เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 – ชวนไปกินข้าว

บทที่ 111 – ชวนไปกินข้าว

บทที่ 111 – ชวนไปกินข้าว


‘ไม่ดีแล้ว ตาเฒ่านั่นเห็นฉันแล้ว’ ผมโอดครวญในใจ ตอนที่นักเวทย์ชราเดินตรงมาทางผม มู่จือคงกลัวมาก เพราะเธอไม่กล้ามองมาทางผมเลย

ถ้าโดนจับได้ ผมไม่รอดแน่ ๆ! ปัญหาใหญ่แน่นอน! แล้วผมจะทำยังไงดี? จะซ่อนโพยนี่ก็ไม่ทันแล้ว เอาน่า! ไหน ๆ โอกาสรอดก็ต่ำอยู่แล้ว เอาแบบคาดไม่ถึงไปเลยก็แล้วกัน!

ผมยืดตัวให้หลังตรงขี้น มองไปที่อาจารย์ที่กำลังเดินเข้ามา หยิบกระดาษแผ่นนั้นไว้ในมือ ยกมันขึ้นมาที่ระดับใบหน้าของตัวเอง แล้วใช้มันสั่งน้ำมูกอย่างแรง! แน่นอนผมเจตนาปล่อยมือให้มันลอยไปตกอยู่ที่มุมห้องเลย อาจารย์ได้แต่จ้องมาที่ผม เขาไม่กล้าเดินไปเก็บหลักฐานการโกงสอบของผมขึ้นมา!

เขาได้แต่หันหลังแล้วเดินกลับไป เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ? ผมระบายลมหายใจออกมายาว ๆ มู่จือที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะคิกคักออกมา ดูเหมือนเธอจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว เธอหัวเราะจนตัวติดกับโต๊ะเลยทีเดียว

ผมกระซิบเตือนเธอ “ระวังอย่าให้น้ำลายเปื้อนข้อสอบล่ะ” มู่จือถึงกับหยุดหัวเราะทันที ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วรีบทำข้อสอบต่อทันที

ส่วนผมมองดูข้อสอบของตัวเอง เพราะผมลอกคำตอบลงไปได้ค่อนข้างเร็ว ผมทำเสร็จไปเกือบ 7 ส่วนแล้ว น่าจะสอบผ่านแล้วล่ะ! หลังจากนั้นผมก็แค่ปล่อยใจให้ว่าง แล้วก็ตอบคำถามที่เหลือไปอย่างไม่คิดมาก เสร็จแล้วก็นั่งเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ รอให้มีคนมาเก็บข้อสอบกลับไป

แล้วก็หมดคาบในที่สุด หลังจากข้อสอบถูกเก็บไปหมดแล้ว ผมหันไปคุยกับมู่จืออย่างมีความสุข “ครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว ฮ่าฮ่า! ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือ อืม! ให้ฉันเลี้ยงข้าวกลางวันเป็นการตอบแทนเป็นไง?”

“นายเร็วมากเลยตอนนั้น!” เธอหันมาคุยตอบผม “อาจารย์ต้องโกรธมากแน่ ๆ คราวนี้ เขาต้องรู้อยู่แล้วว่านายลอกข้อสอบ แต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา!”

ผมยิ้มภูมิใจ “แน่นอน ฉันเก่งเรื่องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่แล้ว! แล้วเธอจะไปกินมื้อเที่ยงกับฉันมั้ยเนี่ย?”

คราวนี้เธอไม่ได้ปฏิเสธทันที แต่กลับคิดอยู่สักพักหนึ่ง “ก็ได้! แต่ฉันไม่ไปกินที่โรงอาหารของสถาบันนะ! ฉันอยากไปกินข้างนอก”

จะไปช้าทำไม! ผมรีบตอบทันที “ไม่มีปัญหา! ที่ไหนก็ได้ เธอเป็นคนเลือกว่าจะกินร้านไหน เดี๋ยวหลังจากเลิกเรียนแล้ว พวกเราค่อยออกไปกัน!”

“นายพูดเองนะ! เตรียมเงินไปเยอะ ๆ เลยล่ะ” มู่จือพูด “ฉันกินจุมากรู้มั้ย?”

‘เธอจะกินจุกว่าฉันได้ยังไง? ฉันคือถังใส่ข้าวธาตุแสงผู้มีชื่อเสียงนะ ฮิฮิ! เรามาลองดูกันได้ว่าใครจะชนะ’ ผมเกือบหลุดพูดกับเธอไปแบบนั้นแล้ว แต่ยั้งไว้ทัน “ไม่มีปัญหา! ฉันสัญญาว่าจะให้เธอกินจนเธอพอใจเลย”

เธอยิ้ม “ดีเลย! มันก็นานแล้วเหมือนกันที่ฉันไม่ได้กินอาหารดี ๆ ฉันจะหาของอร่อย ๆ กินให้เยอะ ๆ เลย”

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เรียนไปทั้งเช้าแล้ว เธอยังไม่ได้โกรธผมแม้แต่ครั้งเดียว! หลังจากเลิกเรียนแล้ว ผมตามเธอออกไปนอกสถาบัน ผมเริ่มแปลกใจที่เดินกันมาตั้งนานแล้ว ยังไม่ถึงที่หมายสักที

ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นี่! สุภาพสตรีตัวน้อย! เธอจะพาฉันไปไหนกันเนี่ย?”

เธอยิ้มให้ผมอย่างมีลับลมคมใน “ทำไม? นายกลัวหรือไง? หรือว่าฉันจะปล้นเอาเงินของนาย? นายเป็นคนบอกเองว่าจะเลี้ยงข้าวฉัน เพราะฉะนั้นหยุดถามวุ่นวายได้แล้ว ตามมาเงียบ ๆ”

ผมรีบรับคำ “ก็ได้ ๆ ตามก็ได้!” ผมเป็นเมธีเวทย์นะ ผมไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว!!

แล้วเราก็ถึงจุดหมายในที่สุด แต่มันดูไม่เหมือนเป็นร้านอาหารเลย! สถานที่ที่มู่จือพาผมมา มันประดับตกแต่งด้วยทองคำและหยกอย่างสวยงาม ผมว่ามันเทียบกับวังหลวงได้เลยล่ะ ถึงผมจะไม่เคยไปวังหลวงมาก่อนก็เถอะ อือ! ไม่สิ! ผมเคยไปมาแล้ว แต่ของอีกอาณาจักรหนึ่ง เอาน่ะ! เอาเป็นว่ามันหรูหรามากจริง ๆ ชื่อของสถานที่นี้เขียนด้วยตัวหนังสือสีทองตัวใหญ่ ‘หยกปริ่มน้ำ’ พนักงานต้อนรับที่ประตูทักทายกับพวกเรา “คุณชาย! คุณหนู! พวกท่านมาทานอาหารใช่หรือไม่?”

มู่จือพยักหน้าให้ “หาโต๊ะเงียบ ๆ สำหรับสองคนให้ด้วย”

พนักงานต้อนรับรีบรับคำ “รับทราบครับ! เชิญท่านทั้งสองเข้ามาก่อน” การบริการยอดเยี่ยม แต่ว่า! นี่ก็ทำให้คาดเดาราคาได้เลย เราเดินตามพนักงานต้อนรับเข้ามาในภัตตาคารหยกปริ่มน้ำแล้ว

ว้าวว!!! ข้างในนี่ดูหรูหรากว่าข้างนอกอีก พรมบนพื้นนี่น่าจะมาจากแหล่งที่มีชื่อเสียง และมีค่ามาก การประดับตกแต่งเต็มไปด้วยทองคำและหยก พนักงานต้อนรับพาพวกเราไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างบนชั้นสอง ถึงกับดึงเก้าอี้ออกให้เรานั่งเลยทีเดียว ก่อนจะเอ่ย “กรุณารอสักครู่! เดี๋ยวจะมีพนักงานมารับรายการอาหารครับ”

ตามความคาดหวังของร้านระดับนี้ เพียงครู่เดียว พนักงานสาวสวยเดินเข้ามายื่นรายการอาหารให้พวกเรา เพื่อแสงให้เห็นถึงความเป็นสุภาพบุรุษ ผมไม่ได้เหลือบตาดูเมนูเลย แค่ยื่นมันต่อไปให้มู่จือ แล้วทำท่าบอกให้เธอเป็นคนสั่งอาหาร

มู่จือก็ไม่ได้แสดงอาการอิดออดอะไร รับรายการอาหารไปเปิดดู กวาดตาผ่านหน้าแรกลวก ๆ แล้วก็พลิกไปหน้าที่สอง หลังจากดูทั้งหมดแล้ว ก็ส่งแผ่นรายการอาหารนั้นกลับให้พนักงาน “ฉันต้องการอาหารที่อยู่บนสองหน้าแรกมาอย่างละจาน แล้วเอาหยกปริ่มน้ำมาด้วยเหยือกหนึ่ง”

อาการตะลึงปรากฏขึ้นบนหน้าของพนักงานสาวคนนั้น “มากขนาดนั้น? พวกท่านทั้งสองสามารถทานได้หมดหรือไม่? พวกเราไม่อนุญาตให้ยกเลิกรายการอาหารที่สั่งไปแล้วนะคะ”

มู่จือขมวดคิ้วใส่ “แค่ส่งอาหารขึ้นโต๊ะมา! เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากินไม่หมด?” พนักงานต้อนรับได้แต่รับคำ แล้วถอยออกไปพร้อมกับรายการอาหาร

ผมถาม “หยกปริ่มน้ำคืออะไร? มันไม่ใช่ชื่อของภัตตาคารหรือ?”

