เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 - กลับบ้าน

บทที่ 92 - กลับบ้าน

บทที่ 92 - กลับบ้าน


หลังจากที่เราบอกลาเอลฟ์ธรรมชาติที่เป็นมิตรเหล่านั้นแล้ว พวกเราเริ่มมุ่งหน้ากลับบ้าน เราเดินทางมาอย่างไร้ปัญหาใด ๆ จนถึงชายแดนของอาณาจักรซิวต้า นอกจากผมแล้ว ทุกคนที่เหลือมีความรู้สึกถึงความผูกพันขึ้นมา แน่ล่ะพวกเขากลับมาถึงอาณาจักรบ้านเกิดของพวกเขาแล้ว

หลังจากผ่านไปอีก 3 วัน พวกเราหยุดอยู่บนทางแยกใหญ่แห่งหนึ่ง ถนนสายหนึ่งนำไปสู่เมืองซิวต้า ส่วนอีกเส้นจะมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรอ้ายเซี่ย มันถึงเวลาต้องแยกย้ายแล้ว

พี่ใหญ่จ้านหู่เป็นฝ่ายเริ่ม “จางกง! เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีล่ะ ข้าจะเดินทางไปเมืองซิวต้ากับคนที่เหลือ หลังจากเยี่ยมท่านพ่อกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวแล้ว ข้าจะกลับไปที่หมู่บ้านโจร แล้วจะเริ่มฝึกฝนอยู่ที่นั่น”

ผมตอบกลับ “พี่ใหญ่! พี่ก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน หลังจากที่ผมกลับไปที่อ้ายเซี่ยแล้ว ผมก็จะฝึกฝนให้เต็มที่ อีกประมาณ 3 ปี ช่วงนั้นผมน่าจะแข็งแกร่งพอที่จะตามหาสิ่งสืบทอดของพระเจ้าแล้ว ผมจะกลับมาหาพี่ก่อน”

“ทุกคนต้องพยายามให้เต็มที่! จางกง! หลังจากนี้ 3 ปี พวกเราเจอกันใหม่ที่ซิวต้า!” ซิวซือกล่าว

ผมพยักหน้ารับ ขอบตาของผมเริ่มชื้นหน่อย ๆ “ได้เลย! ตอนที่พวกนายกลับไปถึงแล้ว ฝากทักทายอาจารย์เหวินให้ฉันด้วยนะ ตงรื่อ! นายก็ควรหยุดคิดว่าตัวเองไม่มีค่าได้แล้ว นอกจากพวกเรา ไม่มีใครอื่นในโลกนี้แล้วที่ได้รับการสืบทอดอาวุธเทพ พวกเรายิ่งใหญ่ยอดเยี่ยม แน่นอนน้องสาวหงเสวียเป็นเด็กดี นายต้องทำดีต่อเธอด้วย”

ตงรื่อกอดไหล่ผม “จางกง! ขอบใจนายมาก ฉันจะคิดถึงนาย! ระหว่างทางกลับบ้านก็ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ” เขาน้ำตาซึมออกมานิดหน่อย

พวกเรารวมตัวกันเป็นครั้งสุดท้าย ผมสูดลมหายใจเข้ามาเต็มปอด พยายามกลั้นน้ำตา ก่อนที่จะกล่าวลากับพวกเขา “ทุกคนดูแลตัวเอง! หน่วยรบศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรานั้นยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ”

หลังจากที่พูดจบ ผมหมุนตัวกลับไปทางอาณาจักรอ้ายเซี่ย และเริ่มออกเดินไปบนถนนที่มุ่งหน้าไปทางนั้น น้ำตาที่ผมกลั้นไหวมันเริ่มไหลออกมา

มันยังเหลือเวลาอีก 3 เดือนถึงจะครบเวลา 2 ปีที่ผมนัดหมายกับอาจารย์ตี้ไว้ ตอนนี้ความคิดแรกในหัวของผมก็คือกลับบ้านไปหาพ่อแม่ของผมก่อน มันก็เกือบ 2 ปีแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้เจอพวกเขา ผมคิดถึงพวกเขามากเหมือนกัน

ด้วยความที่เป็นผมตัวคนเดียว ผมพยายามเดินทางให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คน ผมจะใช้การเคลื่อนย้ายระยะใกล้ทันที มันน่าจะใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันในการเดินทางไปเมืองเซินเคอ ผมจะเจอพ่อกับแม่เร็ว ๆ นี้แล้ว เดี๋ยวก่อน! ผมต้องหาของฝากให้พวกเขาด้วยสินะ เพื่อพ่อกับแม่ ผมเลยซื้อขนมที่แม่ชอบ กับผลไม้ที่พ่อชอบ จากร้านที่พวกเขาคุ้นเคยในเมืองเซินเคอกลับไปฝากพวกเขา แน่นอนผมถือกลับไปบ้านเองกับมือเลยนะ

ในที่สุดผมก็กลับมาถึงหมู่บ้านที่คุ้นเคย เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมองมาที่ผมอย่างสงสัย มันเห็นได้ชัดว่าในสายตาพวกเขาผมเป็นคนจากนอกหมู่บ้าน

อ๊ะ! นั่นใครยืนอยู่ตรงนั้น? รูปร่างท่าทางคุ้น ๆ ที่อยู่ห่างจากผมไปด้านหน้าประมาณ 50 เมตร เขาตัวสูง ดูมีร่างกายที่แข็งแรงบึกบึน มีเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็ก ๆ ดูหน้าตาสวยงามยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขาดูสนิทสนมกันดี

ผมรีบแอบวิ่งเข้าไปหา แล้วตบไหล่ของชายตัวใหญ่อย่างแรง เขาหันหลังกลับมาอย่างตกใจ “อ้าวเต๋อ! เป็นนายจริง ๆ”

เขามองผมอย่างสงสัย แล้วก็ค่อย ๆ เปลี่ยนท่าทีไป จากสายตาสงสัยกลายเป็นตกตะลึงในที่สุด “จางกง! นายเหรอ? เป็นนายจริง ๆ” พวกเรากอดกันอย่างตื่นเต้น

อ้าวเต๋อรีบพูด “ในที่สุดนายก็หาทางกลับบ้านเจอแล้ว แม่นายบ่นว่าคิดถึงนายอยู่ทุกวัน นายตัวสูงขึ้นนะ ดำขึ้นด้วย ฉันล่ะอิจฉานายที่ได้เข้าไปเรียนเวทย์มนต์ในเมืองหลวง”

สาวน้อยที่อยู่ข้างอ้าวเต๋อดึงเขาไปถาม “อ้าวเต๋อ! เขาคือใครเหรอ?” ตอนนี้เอง ผมเริ่มมองเธอแบบสังเกตชัด ๆ เธอเป็นสาวสวยคนหนึ่ง มีดวงตาที่กลมโตดูจริงใจ อยู่ในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนแสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่เล็กและบอบบาง เธอไว้ผมเปียที่ถักเป็นเส้นใหญ่และยาวทีเดียว

อ้าวเต๋อมองผมแล้วยิ้มอึกอัก ก่อนที่จะบอกผม “มา! เดี๋ยวฉันแนะนำให้รู้จักกัน นี่คือคนรักของฉันเองชื่อ    หงลั่วหยู ส่วนนี่คือเว่ยจางกง เขาเป็นเพื่อนสนิทของผมตั้งแต่เด็ก เป็นนักเวทย์ที่เก่งมาก”

ผมยิ้มให้อ้าวเต๋อก่อนจะยื่นมือของผมออกไป “สวัสดี เธอเรียกฉันว่าจางกงเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก”

ลั่วหยูจับมือผมอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะทักทายตอบ “สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

ผมปล่อยมือจากเธอ แล้วหันไปกระแทกหมัดใส่อ้าวเต๋อเบา ๆ “เจ้าอันธพาล ทำไมถึงหาคนรักสวย ๆ ได้กันนะ ฉันล่ะอิจฉาจริง ๆ!”

เขาหัวเราะเสียงดัง “นั่นถูกต้องเป็นอย่างมาก! ลั่วหยูเป็นถึงดาวโรงเรียนของพวกเราเลยนะ ฉันต้องพยายามตามตื้อเธออยู่ตั้งนานกว่าเธอจะตอบรับฉัน สภาพของนายดีกว่าฉันตั้งเยอะ นายน่าจะมีสาว ๆ มารุมไม่น้อยแน่ ๆ” หลังจากได้ฟังอ้าวเต๋อพูด ลั่วหยูปล่อยหมัดเข้าใส่เขาเหมือนกัน แต่คงจะแรงกว่าผมไม่น้อย เพราะอ้าวเต๋อถึงกับร้องลั่นทีเดียว

ส่วนผมได้แต่เกาหัวตัวเอง “ฉันก็ลืมคิดเรื่องนี้ไป เดี๋ยวรอให้ฉันเข้าสถาบันเวทย์มนต์ก่อน แล้วจะลองหาดูบ้าง ฮ่าฮ่า!”

“ฉันได้ยินจากแม่นายว่าอาจารย์ของนายให้ออกเดินทางหาประสบการณ์ เป็นยังไงบ้าง? การเดินทางไม่ได้ทำให้การเรียนของนายช้าลงใช่มั้ย?”

“นั่นมันไม่มีปัญหาอะไรหรอก การได้ออกไปท่องเที่ยวก็มีประโยชน์กับการเรียนของฉันเหมือนกัน เอาล่ะ! ฉันไม่รบกวนพวกนายแล้ว ฉันก็รีบจะกลับบ้านด้วย แล้วมากินข้าวเย็นด้วยกันสิ”

“ได้เลย! เดี๋ยวคืนนี้ฉันไปหานายที่บ้าน พวกเราพี่น้องออกไปหาอะไรดื่มกันหน่อยเป็นไง?”

เขาโดยลั่วหยูดึงหูทันที “นายไม่ได้รับอนุญาตให้ไปดื่ม! นายจะกลายเป็นพวกขี้เมาอยู่แล้ว!” เห็นอย่างนั้น ผมหัวเราะออกมา “พวกนายคุยกันไปนะ! ฉันไปก่อน” แล้วผมก็รีบหนีออกมา

ถึงหน้าบ้านแล้ว! แน่นอน! ผมเริ่มตะโกน “พ่อครับ! แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว! ผมกลับบ้านแล้ว!”

ประตูบ้านเปิด! แล้วแม่ก็เดินออกมาจากข้างใน หลังจากที่ไม่ได้เจอเธอมาเกือบ 2 ปี แม่ดูแก่ขึ้นเล็กน้อย “จางกง!! ลูกแม่! ในที่สุดลูกก็กลับมาบ้านจนได้ แม่คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” แม่เปิดประตูให้กว้างขึ้น แล้วตรงเข้ามากอดผมแน่น ผมรีบกอดเธอกลับ ก่อนจะกล่าวอ้อน “แม่! ผมก็คิดถึงแม่มากจริง ๆ” น้ำตาผมเริ่มไหล

พ่อของผมเดินตามออกมาติด ๆ ยิ้มกว้างเชียว “จางกง! ในที่สุดก็กลับบ้าน ตั้งแต่ลูกออกเดินทาง แม่เขาร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว บ่นคิดถึงลูกอยู่ทุกวัน”

“พ่อ” ผมปล่อยตัวแม่แล้ว รีบย้ายตัวเองไปกอดพ่อบ้าง พ่อเริ่มบ่น “พอแล้ว! แค่ลูกกลับบ้านมาก็ดีแล้ว มา! เข้าบ้านกันก่อน วันนี้บังเอิญพวกเราหยุดงานพักผ่อนพอดี ไม่อย่างนั้นต้องรอจนเย็นถึงจะเจอพวกเรา เดี๋ยวให้แม่เขาทำกับข้าวสัก 2-3 อย่าง พวกเราพ่อลูกมาดื่มกัน”

“เยี่ยมเลยครับ ผมคิดถึงฝีมือแม่มาตั้งนานแล้ว อาหารข้างนอกนั่นสู้ฝีมือแม่ไม่ได้เลย กินที่ไหนก็ไม่เหมือนกินข้าวบ้าน! ฝีมือแม่นี่ดีที่สุดแล้ว!”

หลังจากเข้ามานั่งในบ้านแล้ว พ่อผมเริ่มซัก “การเดินทางเป็นยังไงบ้าง? เจออะไรมาบ้าง?”

ผมเริ่มคิดคำตอบ “มันดีมากครับ ผมไม่ค่อยได้เจอปัญหาอะไรมากนัก มันสามารถพูดได้ว่าการเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จ” หลังจากนี้ ผมก็เริ่มเล่าประสบการณ์ในช่วงเวลาปีกว่า ๆ ให้พวกเขาฟัง แน่นอน! ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้ยินเรื่องอันตรายหรอก ผมจะทำให้พวกเขาไม่สบายใจทำไม?

ได้ยินที่ผมเล่าเรื่องออกมาแล้ว แม่กล่าวว่า “ดีแล้ว ๆ แค่กลับบ้านมาอย่างปลอดภัยก็ดีมากแล้ว”

“พ่อกับแม่! ทำไมไม่ไปเมืองหลวงกับผมล่ะ? ตอนนี้ผมแน่ใจว่าผมดูแลพ่อกับแม่ได้แล้ว” ผมถามพวกเขา

ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วบอกว่า “ไม่ดีกว่า! ลูกยังต้องเรียนหนังสือให้เต็มที่ แล้วแม่ของลูกกับพ่อก็ชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้ว อยู่ที่นี่มีเพื่อนอยู่เยอะแยะ เป็นคนดีกันทั้งนั้น อยู่ที่นี่น่าจะเหมาะสำหรับพวกเรามากกว่า”

ผมกำลังจะพยายามโน้มน้าวต่อ แต่แม่ตัดบทว่า “ลูกต้องแค่มาเยี่ยมพวกเราให้บ่อยหน่อยแค่นั้นเอง พวกเราไม่ไปเมืองหลวงแน่”

“ได้ครับ! แต่หลังจากที่ผมเข้าเรียนที่สถาบันเวทย์มนต์หลวงแล้ว อีก 2-3 ปีผมคงต้องออกเดินทางไปหาประสบการณ์อีกครั้งนะครับ”

จบบทที่ บทที่ 92 - กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว