เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 228: การเริ่มต้นฝึก

บทที่ 228: การเริ่มต้นฝึก

บทที่ 228: การเริ่มต้นฝึก


#ช่วงเช้า

หลังจากทานอาหารเช้าอิ่มหนำแล้ว เจียงหยวน, อู๋จวิน, อู๋จุนเฮา และหวงเฉียงหมิน รวมกลุ่มกันมายืนรอรถอยู่หน้าร้านอาหาร

ลมที่เมืองชิงเหอ ดูนุ่มนวลกว่าลมในเขตหนิงไท่ พัดเฉียดใบหน้าอย่างแผ่วเบา ยังไม่ทันได้ซึมซับก็จางหายไป แล้วก็พัดกลับมาอีกครั้ง

ถ้าชิงเหอเป็นหญิงสาวขายาวผู้งดงาม ลมนี้ก็คงเปรียบเสมือนระบำที่ลื่นไหลเย้ายวนใจ ทำให้หัวใจคนสั่นไหว

แต่ถ้าชิงเหอเป็นชายร่างยักษ์แข็งแรง... ลมนี้ก็คงรู้สึกน่าขนลุกเล็กน้อย

ชายทั้งหลายที่ยืนอยู่บนขั้นบันได ต่างก็จมอยู่ในความคิด ลมที่พัดมาปะทะพาเอาความเหนื่อยล้าจากภายในออกมาภายนอก ทำให้รู้สึกอ่อนแรงเป็นพิเศษ

คดีขโมยที่กลายเป็นคดีฆาตกรรม แถมยังมีศพถึงสองร่าง ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงหยวนไขคดีได้อย่างรวดเร็ว หวงเฉียงหมินคงเสียใจจนเอามีดจิ้มตัวเองแน่นอน

“หัวหน้าหวงครับ”

รถเบนซ์คันหนึ่งจอดหน้าพวกเขา คนขับลงมายิ้มแล้วพูดว่า

“พวกคุณกำลังจะกลับหนิงไท่ใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”

“คุณคือ…”

“อ้อ ผมเป็นคนขับรถของบริษัทเจี้ยนหยวนครับ”

“เกรงใจจังเลย แต่ไม่เป็นไรครับ”

จริง ๆ แล้ว หวงเฉียงหมินเองก็อยากขึ้นรถที่บริษัทเจี้ยนหยวนฯ จัดมาให้ เพราะรถของทีมเขานั้น... เก่าแสนเก่า วิ่งทางด่วนแบบนั่งเต็มคันรถนั้นยังไม่กล้าเปิดแอร์เลย เพราะถ้าเร่งไม่ขึ้นก็จะโดนรถบรรทุกบดเอา

เบนซ์จะดีหรือเปล่าไม่รู้ แต่แอร์นี่น่าจะเยี่ยมแน่นอน..

คนขับยังพยายามชวนอีกสองสามคำ แต่พอเห็นว่าหวงเฉียงหมินยืนกรานก็เพียงยิ้มแล้วว่า

“งั้นผมไปกินข้าวเช้าก่อน รอคุณอยู่นี่ เผื่อเปลี่ยนใจนั่งรถก็ยังทันนะครับ”

ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปในร้านอาหาร หวงเฉียงหมินกับพรรคพวกก็ไม่กล้าห้าม

“เปลี่ยนผู้ช่วยประธานใหญ่คนใหม่ บรรยากาศบริษัทก็เปลี่ยนตามเลยแฮะ”

หวงเฉียงหมินพูดพลางมองตามหลังคนขับรถแล้วหัวเราะเบา ๆ

“เพราะหัวหน้าเป็นผู้หญิง ลูกน้องเลยเปลี่ยนมาใช้โหมดอ่อนโยนกันหมด?”

อู๋จวินเองก็เพิ่งได้สัมผัสพลังของบริษัทเจี้ยนหยวนในช่วงสองสามวันนี้

หวงเฉียงหมินเอียงหัวเล็กน้อย

“ถ้าหัวหน้าเรามีพลังขนาดนั้น หน่วยเราคงได้เหรียญกลุ่มชั้นหนึ่งไปนานแล้ว คนขับคนนี้น่าจะมาพร้อมกับหยวนอวี่ซาน ได้ข่าวว่าเธอพาลูกน้องเข้าบริษัทมาด้วยหลายคน”

“แสดงว่าหยวนอวี่ซานก็มีทีมของตัวเองด้วยเหรอครับ?”

เจียงหยวนถามด้วยความแปลกใจ

หวงเฉียงหมินพยักหน้า

“เธอมีบริษัทของตัวเองอยู่ข้างนอก เดิมทีไม่มีสิทธิ์สืบทอดกิจการ พ่อแม่ก็ไม่ยอมให้เปิดบริษัทด้วยซ้ำ แต่เพราะปัญหาภายในเจี้ยนหยวนมันรุนแรง ข้อห้ามทั้งหลายก็เลยค่อย ๆ คลายออก”

“ใครจะไปคิดว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือหญิงสาวคนหนึ่ง”

อู๋จวินถอนหายใจ

“ถ้าลูกชายฉันได้เมียแบบนี้นะ คงมีความสุขสุด ๆ เลยล่ะ”

พูดจบ อู๋จวินก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบด้วยความสบายใจ

อู๋จุนเฮาถอยหลังหนึ่งก้าว เขาเป็นหนุ่มรักสุขภาพ สูบบุหรี่ได้ แต่ไม่เอาควันบุหรี่มือสองตายผ่อนส่ง

“ว่าแต่ว่าขโมยนั่นสารภาพอะไรบ้างยัง?”

อู๋จวินซึ่งพักผ่อนมาเต็มอิ่มถามด้วยความอยากรู้

หวงเฉียงหมินตอบสั้น ๆ ว่า

“อืม”

“โดนลากเข้าคดีแบบนี้ถือว่าโชคร้ายสุด ๆ พอบวกกับคดีอื่นที่เราขุดเจอ อย่างน้อยก็โดนไม่ต่ำกว่า 7 ปี”

“โห แล้วมีใครอยู่เบื้องหลังไหม?”

“ไม่มี”

“อยู่ดี ๆ ก็โผล่มาก่อคดี?”

“ประมาณนั้น... แต่...”

“แต่อะไร?”

“เขาบอกว่าได้รับพัสดุมาจากชิงเหอหลายกล่อง เป็นของกินพื้นเมือง เห็นแล้วคิดถึงบ้านก็เลยแวะมาเที่ยว...”

“แล้วก็แวะก่อคดี?”

“อืม ฟังดูแล้วก็คงเป็นอย่างนั้น”

หวงเฉียงหมินพูดพลางตบไหล่เจียงหยวนหัวเราะ

“ใครจะไปคิดว่าตอนแรกเรามาแค่คลี่คลายคดีขโมย”

เจียงหยวนพนักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

อู๋จวินยื่นไม้แกะสลักรูปกวนอูสีแดงให้แต่ละคน พูดเบา ๆ ว่า

“พอเหอะ เรื่องซวย ๆ อย่าพูดเลย กลับบ้านเงียบ ๆ ดีกว่า”

“ใครมีของดีที่บ้านก็กินปลาสีแดง ใครไม่มี ก็กินไข่แดงไปก่อนแล้วกัน…”

“...”

--

#ช่วงค่ำ

เจียงหยวนได้กินปลา “ตงซิงปาน” ตัวหนึ่ง สีแดงสดมีจุดขาวกระจายอยู่

ตงซิงปานเคยโด่งดังจากละครฮ่องกง ราคาภายในประเทศเคยแพงมาก แต่พอมีเทคโนโลยีเพาะเลี้ยง ราคาก็ตกฮวบทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เจียงฟู่เจินกำลังทำปลา ปลานึ่งไม่ต้องมีฝีมืออะไรมาก เจียงหยวน, เจียงฟู่เจิน และน้าช่าง กินปลาน้ำหนักราวหนึ่งกิโล กำลังพอดีสำหรับสามคน

เนื้อปลาสดแน่นกว่าปลาทะเลทั่วไป และมีรสชาติเข้มข้น

เจียงฟู่เจินกินไปนิดหน่อยแล้ววางตะเกียบ เขาชินกับปลาน้ำจืด ปลาทะเลแค่ลองชิม รู้สึกไม่คุ้น แล้วก็กลับมากินกับข้าวอย่างอื่นแทน

แต่น้าช่างกินอย่างอารมณ์ดี เขาเองก็ดูหนังฮ่องกง และด้วยวัยที่มาก เคยคิดว่าหนังเหล่านั้นคือสารคดี เคยได้ยินชื่อปลานี้ แต่ด้วยนิสัยเขาไม่เคยไปตามหากินเอง ภรรยาซื้ออะไรมาก็กินอันนั้น แถมถ้าไม่ใช่หน้าเทศกาล ภรรยาก็จะประหยัดสุด ๆ

ระหว่างมื้ออาหาร เจียงหยวนก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องบางส่วนให้พ่อฟัง

แค่เล่าไปนิดหน่อย เจียงฟู่เจินก็นั่งไม่ติด

“บริษัทเจี้ยนหยวนใหญ่ขนาดนั้น ยังมีปัญหาหนักขนาดนี้? เฮ้อ ว่าไปเมื่อก่อนฉันก็เคยปล่อยเช่าชั้นหนึ่งให้เจี้ยนหยวน พวกเขาจ่ายเงินเร็วดี เป็นบริษัทน่าเชื่อถือจริง ๆ”

เจียงฟู่เจินส่ายหัว

เจียงหยวนยิ้ม ไม่ถามต่อ และไม่เล่าต่อ เพราะคดีอาชญากรรมส่วนใหญ่เกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับได้ โดยเฉพาะคดีฆาตกรรม ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ระดับพิเศษ ก็เป็นอารมณ์ที่รุนแรงผิดมนุษย์

น้าช่างฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะถามว่า

“นายต้องมีคนคุ้มกันไหม? พอมีชื่อเสียงขึ้นมา อาจยิ่งอันตราย นายเก่งขนาดนี้ ถ้ามีคนทำผิดแล้วรู้ตัวว่ามีช่องโหว่ เขาอาจกลับมาฆ่านายก็ได้”

เจียงฟู่เจินขมวดคิ้ว

“ฟังดูมีเหตุผล...”

“ไม่เคยได้ยินว่าตำรวจมีบอดี้การ์ดนะครับ”

เจียงหยวนยิ้ม

“หัวหน้าผมก็ไม่ยอมแน่”

“งั้นก็ต้องฝึกให้มากขึ้น จะให้ฉันสอนพื้นฐานการต่อสู้ให้เอาไหม?”

น้าช่างลุกขึ้น ขยับแขนขา

“ฉันเคยเรียนการต่อสู้ระยะประชิดตอนอยู่ในกองทัพนะ”

“งั้น... ก็ดีครับ”

เดิมทีเจียงหยวนคิดว่าระบบจะให้สกิลเอง แต่ระบบดันตอบสนองช้า งั้นฝึกเองก่อนก็ได้

น้าช่างยิ้มอย่างตื่นเต้น คิด ๆ แล้วบอกว่า

“ฉันว่าเริ่มจากมวยปล้ำก่อนดีกว่า เรียนไว ท่าง่าย ใช้ได้จริง นายไม่ต้องออกรบจริง ๆ หรอก เอาแค่ชนะตอนลงมือก็พอ”

เจียงหยวนนึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็พยักหน้า

น้าช่างรู้สึกเหมือนได้ภารกิจใหม่ ตื่นเต้นสุด ๆ รอจนเจียงหยวนกินเสร็จ พอออกไปย่อย น้าช่างก็เริ่มอธิบายทันที

หนึ่งชั่วโมงต่อมา น้าช่างถึงขั้นสาธิตท่าพื้นฐานให้เจียงหยวนดู

เจียงหยวนเองก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย คดีที่เขาเกี่ยวข้องตอนนี้ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แม้คดีนี้เริ่มจากการลักทรัพย์ แต่เพราะความเป็นบริษัทฯใหญ่โตอย่างเจี้ยนหยวน ตัวเขาจึงถูกดึงเข้าไปร่วมทีม

เหตุการณ์หลังจากนั้นก็ยิ่งเกินคาด และคดีที่รวมเอาเงิน อำนาจ และอารมณ์ไว้ด้วยกัน มันไม่แคร์เลยหากจะมีใครถูกลากไปตายเพิ่ม

อันตรายที่ตำรวจทั่วไปอาจไม่เคยเจอ อาจเกิดขึ้นกับเจียงหยวนได้ทุกเมื่อ เหมือนเรื่องเวนคืนที่คนธรรมดาแทบไม่เจอ แต่ครอบครัวเจียงกลับเจอมาหลายครั้ง

เมื่อมีวันหยุดพอดี เจียงหยวนจึงใช้โอกาสนี้ฝึกกับน้าช่าง เรียนรู้พื้นฐานให้ได้

ตอนออกจากบ้าน แม้แต่หมาสองตัวที่บ้านยังรับรู้ได้ถึงความมั่นใจของเจียงหยวน เดินเหินสง่างามขึ้นเยอะ

--

#สามวันต่อมา

เจียงหยวนกลับมาทำงานตามปกติ...

เข้าออฟฟิศ ข้ามเตาไฟ ไหว้กวนอู กินไข่แดงเสร็จ อู๋จวินก็ยื่นกล่องสีแดงให้เขา

“นี่อะไรเหรอครับ?”

“รางวัลจากคดีที่ชิงเหอไง ศพในอ่างเก็บน้ำ นายได้เหรียญกล้าหาญชั้นสาม”

อู๋จวินชี้ที่กล่อง

“เหรียญกับใบรับรองอยู่ในนั้น”

“แค่กล่องเดียว?”

เจียงหยวนรู้สึกไม่คุ้นชิน

“ถ้ามีพิธี มักจะเป็นเหรียญชั้นสองขึ้นไป ชั้นสามแบบนี้ บางทีแค่ประชุมเล็ก ๆ หรือไม่ก็ให้ตอนประชุมใหญ่รวม ๆ ไปเลย”

อู๋จวินเว้นจังหวะ มองหน้าเจียงหยวน

“นายได้เหรียญชั้นสองมาตั้งสองรอบแล้ว เหรียญชั้นสามนี่ ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายก็ได้มั้ง”

“มันก็...เอิ่ม เรียบง่ายเกินไปหน่อยไหมครับ”

เจียงหยวนมองไปรอบ ๆ พบว่าในห้องมีแค่เขากับอาจารย์

“ไม่ต้องมองหาใครหรอก หัวหน้าหวงไปชิงเหออีกแล้ว สองสามวันนี้ไม่อยู่”

“ไปอีกแล้ว?”

“อืม ก็เหมือนกับไปทวงเงินแหละ”

อู๋จวินพูดตามตรง

----------

(จบบทที่ 228)

จบบทที่ บทที่ 228: การเริ่มต้นฝึก

คัดลอกลิงก์แล้ว