เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 - สถาบันอัศวิน

บทที่ 59 - สถาบันอัศวิน

บทที่ 59 - สถาบันอัศวิน


ข้ามชายแดนเข้ามาสู่อาณาจักรซิวต้า มันมีความแตกต่างกับอาณาจักรอ้ายเซี่ยอยู่ในหลายด้าน แต่ธรรมชาติของผู้คนกลับไม่แตกต่างกัน เรียบง่าย ซื่อสัตย์ และมีเกียรติ ในอาณาจักรนี้ คุณจะสามารถพบเจอกับนักรบที่อยู่ในชุดแบบอัศวินได้ทั่วไป แม้แต่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลก็ยังสามารถพบเห็นได้ เห็นได้ชัดว่าที่นี่เทิดทูนการเป็นนักรบมาก

ระหว่างทาง ผมเริ่มฝึกฝนเวทย์มนต์ระดับ 8 ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยใช้ อาศัยหนังสือของอาจารย์ตี้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ถึงจะบอกว่าเป็นแค่เวทย์ที่สูงขึ้นเพียงระดับเดียว แต่อำนาจของมันช่างน่าตระหนกยิ่งนัก ผลของมันแตกต่างจากเวทย์ระดับ 7 ราวฟ้ากับเหว ความแข็งแกร่งของผมที่เพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกมั่นใจว่าสามารถจะจบการเดินทางครั้งนี้ได้อย่างประสบความสำเร็จ

เพราะผมก็อยู่ในชุดเกราะอัศวินเหมือนกัน (ของขวัญ ๆ! พี่ใหญ่ให้มา) ทำให้การเดินทางมาเมืองหลวงของอาณาจักรนี้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น อา! ช่างใหญ่โตมโหราฬ หอคอยสูงที่ตั้งอยู่ข้างประตูทางเข้าเมือง ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกต่ำต้อยตั้งแต่แรกเห็น เท่าที่ผมสังเกตดู บรรดานักรบที่ประจำอยู่ที่ประตูเมือง ล้วนเป็นนักรบชั้นสูง ช่างเป็นเมืองที่ทรงพลังเหลือเกิน

ตอนที่นักรบที่ประจำการอยู่ที่ประตูเมืองเห็นชุดเกราะระดับอัศวินพิภพของผม พวกเขามองมาด้วยสายตาแสดงความเคารพ แน่นอนมันถูกใจผมมาก! แต่ก่อนที่ผมจะเดินผ่านเข้าเมืองไป ผมได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากด้านใน “หลีกทาง! หลบออกจากถนนให้หมดทุกคน” ผมขยับตัวไปยืนอยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง แล้วมองเข้าไปภายในตัวเมือง หวา!! นั่นมันมังกรดินเหรอ?

ผมเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ 10 ตัววิ่งออกมา บนตัวของสิ่งมีชีวิตนั้นนั่งอยู่ด้วยอัศวินที่อยู่ในชุดเกราะ ในมือถือหอกมังกรยาว 3.6 เมตร ช่างน่าประทับใจ! ช่างน่าเกรงขาม! เจ้าสิ่งมีชีวิตยักษ์นั่นน่าจะเป็นมังกรดิน ผมสังเกตอย่างตั้งใจ ขนาดของพวกมันพอ ๆ กับเสี่ยวจิน แค่ตัวสั้นกว่าเยอะ ตัวยาวประมาณ 5 เมตร ความสูงประมาณ 2 เมตร มีขาหลัง 2 ข้าง ที่สั้นแต่หนาดูทรงพลัง คอยรองรับร่างกายอันใหญ่โตนั้น ตรงที่ควรเป็นขาหน้า ปรากฏอยู่ด้วยกรงเล็บคู่ใหญ่ ที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคงสามารถฉีกร่างของเสือร้ายได้โดยการตะปบเพียงครั้งเดียว

ผมเริ่มถามคำถามคนที่อยู่ข้าง ๆ “สวัสดีครับ นี่คือกองพันมังกรดินใช่หรือเปล่า?”

นักรบคนนั้นมองมาที่ผมอย่างสงสัย ก่อนตอบ “คุณไม่ใช่คนที่นี่หรือ? กองพันมังกรดินจะลาดตระเวณไปรอบเมืองเป็นประจำทุกวัน พวกเขาเป็นแบบอย่างของพวกเราจริง ๆ”

ผมหัวเราะเขิน แล้วบอก “ใช่แล้ว! ผมเพิ่งจะมาเมืองนี้เพื่อเข้าเรียนที่สถาบันอัศวินหลวง ผมไม่เคยเห็นมังกรดินมาก่อนเลย พวกมันน่าประทับใจมาก!”

