- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 411: ตามหาหมาหาย
บทที่ 411: ตามหาหมาหาย
บทที่ 411: ตามหาหมาหาย
“คดี 1017 จบแบบนี้เลยเหรอ?”
สวีเสวี่ยอู๋ใส่แค่เสื้อตัวในของเครื่องแบบตำรวจ เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนม้านั่งยาวในชุมชนหมู่บ้าน มองตำรวจสายตรวจลากตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถก่อนจะถอนใจออกมาอย่างอดไม่ได้
คดี 1017 ตามกฎการตั้งชื่อของคดีพิเศษ ก็คือคดีที่เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมปีที่แล้ว
มันเป็นคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นแถบชานเมือง ผู้เสียหายแจ้งความในเช้าวันรุ่งขึ้น หลักฐานต่างๆ ที่ทิ้งไว้จึงไม่สมบูรณ์ แถมผู้เสียยังหันหลังให้คนร้ายตลอดเวลา ทำให้คำบรรยายเหตุการณ์ไม่ชัดเจน โชคดีที่เฉียนหมิงอวี้ใช้ทักษะลายนิ้วมือระดับ 2.5 ที่แข็งแกร่งของเขา เก็บลายนิ้วมือได้บางส่วนจากลำต้นไม้
แต่การเก็บลายนิ้วมือได้ ไม่ได้แปลว่าจะจับคนร้ายได้ทันที การจะจับคู่ลายนิ้วมือลงในฐานข้อมูลได้นั้น ยากขึ้นอีกขั้น
เฉียนหมิงอวี้ใช้เวลาหลายเดือนกับลายนิ้วมือเสี้ยวนั้น แม้ไม่ได้หมกมุ่นทุกวัน แต่ก็นึกขึ้นมาเมื่อไรก็จะลองใส่ข้อมูล แล้วลองเทียบกับฐานข้อมูลดู
ในใจเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า สาเหตุที่หาคู่ไม่เจอ อาจเป็นเพราะลายนิ้วมือคนร้ายไม่เคยถูกเก็บเข้าระบบ
แต่เมื่อเจียงหยวนลงมือ ทุกข้อสงสัยก็คลี่คลาย
คนร้ายคืออดีตนักโทษที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ
จนกระทั่งรถตำรวจพาผู้ต้องหาลับสายตาไป สวีเสวี่ยอู๋ถึงได้เอาขาลงจากม้านั่ง ถอนหายใจยาว ถามเฉียนหมิงอวี้ว่า “ทำไงดี?”
เฉียนหมิงอวี้นึกในใจ ‘คุณเป็นหัวหน้าหน่วยนะ มาถามผมที่เป็นแค่เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ว่า ‘ทำไงดี’ เหมือนฉันพูดแล้วจะมีน้ำหนักเลยนะ’
อย่างไรก็ตาม เฉียนหมิงอวี้ก็เป็นชายวัยสี่สิบกว่าๆ แล้ว เป็นคนที่รู้กาลเทศะอยู่เหมือนกัน หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า “คดีนี้โทษต้องผมเอง ถ้าจับคู่ลายนิ้วมือได้เร็วกว่านี้คดีก็คลี่คลายไปนานแล้ว...เฮ้อ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ สวีเสวี่ยอู๋ก็อดสงสัยไม่ได้ ถามว่า “เหล่าเฉียน แล้วแบบนี้เจียงหยวนเก่งตรงไหนกันแน่?”
เฉียนหมิงอวี้นึกถึงตอนที่เจียงหยวนทำงาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “ถามว่าคนเก่งแบบเขาเก่งตรงไหน ผมก็พูดไม่หมดหรอก แต่จุดแรกคือ ‘ความมั่นใจ’ แน่ๆ”
“ความมั่นใจ?”
“ผมเจอลายนิ้วมือหนึ่งรอย ผมเทียบซ้ำไปซ้ำมาเพราะกลัวว่าตัวเองจะระบุจุดสังเกตพลาด กลัวจับคู่ไม่ตรง กลัวว่าไม่มีลายนิ้วมือในฐานข้อมูล หรือไม่สมบูรณ์...แต่เจียงหยวนไม่ใช่แบบนั้น เขาใช้เวลาสั้นมากในการจับคู่ลายนิ้วมือ แล้วก็วิเคราะห์ได้เลยว่ารอยนี้มีศักยภาพหรือไม่ ทำไมจับคู่ไม่ตรง ควรเปลี่ยนรอยนิ้วมือหรือไม่ หรือควรเดินหน้าไปให้สุดทาง...”
เฉียนหมิงอวี้พูดถึงตรงนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนอีกครั้ง
“แข็งแกร่งจริงๆ”
“เขาคลี่คลายคดีได้จริงๆ ด้วย!” สวีเสวี่ยอู๋ถอนใจ
เฉียนหมิงอวี้ยักไหล่ “คิดในแง่ดีไว้ อย่างน้อยคดีหมาหาย เขาก็ยังต้องมาขอความช่วยเหลือจากพวกเรา”
สวีเสวี่ยอู๋ฝืนหัวเราะสุดท้ายเป็นยิ้มขื่นๆ
กำลังรบระดับท็อปของซานหนาน มาถึงเมืองเหมี่ยวเหอ คดีแรกที่เลือกคือคดีหมาหาย จากมุมมองของตำรวจสืบสวนแล้ว มันน่าหัวเราะจริงๆ ที่น่าเศร้าคือ หน่วยสืบสวนคดีอาญาของเขา กำลังจะถูกเจียงหยวนลากเข้าสู่คดีหมาหายนี้แล้ว
...เขาอยากปฏิเสธใจจะขาด!
ชีวิตนี้เขาภูมิใจที่สุดก็คือหน้าตาหล่อๆ และชื่อเสียงอันเกี่ยวเนื่องกับความหล่อนี้ หัวหน้าหน่วยสืบสวนที่หล่อที่สุดในมณฑลซานหนาน คือนามเรียกขานที่ไม่มีใครปฏิเสธ
แต่ถ้าโดนเรียกว่า "หน่วยตามหาหมา" เขาเกรงว่าตัวเองจะแบกรับไม่ไหว
“กลับไปค่อยว่ากัน อีกเดี๋ยวเจอเจียงหยวนแล้วค่อยคุย”
สวีเสวี่ยอู๋ตัดสินใจไม่ได้ในทันที จึงเรียกเฉียนหมิงอวี้ขึ้นรถแล้วนั่งที่เบาะข้างคนขับในรถ Passat คันใหม่ของเขา
เบาะของรถ Passat คันใหม่นั่งสบายกว่ารถ Santana รุ่นเก่าเยอะ สวีเสวี่ยอู๋เอนเบาะนิดหน่อยแล้วหลับตาครุ่นคิด
เฉียนหมิงอวี้นั่งเบาะหลัง หยิบมือถือเปิด WeChat ขึ้นมา ก็เห็นว่าในกลุ่ม “แชตลายนิ้วมือซานหนาน” มีคนกำลังขอบคุณเจียงหยวนและสรรเสริญกันยกใหญ่
เจียงหยวนที่ว่างงานนั้นน่ากลัวจริงๆ ช่วยคนอื่นหาลายนิ้วมือที่ตรงกันได้เรื่อย ๆ
แม้ว่าเคสส่วนใหญ่จะไม่ได้ยากมาก อย่างเคสที่เพิ่งคลี่คลายจบไป เฉียนหมิงอวี้ก็คิดว่าถ้าให้เวลาอีกสองสามวัน เขาก็มีโอกาสจับคู่สำเร็จได้เหมือนกัน
แน่นอนว่า ตอนนี้เจียงหยวนสำเร็จแล้ว ก็ต้องประกาศให้ชื่นชมกันในกลุ่ม
เฉียนหมิงอวี้เริ่มพิมพ์ข้อความอย่างตั้งใจในกลุ่มแชต
> เหมี่ยวเหอเฉียนหมิงอวี้: [เพิ่งจับผู้ต้องหาคดีข่มขืน 1017 ได้ ต้องขอบคุณ @เจียงหยวนหนิงไท่ สำหรับลายนิ้วมือมากครับ ก่อนหน้านี้ผมหาเท่าไรก็ไม่เจอ]
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉียนหมิงอวี้ก็เลียนแบบสำนวนวัยรุ่นหน่อย
> เหมี่ยวเหอเฉียนหมิงอวี้: [เทพเจียงเก่งสุดๆ YYDS!]*
ขอให้คนอื่นช่วย ไม่ใช่เรื่องน่าอาย!
หลังจากเฉียนหมิงอวี้พูดเสร็จ เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็เข้ามาช่วยเชียร์ทันที
> ฉางหยาง-เขตสุ่ยตง ตรวจลายนิ้วมือเหอกั๋วฮวา: [เทพเจียงหล่อมาก!]
> ซานหนาน หลี่เจ๋อหมิน: [เจียงหยวนหนิงไท่ โหดสุดๆ!]
> ฉางหยาง-เขตสุ่ยตง ตรวจลายนิ้วมือเหอกั๋วฮวา: [เทพเจียงยิงไม่เคยพลาด!]
> สำนักงานมณฑล แผนกลายนิ้วมือ หยางหลิง: [เจียงหยวนหนิงไท่ โหดสุดๆ!]
เฉียนหมิงอวี้เห็นคนรุมสรรเสริญเจียงหยวน ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก นั่งเอนหลังถอนหายใจเฮือกใหญ่
สวีเสวี่ยอู๋เหลือบมองกระจกมองหลังอย่างแปลกใจ ไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่ตรวจลายนิ้วมือของตัวเองนั้น “ยอมแพ้” ไปเรียบร้อยแล้ว
--
#หน่วยสืบสวนคดีอาญาเหมี่ยวเหอ
เจียงหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานของทีมสืบสวนภาพวิดีโอ กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิด แม้ยังไม่มีเบาะแสอะไรใหม่ ก็ยังคงดูไปคิดไป
ทีมสืบสวนภาพวิดีโอของเหมี่ยวเหอถูกจัดตั้งขึ้นเป็นอิสระ มีหน้าที่ทั้งดูภาพวงจรปิด ทั้งมีสิทธิ์จับกุมเอง ไม่เหมือนกับที่เขตหนิงไท่ ซึ่งแผนกภาพวิดีโอแค่สนับสนุนฝ่ายอื่นเท่านั้น
แน่นอน ตอนนี้หนิงไท่ก็ได้ตั้ง “หน่วยสืบสวนภาพวิดีโอ” ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน มีขนาดใหญ่เป็นร้อยคนและสามารถสืบสวนอิสระได้
ทีมสืบสวนภาพวิดีโอของเหมี่ยวเหอยังเล็กกว่ามาก กล้องวงจรปิดในพื้นที่ก็น้อย บางคดีทีมภาพวิดีโอสามารถจับคนร้ายได้เอง แต่ถ้าจะมาช่วยงานใหญ่ของหน่วยอื่นก็เป็นไปได้ยาก
การจะค้นหาสุนัขผ่านกล้องวงจรปิดนั้นยากมาก ซึ่งมันควรจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วแท้ๆ
“หัวหน้าเจียง ยังดูกล้องอยู่เหรอครับ?” เสียงของสวีเสวี่ยอู๋ดังขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้อง พร้อมกับขยี้หน้าตัวเองให้หล่อขึ้นอีกสามระดับ
เจียงหยวนยิ้มเล็กน้อย ลุกขึ้นทัก “จับคนร้ายได้แล้วเหรอครับ?”
“ได้แล้วครับ ตอนนี้กำลังสอบสวนอยู่ ไม่น่ามีปัญหาอะไร” สวีเสวี่ยอู๋หยุดครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “ทางนี้ล่ะ เจออะไรบ้างไหมครับ?”
เขาไม่อยากพูดคำว่า “หมา” ออกมาตรงๆ มันดูขายขี้หน้าชอบกล
เจียงหยวนส่ายหน้า “ดูกล้องในละแวกหมดแล้ว รถที่ผ่านถนนหลักก็ลองติดตามดูแล้ว บางคันโทรไปเช็คแล้วด้วย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าครับ”
“แบบนี้สินะ...คนหายยังพอมีทาง แต่หมาหายนี่ยิ่งยากกว่า กล้องในพื้นที่เราก็น้อย...” สวีเสวี่ยอู๋ลองเสนอขึ้นมาเบาๆ “เราซื้อหมาพันธุ์เดียวกันมาให้เด็กคนนั้นดีมั้ย?”
เจียงหยวนตอบเรียบๆ ว่า “ตอนนี้ผมอยากหาเจ้าหมาตัวนั้นให้เจอจริง ๆ ครับ”
สวีเสวี่ยอู๋ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง บางคนก็คุยกันยากแบบนี้จริงๆ...
เจียงหยวนเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีลังเล ก็ไม่อยากกดดันมาก จึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้
“นี่คือ...?” สวีเสวี่ยอู๋รับมาอ่าน แค่เหลือบก็ขมวดคิ้วทันที
“คดี 613 ผมไปเปิดแฟ้มดูแล้ว รู้สึกว่าสิ่งที่น่าจะเป็นอาวุธในคดีนี้น่าสนใจมากครับ”
เจียงหยวนที่มีทักษะตรวจสอบร่องรอยเครื่องมือระดับ 6 แค่เห็นครู่เดียวก็พอจะรู้ได้เลยว่าของชิ้นไหนคืออาวุธ...การระบุอาวุธเป็นเรื่องง่ายกว่าการกินปาท่องโก๋เสียอีก แค่จิ้มๆ ก็อ่อนยวบแล้ว
คดี 613 เป็นคดีฆาตกรรมที่ยังไม่คลี่คลาย และเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน สวีเสวี่ยอู๋รีบเปิดอ่านต่อ หวังจะเห็นข้อสรุป แต่ข้างล่างกลับไม่มีอะไรเลย...
“ยัง...ยังไม่เสร็จเหรอ?” สวีเสวี่ยอู๋ถึงกับคันไม้คันมือ
เจียงหยวนพยักหน้า “ผมทำหลายอย่างพร้อมกันไม่ทันจริง ๆ ครับ”
สวีเสวี่ยอู๋กระพริบตาโตสองที เดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว แล้วพูดเสียงเบา “หัวหน้าเจียง งั้นคดีหมาหายยกให้ผมจัดการได้เลยครับ คุณโฟกัสที่คดีฆาตกรรมอย่างเดียวก็พอ”
“ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นครับ” เจียงหยวนยิ้มน้อยๆ “คดีหมาหายผมก็ยังต้องมีส่วนร่วม ส่วนคดี 613 ผมจะติดตามอย่างใกล้ชิดครับ”
“แต่แบบนี้...” สวีเสวี่ยอู๋ยังลังเลอยู่ คดีใหญ่แบบนี้แบ่งสมาธิได้เหรอ?
“คุณต้องไปคุยกับผู้กำกับหวงด้วยนะครับ ไม่งั้นเขาคิดว่าผมโดดงานอีก” เจียงหยวนหัวเราะเบาๆ แล้วกลับไปจ้องจอภาพวงจรปิดต่อ
สวีเสวี่ยอู๋ยิ้มน้อยๆ ไม่คิดอะไรมาก หันไปเรียกเฉียนหมิงอวี้ออกจากห้อง พร้อมยื่นกระดาษที่เจียงหยวนให้ดูให้เขา แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาผู้กำกับหวงพลางถามเฉียนหมิงอวี้ “นายว่าไง ดูมีหวังมั้ย?”
“มีครับ!” เฉียนหมิงอวี้ดูข้อมูลการวิเคราะห์รอยอาวุธบนกระดาษที่เจียงหยวนเขียนไว้ ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ พร้อมเปิดมือถือไปหาสมการถดถอย ที่ทั้งคุ้นเคยและห่างเหิน
สวีเสวี่ยอู๋เห็นดังนั้นก็ยิ้ม มือถือเพิ่งต่อสายได้พอดี จึงเดินออกไปพร้อมกล่าวอย่างสุภาพว่า “ท่านผู้กำกับหวง สวัสดีครับๆ…”
เมื่อเฉียนหมิงอวี้เริ่มเข้าใจสมการต่างๆ และคิดต่อว่าทำไมต้องใช้แบบนี้แทนที่จะใช้อันอื่น ก็เห็นสวีเสวี่ยอู๋เดินกลับมา มือทั้งสองสอดกระเป๋าเสื้อใน
ต้องยอมรับว่าเสื้อกั๊กของตำรวจที่ให้ความอบอุ่นได้ดีเยี่ยมนั้น เหมือนกับเสื้อกันหนาวขนเป็ดและเสื้อกันหนาวผ้าฝ้าย ที่มักจะทำให้คนขี้เหร่ดูขี้เหร่ยิ่งขึ้น และคนหล่อก็หล่อเด่นขึ้นไปอีก
สวีเสวี่ยอู๋คือหนึ่งในตัวอย่างนั้น ถึงจะใส่แค่เสื้อตัวในเป็นเสื้อกั๊กบาง ๆ คล้ายเสื้อนวม ก็ยังเผยให้เห็นรูปร่างช่วงไหล่กว้างเอวคอดแบบสามเหลี่ยมกลับหัวอย่างสมบูรณ์แบบ
เฉียนหมิงอวี้แย้มยิ้มออกมา เดินเข้าไปทัก “หัวหน้าสวี การวิเคราะห์ร่องรอยอาวุธของหัวหน้าเจียงนี่แหลมคมมากครับ ทำต่อไม่มีปัญหาแน่นอน”
สวีเสวี่ยอู๋ตาวาวขึ้นทันที “นายทำต่อเองได้ใช่ไหม?”
“ผะ...ผมอาจจะ...ถ้าทำเองคนเดียว ความสำเร็จอาจไม่สูงครับ” เฉียนหมิงอวี้รีบอธิบาย “หัวหน้าเจียงใช้สมการพวกนี้ได้พลิกแพลงเกินไป แล้วทางเลือกต่อไปยิ่งซับซ้อนขึ้นอีก...”
“โอเค งั้นให้เจียงหยวนทำต่อก็แล้วกัน”
สวีเสวี่ยอู๋ถอนหายใจ และพูดว่า
“นายไปบอกทางสำนักงานทีว่า เตรียมเอาของใน Passat ออกให้หมด แล้วเอาไปส่งซ่อมบำรุงพร้อมกับ Santana คันเก่าด้วย”
“ได้ครับ แล้วหัวหน้าจะใช้รถคันไหนช่วงนี้?”
“ต่อไปใช้ Santana คันเก่า Passat ยกให้หนิงไท่ยืมไปก่อน พอเก่าแล้วค่อยส่งคืนให้เรา” สวีเสวี่ยอู๋ส่ายหัว “ฉันไปคุยกับผู้อำนวยการก่อน...”
เฉียนหมิงอวี้อึ้งไปครู่หนึ่ง มองแผ่นหลังของสวีเสวี่ยอู๋แล้วถามเบาๆ ว่า
“แล้วเรื่องหมา...?”
“ให้ทีมที่สามจัดการ...กับหมา...แล้วก็หัวหน้าเจียง”
(จบบทที่ 411)
*หมายเหตุ:
YYDS เป็นคำย่อในภาษาจีน ซึ่งแปลว่า "เทพเจ้าตลอดกาล" หรือ "ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล" (Greatest of All Time หรือ GOAT) มักใช้เพื่อแสดงความชื่นชม ยกย่อง หรือแสดงความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับบุคคลหรือสิ่งของที่ยอดเยี่ยม