- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 364: พูดแต่ความจริง
บทที่ 364: พูดแต่ความจริง
บทที่ 364: พูดแต่ความจริง
ความสามารถของนิติเวชชิวซิงอยู่ในระดับนิติเวชพยาธิวิทยาระดับ 2.5 ซึ่งพอเหมาะพอดีสำหรับการทำความเข้าใจสิ่งที่เจียงหยวนกำลังทำอยู่
พูดง่าย ๆ คือ การประเมินลักษณะบาดแผลของผู้ตายเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ตัวคนร้าย
เช่น มีคนถูกฟันด้วยมีด หากวิเคราะห์ความลึกและมุมของบาดแผล ก็สามารถคาดเดาได้ถึงพลังและทิศทางของการออกแรงของคนร้าย
หรือหากถูกทุบด้วยของแข็ง เช่น ฆ้อน บริเวณกะโหลกศีรษะแตก ก็สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งส่วนสูง ถนัดมือซ้ายขวา และแรงของคนร้ายได้
ร่างกายมนุษย์ถือเป็นวัตถุรับแรงที่เหมาะสมมาก และมีการศึกษาวิจัยอย่างละเอียด เช่น หากเป็นผนังปูนยังต้องเปิดหนังสือดูค่าความแข็งแรง แต่หากเป็นร่างมนุษย์ นิติเวชที่มีประสบการณ์สามารถอ้างอิงจากข้อมูลในหัวได้เลย
ถ้าอาวุธแทงไปโดนกระดูก และทิ้งร่องรอยไว้บนกระดูก ก็สามารถคาดเดาได้มากขึ้นอีก
แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ สำหรับชิวซิงแล้ว ก็เป็นแค่ทฤษฎีที่เคยได้ยิน เขาไม่เคยทำเองมาก่อนเลย
แค่จะหาสมการถดถอยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มาใช้งานยังยาก สมการถดถอยไม่ใช่ทฤษฎีที่ตายตัวเหมือนสูตรคณิตศาสตร์ แต่มักใช้ได้เฉพาะกับกลุ่มตัวอย่างหรือบริบทเฉพาะเท่านั้น เช่น การคำนวณส่วนสูงจากขนาดเท้า ยังต้องแยกตามเชื้อชาติหรือภูมิภาค ส่วนเรื่องการวิเคราะห์แรงของผู้กระทำยิ่งซับซ้อนกว่า
ชิวซิงจึงไม่มั่นใจว่าจะใช้สมการไหนในแต่ละสถานการณ์ได้เลย
แต่เจียงหยวนนั้นต่างออกไป...
ไม่เพียงแต่มั่นใจ เขายังกล้าประเมินคนร้ายด้วยวิธีนี้
เขาตรวจศพทีละศพ มีทั้งหมดสี่ศพ มู่จื้อหยางจดบันทึกแทบไม่ทัน
เจียงหยวนไม่เพียงแค่ประเมิน ยังปรับรายละเอียดด้วย เช่น
“ศพที่ถูกมัดด้วยเชือก มือสองข้างแรงไม่เท่ากัน คนร้ายอาจเคยบาดเจ็บ หรือขาอาจมีปัญหา”
“คนที่ใช้ฆ้อน ทิ้งรอยเลือดไว้เยอะ ลักษณะการเหวี่ยงดูมั่นใจ ไม่น่าจะลังเล มีแนวโน้มว่าเคยก่อเหตุหรือเคยมีเรื่องชกต่อยมาก่อน”
“คนที่ใช้มีด ไม่มีความชำนาญ บาดแผลตัดไม่เนียน แสดงถึงความลังเล”
เจียงหยวนวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนชิวซิงฟังแล้วเริ่มชา เหมือนทำอะไรเดิม ๆ นานเกินไปจนชินชาไปหมด
แล้วเจียงหยวนก็ขอกระดาษกับปากกา เขาใช้เวลาวาดอยู่นาน ภาพฆ้อนหัวแปดเหลี่ยมปรากฏขึ้นบนโต๊ะ พร้อมระบุขนาดกำกับไว้ด้วย
ด้วยทักษะการวาดภาพระดับ 2 เพียงเล็กน้อยก็ให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมแล้ว
จากนั้นเขาก็วาดภาพมีดอีกเล่ม
เป็นมีดพร้าขนาดใหญ่ ใบมีดด้านหลังกว้าง ราวกับตัดต้นไม้ใหญ่ได้ในทีเดียว ส่วนด้ามเขาทำให้เบลอไว้ แต่ใบมีดที่เห็น เขาเน้นและระบุจุดที่บิ่นสองตำแหน่ง
ชิวซิงที่เหมือนหมดความรู้สึก เริ่มสนใจขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนคนที่ชินกับการออกกำลังกายจนอ่อนล้า แล้วจู่ ๆ เจอกระแสไฟปลุกให้ตื่น
แต่พอได้สติ ชิวซิงก็เริ่มรู้สึกเสียใจอีกครั้ง
“นี่คือภาพของอาวุธที่ใช้ฆาตกรรมงั้นเหรอ?” ชิวซิงเดาเนื้อหาของภาพวาดของเจียงหยวนได้
เจียงหยวนพยักหน้า “ก็วาดเพื่อประเมินคร่าว ๆ น่ะ”
ชิวซิงหัวเราะเฝื่อน ๆ “อย่างนี้เรียกว่าคร่าว ๆ เหรอ? ถึงขนาดวาดรอยบิ่นบนใบมีดไว้เลยนะ”
หัวเราะเสร็จ สีหน้าของชิวซิงก็ค่อย ๆ ก็จริงจังขึ้น...
เรื่องเล่าของคนเก่ง เขาเคยได้ยินมาเยอะ แต่จะได้เจอตัวจริง เขายังไม่เคยมีโอกาสมากนัก ถ้าวันนี้เขาแค่ยืนดูเจียงหยวนทำงาน กลับไปเขาก็คงมีเรื่องราวให้คุยกับเพื่อนอีกนาน
แต่พอคิดในทางกลับกัน เขาก็ลังเล...
สุดท้ายชิวซิงก็กระซิบถาม “หัวหน้าทีมเจียง รอยมีดนี่ คุณวาดจากอะไร?”
“อ๋อ... นี่คือทักษะตรวจร่องรอยเครื่องมือน่ะครับ” เจียงหยวนอธิบาย
“ร่องรอยเครื่องมือ…” ชิวซิงขมวดคิ้ว “ฟังดูไม่เหมือนที่แผนกรอยพิมพ์ของเราทำกันเลยนะ”
“ใช่ มันยากกว่านิดหน่อย” เจียงหยวนดูออกว่าชิวซิงอยากเรียน เลยบอกตรง ๆ “ทักษะตรวจร่องรอยเครื่องมือที่ผมใช้อยู่ ระดับความยากสูงกว่านิติเวชพยาธิวิทยา”
เจียงหยวนมีนิติเวชพยาธิวิทยาระดับ 4 แต่ตรวจร่องรอยเครื่องมือระดับ 6 ความต่างระดับนี้ ถ้าโชคดีหน่อยก็น่าจะใช้เวลาเรียนรู้ถึง 20 ปีสำหรับคนปกติ
ชิวซิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ในฐานะนิติเวช เขารู้ดีว่าระดับ 4 มันยากแค่ไหน เดิมทีแค่อยากเรียนเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับกลายเป็น “กำแพงความรู้อันแข็งแกร่ง” ไปซะแล้ว
“ยากขนาดนี้เลยเหรอ!” ชิวซิงยังคงถอนหายใจอย่างไม่เต็มใจ แล้วถามว่า “คุณใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเรียนรู้มาถึงขั้นนี้”
เขาเห็นว่าเจียงหยวนยังหนุ่ม เลยอยากลองคำนวณดู
“ส่วนใหญ่ผมก็ศึกษาเองครับ” เจียงหยวนตอบ
ชิวซิงเบิกตากว้าง “ศึกษาเอง?!”
“จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไหร่ ผมชันสูตรศพมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่ถึงร้อยศพด้วยซ้ำ” เจียงหยวนอธิบายโดยอิงจากนิติเวชพยาธิวิทยา
ตอนนี้ชิวซิงเข้าใจแล้ว เป็นลูกรักของสวรรค์ เป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงสินะ?
พระเจ้าประเคนพรสวรรค์ให้เอง คนธรรมดาจะไปสู้อะไรได้
เจียงหยวนอาจจะสอนเขาได้ แต่ต้องใช้เวลานานมาก และต้องแลกมาด้วยพลังงานมหาศาล ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนเพิ่งได้แรงบันดาลชั่ววูบอย่างชิวซิงจะสามารถทุ่มเทให้ได้
#
เจียงหยวนยังคงทำงานของเขาต่อ
ในขณะนั้น… ลูกกลมสีน้ำเงินอ่อนลูกหนึ่ง กลิ้งเข้ามาในมือเขา:
> [มรดกของหม่าจงหลี่...ทักษะการตกปลา (ระดับ 3)]:
แต่สิ่งที่เขาถนัดที่สุดและรักมากที่สุดคือการตกปลา การเอาชนะอุปสรรคนานัปการ ข้ามผ่านความยากลำบาก ในเช้าที่อากาศเย็นสบาย มาถึงผืนน้ำกว้างใหญ่ ตีเหยื่อต่อเนื่องจนได้ปลาติดเบ็ดรัวๆ คือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของหม่าจงหลี่ หากจำเป็น เขาสามารถเร่งเวลานี้ให้เร็วขึ้นจนถึงรุ่งเช้าที่หนาวเหน็บ การออกแบบคืองานของเขา การตกปลาคือชีวิตและความสุขที่แท้จริงของเขา…
เจียงหยวนรับมรดกนี้พลางถอนใจ
...ทักษะระดับ 3 ถือว่าหายาก เดิมทีหม่าจงหลี่มีโอกาสเป็นดาวเด่นที่ทุกคนจับตามองในวงการตกปลา แต่ใครจะไปคิดว่าเขาต้องมาตายเพราะการปล้นฆ่าในบ้าน
ใช่แล้ว เจียงหยวนประเมินว่า คดีนี้คือการปล้นฆ่าที่บุกรุกบ้าน
เพียงแต่เขายังไม่เผยข้อมูลนี้ออกมา เพราะการตรวจที่เกิดเหตุยังไม่เสร็จ
ถึงอย่างนั้น รายงานที่เจียงหยวนเขียนขึ้นหลังการชันสูตร ก็ยังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในทีมสอบสวน
“ละเอียดไปไหมเนี่ย!”
“หรือว่าเขาคิดเองเออเองเกินไป?”
“อ้างอิงจากอะไร? ให้มาแค่ไม่กี่แผ่น ถ้าผิดจะให้ใครรับผิดชอบ?”
“เราต้องเปลี่ยนทิศทางการสอบสวนไหม?”
ในห้องประชุมของกองสืบสวนเมืองฉือหยง เต็มไปด้วยหมอกควันบุหรี่และเสียงอภิปราย
หยวนเปิ่นนั่งอยู่มุมหนึ่ง มองไปที่หวังชวนซิงอย่างกังวล แล้วพูดเบา ๆ ว่า “คุณอย่าโกรธเลยนะ พวกเขาก็แค่พูดในมุมของงาน ไม่ได้ไม่ไดเจาะจงพวกคุณ……”
หวังชวนซิงสีหน้าจริงจัง แต่พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “ไม่เป็นไรครับ ทีมเจียงทำแบบนี้เป็นประจำ แล้วมันก็เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ”
“เรื่องดี?” หยวนเปิ่นงง
“แสดงว่าไม่มีใครที่เข้าใจการทำงานของทีมเจียงเลย นั่นหมายความว่าระดับความยากในการคลี่คลายคดีจริงๆ อาจจะไม่มากนัก” หวังฉวนซิงแสดงความคิดเห็นแบบนักเรียนหัวกะทิ
หยวนเปิ่นคิดอยู่นาน กว่าจะเข้าใจความหมาย: ‘ถ้าพวกคุณอ่อนแอเกินไป คดีก็เลยยากเกินไป!’
งั้นถ้าพวกเรายังงงอยู่แบบนี้ ก็แปลว่าคดีนี้ไม่ใช่ของพวกเราแน่นอน…
หยวนเปิ่นโมโหแต่ไม่รู้จะเถียงยังไง
เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูด… มันก็จริงทุกคำ!
----------
(จบบทที่ 364)