เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 501: การเชื่อมโยง

บทที่ 501: การเชื่อมโยง

บทที่ 501: การเชื่อมโยง


#ช่วงเย็น

ขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มลงมือรับประทานบุฟเฟต์ “ฉางหยางอีฟนิ่งนิวส์” ก็ได้ลงข่าวเกี่ยวกับการกวาดล้างแก๊งค้ายาของหวงลี่กับหลี่เจี้ยนฟางได้ทั้งหมด

หลี่เจี้ยนฟางก็คือผู้ต้องสงสัยหมายเลข 17 ที่เจียงหยวนระบุตัวได้ ชายวัย 32 ปี หน้าตาธรรมดา ส่วนสูงธรรมดา ไม่แต่งงาน แต่มีคนรักถึง 5 คน และมีลูก 8 คน

จนถึงตอนนี้ เขาถือว่าเป็นสมาชิกแก๊งค้ายาที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากที่สุด

เมื่อพูดถึงคนนี้ หลิวจิ่งฮุ่ยก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ “จะว่าหมอนี่ค้ายาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังก็ไม่ใช่ เหมือนจะวางแผนไว้หมดแล้วด้วย สุดท้ายทรัพย์สินของคนอื่นถูกยึดหมด หรือไม่มีอะไรจะให้ยึด แต่หมอนี่มีลูกตั้ง 8 คน คุณคงไม่คิดจะยึดลูกเขาไปด้วยหรอกใช่ไหม”

มู่จื้อหยางที่นั่งโต๊ะเดียวกันตักข้าวใส่จาน แล้วราดน้ำซอสจากสตูว์เนื้อไวน์แดงเต็มๆ เดิมทีเขากำลังกินอย่างมีความสุข แต่พอได้ยินหลิวจิ่งฮุ่ยพูด ก็ทำหน้ายุ่ง “ผมไม่มีแฟนสักคน เขาเป็นพ่อค้ายาแต่มีเมียตั้ง 5 คน?”

“เขาให้ค่าครองชีพแฟนคนละแสนต่อเดือน วันเทศกาลก็มีของขวัญ นายจะเอาอะไรไปเทียบกับเขา” หลิวจิ่งฮุ่ยหัวเราะ ยกชาร้อนขึ้นจิบสองอึก

สำหรับหลิวจิ่งฮุ่ย บุฟเฟต์ของกรมตำรวจฉางหยางกินจนเบื่อเต็มทีแล้ว ขอแค่จิบชาเพื่อล้างท้องจะดีกว่า

แต่มู่จื้อหยางรู้สึกต่างออกไป เขาว่าบุฟเฟต์ของที่นี่อร่อยมาก กินไปก็บ่นฮึดฮัดไปว่า “เดือนละแสน เมีย 5 คน ก็ครึ่งล้านต่อเดือน พ่อค้ายานี่รวยจริง ๆ นะครับ”

“พวกที่สามารถค้ายาได้อย่างมั่นคงในเมืองหลวงของมณฑล มีน้อยมากหรอก จับกุมได้ครั้งนี้ทำให้บางคนมีความสุข แต่บางคนก็ต้องซวยไปเลยล่ะ...” หลิวจิ่งฮุ่ยหยุดไปนิดก่อนพูดต่อ “เอ้อ เสี่ยวมู่ คราวนี้นายได้ผลงานอีกแล้ว คาดว่าจะมีบางคนต้องอิจฉาเพราะผลงานของนายนี่แหละ”

“ได้ผลงานก็ยังหาเมียไม่ได้อยู่ดี ว่าแต่ถ้าพ่อค้ายาโดนประหารจริงๆ บรรดาเมียทั้งหลายกับลูกๆ คงไม่มีเงินใช้แล้วสิครับ?” มู่จื้อหยางยังเป็นห่วงความเป็นอยู่ของคนรวย

หลิวจิ่งฮุ่ยหัวเราะ “ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงให้ความร่วมมือดีขนาดนั้นล่ะ ก็กลัวว่าทรัพย์สินทั้งหมดของเขาจะถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ”

“แล้วทำให้ไม่ถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินผิดกฎหมายได้ด้วยหรือครับ?” มู่จื้อหยางประหลาดใจ

“ทรัพย์สินหลักๆ ยังไงก็ต้องถูกยึด แต่เขาคงมีการปรึกษาและวางแผนซ่อนทรัพย์สินไว้ก่อน ถ้าสุดท้ายไม่ถูกยึดก็ถือว่าโชคดี”

หลิวจิ่งฮุ่ยเองก็ไม่แน่ใจนัก พูดไปพลางก็เหลือบมองเจียงหยวน

“หมอนี่เดิมทีทำตัวเหมือนลูกน้องตัวเล็กๆ อาจจะรอดด้วยโทษประหารรอลงอาญาได้ แต่ตอนนี้จบแล้ว คงหวังแค่อยากจะเหลือเงินให้ครอบครัว”

ไม่แน่ว่าอาจจะมีทรัพย์สินที่ซ่อนไว้”  มู่จื้อหยางกลืนข้าวกับเนื้อลงไปแล้วพึมพำ

หลิวจิ่งฮุ่ย “อืม” หนึ่งครั้งแล้วพูดว่า “นั่นก็เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถจัดการได้แล้ว อีกอย่าง เราจะปล่อยให้ลูก 8 คนอดตายไม่ได้หรอก”

“บรรดาเมียของเขาก็มีมือมีเท้า หาเงินเองได้อยู่แล้ว” มู่จื้อหยางไร้ความเห็นใจ “ยาที่พวกเขาขาย ไม่รู้ทำลายชีวิตคนไปกี่คน บางทีอาจขายให้เด็กด้วยซ้ำ ลูกตัวเองได้กินได้ใช้เดือนละแสน แบบนี้สมควรซวยแล้ว”

#

หลิวจิ่งฮุ่ยไม่ตอบโต้ เพียงยกชาขึ้นจิบแล้วว่า “แปลกอย่างหนึ่งคือ โรงงานผลิตยาใต้ดินของพวกเขา ผลิตและขายยาเมทาควาโลนเป็นหลัก”

“เพราะแบบนั้นจึงขัดแย้งกับแก๊งของหวังซิงจ้าย จนบานปลายเป็นการฆ่ากันเหรอครับ?” เจียงหยวนต่อความคิดให้

“นั่นแหละที่แปลก ไม่มีเหตุจำเป็นต้องขัดแย้งแบบนี้เลย ยาเสพติดสมัยใหม่มีหลายชนิด เมทาควาโลนก็ไม่ใช่ที่ขายดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพามันขนาดนี้ อีกอย่าง นายคงจำที่ฉันเคยพูดได้ว่า เมทาควาโลนเป็นหนึ่งในยาเสพติดชนิดใหม่ที่ผลิตได้ค่อนข้างง่าย การควบคุมมันมักจะทำได้โดยการควบคุมวัตถุดิบเท่านั้น”

“วัตถุดิบอย่างกรดพี-อะมิโนเบนโซอิก เบนโซอิกแอซิด ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมาก” เจียงหยวนพยักหน้า

“ใช่ ถ้าสองแก๊งผลิตเมทาควาโลนเหมือนกัน เท่ากับเพิ่มความต้องการวัตถุดิบสองชนิดพร้อม ๆ กัน ทำให้มีความเสี่ยงถูกจับได้ง่ายมาก” หลิวจิ่งฮุ่ยพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ “ทีมปราบปรามยาเสพติดที่คุณเคยเจอมา ก็ไม่ได้ไร้ฝีมือขนาดนั้น การที่จะปล่อยให้ยาเสพติดสองสายหลุดรอดไปได้ในคราวเดียวมีความเป็นไปได้น้อยมาก”

และทีมปราบปรามยาเสพติดก็ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือ คงตามสืบได้ทั้งสองสายพร้อมกันยากมาก“หลิวจิ่งฮุ่ยเสียงแผ่วลง”สรุปได้ว่าระหว่างสองแก๊งต้องมีความเชื่อมโยงกันแน่นอน”

“หลี่เจี้ยนฟางไม่ได้สารภาพเหรอ?”

“ไม่ เขาย่อมต้องเลือกที่จะสารภาพให้น้อยที่สุด มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็จะรักษาชีวิตขั้นพื้นฐานของลูก ๆ ไว้ก่อน ส่วนที่เหลือเขาก็ต้องคิดเรื่องการเอาชีวิตรอดแล้ว”

“เขายังสามารถรอดชีวิตได้อีกเหรอ?”

“อยู่ได้อีกวันก็ถือว่ากำไรแล้ว” นี่เป็นความจริงที่พบในงานสืบสวนฯ ถ้าผู้ต้องโทษประหารมีคดีหลายคดีและเป็นคดีที่มความสำคัญมากพอ การค่อยๆ เปิดปากสารภาพก็จะช่วยเลื่อนวันประหารออกไปได้ ตัวอย่างสุดโต่งเช่นคดีของจ้าว จื้อหง ถูกจับในปี 2005 สารภาพคดีหูเก๋อในปี 2006 และถูกประหารในปี 2019

หลี่เจี้ยนฟางรู้ว่าหนีไม่พ้น จึงใช้ข้อมูลในมือเพื่อยื้อเวลาได้ยาวที่สุด

สำหรับเขาในตอนนี้ สามารถยืดเวลาออกไปได้หกเดือนก็ถือว่าดีมากแล้ว ยื้อสองสามเดือนก็ไม่ขาดทุน แต่ถ้ายืดเวลาออกไปได้หนึ่งหรือสองปีก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

เขาย่อมต้องสารภาพต่อไปอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้น เมื่อกระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปจนจบ การสารภาพอะไรไปอีก ตำรวจก็อาจไม่สนใจอีกแล้ว

เจียงหยวนรู้ว่าหลิวจิ่งฮุ่ยไม่เปิดประเด็นนี้เล่นๆ และจริงจังกับการวิเคราะห์ เลยถามตรงๆ “หัวหน้าหลิวคิดจะสืบต่อจากแก๊งหวงลี่และหลี่เจี้ยนฟาง ไปถึงแก๊งของเหล่ากุ่ยไหมครับ?”

