากันไปที่ร้านหยกปริ่มน้ำด้วยกัน

ระหว่างการเดินทางผมอดไม่ได้ที่จะแหย่ไห่เย่ว “หวา! ทำไมเธอหน้าแดงอย่างนั้นล่ะไห่เย่ว? ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย? ไม่สบายหรือเปล่า?”

เธอหน้าแดงกว่าเดิมอีก แต่ยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมตอบโต้

หม่าเคอรีบเข้ามาทำหน้าที่ของเขาทันที “พี่ใหญ่! หยุดเลยนะ! อย่าแกล้งเธอเลยครับ”

“อะไร? เดี๋ยวนี้ปกป้องกันขนาดนี้เลยเหรอ?” ผมกับซือหวาหัวเราะ ผมยังหยอกเขาต่อ “ต่อไปนายนี่ต้องกลัวเธอมากแน่ ๆ! ระวังเถอะ เธอต้องข่มนายแน่ ๆ ในอนาคต”

สายตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ ผมยอมให้เธอหมดนั่นแหละ!” ไห่เย่วหันมาจับมือของเขาไปกุมเอาไว้ แล้วพากันเดินไปด้วยกัน

“ดูพวกเขาสิ ดูเหมาะสมกันดีจริง ๆ! แล้วต่อไปนะ! ฉันก็อยากจะเป็นคนออกคำสั่งนายเหมือนกัน! นายจะยอมมั้ย?” มู่จือเรียกร้อง

นี่มันอะไรกัน? มันมาเข้าตัวผมได้ยังไงเนี่ย? แล้วผมจะตอบยังไงดีล่ะ? ตอบผิดไปได้ลงหลุมแน่ ๆ ผมได้แต่กัดฟันเอาใจเธอไปก่อน “ยอมจ้า! ยอมทุกอย่างเลย! ยอมแน่นอน!”

ลองมาคิดดูให้ดี ๆ ผมไม่ได้มีความสุขอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกันนะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมาย พวกเราสนิทสนมกันมากขึ้น กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากขึ้น อาหารเที่ยงมื้อนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนสุขจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 157 – สิ้นสุดความขมขื่น เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวานชื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว