- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 804: การจัดลำดับ
บทที่ 804: การจัดลำดับ
บทที่ 804: การจัดลำดับ
#ช่วงเช้า
เจียงหยวนเดินสบาย ๆ เข้ามาทำงานที่กองสืบสวนอาชญากรรม สน.เขตเฉียนจิ้น
สมาชิกของทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าฯ ก็ตามมาพร้อมๆ กัน—คนยี่สิบกว่าคนเดินกันมาอย่างครึกครื้น ล้วนเป็นคนหนุ่มสาว สวมใส่เสื้อผ้าที่เนี้ยบจนออร่าพุ่ง แต่ละคนเดินเชิดหน้าดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจ
“ถ้าตอนนี้มีโจรกระจอกวิ่งราวข้างถนนแล้วถูกพวกเราจับได้จัง ๆ ล่ะก็ โคตรเท่เลย” มู่จื้อหยางพูดพลางส่ายหัวไปมา ถ้าเขาไม่ได้ถูกระงับไม่ให้มีหางงอกออกมาจากก้นได้ล่ะก็ ป่านนี้เขาคงฟาดหางใส่ร้านค้าแผงลอยทั้งสองข้างทางกระจุยไปแล้ว
“โจรวิ่งราวในเมืองชิงเหอไม่เหมือนที่อื่น เพราะสถานการณ์ความสงบในสังคมมันพังลงชั่วข้ามคืน” เจียงหยวนก็กำลังคิดเรื่องจะกวาดจับกุมคดีเล็ก ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ชิงเหอไม่เหมือนปักกิ่ง โจรตัวเล็ก ๆ ในปักกิ่งส่วนใหญ่ตั้งใจหาเลี้ยงชีพด้วยการก่ออาชญากรรม แต่โจรในเมืองชิงเหอจำนวนมากเป็นโจรเพราะทำมาหาเลี้ยงชีพได้ไม่พอต่างหาก
ความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มนี้คือ โจรในชิงเหอส่วนใหญ่เป็น “มือใหม่” ยังอยู่ระดับล่างของโลกอาชญากรรม จับมาได้ก็สาวไม่ถึงอาชญากรระดับกลางจนถึงตัวใหญ่สุดได้
หลิวจิ่งฮุ่ยเดินมาด้วยกันและพูดว่า “นายวิเคราะห์ถูกต้องเลย จะให้สืบจากคดีเล็ก ๆ ไปคดีใหญ่ในชิงเหอยังน่าจะยาก ยิ่งช่วงสองปีหลัง พวกเราก็กวาดล้างทุกเมืองทุกเขตของชิงเหอไปแล้ว คนร้ายที่เติบโตจากคดีเล็ก ๆ และใกล้ชิดกับสังคมส่วนใหญ่ก็แทบจะใช้ชีวิตต่อไปยากแล้ว”
หลิวจิ่งฮุ่ยดูภูมิใจมากเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แม้เขาจะเป็นคนของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะระดับมณฑล แต่ในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา—เขาก็ตะลุยตามเจียงหยวนมาโดยตลอด ซึ่งทางกรมมณฑลก็ไม่ได้ว่าอะไร
สำหรับตำรวจแล้ว...ผลงานคืออำนาจในการต่อรอง ถึงหลิวจิ่งฮุ่ยจะลงลึกแค่เมืองเดียว แต่ถ้าเขาสามารถขุดรากถอนโคนอาชญากรในเมืองนี้ได้ เมืองอื่น ๆ ก็เบาลง—ถือว่าเป้าหมายของกรมมณฑลก็บรรลุผลแล้ว
หลิวจิ่งฮุ่ยและคนอื่น ๆ ก็ได้รับความรู้สึกถึงความสำเร็จอย่างมหาศาลจากเรื่องนี้เช่นกัน
เช่นเดียวกับเมืองชิงเหอ ที่มีคดีใหญ่ ๆ อย่างกลุ่มเจี้ยนหยวน รวมถึงคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมาย ซึ่งหลิวจิ่งฮุ่ยล้วนเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งนั้น ดังนั้นเมื่อความสงบเรียบร้อยในสังคมพัฒนาไปได้ดีขนาดนี้...เขาก็ย่อมมีเรื่องให้ภาคภูมิใจเป็นธรรมดา…
#
วื๊นนนน…
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งค่อย ๆ ขับเข้ามาจากระยะไกล
มีชายสองคนนั่งซ้อนหน้า–หลัง คนนั่งซ้อนหลังวางเท้ายันบนที่พักเท้าทั้งสองข้าง ส่วนคนขี่เหยียดหลังตรง ราวกับเกร็งไปทั้งตัว
หลิวจิ่งฮุ่ยเห็นท่าทางของพวกเขา ก็ร้อยเรียงเรื่องราวในหัวได้ทันที: ‘ความเร็วของรถไม่มาก ดูเหมือนจะเป็นเพราะสภาพถนน แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาวิ่งกลางถนนได้และเร่งความเร็วได้มากกว่านี้ ท่าทางภาษากายทั้งคู่อยู่ในโหมด ‘ตึงเครียด’ แต่กลับขี่ช้า บวกกับทั้งสองก็ไม่แม้แต่จะคุยกัน… ไล่เรียงจากอาการพวกนี้ สรุปได้ไม่ยากว่า…’
“ฟันธง! พวกวิ่งราวไงล่ะ” อู๋จุนเฮาที่เดินหลังสุดก้าวขึ้นมาบังเจียงหยวนเล็กน้อย โชว์ท่อนแขนใหญ่เท่าขาหญิงสาวใส่ถุงน่องสีดำ ให้สัญญาณให้ลูกน้องจัดรูปขบวน
ในช่วงหลายปีก่อนที่อำเภอหนิงไท่ก็มีแก๊งวิ่งราว พวกคนหนุ่มสาวที่เรียนรู้วิธีมาจากพื้นที่แถบชายฝั่งก็พากันขับรถตะลุยไปทั่วเมือง หลังจากถูกสกัดและจับกุมไปหลายระลอก...พวกเขาก็เริ่มใช้วิธีการรบแบบกองโจรและเหมือนว่าคนหนุ่มสาวหลายคนก็เห็นดีเห็นงามกับการทำงานเดือนละครั้ง
อู๋จุนเฮากับทีมสืบสวนที่หนึ่งของเขาถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรกเพื่อรับมือกับอาชญากรที่พึ่งพาพละกำลังในการก่อเหตุ พวกเขาเองก็เป็นกลุ่มที่เพิ่มพลังกายเช่นกัน แต่มีจำนวนมากกว่า มีอุปกรณ์ที่ดีกว่า และฝึกฝนยุทธวิธีมากกว่า
ดังนั้น...แม้สมาชิกทีมหนึ่งจะยังคงอยู่ในช่วงสลึมสลือกับการมาทำงานแต่เช้าตรู่ แต่พออู๋จุนเฮาแกว่งแขนหนา ๆ ของเขาเล็กน้อย สมาชิกทีมหนึ่งก็เข้าประจำจุดเหมาะสมในพริบตา
หลิวจิ่งฮุ่ยยังคงประหลาดใจเล็กน้อย เขามองไปที่แก๊งวิ่งราวที่ดูเหมือนกำลังเตรียมจะฉกกระเป๋า แล้วถามอู๋จุนเฮาว่า “คุณรู้ได้ไงว่าพวกเขาจะวิ่งราว?”
“มองแวบเดียวก็รู้แล้วไอ้พวกหมานี่มันมีท่าทางเหมือนกันหมด พอเห็นบ่อย ๆ แค่ยกมือก็รู้แล้วว่าพวกมันจะทำอะไร” อู๋จุนเฮาพูดด้วยความสบายใจอย่างยิ่ง ในตอนนี้เขามีความเย่อหยิ่งราวกับว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม
หลิวจิ่งฮุ่ยยังอยากจะถามต่ออีกสองสามคำ แต่ก็ได้ยินเสียง "ว้าย!" ดังขึ้นข้างหน้า—เป็นเสียงของผู้หญิงที่ถูกคนร้ายฉกกระเป๋าไป
ตำรวจนายหนึ่งที่ซุ่มอยู่ใกล้ ๆ พุ่งตัวออกไปโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ
“ไป ไป ไป” ชายหนุ่มบนมอเตอร์ไซค์หัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ” พวกเขาคิดว่าตำรวจที่วิ่งไล่ตามมาเป็นแค่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์
มอเตอร์ไซค์เพิ่งจะเร่งความเร็วได้ไม่นาน ตำรวจจากทีมหนึ่งอีกนายหนึ่งก็พุ่งตัวออกมาจากอีกด้านหนึ่ง
คนขี่มอเตอร์ไซค์หัวเราะเยาะแล้วบิดหลบอย่างไม่ใส่ใจ
คนซ้อนยันตัวยืนครึ่งหนึ่ง ชี้หน้าตำรวจที่พุ่งมา “อย่ามีเรื่องดีกว่า ใครกล้าเข้าใกล้ กูฟัน!”
ปัง!
คนที่ลงมือจริง ๆ คือตำรวจคนที่สาม เขาซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นสนที่มีพุ่มหนาแน่น รอให้มอเตอร์ไซค์เลี้ยวโค้งมาพอดีก็กระโดดถีบมอเตอร์ไซค์ล้มระเนระนาดทันที
คนซ้อนพลิกตัวลุกขึ้นยืน พร้อมกับดึงมีดขนาดเล็กออกมาจากด้านหลังเพื่อเตรียมพร้อม
จะหนีก็หนีได้ แต่รู้สึกแค้นและอยากจะออกแรงต่อสู้สักหน่อย
คนขี่มอเตอร์ไซค์กำลังลุกขึ้น แต่พอเห็นกางเกงตำรวจที่วิ่งกรูกันเข้ามา—เขาก็ปล่อยมือจากรถทันที
เขากวาดตามองซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง...ก็พบว่ากางเกงสีน้ำเงินกำลังล้อมเข้ามาทุกทิศแล้ว
ชายคนนี้คิดอยู่แวบหนึ่งก็กระชากมีดจากมือเพื่อน ปักกับพื้น แล้วโผกอดเพื่อนตะโกนลั่น “ผมช่วยพวกคุณจับมันไว้แล้ว!”
โจรแตกคอกันเองไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเขาทำแบบนี้ในระหว่างวิ่งราวก็อาจนับได้ว่า “ยับยั้งการกระทำความผิดด้วยตนเอง” และอาจได้รับการพิจารณาลดหย่อนหรือยกเว้นโทษด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่เวลานี้ “การลักทรัพย์สำเร็จ” ไปแล้ว กระเป๋าอยู่ในมือ—แปลได้แค่ “สำนึกผิดหลังความผิดสำเร็จ” เท่านั้น
อู๋จุนเฮาคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้เป็นอย่างดี ทีมหนึ่งของเขาออกไปจับกุมทีไร มักจะเจอผู้กระทำความผิดที่แสดงท่าทีสำนึกผิดอยู่เสมอ
“เอาล่ะ! ลากไปทำงานด้วยกันเลย! เหมือนหิ้วอาหารเช้าไปกินด้วย” อู๋จุนเฮาพูดพลางเลียริมฝีปาก ในสายตาของโจรทั้งสอง—เขาดูไม่ต่างจากปีศาจ
เจียงหยวนยังรู้สึก “แอบสะใจ” นิด ๆ
เมื่อเทียบกับการสืบสวนทางเทคนิค การปฏิบัติการจริงมักจะทำให้เลือดสูบฉีดได้ง่ายกว่า ไม่แปลกที่ชายชาตรีผู้เล่นกล้ามอย่างอู๋จุนเฮาและคนอื่น ๆ ในทีมอยากจะออกไปวิ่งเล่นข้างนอกตลอดเวลา
#
ทว่าอู๋จุนเฮายังไม่เดินต่อทันที—แต่เหลือบไปมองรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกล
ไม่นาน คนในรถก็เดินลงมา
“เอ่อ...พวกเราเป็นตำรวจสืบสวนจากเมืองจี้โจวครับ ผมชื่อ ‘หลี่จี้กวาน’ พอดีเห็นพวกคุณกำลังจับโจรเลยยังไม่กล้ารบกวน--ตาไวมากครับ” แต่ละคนแนะนำตัวพร้อมโชว์ “กางเกงสแลคมันวาว” (ชุดเครื่องแบบตำรวจ) ทำให้บรรยากาศคลายลง
“พวกคุณมาทำอะไรกันที่นี่?” อู๋จุนเฮาปล่อยโจรตัวเล็กทั้งสองไว้ด้านหลังแล้วแนะนำตัวเองพลางซักถามต่อ
“เรามีผู้ต้องหาหลบหนีคาดว่าน่าจะหนีมาที่ชิงเหอครับ วันนี้มาถึงแล้วตั้งใจว่าจะเข้าไปหาพวกคุณตอนบ่าย…” หลี่จี้กวานอธิบาย
“พวกเราก็ไม่ใช่ตำรวจท้องถิ่นหรอก” อู๋จุนเฮาขัดจังหวะหลี่จี้กวาน “พวกเรามาจากหนิงไท่”
“หนิงไท่ ผมรู้จักครับ! เจียงหยวนแห่งหนิงไท่ ดุดันและร้ายกาจสุดขีด!” หลี่จี้กวานพูดพร้อมหัวเราะร่วมกับเพื่อนร่วมงาน
อู๋จุนเฮาและคนอื่น ๆ—ไม่ขำด้วย...
ในฐานะตำรวจสืบสวน...หลี่จี้กวานรู้ตัวว่าพลาด แต่พอมองไปข้างหน้าเห็นชัดก็รีบถามว่า “นี่คือคุณเจียงหยวนแห่งหนิงไท่ ใช่ไหมครับ?”
“ผมเอง สวัสดีตอนเช้าครับ” เจียงหยวนเมื่อถูกจำได้ก็ทักทายกลับ
หลี่จี้กวานแสร้งทำหน้าเก้อและรีบอธิบายว่า “พวกเราไม่ทราบมาก่อน… ไม่นึกว่าจะได้พบกับเจียงหยวนแห่งหนิงไท่ที่นี่ หนิงไท่อยู่ในเมืองชิงเหอใช่ไหมครับ? คุณหมอเจียงย้ายมาที่ชิงเหอแล้วเหรอครับ?”
“แค่มาช่วยทำคดีสองสามคดีเท่านั้นครับ” เจียงหยวนและคนอื่น ๆ เดินไปด้วยพูดไปด้วย
หลี่จี้กวานก็ไหลตามบทสนทนาอย่างคล่อง เพื่อนร่วมทีมที่มาด้วยก็พูดรับส่งกันเป็นครั้งคราว
#
พวกเขาเดินมาถึงกองสืบสวนสอบสวน ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดเครื่องแบบตำรวจเดินเข้ามาต้อนรับ
“หัวหน้าเจียง ในที่สุดคุณก็กลับมาเสียที” ฉุยเสี่ยวหู่จับมือเจียงหยวนแล้วไม่ยอมปล่อย
ต้องบอกว่าช่วงสองวันที่ผ่านมาฉุยเสี่ยวหู่มีความสุขมาก
การทำงานในกระทรวงส่วนกลาง ย่อมเป็นที่ชื่นชมสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้า แต่ในชีวิตประจำวันของพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับระดับรากหญ้ามากนัก
ในครั้งนี้ การที่ฝ่ายมาเลเซียยอมลดท่าทีลงมาและประสานงานกับกระทรวงส่วนกลางอย่างกระตือรือร้นได้กระตุ้นความสนใจของผู้นำหลายท่าน
ฉุยเสี่ยวหู่เป็นผู้ประสานงานด้วยตนเองก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยมของฝ่ายมาเลเซีย
“เจียงหยวน...คุณได้กอบกู้ศักดิ์ศรีครั้งยิ่งใหญ่ให้กับพวกเราจริง ๆ” ฉุยเสี่ยวหู่ตั้งใจตะโกนเสียงดัง—เรื่องแบบนี้ยิ่งมีคนรู้มากเท่าไหร่เจ้าตัวก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
หลี่จี้กวานและคนอื่น ๆ ที่มาด้วยต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงตามที่คาดหวัง
และในระหว่างการแสดงนี้หลี่จี้กวานและคนอื่น ๆ ก็เหมือนตระหนักว่า เรื่องมัน ‘น่าตกตะลึง’ จริง!
“เจียงหยวน ทางมาเลเซียอยากจะร่วมมือกับคุณอีกสองสามคดี…” ฉุยเสี่ยวหู่ดึงเจียงหยวนไว้แล้วพูดว่า “ตอนนี้มีสองแนวทาง คือหนึ่ง—ให้ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ในสำนักงานตำรวจของพวกเขาพร้อมเงินเดือน กับสอง—คือร่วมมือกันทำคดีภายใต้ชื่อของกระทรวงส่วนกลาง…”
ฉุยเสี่ยวหู่เล่าอย่างละเอียด น้ำเสียงของเขามีความคาดหวังเล็กน้อย
หลี่จี้กวาน และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็ตกตะลึง! พวกเราก็ทำงานเหมือนกันแต่ทำไมความแตกต่างมันช่างใหญ่หลวงขนาดนี้?
ฉุยเสี่ยวหู่ก็จงใจรั้งพวกเขาไว้เพราะคนยิ่งเยอะ เจียงหยวนก็ยิ่งตัดสินใจได้ง่ายขึ้น…
“ผู้กำกับหวงว่ายังไงบ้างครับ?” เจียงหยวนไม่ได้รับผลกระทบเลย
“นี่… ผู้กำกับหวงยังคงแนะนำให้ทำไปทีละคดีครับ” ฉุยเสี่ยวหู่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าเมื่อเจียงหยวนถามแบบนี้การตัดสินใจของหวงเฉียงหมินก็จะไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว
แต่เจียงหยวนกลับพยักหน้าในตอนนี้ แล้วพูดว่า “ถ้างั้นก็ให้ทางมาเลเซียรวบรวมคดีมาให้ผมดู แต่ตอนนี้ผมเตรียมพร้อมที่จะทำคดีของชิงเหอแล้ว คดีของพวกเขาต้องเอาไว้ทีหลังนะครับ”
“อ้า… ได้ครับ” ฉุยเสี่ยวหู่ทำได้เพียงตอบตกลง
ในขณะนั้น เหลยซิน—หัวหน้ากองสืบสวนสอบสวนเขตเฉียนจิ้นก็อดไม่ได้ที่จะยืดอกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล: ‘คาดไม่ถึงเลยว่าคดีของผมจะถูกจัดอยู่ในลำดับแรก’
----------
(จบบทที่ 804)