“สืบตรงๆ คงจะยากมาก พวกนั้นซ่อนตัวลึกกว่าหวงลี่อีก ฉันสงสัยว่า…” หลิวจิ่งฮุ่ยเว้นวรรค

มู่จื้อหยางถึงกับวางตะเกียบ “พูดมาเลยสิครับ”

“แม้แต่การคาดเดาก็ต้องมีหลักฐานรองรับ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าแก๊งนี้ซ่อนตัวลึกมาก แต่การปรากฏตัวของหวังซิงจ้าย ทำให้พวกเขาดูไม่รอบคอบเป็นอย่างมาก การขายยาในพื้นที่ท้องถิ่นแบบนี้ แก๊งค้ายาของหวงลี่ไม่เคยคิดที่จะทำเลย แต่ทำไมแก๊งค้ายาที่ซ่อนตัวได้ลึกกว่านี้ถึงทำ มันไม่สมเหตุสมผลเลยมันไม่สมเหตุสมผล”

“บางทีเพราะแก๊งค้ายาของหวงลี่โดนกวาดล้างไปแล้ว คุณถึงรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ซ่อนตัวลึกขนาดนั้น” เจียงหยวนแย้งอย่างมีเหตุผล

“อาจจะใช่” หลิวจิ่งฮุ่ยยิ้ม “เมื่อกี้ฉันก็พูดแล้วว่า ถ้าไม่มีหลักฐานสนับสนุน การสืบสวนที่แท้จริงก็ไปต่อไม่ได้”

การหาหลักฐานไม่ใช่เรื่องที่หาได้ในทันที แม้ว่าตอนนี้เจียงหยวนจะมีทีมของตัวเองแล้ว แต่ถ้าไม่มีทิศทางที่ชัดเจนก็ทำได้แค่รอเท่านั้น

การสอบสวนแก๊งค้ายาเสพติดของหวงลี่และหลี่เจี้ยนฟางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ แม้ว่าพวกเขาจะต่อต้านจนสุดใจ แต่ก็ต้องมีจุดที่อ่อนลงบ้าง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแค่หัวหน้าแก๊งคนเดียวที่สารภาพ

และตราบใดที่สามารถเปิดช่องโหว่ได้ ก็ย่อมมีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด

นอกจากนี้ รังของแก๊งค้ายาเสพติดก็ใหญ่เท่ากับตึกทั้งหลัง มีหลักฐานมากมายอยู่ในนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างหลุดออกมาจากซอกมุมไหนก็ได้ ยิ่งสืบไปก็ยิ่งมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

--

ห้องอาหารบุฟเฟต์ของกองสืบสวนอาชญากรรมก็ถือเป็นสถานที่สาธารณะกึ่งหนึ่ง เจียงหยวนและหลิวจิ่งฮุ่ยจึงไม่ได้คุยเรื่องหลักฐานในอนาคตต่อ

ทั้งสองคนกินอาหารง่าย ๆ นิดหน่อยแล้วเดินออกไป

แม้ว่าคดีแก๊งค้ายาเสพติดจะราบรื่น แต่ตลอดกระบวนการก็ทำให้ทุกคนต้องตึงเครียด

เจียงหยวนเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาแล้วก็ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องเครื่องแบบตำรวจอีกต่อไป เขาผ่อนคลายร่างกายแล้วค่อยๆ เดินไปที่ลานจอดรถเพื่อขับรถ

สตาร์ทรถ ออกตัวด้วยเกียร์สองออกจากลานจอดรถ เจียงหยวนก็ขับไปตามถนนใหญ่ มุ่งหน้ากลับไปที่บ้านหลังเล็กของตัวเอง

ในช่วงบ่ายเขาได้เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดแล้ว ตอนนี้ไปถึงห้องก็น่าจะเรียบร้อยและสะอาดแล้ว จากกองสืบสวนอาชญากรรมไปที่บ้านไม่ไกลเลย แค่ผ่านสัญญาณไฟแดงเดียวเท่านั้น...

ในตอนนั้นเอง รถบรรทุกดินสีเขียวคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ ยามค่ำคืนและแสงไฟถนนที่ส่องสว่างมากมาย โดยไม่ได้แตะเบรกเลยแม้แต่น้อย ไฟหน้าสว่างจ้าจนทำให้เจียงหยวนต้องหรี่ตาลง

----------

(จบบทที่ 501)

จบบทที่ บทที่ 501: การเชื่อมโยง

คัดลอกลิงก์แล้ว