เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 – มันเป็นความรักที่จริงใจ

บทที่ 129 – มันเป็นความรักที่จริงใจ

บทที่ 129 – มันเป็นความรักที่จริงใจ


ตอนที่ผมกลับเข้านั่งประจำที่ มู่จือเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่อย่างจริงจัง ผมแอบยื่นมือของผมไปจับมือเล็ก ๆ ที่นุ่มนวลของเธอไว้ ผมเหมือนจะติดใจความรู้สึกที่ได้จับมือที่ทั้งนุ่มเหมือนไร้กระดูกและเรียบเนียนของเธอแล้ว มันให้ความรู้สึกที่***ดีเลย”

มู่จือเงยหน้าขึ้นแล้วหันมามองผม เธอถอนหายใจออกมาแล้วดึงมือของเธอกลับ ผมเริ่มสงสัย! เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่? ดูเธอไม่มีความสุขเลย ไม่ใช่ว่าผมพูดให้เธอฟังหมดแล้วเหรอ? ทำไมเธอยังเป็นแบบนี้อีก? ยังคิดมากเรื่องไหสุ่ยอีกหรือไง?

ผมทนสงสัยไม่ไหว เลยกระซิบถามเธอ “มู่จือ! เป็นอะไรไป?”

เธอส่ายหัวน้อย ๆ “ไม่มีอะไร! แค่นายยังไม่ได้เขียนจดหมายให้ฉันเลย! อันที่จริง ฉันไม่ได้อ่านจดหมายรักของนายมาหลายวันแล้วนะ!”

ผมได้แต่ตอบเธอกลับไปอย่างอึ้ง ๆ “โอ้! อย่างนั้นเหรอ? เดี๋ยวฉันเขียนให้อ่านเดี๋ยวนี้เลย” แล้วผมก็รีบทำอย่างที่บอก เตรียมกระดาษปากกาอย่างว่องไว

...มู่จือ! ถึงพวกเราจะไม่ได้เจอหน้ากันอยู่หลายวัน แต่ผมนั้นยังคงคิดถึงคุณอยู่ตลอดเวลาเลยนะ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองว่างเปล่ามากเมื่อไม่ได้เห็นหน้าคุณในช่วงหลายวันนี้ คุณมักจะถามผมว่าผมไปทำอะไรในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ผมคิดว่าผมควรจะบอกคุณได้แล้ว เพราะพวกเราไม่ควรที่จะมีความลับต่อกันอีก ผมขอลาหยุดจากสถาบันไปเพื่อเข้าร่วมการประลองลับระหว่างเจ้าชายเคอจากับมหาเสนาบดีเต๋ออี แล้วคุณก็น่าจะรู้ผลที่ออกมาเรียบร้อยแล้ว เจ้าชายเคอจาเป็นผู้ได้รับชัยชนะในการประลองครั้งนี้

มันไม่สำคัญว่าคุณจะเชื่อสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้หรือไม่ แต่ผมไม่ได้เข้าร่วมในการประลองนี้เพื่อทรัพย์สิน หรือเกียรติยศส่วนตัว แต่ผมเข้าร่วมการประลองเพื่ออนาคตข้างหน้าของอาณาจักรอ้าวเซี่ย รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วไปจำนวนมหาศาลที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรนี้ ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ก็คือสงครามกลางเมือง สงครามที่จะให้ประโยชน์ต่อผู้ที่มีอำนาจเท่านั้น ส่วนคนธรรมดาทั่วไปจะได้รับแต่ความเจ็บปวด และสูญเสีย ผมไม่ต้องการให้มีสงครามเกิดขึ้น

การประลองถูกจัดขึ้นมาโดยหาผู้ชนะจากการประลองทั้งหมด 5 รอบ ผมได้เข้าร่วมประลองในรอบที่สี่

คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงสามารถเข้าร่วมการประลอง เป็นตัวแทนของเจ้าชายได้ ผมจะบอกความลับอีกอย่างให้คุณรู้นะ ผมเป็นเมธีเวทย์คนที่สิบเอ็ดของโลกใบนี้! เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้คิดว่าผมนั้นเหมาะสมกันกับคุณแล้วหรือไม่?

คู่ต่อสู้ของผมในการประลองคือรื่อซือฟง ผู้นำของตระกูลรื่อ เขาเป็นปู่ของฟงเหลียงนั่นแหละ แล้วมันก็เป็นการประลองที่ยากและอันตรายที่สุดที่ผมเคยประสบมาเลย พลังของเขานั้นแข็งแกร่งจนไม่สามารถใช้ระดับของนักเวทย์ปกติไปวัดได้ ตอนที่ผมเผชิญหน้ากับความเป็นความตายเพราะเขาอยู่นั้น สิ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดของผมคือคุณเท่านั้น ตอนนั้นผมคิดเพียงแต่ว่า ถ้าผมได้มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาเจอกับคุณอีก ผมจะต้องดูแลคุณให้ดี และไม่ยอมปล่อยให้คุณจากผมไปไหนแน่  ผมอยากจะบอกคุณว่าในใจของผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ ความรู้สึกจากเบื้องลึกของหัวใจจริง ๆ ผมรักคุณ! ผมรักคุณจริง ๆ ในหัวใจของผมมีแต่คุณเท่านั้น...(เขียนมาจนถึงตอนนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความรักที่มี มันเหมือนกับว่าผมอยากตะโกนบอกออกไปให้ก้องโลกเลย)

ผมหยุดเขียนเพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มลงมือต่อ

...ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่มันเหมือนกับว่ายังมีกำแพงอะไรบางอย่างขวางกั้นระหว่างเราอยู่  ผมไม่สามารถข้ามผ่านกำแพงนั้นเข้าไปได้ มันทำให้ผมไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของคุณได้เลย ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับผม ผมของให้คุณแค่บอกผมมาได้หรือไม่? ผมอยากได้ยินมันจากปากของคุณ แต่เอาเถอะ ผมจะไม่บังคับให้คุณบอกผมหรอก ทุกคนต้องมีความลับเป็นของตัวเอง คุณก็ควรจะมีพื้นที่เป็นของตัวเองบ้าง มันเป็นเพราะว่าผมรักคุณมาก ดังนั้นผมจึงไม่ต้องการบังคับให้คุณเปิดเผยความรู้สึกของคุณที่มีต่อผมออกมา

ตอนที่คุณตกลงจะคบกับผม แม้มันจะเป็นเพียงการคบกันชั่วคราว ผมนั้นดีใจเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แต่หลังจากนั้น ผมก็ได้มารู้ว่า นั่นไม่ได้มาจากการที่คุณรักผม แต่เป็นเพียงแค่คุณเพิ่งเริ่มสนใจในตัวของผมเท่านั้น ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้หัวใจของผมมันรู้สึกไม่ดีตอนที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นขึ้นมา

ถ้าคุณยังกังวลเรื่องของไหสุ่ย คุณสามารถวางใจได้เลย ผมคิดกับเธอเหมือนเป็นน้องสาวของตัวเองตลอดมา ไม่มีใครคนอื่นจะเข้ามาอยู่ในใจของผมได้ มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าคุณจะเปิดใจของคุณยอมรับผมได้เมื่อใด ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชอบผมหรือเปล่า แต่หัวใจของผมเป็นของคุณ นี่มันเป็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว

มู่จือ! คุณจะเป็นคนรักของผมได้ไหม?

เขียนขึ้นมาด้วยความรักที่มีต่อคุณตลอดไป จางกง....

ความรู้สึกของผมนั้นตรงไปตรงมาเหมือนที่เขียนอยู่ในจดหมายนั่นแหละ ผมถือจดหมายไว้ในมืออย่างลังเล ไม่รู้ว่ามู่จือจะยอมรับหรือไม่?

ตอนที่ผมมองไปที่เธอ เป็นเวลาเดียวกันที่เธอกำลังมองผมอยู่พอดี ผมไม่ได้รู้ว่าสีหน้าที่แสดงอารมณ์ออกมาตอนกำลังเขียนจดหมาย ทำให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้ประทับใจ

เธอดึงจดหมายออกไปจากมือของผม แล้วก็เปิดมันขึ้นอ่าน!

