- หน้าแรก
- ตำนานจอมมารเนตรซ้อน เริ่มต้นข้าก็จับอาจารย์มาทำศพมาร
- บทที่ 8: น้อมรับท่านอาจารย์ออกจากโลง! ยกระดับชื่อเหลียน! ปลุกพลังวิเศษย่อขยายดั่งใจ!
บทที่ 8: น้อมรับท่านอาจารย์ออกจากโลง! ยกระดับชื่อเหลียน! ปลุกพลังวิเศษย่อขยายดั่งใจ!
บทที่ 8: น้อมรับท่านอาจารย์ออกจากโลง! ยกระดับชื่อเหลียน! ปลุกพลังวิเศษย่อขยายดั่งใจ!
เมื่อก่อนนั้น ชื่อเหลียนมีเพียงส่วนหัวที่แวววาวดุจทับทิม ส่วนลำตัวเป็นสีแดงเข้มเจือความขุ่นมัวแลดูแปลกตา
ทว่าหลังจากยกระดับและลอกคราบ ชื่อเหลียนทั้งตัวก็กลายเป็นสีแดงทับทิมแวววาวงดงามเจิดจรัส!
ถึงขั้นที่สามารถมองทะลุเกล็ดอันแวววาวนั้น เห็นกระดูกและอวัยวะภายในร่างกายได้อย่างเลือนราง!
ชื่อเหลียนในยามนี้ ดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตเลยสักนิด แต่กลับคล้ายงานศิลปะที่สวรรค์รังสรรค์ขึ้น!
หากมันอยู่นิ่งไม่ไหวติง จะต้องกลายเป็นสมบัติล้ำค่าหายากที่ผู้คนทั่วหล้าต่างไล่ล่าแย่งชิงกันจนแผ่นดินสะเทือนเป็นแน่!
งามบัดซบเลยพับผ่าสิ!!!
ทว่า ความเปลี่ยนแปลงของชื่อเหลียนไม่ได้มีเพียงเท่านี้
ในชั่วพริบตาถัดมา ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหลี่อวี้
ชื่อเหลียนก็ขยายร่างจากงูน้อยยาวเพียงยี่สิบเซนติเมตร กลายเป็นงูหลามยักษ์ที่มีความยาวถึงสิบเมตร และลำตัวกว้างถึงครึ่งเมตร!
ชื่อเหลียนค่อยๆ ชูคอขึ้น เพียงแค่โก่งตัวเล็กน้อย หัวของมันก็ชนเข้ากับเพดานห้อง
ร่างกายอันมหึมาขดตัวจนเต็มห้อง เพียงแค่ขยับตัวนิดเดียวก็อาจทำให้ที่นี่กลายเป็นซากปรักหักพังได้!
ในหมู่ปีศาจอสูร แม้ขนาดตัวจะไม่ใช่เกณฑ์วัดความแข็งแกร่งที่แน่นอนที่สุด แต่มันก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง!
คำกล่าวที่ว่า ‘ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ยิ่งใหญ่ยิ่งแกร่ง ยิ่งใหญ่ยิ่งงดงาม’ เห็นจะจริงแท้ก็ครานี้!
หลี่อวี้สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตและพลังเวทที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนของชื่อเหลียน
การขยายร่างเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการแข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ!
น่าหวาดหวั่น! ทรงพลัง! และวิปริตผิดมนุษย์มนา!
นี่หมายความว่า ความแข็งแกร่งของชื่อเหลียนจะก้าวข้ามขีดจำกัดของผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันไปไกลโข!
สักวันหนึ่ง หากชื่อเหลียนมีขนาดตัวที่ใหญ่พอ ไม่แน่มันอาจจะต่อกรกับศัตรูที่อยู่เหนือกว่าตนเองหนึ่งขอบเขตใหญ่ได้เลยทีเดียว!
ทว่า ในยามนี้อารมณ์ของหลี่อวี้กลับซับซ้อนยิ่งนัก
แม้จะดีใจที่ชื่อเหลียนแข็งแกร่งขึ้น แต่ขนาดตัวมหึมาเช่นนี้...
แล้วเขาจะพกพามันไปไหนมาไหนได้อย่างไรเล่า?
แม้ว่าในโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าถุงสัตว์เลี้ยงอยู่ก็ตาม
แต่หลี่อวี้ที่คุ้นชินกับการมีชื่อเหลียนอยู่ข้างกายตลอดเวลา ย่อมไม่อยากจับมันโยนเข้าไปในพื้นที่ว่างเปล่าอันเวิ้งว้างของถุงสัตว์เลี้ยงเป็นแน่
เคราะห์ดีที่ในชั่วพริบตาถัดมา หลี่อวี้ก็ได้รับข้อความทางจิตจากชื่อเหลียน
ในฐานะนายบ่าว ทั้งสองย่อมมีการสื่อสารทางจิตวิญญาณถึงกันได้
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เนื่องจากระดับของชื่อเหลียนยังต่ำต้อย จึงไม่อาจสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนได้
มีเพียงเสียงขู่ฟ่อๆ ที่ดังไม่หยุดหย่อนเท่านั้น...
แต่บัดนี้หลังจากได้รับการยกระดับ เห็นได้ชัดว่าสติปัญญาของชื่อเหลียนพัฒนาขึ้นมาก
จนสามารถส่งข้อมูลบางอย่างออกมาได้อย่างเลือนรางแล้ว
ใจความคร่าวๆ ก็คือ
หลังจากชื่อเหลียนยกระดับและขจัดสายเลือดที่เจือปนออกไปจนบริสุทธิ์ถึงขีดสุด มันก็ได้ปลุกพลังวิเศษขึ้นมา
พลังวิเศษย่อขยายดั่งใจ!
ยามขยายร่าง จะเสริมความแข็งแกร่งของกายเนื้อและพลังเวท!
ยามย่อส่วน พลังกายและพลังเวทจะยังคงเดิม แต่จะได้รับความเร็วอันน่าเหลือเชื่อมาแทน!
อีกทั้งพิษงูที่เดิมทีก็น่ากลัวอยู่แล้วของชื่อเหลียน ยังได้รับการเสริมอานุภาพขึ้นอย่างมหาศาล!
ยามนี้หากถูกกัดเข้าสักคำ เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานก็คงอาการสาหัส หากไม่รีบรักษา ก็มีสิทธิ์ถึงตายได้!
เมื่อได้รับรู้เช่นนี้ ใบหน้าของหลี่อวี้ก็ปรากฏแววแห่งความปิติ
การมอบการยกระดับให้กับชื่อเหลียนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ!
มีมันคอยช่วย ต่อให้ต้องเจอกับยอดฝีมือระดับสร้างรากฐาน หลี่อวี้ก็มั่นใจว่าพอจะต่อกรได้สักสองสามกระบวนท่าก่อนล่าถอย!
ร่างจริงของชื่อเหลียนในตอนนี้มีความยาวสามเมตร
แม้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับร่างสิบเมตรในตอนนี้ แต่ความยาวขนาดนี้ย่อมไม่เหมาะที่จะพกติดตัวแน่
และในขณะที่หลี่อวี้กำลังจะสั่งให้ชื่อเหลียนย่อส่วนเพื่อกลับมาหาตน
เขากลับเห็นมันส่ายหัวพลางแลบลิ้นออกมา หัวงูขนาดมหึมาถูไถออดอ้อนเขา จนทำเอาหลี่อวี้เกือบจะเซถอยหลัง
หลังจากตีความข้อมูลในหัวเสร็จสิ้น
หลี่อวี้ก็โบกมืออย่างระอาใจพลางกล่าวว่า
“กินเถอะๆ ข้าจะเอาไปป้อนปีศาจตนอื่นหรือไง?”
เมื่อได้รับอนุญาตจากหลี่อวี้ ชื่อเหลียนก็แลบลิ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนจะพุ่งทะยานพังประตูออกไป แล้วกลืนกินปีศาจหมาป่าในลานบ้านลงท้อง!
มันส่ายหัวอย่างพึงพอใจ จากนั้นร่างอันมหึมาของมันก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา มันก็กลับมามีขนาดตัวยี่สิบเซนติเมตรเท่าเดิม
ทว่า เนื่องจากการกลืนปีศาจหมาป่าลงไป
แม้ว่าปีศาจหมาป่าจะถูกย่อส่วนลงตามสัดส่วน แต่ท้องของชื่อเหลียนก็ยังป่องออกมาอยู่ดี
อืม... ดูคล้ายลูกกลิ้งบริหารหน้าท้อง... แต่ก็ไม่ป่องถึงเพียงนั้น
หลี่อวี้คว้าตัวชื่อเหลียนที่กำลังจะเลื้อยเข้าไปในเสื้อคลุมของเขาไว้ สายตาฉายแววรังเกียจ
ดวงตาของชื่อเหลียนฉายแววกึ่งฉลาดกึ่งโง่งม ร่างอ้วนกลมของมันพลันสะดุ้งเฮือก
บ้าน่า! หรือว่า...จะไม่รักกันแล้วรึ?!
หลี่อวี้หิ้วมันขึ้นมาพิจารณา แววรังเกียจในดวงตายิ่งเข้มข้นขึ้น
สภาพของชื่อเหลียนในตอนนี้ หากให้เลื้อยบนตัวเขา มันจะสบายตัวหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หลี่อวี้ไม่มีทางสบายตัวแน่!
อีกอย่าง ท้องป่องขนาดนี้ เลื้อยไปตรงไหนก็ปูดออกมาตรงนั้น จะดูงามได้อย่างไร!
หลี่อวี้ใช้นิ้วจิ้มหัวเล็กๆ ของชื่อเหลียน แล้วเอ่ยปากสั่ง
“เล็กกว่านี้! เล็กอีก... เล็กกว่านี้อีก!”
จนกระทั่งชื่อเหลียนหดตัวเหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ หลี่อวี้จึงสั่งให้หยุด
จากนั้นเขาก็จับมันไปแขวนไว้ที่ใบหู!
แม้ชื่อเหลียนจะดูงุนงงเล็กน้อย แต่มันก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการอ้าปากงับเบาๆ เพื่อเกาะเกี่ยวไว้
หลี่อวี้หยิบกระจกขึ้นมาส่องดู แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ไม่เลว!
เจ้าอย่าได้ดูแคลนเชียว... มันเข้าท่าจริงๆ นะเนี่ย!
ดูดีพิลึกเลยแฮะ!
ราวกับหินเทียนจูฉบับทับทิมอันแวววาวโปร่งใส ที่ห้อยนิ่งสงบอยู่บนติ่งหูของหลี่อวี้ เพียงแต่หินเทียนจูเม็ดนี้ดันขยับตัวบิดไปมาเป็นพักๆ ดูแล้วน่าขนลุกพิลึก...
เมื่อเข้าคู่กับเนตรซ้อนอันน่าพรั่นพรึงของหลี่อวี้ ยิ่งขับเน้นกลิ่นอายสูงศักดิ์ทว่าแฝงความชั่วร้ายน่าเกรงขามดุจเชื้อพระวงศ์ฝ่ายมารให้แผ่พุ่งออกมา!
เขาดีดหางเล็กๆ ของชื่อเหลียนเบาๆ เป็นเชิงบอกให้มันอยู่นิ่งๆ อย่าขยับมั่วซั่ว
หลี่อวี้เดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากโลงศพ โคจรวิชากลืนหยินกลืนจันทร์ เริ่มดูดกลืนไอหยินจากฟ้าดิน
ยามนี้คือยามจี๋หยิน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไอหยินในฟ้าดินเข้มข้นที่สุดในรอบสิบสองปี
หากไม่บำเพ็ญเพียรก็คงเสียของแย่
ประจวบเหมาะกับที่ท่านอาจารย์ผู้แสนดีของเขา หวังเจิ้งหยาง ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะออกจากโลง
เช่นนั้นก็บำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ เพื่อรอต้อนรับท่านอาจารย์ออกจากโลงเป็นคนแรกเลยแล้วกัน!
..............
เวลาล่วงเลย ครบกำหนดสิบสองชั่วยามกำลังจะมาถึง!
หลี่อวี้ที่คำนวณเวลาไว้ดิบดีค่อยๆ ลืมตาขึ้น โคจรพลังเวททั่วร่าง ก่อนจะบีบหยดโลหิตสีแดงฉานหยดหนึ่งออกจากปลายนิ้ว
หยดเลือดตกลงบนโลงศพ และซึมหายเข้าไปในพริบตา!
ตูม!!!
พลันบังเกิดไอหยินอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออก!
โลงศพสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมีบางสิ่งภายในกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต!
ยันต์สีแดงฉานกระพริบแสงอันน่าขนลุก กลิ่นอายวิปริตพิสดารแผ่ซ่านออกมา
ทันใดนั้น โลงศพที่สั่นไหวอย่างรุนแรงก็หยุดนิ่งลงกะทันหัน
ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งฟ้าดินพลันเงียบสงัด
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบ จนกระทั่งมีเสียงชวนขนหัวลุกดังขึ้น
แกรก....
มือข้างหนึ่งซึ่งแห้งกรังจนเห็นกระดูก ขาวซีดเผือด และมีเล็บยาวเฟื้อย ทะลวงผ่านรอยแยกของฝาโลงออกมา!
ปัง!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ในชั่วพริบตา ไอหยินเดือดพล่าน แรงอาฆาตพุ่งเสียดฟ้า!
เหล่าวิญญาณเร่ร่อนและภูตผีไร้ญาติที่ล่องลอยอยู่โดยรอบ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ต่างก็แตกตื่นราวกับนกที่ตกใจเกาทัณฑ์ ร้องโหยหวนพลางหนีตายกันจ้าละหวั่น!
ภูตผีที่เคยมีอยู่เต็มขุนเขา พลันหายวับไปจนเกลี้ยงในพริบตา!
การถือกำเนิดของจอมมาร ได้บดขยี้ความโลภและความหวังลมๆ แล้งๆ สุดท้ายในใจของพวกมันจนแหลกสลาย!
ในขณะเดียวกัน ณ ลานบ้าน
หลี่อวี้จ้องมองร่างเงาที่ดูเหมือนคนแต่ก็ไม่ใช่คนอันน่าสยดสยองนั้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มอันแปลกประหลาดและน่าขนลุก
“ศิษย์ขอน้อมรับ.... ท่านอาจารย์ออกจากโลงขอรับ!!!”