สายตาของนักรบเปลี่ยไป มันเริ่มเต็มไปด้วยความเคารพ ก่อนเอ่ยอย่างยกย่อง “ในอนาคตท่านต้องได้เป็นสมาชิกของกองพันมังกรดินแน่นอน”

เดินเข้าไปในเมืองซิวต้า ทุกแห่งหนต่างเต็มไปด้วยเสียงแห่งความวุ่นวาย และน่าตื่นเต้น ผมหยุดเพื่อถามถึงเส้นทางที่จะไปสถาบันอัศวินหลวงครั้งหนึ่ง ก่อนจะพาตัวเองมาถึงประตูของสถาบัน แต่ก่อนที่ผมจะเดินผ่านประตูเข้าใป คนเฝ้าประตูเดินมาหยุดผมไว้

เขาเอ่ยถามด้วยความสุภาพ “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าท่านมาพบกับผู้ใด?”

ผมตอบกลับ “สวัสดีครับ ผมเป็นนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวงของอาณาจักรอ้ายเซี่ย มาที่นี่ในนามของอาจารย์ใหญ่ตี้เหล่าหลุน เพื่อขอพบกับท่านผู้อำนวยการเหวินหลี่เคอ”

“ที่แท้ท่านเดินทางมาจากอาณาจักรอ้ายเซี่ย เดี๋ยวผมนำท่านไปหาผู้อำนวยการเอง” เขาพูดออกมาอย่างตรงประเด็น

“ถ้าอย่างนั้นต้องขอขอบคุณมากแล้ว” เขาหันกลับไปอธิบายเรื่องราวกับเจ้าหน้าที่อีกคน ก่อนที่จะเดินนำผมเข้าไปในสถาบันอัศวิน สิ่งแรกที่ผมเห็นหลังจากเดินผ่านประตูเข้ามาก็คือ อนุสาวรีย์ที่ประกอบด้วยม้าที่มีลักษณะปราดเปรียว สง่างาม มันน่าจะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอัศวิน คนเฝ้าประตูพาผมเดินเลี้ยว 7 ครั้ง ผ่านอาคารขนาดใหญ่ 8 หลัง และสนามฝึกซ้อมอีกหลายแห่ง มาถึงที่มุมหนึ่งของสถาบัน สภาพแวดล้อมที่นี่ดีมาก เหมือนกับเป็นป่าขนาดย่อม ๆ มีต้นไม้จำนวนมากเติบโตอยู่ทั่วไปหมด ที่ตรงกลางสวนป่านั้น มีสวนขนาดเล็กตั้งอยู่ และที่ตรงกลางของสวนนั้น มีกระท่อมเล็ก ๆ ตั้งอยู่ ยังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ ผมได้ยินเสียงคนพูดดังออกมา

เป็นเสียงที่ดัง และเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ “ทำไมเจ้าโง่อย่างนี้? อย่าโจมตีให้มันทื่อเกินไปนัก ใช้ความคิดสร้างสรรค์หน่อย ถ้ายังขืนฝึกฝนแบบทื่อ ๆ อย่างนี้ เจ้าไม่มีทางได้เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์แน่ เจ้าเด็กโง่!”

เสียงที่ดูกังวาน เต็มไปด้วยความเคารพ ตอบกลับ “ครับ อาจารย์”

“เหมือนฉันกำลังสอนคนปัญญาอ่อน! มา เข้ามาอีกที”

ผมถามคนที่นำทางมา “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

คนเฝ้าประตูตอบแบบยิ้ม ๆ “ท่านผู้อำนวยการกำลังสอนศิษย์ของท่าน พวกเราเข้าไปเถอะ”

ในใจผม เกิดความกังวลขึ้นมา “เข้าไปอย่างนี้ จะไม่เป็นการรบกวนพวกเขาหรือ?”

แค่พอผมพูดจบ เสียงเหี้ยมเกรียมนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง “นั่นใคร? ฉันไม่ได้บอกไว้แล้วหรือว่า ห้ามใครรบกวน!”

คนเฝ้าประตูตอบกลับด้วยความเคารพ “ท่านผู้อำนวยการ ท่านตี้เหล่าหลุนของอาณาจักรอ้ายเซี่ยส่งคนมาขอพบท่านครับ”

“อ้อ! ถ้าอย่างนั้นรีบพาคนเข้ามา”

ผมเดินตามเขาเข้าไปในสวน มีคนอยู่ในสวนนั้น 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สูงกว่า 2 เมตร ใบหน้าประดับด้วยเครามังกร ใส่ชุดเกราะนักรบพอดีตัว ในมือถือดาบไม้ ข้าง ๆ เขาเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผม มีส่วนสูงที่มากกว่าผมเล็กน้อย ร่างกายท่อนบนของเขา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง ส่งประกายสีแดงออกมา ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังฝึกซ้อมกันอยู่ด้วยดาบไม้