ผมไม่กล้ามองไปที่เธออีก ผมกลัวว่าเธอจะปฏิเสธิผมกลับมา มันไม่เหมือนกับจดหมายฉบับก่อนหน้าที่ผมเคยเขียนให้เธอ ครั้งนี้! มันเป็นจดหมายที่เขียนออกมาจากใจจริง ๆ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าถ้าเธอปฏิเสธกลับมา แล้วผมจะยอมรับมันได้มั้ย? ผมได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ และเฝ้ารอให้เธออ่านจดหมายจบเท่านั้น ตอนนี้ผมเหมือนกับนักโทษ ที่รอคำตัดสินว่าจะรอดหรือจะโดนโทษประหาร ระหว่างที่รอผมรู้สึกตื่นเต้นจนประหม่าไปหมดแล้ว!

หลังจากผ่านเวลาการเฝ้ารออย่างเนิ่นนาน มือที่นุ่มนิ่มแต่เย็นเยียบของเธอก็ยื่นมาจับมือที่เต็มไปด้วยเหงื่อเพราะความตื่นเต้นของผม ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ามู่จือกำลังมองผมอยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่าดวงตาของเธอนั้นแสดงความรู้สึกออกมามากขนาดนี้

ผมกระซิบถามเธออย่างประหม่า “เธอจะคบกับฉันจริง ๆ มั้ย?”

มู่จือเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าอย่างยินดี “คนโง่!!”

ผมรู้สึกว่าทั้งโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนไปในทันที มันกลายโลกที่เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม ผมรีบกุมมือเธอแน่น ก่อนจะพึมพำไม่เป็นประโยค “จริงนะ! จริงๆ นะ? ใช่มั้ย?”

มู่จือที่หน้าแดงกล่ำ รีบกระซิบ “พวกเรายังอยู่ในห้องเรียนนะ ควบคุมตัวเองหน่อยสิ!”

ผมรับพยักหน้ารับจนคอแทบหัก แล้วก็ก้มลงไปจุมพิตมือของเธอที่ผมยังกุมไว้อยู่ ตอนนี้หน้าของมู่จือแดงจนเหมือนลูกแอปเปิลแล้ว เธอรีบประท้วงออกมา “นายทำอะไร? ฉันบอกให้นายควบคุมตัวเอง แต่นายกลับ...”

ผมรับขอโทษ “ฉันขอโทษ แต่ฉัน...ฉันแค่ตื่นเต้นเกินไปน่ะ!”

ตอนนี้อารมณ์ของมู่จือเริ่มคงที่มาบ้างแล้ว “ฉันไม่รู้ว่าฉันเลือกถูกหรือเปล่าเนี่ย? พวกเราจะอยู่ด้วยกันได้ตลอดไปจริง ๆ เหรอ?”

ผมพยักหน้ายืนยัน พร้อมกับกุมมือของเธอแน่นขึ้นอีก “ได้! ได้อย่างแน่นอน ฉันก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีฉันอาจจะต้องเจอกับปัญหาที่ยากเกินรับมืออยู่บ้าง แต่ฉันจะจับมือของเธอเอาไว้ไม่ปล่อย และจะคอยปกป้องเธอตลอดไปเลย”

มู่จือยิ้มออกมาอีก คราวนี้มันเป็นยิ้มที่สวยจนทำให้โลกสดใสขี้นมาเลย ก่อนที่จะเอ่ย “นายต้องจำสิ่งที่นายพูดเอาไว้วันนี้ให้ดีนะ!”

ผมกำลังตะลึงอยู่ “มู่จือ! เธอยิ้มเมื่อกี้ เธอสวยมากเลยนะ!”

มู่จือถาม “มันจะสวยได้ยังไง? นายนี่มันจริง ๆ เลย ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่านายชอบฉันตรงไหนกันแน่”

ผมตอบโดยไม่ต้องคิด “ทุกตรงเลย!”

มู่จือจ้องผมแบบไม่เชื่อถือ แต่เธอก็ดูมีความสุขมาก “ฉันมีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ยังบอกนายไม่ได้ ถ้านายได้รับรู้มันในอนาคต ฉันหวังว่าพวกเราคงจะรับมือกับปัญหาที่จะตามมาได้” เธอถอนหายใจแล้วกล่าวต่อ “อันที่จริง ไหสุ่ยเหมาะสมกับนายมากกว่าฉัน เธอเป็นคนที่สวยมาก เกิดมาในตระกูลใหญ่ แล้วฉันก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอชอบนายมากจริง ๆ ทำไมนายไม่เลือกเธอล่ะ?”

จบบทที่ บทที่ 129 – มันเป็นความรักที่จริงใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว