- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 259: เยือกเย็นไร้ความปรานี
บทที่ 259: เยือกเย็นไร้ความปรานี
บทที่ 259: เยือกเย็นไร้ความปรานี
เจียงหยวนเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ ก็เห็นแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนสองรายการ
รายการหนึ่งมาจาก "วันวานซบเซา" และ อีกหนึ่งคือ "ผู้ตรวจสอบร่องรอยหลี่รุ่ย"
เขากด “ยอมรับ” ทั้งสอง แล้วทักไปหา "วันวานซบเซา" ว่า
【ขอทราบว่าอยู่หน่วยงานไหนครับ? มีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ไหม? เพราะเกี่ยวข้องกับหลักฐาน】
อีกฝ่ายส่งบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่มาทันที พร้อมตอบว่า
【ฮ่าๆ ใส่ใจดีจริงๆ】
เจียงหยวนเปิดดูแล้วถึงกับอุทานในใจ!
...รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอาชญากรรมเมืองฉางหยาง “ว่านเป่าหมิง”
ระดับแล้วถือว่าเทียบได้กับ “หลิวจิ่งฮุ่ย” เลยทีเดียว สูงกว่า “หวงเฉียงหมิน” อีก
แน่นอนว่าในเมืองใหญ่ ข้าราชการระดับไหนๆ ก็ยังมักสูงกว่าผู้นำท้องถิ่นของอำเภอ
แต่เจียงหยวนก็ยังรักษามารยาทตอบกลับไปว่า
【สวัสดีครับท่าน ผมไม่ได้สังเกตครับ รอสักครู่ ผมจะส่งข้อมูลทางเครือข่ายภายในให้ครับ】
【ได้เลย ไม่ต้องรีบ】
‘วันวานซบเซา’ ดูสุภาพเป็นพิเศษ
ครู่ต่อมา เจียงหยวนส่งข้อมูลลายนิ้วมือที่เปรียบเทียบได้ผ่านเครือข่ายภายในให้ว่านเป่าหมิง
อีกฝ่ายตอบขอบคุณ แล้วเงียบไป
พักใหญ่ ไอคอนของ “วันวานซบเซา” ก็ขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ข้อความยาวๆ มาทีละช่วงว่า
【ใช่จริงๆ ด้วย】
【สุดยอดเลย! 】
【ทีมตรวจรอยของเราทำมาตั้งนาน ยังไม่เจอเลย】
【คดีฆาตกรรมนี้เรียกว่าคลี่คลายได้แล้วจริงๆ นึกไม่ถึงเลย เดี๋ยวผมจะส่งให้ทางโน้นไปจับคน ตอนนี้สำนักเขตแทบจะบ้าอยู่แล้ว มีคนเฝ้าทำงานกันเกือบอาทิตย์ ทางนี้ก็ตามผมทุกวัน คิดไม่ถึงเลยว่าคุณใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็ทำได้】
【ตอนผมไปร่วมเวทีประชุมลายนิ้วมือที่กองบัญชีกลาง ก็เห็นคุณแล้ว แต่ตอนนั้นยุ่งกับคดี เลยไม่ได้คุยกัน ถ้ามีโอกาสมาเมืองฉางหยาง แจ้งผมด้วยนะครับ】
เจียงหยวนเห็นว่าอีกฝ่ายพิมพ์ไม่หยุดเลยตอบกลับว่า
【ครับ ไม่ต้องเกรงใจครับ】
‘วันวานซบเซา’ ยังไม่หยุด
【ไม่ได้เกรงใจนะครับ เก่งจริงๆ】
【เดี๋ยวให้เหล่าหวังเลี้ยงข้าวเลย】
【กราบ.gif】
จากนั้นก็พิมพ์ข้อความต่อเนื่องอีกหลายช่วง
เจียงหยวนใช้ทักษะพิสูจน์เอกสารระดับ 3 วิเคราะห์ พบว่าว่านเป่าหมิงน่าจะเป็นคนวัยกลางคนที่ยังไม่แก่ ประมาณ 35–36 ปี เพราะถ้าอายุมากกว่านั้น มักไม่ค่อยชอบพิมพ์ข้อความ ส่วนใหญ่มักจะส่งเสียง แต่ก็ไม่อยากให้ดูไม่เป็นทางการเลยเลือกโทรศัพท์
คนที่อายุประมาณ 30 ต้นๆ จะพิมพ์ข้อความได้ทั้งคล่องและเต็มใจ เด็กกว่านั้นก็ไม่น่าจะได้เป็นรองผู้อำนวยการแล้ว และสไตล์การตั้งชื่อในแอปก็ต่างกัน
เจียงหยวนเงียบๆ วิเคราะห์แบบนักพิสูจน์เอกสาร แล้วตอบข้อความอีกเล็กน้อยก่อนปิดแชต
เมื่อกลับเข้าไปดูในกลุ่ม “แชร์ทักษะชิงเหอ” ก็เห็นว่านเป่าหมิงเริ่มยกย่องออกหน้า
【นี่คือการได้พบยอดฝีมือของจริง】
【ผมยกให้เจียงหยวนเป็น TOP3 แห่งผู้ตรวจลายนิ้วมือมณฑลซานหนาน ไม่กล้าบอกว่าอันดับหนึ่ง เดี๋ยวมีดราม่า】
【น่าเหลือเชื่อ พวกเราทำกันตั้งหลายวัน งานระดับทีมสืบสวน แต่เจียงหยวนจัดการเสร็จในไม่กี่ชั่วโมง ถ้าใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีนี่จะเกินไปหน่อย】
เจียงหยวนเห็นแล้วก็รู้ว่าไม่ตอบไม่ได้
【โชคดีครับ ทำจุดลักษณะเฉพาะสามรอบ ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่า】
กลุ่ม “แชร์ทักษะชิงเหอ” ที่เคยมีคนพูดบ้างเงียบบ้าง ก็เงียบกริบลงอีกครั้ง
กลุ่มนี้ตั้งชื่อแบบนั้นเพราะสมาชิกต่างก็มีทักษะเชิงเทคนิค ทั้งนิติเวช ลายนิ้วมือ พิษวิทยา ฯลฯ ทุกคนเป็นสายเทคนิค เข้าใจกันระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะลายนิ้วมือ ในระบบตำรวจถือว่าใช้กันทั่วไปมาก ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เทคนิค แต่ตำรวจทั่วไปก็พอรู้วิธีเปรียบเทียบขั้นพื้นฐาน
ดังนั้นการเห็นคนเก่งจัดการงานตรงหน้าได้รวดเร็วแบบนี้ ทำให้รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ
สองชั่วโมงจับคดีฆาตกรรมได้ เท่ากับ “ปิดคดีในสองชั่วโมง”
และทุกคนในกลุ่มก็เห็นกับตาว่าเจียงหยวนนั่งเปรียบเทียบอยู่จริงๆ ไม่ใช่โม้
ประสิทธิภาพแบบนี้ สำหรับคนทั่วไปแล้วคือ “ยอดมนุษย์”
จนสมาชิกในกลุ่มเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง
ผู้ตรวจสอบร่องรอยหลี่รุ่ย:
【รู้สึกว่าที่ผ่านมาเหมือนเสียเวลาเปล่า】
ใต้หล้าเหนือใต้:
【พี่ได้ของดีรึเปล่า? 】
ผู้ตรวจสอบร่องรอยหลี่รุ่ย:
【ดูบริบทหน่อย】
ใต้หล้าเหนือใต้:
【ก็คำพูดของนายมันไม่เหมาะกับสถานการณ์เองนะ】
แล้วกลุ่มเทคนิคก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
เจียงหยวนส่ายหัว เก็บมือถือ แล้วไปก่ออิฐต่อที่ระเบียง
ช่วงนี้เขาออกไปทำงานนอกสถานที่มานาน เห็นกลุ่มแชตที่คล้ายกลุ่มงานก็เริ่มรู้สึกเบื่อ
ก่ออิฐไปจนตะวันตกดิน ท้องเริ่มร้อง เลยหยิบมือถือมาดู เห็นข้อความจากพ่อ “เจียงฟู่เจิน” ว่าออกไปรวบรวมค่าเช่ากับญาติๆ แล้ว
--
บ้านในหมู่บ้านเจียงชุนไม่ได้ให้เช่าเฉพาะคนทั่วไป แต่มีหลายหลังให้บริษัทต่าง ๆ หรือร้านค้ารายย่อยเช่าด้วย
เวลาที่เก็บค่าเช่าดี ๆ ก็ไม่ต้องถามเลย เงินโอนเข้าบัญชีตรงตามกำหนด
แต่ถ้าเก็บยาก...ก็ต้องรวมกลุ่มกันไปจัดการทวง ชาวหมู่บ้านเจียงชุนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสามัคคีในเรื่องแบบนี้
นั่นแปลว่าเย็นนี้เจียงหยวนต้องกินข้าวคนเดียว เขาเลยจุดเตาย่างบนดาดฟ้า เอาเนื้อปรุงสุกมาหั่นแล้วย่างไฟอ่อน ๆ แบบนี้แม้ไม่ใช่บาร์บีคิวสด ๆ แต่ก็มีรสชาติไปอีกแบบ
เมื่อย่างเสร็จ เขาจัดเก้าอี้นอน จุดยากันยุง…
มือถือก็สั่น “ตื๊ด” หนึ่งที เป็นการแจ้งเตือนโอนเงินจาก “เจียงฟู่เจิน”
ตั้งแต่เจียงหยวนเริ่มทำงาน พ่อก็เริ่มโอนเงินมาให้บ่อยขึ้น จำนวนเงินก็เพิ่มขึ้นด้วย...นั่นสื่อถึงความห่วงใย ชื่นชม และไว้วางใจ
ช่วงเวลานี้คงเป็นเวลาที่ทุกคนกำลังเปรียบเทียบจำนวนเงินค่าเช่ากัน จำนวนเงินที่เจียงฟู่เจินโอนมานั้น ต้องถูกทุกคนเห็นแน่ๆ ไม่ต้องเดาเลย เขาต้องได้โอกาสอวดแน่นอน เพราะในหมู่บ้านเจียงชุนนั้น มีไม่กี่คนที่ทำให้พ่อโอนเงินแบบวางใจและเป็นเงินก้อนใหญ่ได้
วันถัดมาก็ยังเป็นวันแห่งการ “ก่ออิฐ”
แปลงดอกไม้บนระเบียงเสร็จแล้ว เจียงหยวนก็ย้ายไปทำผนังกั้นห้องในบ้านเช่าหลายห้อง
ที่นี่ส่วนใหญ่ให้โรงงานและคนงานเช่า ซึ่งแต่ละแห่งมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนอยู่ห้องรวมได้ บางคนต้องการห้องเดี่ยว
ก่อนหน้านี้ เจียงฟู่เจินมักจะมอบหมายบ้านแบบนี้ให้ญาติจัดการ แต่พอเจียงหยวนมีเวลา ก็เลยลงมือทำเอง เป็นการใช้วันหยุดอย่างเต็มที่ และพักผ่อนตามสไตล์ของเขา
ระหว่างเดินกลับบ้าน เขาก็เห็นว่ามีคนรออยู่ด้านล่างแล้ว
“เจียงหยวน”
คนที่มารอยิ้มเต็มหน้า เห็นเขาเปื้อนฝุ่นก็ยังทักแบบขำๆ ว่า
“ไปขุดศพมารึเปล่า?”
“ไปก่ออิฐมาครับ”
เขาตอบ
“วันหยุดนายแปลกดีนะ”
อีกฝ่ายยิ้มแล้วยื่นมือให้
“ฉันว่านเป่าหมิง ที่คุยกันเมื่อวาน”
“ครับ...ลายนิ้วมือมีปัญหาเหรอครับ?”
เจียงหยวนนึกถึงคดีเมื่อวานทันที
“ไม่ๆ ลายนิ้วมือไม่มีปัญหา ผู้ต้องสงสัยถูกจับแล้วและสารภาพหมดแล้ว เหล่าหวังติดคดีมาไม่ได้ ฉันน่ะ… บอกตรงๆ เลย นอนไม่หลับทั้งคืน”
ว่านเป่าหมิงพูดพลางสั่นหัว
“คลี่คลายคดีฆาตกรรมในสองชั่วโมง พอนึกขึ้นมาที...นี่ขนลุกซู่เลย”
“บังเอิญเจอพอดีครับ”
เจียงหยวนตอบ
“ก็ต้องพูดแบบนั้นแหละ…”
ว่านเป่าหมิงไม่ได้เซ้าซี้ เปลี่ยนเรื่องทันที
“ฉันมีอีกคดี อยากให้ช่วยดูลายนิ้วมือ”
ไม่ต้องบอก เจียงหยวนก็พอเดาออกแล้ว คนที่มาหาเขา ไม่ใช่มายืมเงินแน่นอน
“ขึ้นไปดูในห้องละกันครับ”
เจียงหยวนนำว่านเป่าหมิงขึ้นชั้นบนไปที่ห้องทำงาน แล้วเปิดดูลายนิ้วมือที่อีกฝ่ายนำมา
...ลายนิ้วมือเลือนราง สภาพไม่ดีนัก
“คดีฆาตกรรมอีกเหรอครับ?”
เจียงหยวนดูไปก็ถามไป
ว่านเป่าหมิงพยักหน้า
“เป็นคดีเมื่อปีที่แล้ว นายอาจเคยได้ยิน คนถูกผลักจากดาดฟ้า นี่เป็นลายนิ้วมือที่เจอบนเสื้อผู้เสียชีวิต ตอนนี้ตำรวจระบุผู้ต้องสงสัยได้หลายคน แต่เปรียบเทียบจับคู่ลายนิ้วมือไม่ได้เลย จนคดีชะงัก…”
“คดีเมืองฉางหยาง”
เจียงหยวนพึมพำ
“ใช่”
“ตรงนี้มีปัญหาหน่อยนะครับ…”
เจียงหยวนดูเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้น
หัวใจว่านเป่าหมิงกระตุก
“นายก็ทำไม่ได้เหรอ? คดีนี้ฉันก็ให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนช่วยดูแล้ว มันซับซ้อนจริงๆ…”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ”
เจียงหยวนโบกมือ
“คุณต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาของผมก่อน ยังไงเราก็เป็นคนของทางการ”
“อ้อ ไม่มีปัญหาเลย”
ว่านเป่าหมิงโล่งใจ หัวเราะ
“งั้นฉันโทรหาหัวหน้าหวงนะ ฉันก็สนิทกับเขาพอสมควร”
“โอเคครับ ถ้าหัวหน้าหวงอนุญาต ผมก็เริ่มทำได้เลย”
เจียงหยวนยิ้มเขินๆ ก่อนก้มหน้าลงเหมือนช่างก่ออิฐใจดี
ว่านเป่าหมิงหยิบมือถืออย่างรวดเร็ว กดโทรหาหวงเฉียงหมิน
แค่ไม่กี่ประโยค มือของว่านเป่าหมิงก็เริ่มสั่น เขาลุกขึ้นทันทีแล้วไปหลบตรงมุมผนัง ใช้มือซ้ายกดข้อมือขวา พูดเสียงเบา
“หัวหน้าหวง คุณเรียกแพงไปแล้ว เรียกโหดเกินไป”
“คุณไม่เอา ก็ยังมีคนอื่นอยากได้ เวลาของเจียงหยวนมีจำกัด คุณจะไม่ลองคิดดูใหม่หน่อยเหรอ…”
เสียงหวงเฉียงหมิน เยือกเย็นไร้ความปรานี
----------
(จบบทที่ 259)