มู่จือตอบ “นายไม่รู้? หยกปริ่มน้ำเป็นเครื่องดื่มที่เลื่องชื่อของที่นี่ บอกให้ถูก! ก็คงต้องบอกว่าที่นี่มีชื่อเสียงก็เพราะเจ้าหยกปริ่มน้ำนี้แหละ เจ้าของภัตตาคารถึงกับเปลี่ยนชื่อร้านให้เหมือนกับชื่อเครื่องดื่มเลยล่ะ”

อ้อ! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง “ดูเหมือนเธอจะคุ้นเคยกันที่นี่มาก เธอมาบ่อยเหรอ?”

“ใช่! ฉันมากินที่นี่บ่อย ๆ แต่ช่วงหลังฉันใช้เงินที่นำมาจากที่บ้านหมดแล้ว เลยไม่มีทางเลือก ได้แต่กินอาหารในโรงอาหารของสถาบัน”

“เธอชอบกินถึงขนาดใช้เงินทั้งหมดไปกับอาหารเลยเหรอ?” ผมออกจะประหลาดใจ ถึงผมจะเป็นคนรักการกินเหมือนกัน แต่ยังไม่ถึงขนาดนั้น!

มู่จือหน้าแดงตอนที่ตอบ “ใช่แล้ว! ฉันรู้สึกดีที่ได้กินของอร่อย โดยเฉพาะอาหารของพวกมนุษย์ มันยอดเยี่ยมมาก!”

“อาหารของพวกมนุษย์? เธอไม่ใช่มนุษย์หรือไง?”

เหมือนรู้ตัวว่าหลุดพูดบางสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เธอแกล้งดุผมเป็นการกลบเกลื่อน “นายสิที่ไม่ใช่มนุษย์! ตอนนี้เรามากินอาหารนะ ทำไมถามอะไรมากนัก? กลัวไม่มีเงินจ่ายหรือยังไง?”

ผมยอมแพ้ทันที “ตกลง! ๆ ไม่ถามแล้ว ๆ”

อาหารถูกส่งมาแล้ว ผมรู้แล้วว่าทำไมพนักงานสาวนั่นถึงกลัวว่าเราจะกินกันไม่หมด มู่จือสั่งมาหลายอย่างมาก จนกระทั่งโต๊ะตัวเดียวไม่พอวางอาหาร ต้องนำโต๊ะอีกตัวมาเพิ่ม แล้ววางอาหารลงไปอีกครึ่งโต๊ะ!

ผมตกใจหน่อย ๆ “อาหารเยอะจัง! จะกินหมดมั้ยนี่? น่าเสียดาย”

มู่จือบุ้ยปากให้ผม “ใครจะปล่อยให้มันเหลือ? รีบลงมือเถอะ! เดี๋ยวอาหารเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย” หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็ลงมือแล้ว เริ่มต้นด้วยกุ้งตัวใหญ่ มันถูกส่งเข้าปากเธออย่างร่าเริง “อร่อยมาก!! มันนานมากแล้วจริง ๆ ที่ฉันไม่ได้มากินที่นี่ นี่มันเยี่ยมที่สุดเลย!”

ในเมื่อมื้อนี้ผมเป็นเจ้ามือ ผมต้องเป็นคนจ่ายเงิน! มันคงดูไม่ดีถ้าผมไม่กินอะไรเลย! แล้วผมก็หยิบแก้วสีเขียวที่ใส่หยกปริ่มน้ำขึ้นจิบ อืม!! ของดี! มันให้ความสดชื่นดีมาก และมีความเย็นหน่อย ๆ เครื่องดื่มเย็นนั่นไหลลงสู่ท้องของผม แล้วกระจายออกไปทั่วร่าง มันเย็น ๆ หวาน ๆ ยอดเยี่ยมทีเดียว ผมชอบแฮะ!

ผมกล่าว “งั้นฉันจะเริ่มกินแล้วนะ” แล้วผมก็ปล่อยตัวเองให้จมลงไปในกองอาหารทันที จานนี้ดูน่าอร่อย กลิ่นใช้ได้ อืม! รสชาติเยี่ยม จานนี้ก็ยอด อา!! เมื่อผมเริ่มแล้ว แน่นอนมันจะหยุดไม่ได้ แล้วอาหารก็อร่อยมากจริงๆ มู่จือเลือกร้านได้ไม่เลว! แล้วในที่สุดจานอาหารก็ถูกเปลี่ยนเป็นจานเปล่าทีละจาน ๆ

จบบทที่ บทที่ 111 – ชวนไปกินข้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว