- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 1054: กลมกลืน
บทที่ 1054: กลมกลืน
บทที่ 1054: กลมกลืน
ในห้องประชุมเล็กๆ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งกระทรวงและกองบัญชาการตำรวจมณฑลต่างมารวมตัวกัน
ตามกำหนดการเดิม ทุกคนตั้งใจจะมาร่วมพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติที่จัดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง
การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกดักซุ่มโจมตีในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยมีการวางแผนล่วงหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่… ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับอำเภอหรือตำรวจประจำสถานีย่อย การท้าทายในรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่ทางตำรวจยอมรับไม่ได้ ตามหลักแล้ว—จะต้องมีการระดมทรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อคลี่คลายคดี และบทลงโทษในภายหลังก็มักจะพิจารณาตามเพดานขั้นสูงสุดเสมอ
ในทำนองเดียวกัน การคลี่คลายคดีประเภทนี้ได้ ก็มักจะได้รับผลตอบแทนในทันที ไม่เหมือนคดีทั่วไปที่ต้องรอสะสมหลายคดี แล้วค่อยหาฤกษ์งามยามดีเพื่อจัดพิธีมอบรางวัลในภายหลัง
ด้วยเหตุนี้ หวังชวนซิงจึงได้รับเหรียญเกียรติยศ (เหรียญความชอบ) ระดับสอง
ส่วนมู่จื้อหยางและเจียงหยวนต่างก็ได้รับเหรียญเกียรติยศระดับหนึ่ง
แม้แต่เวินหมิงที่อยู่ข้างๆ และช่วยสนับสนุนด้วยการส่งเสียงตะโกนข่มขวัญศัตรูก็ได้รับเหรียญเกียรติยศชั้นสาม
ความเร็วในการอนุมัติและดำเนินการมอบรางวัลในครั้งนี้รวดเร็วกว่าครั้งไหนๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเบื้องบนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากแค่ไหน
อาจพูดได้ว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ธุรการที่ไม่ประสีประสาเรื่องงานหน้างานที่สุด เมื่อเห็นขั้นตอนการอนุมัติคดีนี้ ก็ไม่มีใครกล้าดึงเรื่องให้เสียเวลาแม้แต่นิดเดียว
แต่สำหรับผู้นำอย่างหวงเฉียงหมินและคนอื่นๆ แม้คดีจะคลี่คลายและมีการมอบรางวัลไปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ
พวกเขารวมตัวกันอยู่ในห้องประชุมเล็กๆ ต่างใช้ความคิดอย่างหนักในเรื่องความปลอดภัยของเจียงหยวน
จะใช้คนเยอะเกินไปก็ไม่ได้ เพราะต้นทุนสูงเกินไป และทำจริงได้ยากเพราะเวลาที่หน่วยงานอื่นต้องการดึงตัวกำลังพลไปช่วยงาน ก็อาจจะเผลอดึงเอาคนที่อยู่ข้างกายเจียงหยวนไปหมด
แต่ถ้าใช้คนน้อยเกินไปก็กลัวว่าจะเอาไม่อยู่ ปกติแล้วข้างกายเจียงหยวนก็มีแค่มู่จื้อหยางคนเดียว ครั้งนี้เป็นเพราะต้องทำงานดึกดื่นเลยมีเพื่อนร่วมงานติดรถมาด้วยอีกสองคน
"จัดปืนกลมือให้เขาไปเลยดีไหม เมื่อก่อนเราใช้รุ่น 79 พานท้ายพับได้ อานุภาพดี อัตราการยิงเร็ว ความแม่นยำสูง ถ้าเปิดโหมดอัตโนมัติก็กดพวกพกปืนพกสองสามกระบอกได้สบาย ระยะประชิดใช้ดีกว่าปืนเล็กยาวด้วยซ้ำ เดิมทีออกแบบมาสำหรับรบในป่า ยิงทีละนัดก็แม่น" ผู้นำจากกองมณฑลเสนอไอเดียก่อน
ผู้นำจากกระทรวงพยักหน้าเห็นด้วย "มีเคสใช้ 79 เป็นอาวุธซุ่มยิงระยะใกล้ ยิงวิสามัญโจรช่วยตัวประกันในที่เกิดเหตุเลย จัดปืนดี ๆ ให้หนึ่งกระบอก เทียบได้กับคนสองสามคนนะ"
“แค่ปืนกลมืออย่างเดียวไม่พอ” หวงเฉียงหมินส่ายหน้า “ถึงจะพับพานท้ายได้ แต่มันก็ยังเป็นปืนยาว หลายที่เข้าไม่ได้ เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างครั้งนี้ ปืนพกยังคล่องตัวกว่า”
"ก็พกทั้งปืนพกทั้งปืนกลมือสิ"
"มันยุ่งยากเกินไป จำนวนซองกระสุนก็เป็นปัญหา สุดท้ายก็ต้องเอาไปเก็บไว้ในกระโปรงหลังรถอยู่ดี" หวงเฉียงหมินชะงักครู่หนึ่ง "แต่การพกปืนกลมือไว้สักสองกระบอกก็เป็นเรื่องที่ควรทำ เดี๋ยวให้เอาใส่ท้ายรถไว้ให้พวกเขาซักสองกระบอก"
"แล้วก็เรื่องเสื้อกันกระสุน" ผู้นำมณฑลพูดเสริม "พูดกันตามตรง แผนการรักษาความปลอดภัยหลายอย่างเราก็เป็นคนทำเอง การป้องกันโจรเนี่ยมันเป็นงานช้าง พาคนไปแค่คนสองคน รับมือพวกโจรจิ๊บจ๊อยน่ะได้ แต่ถ้าไปเจอโจรใจเพชรที่มีปืน พอพวกมันหาทำเลดีๆ ได้แล้วสาดกระสุนใส่ชุดเดียวก็ร่วงหมดแล้ว จะไปร้องเรียนกับใครได้ ยิ่งถ้าเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าต้องอารักขาถึงขั้นนั้น เจียงหยวนก็คงไม่ต้องทำงานทำการกันพอดี"
หวงเฉียงหมินพยักหน้าเงียบๆ เพราะทุกคนต่างเป็นคนวงในที่รู้ซึ้งถึงหน้างานดี การสนทนาจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก
แต่... แม้จะยากแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงจิบน้ำชาที่จืดชืดพลางหารือรายละเอียดกันอย่างถี่ถ้วน
ห้องประชุมเล็กมากและประตูก็ปิดสนิท ดูราวกับว่ากำลังแอบคุยความลับที่สำคัญยิ่งยวด
ตำรวจที่เดินผ่านไปมา เมื่อเห็นว่าในห้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับกระทรวง ระดับมณฑล และยังมีหวงเฉียงหมินอยู่ด้วย ต่างก็อดไม่ได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆ นานาว่ากำลังมีการวางแผนปฏิบัติการครั้งใหญ่อะไรอยู่อีกแน่
จนกระทั่งช่วงเย็น หวงเฉียงหมินและคณะถึงได้เดินออกจากห้องประชุมเล็กด้วยรอยยิ้ม
"เจียงหยวน มานี่หน่อย" หวงเฉียงหมินไปส่งบรรดาผู้นำเรียบร้อยแล้วเรียกเจียงหยวนมาหา "พวกเราตกลงกันแล้วนะ หลังจากนี้การคุ้มกันนายจะถูกปรับให้กลมกลืนไปกับการทำงาน เราจะเรียกว่า 'การอารักขาควบคู่งานสืบสวน'"
"กลมกลืนยังไงครับ?" เจียงหยวนมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว
"เดิมทีเรากังวลเรื่องการจัดกำลังคน แต่พอมาคิดดูแล้ว ปกตินายก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำคดีอยู่แล้วนี่นา ถ้าอย่างนั้น ก็ให้นายเป็นศูนย์กลางการบัญชาการ โดยมีกำลังคนประจำการในจำนวนที่แน่นอน แบบนี้ความปลอดภัยของนายก็จะได้รับการรับประกันในระดับหนึ่ง" หวงเฉียงหมินเน้นย้ำต่อว่า "ไม่ใช่แค่เวลาทำงานนะ เวลาพักผ่อนพวกนายก็พักผ่อนด้วยกัน เวลาออกปฏิบัติงานก็ออกพร้อมกันเป็นกลุ่ม"
"หมายความว่า จะมีคนทีมหนึ่งตามติดข้างกายผมตลอดเวลาเหรอครับ?" เจียงหยวนเข้าใจทันที
"และต้องแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนด้วย คนพวกนี้บางส่วนเน้นทำคดีเป็นหลัก บางส่วนเน้นอารักขาเป็นหลัก และยังมีบางคน อย่างมู่จื้อหยางกับเวินหมิง ไม่ว่าคดีจะตึงเครียดแค่ไหน ห้ามห่างจากตัวนายเด็ดขาด ยิ่งคดีตึงเครียด ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก และแน่นอนว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องพร้อม เดี๋ยวจะเปลี่ยนอุปกรณ์ชุดใหม่ที่ฉันเพิ่งขอมาให้ เป็นของใหม่แกะกล่องแจ่มๆ ทั้งนั้น แถมจะเปลี่ยนรถให้ใหม่ด้วย!"
"ก็ได้ครับ ผมไม่มีปัญหา" เจียงหยวนไม่ทำตัวอวดดีถึงขั้นจะปฏิเสธการคุ้มกัน เพราะศพของเปียนอี้จางยังไม่ทันจะเย็นดีเลย เดี๋ยวเขาคงต้องไปผ่าสมองดูหน่อยว่าหมอนี่คิดอะไรอยู่กันแน่
ถึงจะบอกว่าพวกบุคลิกต่อต้านสังคมหรือฆาตกรโรคจิตจะเป็นพวกที่พบเห็นได้น้อยมากในสังคม แต่ในประเทศจีน คนที่ว่ากันว่า "น้อย" ถ้ายังมีตัวตนอยู่ ก็ย่อมต้องมีเป็นกลุ่มใหญ่แน่นอน
หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของประชากร 1,400 ล้านคนคือ 14 ล้านคน ต่อให้เป็นแค่หนึ่งในหมื่นก็ยังมีตั้ง 140,000 คน ถ้ามารวมตัวกันนี่ตั้งเป็น "เผ่าพันธุ์คนวิปริต" ได้เลย
เมื่อก่อนอาจจะไม่เคยเห็นภัยคุกคามแฝงแบบนี้ แต่ครั้งนี้เปียนอี้จางเปรียบเสมือนลูกเห็บลูกหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็เป็นดาวตกดวงหนึ่งที่ร่วงลงมาก่อน ดังนั้นต้องระวังว่าอาจจะมีพายุลูกเห็บหรือฝนดาวตกตามมาทีหลังอีก
#
เมื่อหวงเฉียงหมินได้แผนการแล้ว เขาก็รีบจัดทัพเลือกขุนพลทันที โดยระดมกำลังพลมาได้ 16 นาย เพื่อมาเสริมให้กับทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าของเจียงหยวน
เมื่อรวมกับเจ้าหน้าที่บางส่วนที่หมดวาระยืมตัวและกำลังจะกลับไปยังกองสืบสวนเมืองฉางหยางแล้ว ทีมเฉพาะกิจของเจียงหยวนตอนนี้มีสมาชิก 30 กว่าคน ซึ่งมากเกินพอที่จะตั้งเป็นหน่วยเฉพาะกิจอิสระได้เลย
นอกจากเรื่องคนแล้ว หวงเฉียงหมินยังจัดเต็มเรื่องอุปกรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รถยนต์เครื่องยนต์แรงสูง อาวุธปืนที่อัดแน่นอยู่ในกระโปรงหลังรถ ทั้งหมดนี้หวงเฉียงหมินจงใจทำเรื่องขอมาเป็นพิเศษ ทีมอื่นอย่าว่าแต่อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันเลย แม้แต่อุปกรณ์ตอนออกปฏิบัติงานยังต้องเขียนรายงานขอเป็นตั้งๆ
เหล่าตำรวจในสถานีต่างก็รับรู้ข่าวนี้ได้อย่างเป็นปกติ สิทธิพิเศษนั้นมีอยู่จริงในโลกของความเป็นจริง เหมือนกับที่นายตำรวจระดับสูงบางนายมักจะเก็บปืนไรเฟิลซุ่มยิงไว้ในท้ายรถตลอด หรือนายตำรวจระดับสูงบางนายชอบถือปืนรุ่น 79 ยืนโบกมืออยู่ในรถเปิดประทุน...
หวงเฉียงหมินยังจัดรถจักรยานยนต์ให้เจียงหยวนอีกคันหนึ่ง ด้วยวิธีนี้ เมื่อมีจักรยานยนต์นำหน้า โอกาสที่จะถูกดักสกัดระหว่างทางก็จะลดลงไปมาก
เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น หวงเฉียงหมินเรียกเจียงหยวนมาตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยปิดท้ายว่า "ทีมเพิ่งสร้างเสร็จ อยู่ในอำเภอเรามันจะดูเด่นไปหน่อย ไม่ลองไปทำคดีที่เมืองฉางหยางสักสองสามคดีดูล่ะ ถือเป็นการตอบแทนเขาด้วย?"
"ตกลงครับ" เจียงหยวนตอบตกลงและพร้อมออกเดินทางทันที
ในวันนั้น ภายใต้การนำของรถจักรยานยนต์นำขบวนหนึ่งคัน และการอารักขาจากรถตำรวจอีก 7 คัน รวมกำลังพลทั้งสิ้นกว่า 30 นาย เจียงหยวนก็ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองฉางหยางที่เขาจากมานานนับปี
----------
(จบบทที่ 1054)