ผมรีบเดินเข้าไปข้างหน้าชายชรา แสดงความเคารพอย่างเต็มที่ ค้อมศรีษะลงก่อนกล่าว “ท่านอาจารย์เหวินหลี่เคอ สวัสดีครับ ผมชื่อเว่ยจางกง เป็นนักเรียนที่จบการศึกษามาจากโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง ของอาณาจักรอ้ายเซี่ย ผมได้รับมอบหมายจากอาจารย์ตี้ ให้มาพบกับท่าน”

อาจารย์เหวินมองดูผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เหล่าหลุน เจ้าเกลอเก่านั่น! ฉันนึกว่าเจ้านั่นลืมเรื่องฉันไปหมดแล้วเสียอีก เธอเป็นลูกศิษย์ของเจ้านั่น? ตอนนี้ยังมีคนอยากเรียนเวทย์มนต์แห่งแสงของเจ้าหมอนั่นอยู่อีกเหรอ? ดูแล้วความสามารถของเธอน่าจะไม่เลว แต่เรียนเวทย์แสงน่ะนะ สู้ว่ามาเรียนวิชายุทธ์ของฉันดีกว่า ฮ่าฮ่า!!”

ช่างเป็นคนที่ปากตรงกับใจ พูดตรงไปตรงมาดีจริง ๆ แต่คำพูดของเขาทำให้ผมรู้สึกเสียหน้า ไม่ได้ถ่อมตัวหรือหยิ่งยโสเกินไป ผมตอบกลับไปว่า “เวทย์แสงของอาจารย์ตี้ยังทรงพลังอยู่เหมือนเดิม เหมือนกันกับวิชายุทธของท่าน ต่างก็มีข้อดีของมัน ผมต้องขออภัย แต่คงจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ให้มากความ นี่ครับ! จดหมายของอาจารย์ตี้ โปรดรับไว้ด้วย”

อาจารย์เหวินรับจดหมายไปเปิด แล้วบอกผม “ไม่ต้องพูดให้มันเป็นทางการนัก มันกระดากหูฉัน ขออ่านจดหมายเจ้านั่นก่อน” หลังจากอ่านจบอย่างรวดเร็ว เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมซ้ำอีกครั้ง จากหัวจรดเท้า มองเส้นผมตรงยาวของผม จ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดในที่สุด “เหล่าตี้เขียนมาว่าเขามีความมั่นใจในตัวเธอมาก บอกว่าเธอเป็นอัจฉริยะด้านเวทย์มนต์ ทำเอาฉันอยากรู้เลยว่า ไอ้ที่ว่าอัจฉริยะน่ะมันจะขนาดไหนกัน”

ผมจะไปกล้าพูดอะไร เดี๋ยวพูดผิดไปได้ตายแน่ ๆ ดูท่าแล้ว อาจารย์เหวินคนนี้อารมณ์น่าจะรุนแรงเหมือนไฟ อย่าไปพูดให้ผิดหูดีกว่า เป็นลูกศิษย์ของเขาที่พาผมออกจากความอึดอัดนี้ “อาจารย์! แขกเดินทางมาจากแดนไกล ทำไมอาจารย์ไม่เชิญเข้าไปนั่งพักในห้อง? อาจารย์กำลังทำให้เขาทำตัวไม่ถูก”

“ฮี่ฮี่! ถูกต้องแล้ว! อา! พวกเธอเด็กรุ่นหลังยังต้องเกี่ยวข้องกันไปอีกนาน ไป! เข้าไปในห้อง ส่วนนาย กลับไปทำหน้าที่ได้แล้ว” เขาหันกลับไปบอกคนเฝ้าประตู

พวกเราเข้าไปในกระท่อมไม้เล็ก ๆ นั่น อาจารย์เหวินสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ของอาจารย์ตี้จากผม จากคำถามของเขา ผมรู้สึกได้ว่าความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ไม่ธรรมดาเลย

อาจารย์เหวินพูด “โอ้! ใช่แล้ว ฉันยังไม่แนะนำพวกเธอเลย นี่เป็นลูกศิษย์ของฉันชื่อหั่วตงรื่อ เขาเป็นลูกครึ่งเอลฟ์ เขาเป็นเด็กดี เป็นคนเดียวที่ทนอารมณ์ของอาจารย์ได้ ฮ่าฮ่า!”

ตงรื่อรู้สึกอายกับคำพูดของอาจารย์เหวินเล็กน้อย ผมพยักหน้าให้เขา “สวัสดีครับ ในอนาคตช่วยดูแลผมด้วยนะครับ” เขายิ้มกลับมาอย่างอบอุ่น

จบบทที่ บทที่ 59 - สถาบันอัศวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว