- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 489: บทเพลงกำหนดชะตา
บทที่ 489: บทเพลงกำหนดชะตา
บทที่ 489: บทเพลงกำหนดชะตา
“หมอเจียง...เก็บลายนิ้วมือมาจากตรงไหน?” จ้าวจิ้งซดน้ำหมดขวดในรวดเดียว ไม่คิดประหยัดน้ำเผื่อใคร ไม่แคร์แม้แต่เรื่องปัสสาวะในป่าอีกต่อไป
เขานั่งครุ่นคิด ว่าเจียงหยวนคงเจออะไรอย่าง “กล่องเก็บของ” ที่ปิดมิดชิด แล้วถึงได้ลายนิ้วมือหลายจุดออกมา
แต่ตำรวจที่รับผิดชอบลงทะเบียนของกลางไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น แค่ก้มดูเอกสารแล้วตอบตรง ๆ ว่า
“ก็เก็บจากหลายที่ครับ มีลายนิ้วมือและ DNA หลายจุด ตอนนี้เก็บไว้ในกล่องหลักฐานแล้ว สนใจจะดูไหมครับ?”
“ช่างเถอะ” จ้าวจิ้งส่ายหน้า คนทำงานตรวจร่องรอยส่วนใหญ่มักทำงานแบบเดี่ยว ความสามารถและเทคนิคต้องมาจากตัวเอง จะไปมองว่าคนอื่นทำได้แค่ไหน มันก็ช่วยอะไรไม่ได้
#
เขาหันไปมองเจียงหยวนที่ยังยุ่งอยู่กับจุดตรวจสอบต่อไป สังเกตได้ว่าเจียงหยวนมีผู้ช่วยติดตามมาด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติในสายงานนี้ เพราะส่วนใหญ่ถ้ามีลูกศิษย์มาฝึกงานก็แค่ปีสองปี แล้วต่างคนก็ต่างแยกไปทำงานของตนเอง ไม่ใช่มาเกาะกลุ่มแบบนี้
แม้แต่ระดับอย่างจ้าวจิ้ง ถ้าไม่มีตำแหน่งก็ไม่มีลูกน้อง พอมีตำแหน่งแล้วก็แทบไม่ได้ลงพื้นที่
จ้าวจิ้งบิดเอว เหยียดแข้งเหยีนดขาให้หายเมื่อย แล้วไปรับหน้ากาก ถุงมือ และปลอกเท้าใหม่ แล้วกลับไปยังพื้นที่ทำงาน
เขาเองก็วัยกลางคนแล้ว เวลาลงพื้นที่ปกติก็ใช้พลังแค่ 70% เพราะไม่จำเป็นต้องทุ่มหมด หากใช้เท่านี้ก็อยู่ระดับแถวหน้าแล้ว
แต่วันนี้...เขาตัดสินใจจะ "ใส่เกียร์เต็มที่" ในหัวเขาเริ่มผุดความคิดขึ้นว่า “สงสัยวงการจะลืมฝีมือฉันไปแล้วแฮะ”
จากนั้นก็หยิบถุงมือ 3M อีกคู่ มาสวมทับบนคู่เดิม เพื่อให้สามารถลุยงานหนักได้เต็มที่ เหมือนกับตัวละคร “กวงฉาง” ในการ์ตูนที่ถือเลื่อยยนต์มือเดียว บุกฝ่าไปแบบไม่มีใครต้าน
“วื้วววววว~” จ้าวจิ้งยังจำลองเสียงเลื่อยในปาก แล้วก็เริ่มก้มหน้าก้มตาลงมือทำงาน
#
เขารู้ว่าเจียงหยวนเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านลายนิ้วมือ” ของมณฑลซานหนาน เคยทำผลงานเด่นในการแข่งขันลายนิ้วมือระดับมณฑล แต่ในสายงาน “การตรวจสอบร่องรอย” จริง ๆ แล้ว ลายนิ้วมือเป็นเพียงแค่ “หนึ่งแขนงย่อยเท่านั้น”
เขาให้กำลังใจตัวเองในใจ มือก็ขยับต่อ สมองก็เร่งคิดต่อ เพราะคนที่เก่งเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ “คิดแบบตำรวจ” ได้เท่านั้น แต่ต้องคิด “แบบอาชญากร” ด้วย
ถ้าเราเป็นโจร จะบุกเข้าบ้านยังไง? จะงัดประตูดี หรือบุกกลางวัน? จะจับอะไร? จะเหยียบตรงไหน? ผมและสะเก็ดผิวหนังจะตกตรงไหน?
ถ้าเราเป็นฆาตกร จะลงมือยังไง? ซ่อนตรงไหน? หนีทางไหน?
ถ้าเราเป็นคนร้ายที่ปลอมตัวเป็นคนขับรถ จะใส่ถุงมือมั้ย? เปิดแอร์หรือเปล่า? จะลดกระจกตอนผ่านด่านมั้ย?
จ้าวจิ้งดำดิ่งลงสู่โลกแห่งจินตนาการ...
#
ด้านเจียงหยวนก็เร่งมือไม่แพ้กัน
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ “หลักฐานวันนี้” ย่อมมีค่ามากกว่าของพรุ่งนี้
อีกอย่าง พอยิ่งตรวจสอบ พื้นที่บริเวณที่เป็นซากรถก็ถูก “รบกวน” ไปเรื่อย ๆ สภาพที่คงตัวมาหลายเดือนเริ่มเปลี่ยน แค่คืนเดียว ความชื้นจากหมอก ความร้อนจากแดด ก็อาจทำลายหลักฐานเพิ่มขึ้นอีก
ดังนั้น เจียงหยวนตั้งใจ “เคลียร์เป้าหมายสำคัญให้ได้มากที่สุดภายในวันนี้”
หากเทียบฝีมือกันแล้ว แน่นอนเจียงหยวนว่า “เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด”
#เขามีทักษะตรวจที่เกิดเหตุระดับ 4
#ทักษะลายนิ้วมือทั้งสองสาย: ทั้งระดับ 3 และระดับ 4
#ทักษะนิติวิทยาศาสตร์มานุษยระดับ 4
#ทักษะตรวจร่องรอยเครื่องมือระดับ 6 (ระดับเทพ)
#ทักษะตรวจร่องรอยพาหนะระดับ 3 ซึ่งเหมาะกับงานวันนี้พอดี
รวม ๆ แล้ว ถ้าเทียบกับจ้าวจิ้งที่ “เก่งระดับมณฑลผิงเจียง” ถึงจะดีกรีสูง แต่ทักษะโดยรวมแค่ระดับ 3.5 เท่านั้น ยังห่างจากเจียงหยวนหลายขุม
เปรียบเหมือน "เซียนฝีมือดี" กับ "ลูกศิษย์พระเจ้าโดยตรง" ต่างกันอย่างชัดเจน
#
เจียงหยวนไม่ได้ไปเปรียบเทียบอะไรกับใคร พอเก็บพื้นที่ตัวเองเสร็จ ก็เข้าไปช่วย “ตรวจร่องรอย” แทนเพื่อนร่วมทีมต่อทันที
ความสามารถของจ้าวจิ้งเองก็ถือว่า “ไว้ใจได้” ให้เขารับผิดชอบจุดสำคัญที่สุด ก็น่าจะไม่มีพลาด แถมยังเผื่อเวลาสำหรับ “ตรวจซ้ำ” ไว้ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเก่งมาก
แต่เจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยคนอื่น ๆ อีกหลายคน ยังมีฝีมือไม่เท่ากัน บางคนแค่ระดับ 2 หรือแม้แต่ระดับ1+ เท่านั้น
ระดับนี้อาจไม่ทำผิดพลาดใหญ่ แต่คุณภาพกับความเร็วก็ยังห่างกันเยอะ
เจียงหยวนเดินเข้าไปช่วยแบบตรง ๆ อีกฝ่ายเป็นคนจากศูนย์ตรวจพิสูจน์หลักฐานเมืองฉางหยาง พอเห็นฟ้ากำลังจะมืด แล้วเห็นเจียงหยวนเดินมาหา ก็ “ยิ้มรับด้วยน้ำตาคลอ” แล้วก้มหน้าทำงานต่อ
แม้เขาอยากจะต้าน แต่ก็รู้ว่าให้ทำเองก็ไม่เสร็จอยู่ดี อีกอย่าง...นี่คดีใหญ่ระดับประเทศ ใครขัดขวางคดีได้ คนนั้นคือคนผิด
ดังนั้นจะเคืองแค่ไหน ก็ไม่มีใครสนใจ ‘ไม่พอใจแล้วไงล่ะ?’
#
“มาช่วยงัดหน่อย” เจียงหยวนเรียกอีกฝ่ายให้ช่วย
ฝ่ายนั้นรีบเก็บเครื่องมือตัวเองแล้ววิ่งมาพร้อมชะแลง
เจียงหยวน มู่จื้อหยาง และเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยฉางหยาง ร่วมมือกัน “งัดแผ่นเหล็กก้อนมหึมา” ออกมาได้สำเร็จ
เจียงหยวนเปิดไฟ โรยผง ถ่ายภาพ แล้วเริ่มเก็บลายนิ้วมือทันที
ช่วยเสร็จคนหนึ่ง ก็ไปอีกคนหนึ่ง จนหมดทั้งทีม ฟ้ายังไม่มืดสนิท
ตอนนี้...มีแค่พื้นที่ของจ้าวจิ้งที่ยังเก็บไม่เสร็จ
“พอแล้ว ปล่อยหมาได้” เจียงหยวนเงยหน้าดูท้องฟ้า แล้วพยักหน้าให้ “ต้าจ้วง” ออกปฏิบัติการ
ต้าจ้วงมาพร้อมกับหลี่ลี่ เธออุ้มมันลงมาด้วย “ตะกร้าหวายพื้นบ้าน” ที่น้ำหนักเบา พอดีตัว
แม้หมาตำรวจจะอึด แต่ก็ยังเทียบกับมนุษย์ไม่ได้ หากไม่จำเป็นจริง ๆ หลี่ลี่ก็ไม่อยากพามาลงพื้นที่แบบนี้
ต้าจ้วงดมเจียงหยวนก่อนหนึ่งที แล้วก็ก้าวอย่างสง่างามเข้าสู่ “เวทีปฏิบัติการ”
คืนนี้...ไม่คนร้องก็หมาร้องแน่ล่ะ!
----------
(จบบทที่ 489)