เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 051

Divine King Of All Directions - 051

Divine King Of All Directions - 051


Divine King Of All Directions - 051

 

หลินเทียนไม่ลังเลเลยที่จะรับงานนี้ไปเพราะว่ายังไงเขาก็จำเป็นต้องใช้หยาดจันทรานี้เพื่อสร้างข่ายอาคมลมกระโชกซึ่งการที่เขาสำเร็จภารกิจนี้ก็จะช่วยให้เขาได้รับหยาดจันทรามาถึงแปดหยดซึ่งถือว่าช่วยประหยัดเวลาเขามากๆ หากว่าเขาไม่รับมันเอาไว้และคนอื่นเอาไปทำสำเร็จก่อนเขาก็ต้องเปลี่ยนมาทำภารกิจธรรมดาๆกว่า 30 ภารกิจเพื่อแลกกับแต้มความสำเร็จ

ของสิ่งนี้เป็นอะไรที่เงินไม่สามารถซื้อได้

"ท่านจะรับ ? "

นางได้ถามออกมา

"อื้ม"

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

นางได้หยิบกระดาษออกมาส่งให้เขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่แถบนั้นรวมถึงพวกสัตว์ร้ายด้วย หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับท่านนะคะ "

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้พูดต่อว่า

"อ่อใช่ ท่านคะ ก่อนหน้านี้มีคนมารับภารกิจนี้ไปแล้วด้วยเหมือนกันดังนั้นท่านต้องรีบหน่อยนะคะ "

หลินเทียนได้ถามกลับด้วยความสงสัยว่า

"มีคนรับไป ? แล้วจำกัดมากแค่ไหน ? "

"มันเป็นเพราะว่าความต้องการของมันสูงมากๆดังนั้นถึงไม่มีการจำกัดและจะส่งให้เท่าไหร่ก็ได้จนกว่าที่ทางสมาคมจะคิดว่ามันพอแล้วและจะยกเลิกภารกิจหลังจากนั้น "

หลังจากที่อธิบายแล้วนางก็ได้พูดต่อว่า

"แต่ตอนนี้มีความต้องการเหลืออีกเพียงดอกเดียวเท่านั้น "

คิ้วของหลินเทียนได้ขมวดเข้าหากันทันที อีกแค่ดอกเดียว ?

ก็ต้องเร่งความเร็วจริงๆนั่นแหละ

หลังจากที่พยักหน้าแล้วเขาก็รับกระดาษมาจากนางโดยทันที

"ขอบคุณมาก ข้าขอตัวลา"

หลินเทียนได้พูดออกมา

หญิงสาวพนักงานต้อนรับได้เดินไปส่งเขาด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยและสามารถจำดอกไม้ผีกลับมาได้อย่างราบรื่นนะคะ "

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะผลักประตูออกไป

หลังจากที่กลับไปยังสำนักแล้วเขาก็ได้เก็บสัมภาระต่างๆพร้อมทั้งแจ้งกับซูชูวว่าเขามีเรื่องต้องไปจัดการสักพักและขอให้นางช่วยดูแลหลินซี่แทนให้หน่อย แน่นอนว่าตัวเขาก็ได้บอกเรื่องนี้กับหลินซี่แล้วด้วยเช่นกัน

เขาได้ออกจากสำนักมาก่อนที่จะเดินเข้าไปทางป่าทมิฬโดยทันที

ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองและมันเป็นสถานที่ๆอันตรายยิ่งกว่าสันเขาชิงเฟิงเสียอีก หลังจากที่เขาใช้เวลากว่าแปดชั่วโมงนั้นก็ได้ไปถึงเขตของป่าแห่งนี้ เมื่อมองออกไปกว้างๆแล้วก็จะพบได้ว่าพื้นที่ป่าแห่งนี้กว้างขวางมากๆพร้อมทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่นาๆชนิด

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ทำให้อากาศตอนนี้ร้อนเหมือนนรก หลังจากที่เขาไปถึงเขตป่าแล้วก็รีบถอดผ้าคลุมสีดำออกและเผยให้เห็นชุดคลุมยาวสีขาวของเขาที่ดูสะอาดเป็นอย่างมาก เมื่ออยู่ในที่แบบนี้แล้วเขาไม่กลัวเลยว่าตระกูลโม่หรือตระกูลเสี่ยวจะมาลอบโจมตี

ณ ตอนนี้รอบๆป่าเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้คนมากมายพร้อมทั้งยังมีเสียงที่ถูกส่งมาเรื่อยๆเพื่อเรียกรวมเหล่าผู้คนต่างๆที่เข้ามาคนเดียว

"สหาย เราไปด้วยกันเถอะ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งแข็งแกร่งนะ ! "

ชายวัยกลางคนได้ตะโกนออกมา

ป่าแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยสมบัติเพราะว่ามันมีแม้กระทั่งสมุนไพรล้ำค่าต่างๆดังนั้นถึงได้มีผู้คนเข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้ทุกๆวัน ต้องรู้ก่อนนะว่าป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมายแต่เลือดเนื้อของมันก็มีมูลค่าแถมหากว่าสามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรช้ำค่ากลับไปได้ก็จะถือว่าโชคดีอย่างมาก

แน่นอนสำหรับเรื่องที่ว่าเมื่อมีสัตว์ร้ายมากมายแล้วก็จะทำให้พื้นที่แห่งนี้อันตรายอย่างมาก มีหลายคนที่เข้าไปคนเดียวหรือจะเป็นกลุ่มก็มี หากว่ารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆแล้วก็จะมีความสามารถในการรบมากขึ้นและส่งผลให้สัตว์ร้ายไม่กล้าเปิดฉากโจมตีง่ายๆ สรุปแล้วก็จะทำให้ปลอดภัยขึ้น

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพบกับชายวัยกลางคนซึ่งระดับพลังของพวกเขาเฉลี่ยอยู่ที่เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 – 8 ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย จริงๆแล้วคนธรรมดาสามารถบ่มเพาะไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 5 โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเคล็ดวิชาบ่มเพาะแต่คนเหล่านี้อาจจะเป็นศิษย์เก่าของสำนักจิ่วหยางหรืออาจจะเป็นทหารที่ปลดประจำการจากกองกำลังจักรวรรดิก็ได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลินเทียนไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

"จากข้อมูลที่ได้มาแล้วดอกไม้ผีก็น่าจะอยู่ห่างไปจากจุดนี้ประมาณ6-7 กิโลเมตร ที่นั่นน่าจะเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายระดับ 3 "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับคนโดยรอบเลยก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าทมิฬ , หลังจากที่เขาเข้าไปได้แล้วก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่รกร้างซึ่งมันทำให้ผู้คนต้องรู้สึกหวาดหวั่นโดยทันที อากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจที่เข้มข้นแถมยังมีกลิ่นคาวเลือดผสมอยู่ด้วย

แน่นอนว่ามีคนทิ้งชีวิตไว้ที่นี่มากมาย

หลินเทียนซึ่งคาดกระบี่คืนสู่หยวนเอาไว้ได้เดินเข้าไปทีละก้าวอย่างช้าๆ

ไม่นานเขาก็เดินเข้าไปลึกประมาณ 300 เมตร

ณ ตอนนี้เสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายนั้นดังกังวานไปทั่วก่อนที่สัตว์ร้ายรูปร่างเหมือนงูตัวใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจะพุ่งออกมา

ดวงตาของหลินเทียนได้หรี่ลงก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"สัตว์ร้ายระดับ 1 งูน้ำแข็ง"

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้รับกระดาษมานั้นมันเต็มไปด้วยข้อมูลของสัตว์ร้ายภายในพื้นที่แห่งนี้ดังนั้นหลังจากที่เขากวาดตามองแล้วถึงสามารถจำแนกมันได้ทันที

เขาได้ยกมือขวาขึ้นมาก่อนที่จะเหวี่ยงออกไป

ร่างกายของงูตัวนี้ใหญ่มากๆแต่กลับเป็นเพียงสัตว์ร้ายระดับ 1ซึ่งมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 3 เท่านั้นแล้วมันจะเป็นคู่มือให้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 แบบหลินเทียนได้อย่างไรกันดังนั้นหลังจากที่มันถูกหลินเทียบตบไปแล้วก็ตายคามือเขาโดยทันที หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะชำแหละเอาแก่นแท้ออกมาและเดินจากไปทันที

ไม่นานเขาก็เดินทะลุผ่านป่าเข้าไปก่อนที่จะพบกับเสียงร้องดึงกึกก้องซึ่งตัวเขาได้แหงนหน้ามองก่อนที่จะพบกับสัตว์ร้ายร่างใหญ่กำลังค่อมท่อนซุงเอาไว้ กรงเล็บของมันมีความยาวกว่า 5 ซ.ม.แต่ที่สำคัญที่สุดคือกลางหลังของมันนั้นมีปีกอยู่ด้วย

"พยัคฆ์ปีกเพลิง "

หลินเทียนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มันเป็นสัตว์ร้ายระดับ 3ซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7

ณ ตอนนี้เขาเห็นเพียงแค่ว่าที่มุมปากของมันนั้นมีน้ำลายหยดย้อยลงมามากมายขณะที่มองลงมาเบื้องล่างพร้อมทั้งค่อยๆเดินลงมาเหมือนว่ากำลังจับจ้องไปที่เหยื่อของมันเท่านั้น เมื่อหลินเทียนได้ก้มมองตามลงไปก็พบกับเด็กสาวตัวน้อยที่มีอายุราวๆ 11 ปีกำลังสั่นด้วยความกลัว

พยัคฆ์ปีกเพลิงตัวนั้นได้อ้าปากของมันออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่สาวน้อยคนนั้นโดยทันที

"ระยำ !"

หลินเทียนไม่ทันจะคิดก่อนที่จะคำรามพร้อมทั้งคว้าเอากระบี่คืนสู่หยวนและส่งคลื่นกระบี่ออกไปยังช่วงท้องของพยัคฆ์ปีกเพลิง

มันได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะหล่นลงกับพื้นอย่างดัง

อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากนั้นมันก็พยุงตัวเองกลับขึ้นมา

ถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงสัตว์ร้ายระดับ 3 ที่แข็งแกร่งดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ตายง่ายๆ

"ฮึ่ม ! "

หลินเทียนได้พุ่งออกไปทางข้างก่อนที่เข้าประชิดอย่างไวและฟาดฟันออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้กระบี่ของเขาได้ทะลุร่างของมันก่อนที่จะปลิดชีวิตของสัตว์ร้ายไปทันที

มันได้ล้มลงกับพื้นอย่างดังก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาเด็กสาวตัวน้อย

เสื้อผ้าของนางยังคงอยู่ครบแต่เปื้อนไปด้วยดินทรายมากมายแต่หลังจากที่มองไปที่นางแล้วเขาก็ได้แต่รู้สึกแปลกๆ ที่นี่เป็นถึงป่าทมิฬแล้วเด็กน้อยมาทำอะไรที่นี่ ? ต่อให้ครอบครัวเข้ามาหาประสบการณ์ก็ไม่น่าจะอุ้มเด็กมาด้วย ?

นางยังคงหลบอยู่หลังต้นไม้ขณะที่มองไปยังหลินเทียนด้วยท่าทางระมัดระวัง

"สาวน้อย เจ้ามาอยู่นี่ได้ไง ? "

หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่งเขาก็ได้เปิดปากถามออกมา

ผมยาวสลัวดีดำของนางนั้นยาวลงมาถึงเอวซึ่ง ณ ตอนนี้นางก็ได้แต่มองไปทางเขาขณะที่ส่ายศีรษะ

"คนรู้จักนำเจ้ามาที่นี่ ? "

หลินเทียนได้ถามต่อ

น่าเสียดายที่นางยังคงส่ายศีรษะต่อ

หลินเทียนได้ยิงคำถามต่อไปหลายข้อแต่นางก็ยังคงส่ายศีรษะอยู่ตลอดไม่ก็จ้องมองมาที่หน้าของเขาเหมือนว่ามีอะไรติดอยู่

หลินเทียนได้ถามต่อว่า

"งั้น...... เจ้าชื่ออะไร ? "

เด็กสาวตัวน้อยได้มองมาทางเขาก่อนที่จะกระพริบตาคู่โตของนางด้วยท่าทางระมัดระวังแต่ตอนนี้เองที่เหมือนว่านางจะนึกอะไรขึ้นได้พร้อมทั้งเปิดปากพูดออกมาว่า

"จี่........จี่ จิงหลิง"

หลินเทียนได้รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่นางยังพอจำชื่อตัวเองได้

"จี่จิงหลิง"

เป็นชื่อที่ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามนอกจากชื่อตัวเองแล้วนางก็ไม่รู้เลยว่าครอบครัวอยู่ที่ไหนหรือเป็นใคร เรียกได้ว่าไม่รู้อะไรเลยก็ว่าได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

"งั้นจี่เอ๋อไปกับพี่สักพักไหม ? "

อายุของนางนั้นพอๆกับหลินซี่และในเมื่อพบกันที่นี่แล้วเขาก็ไม่สามารถทิ้งนางเอาไว้ได้

เด็กแบบนี้อยู่ในป่านี่ก็อาจจะโดยเขมือบได้ทุกเมื่อ

"อื้ม ! "

นางได้พยักหน้าตอบด้วยท่าทางที่มีความสุข

"ได้ งั้นไปกัน "

หลินเทียนได้อุ้มนางขึ้นมาพร้อมทั้งปัดเศษทรายออกก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าลึก

พื้นที่ภายในป่าลึกค่อนข้างสลัวๆเหมาะกับชื่อป่าทมิฬของมันมากๆ เขาสัมผัสได้ว่าตรงหน้านั้นมีพลังฉีที่รุนแรงถูกส่งมาและหลังจากที่เดินออกไปไม่กี่สิบเมตรแล้วก็พบกับคนหลายสิบคนกำลังช่วยกันโจมตีสัตว์ร้ายระดับ 3ที่มีสองหัว

"มังกรเพลิงสองหู "

หลินเทียนถึงกับผงะไป

มันเป็นสัตว์ร้ายระดับ 3 ขั้นสูงสุดเลยก็ว่าได้ ระดับพลังของมันเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9

เมื่อกวาดตามองไปยังกลุ่มคนแล้วเขาพบว่าระดับพลังโดยเฉลี่ยของพวกเขานั้นอยู่ที่เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ซึ่งการจะฆ่ามังกรเพลิงสองหัวด้วยระดับพลังเท่านี้ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ หลังจากที่มองไปรอบๆเขาได้พบว่าห่างออกไปก็ยังมีชายชราในชุดคลุมสีครามซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านข่ายอาคมติดเอาไว้ ที่ตรานั้นมีแถบสีทองอยู่แถบเดียว

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 1 "

หลินเทียนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มังกรเพลิงสองหัวตรงหน้าได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะส่งเปลวเพลิงบนร่างเข้าปกคลุมผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด ผู้คนเหล่านั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสงสารก่อนที่จะสุกในไม่กี่นาที

เด็กสาวตัวน้อยได้จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ด้วยท่าทางที่หวาดกลัว

"ไม่เป็นไรนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาไม่สนใจคนเหล่านี้ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินเข้าไปภายในส่วนลึกของป่าต่อไป

อีกแค่ไม่ถึง 2 กิโลเมตรก็จะถึงเขตของดอกไม้ผีแล้ว

"เจ้าหนูตรงนั้นน่ะ มาช่วยหน่อย ! "

ณ ตอนนี้ชายชราในชุดคลุมสีครามได้ส่งเสียงออกมาทางเขาอย่างดัง

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 051

คัดลอกลิงก์แล้ว