เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 – ออกจากโรงเรียน

บทที่ 46 – ออกจากโรงเรียน

บทที่ 46 – ออกจากโรงเรียน


ผมจะต้องไปจากโรงเรียนที่ผมเรียน และใช้ชีวิตอยู่จนเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของผมแล้ว ผมเกลียดความรู้สึกที่จะต้องออกจากที่แห่งนี้ไป ผมมองกลับไปที่อาคารต่าง ๆ สวน และต้นไม้ที่อยู่ในโรงเรียนด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทำไมเวลาถึงได้ผ่านไปรวดเร็วนัก ผมเดินกลับไปกลับมาด้วยความวุ่นวายใจ

ข้าง ๆ ตัวผม อาจารย์ตี้มองดูผมที่ทำตัวเหมือนไม่อยากจะจากไป ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าเธอต้องไป อย่างไรเธอก็ต้องจากไป แต่เธอก็สามารถกลับมาเยี่ยมที่นี่ได้เสมอ แล้วตอนที่เธอกลับมา อาจารย์แน่ใจว่าเธอจะต้องนำชื่อเสียงกลับมาให้โรงเรียน รวมถึงอาจารย์ได้อย่างแน่นอน แล้วนี่เธอก็โตแล้ว เธอไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ  อย่าทำตัวเหมือนยังเป็นเด็กอยู่ รีบไปกันได้แล้ว”

พวกเราเดินออกไปที่ประตูของโรงเรียนอย่างช้า ๆ ผมยังคงหันมองไปรอบ ๆ เห็นตัวอักษรตัวใหญ่ที่จารึกอยู่บนแท่นหินแกรนิต ‘โรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง’ ดวงตาของผมเริ่มชื้นอีกครั้งหนึ่ง

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่! รอเดี๋ยว! ผมมาส่งพี่” เห็นหม่าเคอรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ ผมไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า ว่าผมจะออกไปวันนี้ ผมแค่ไม่อยากเจอกับบรรยากาศของการแยกจากที่น่าหดหู่

“ทำไมพี่ไม่บอกผมว่าพี่กำลังจะไป? ผมเป็นน้องพี่นะ!” สีหน้าของหม่าเคอ เดาไม่ออกเลยว่าจะหัวเราะ หรืออยากร้องไห้ “นี่ผมให้พี่ แล้วพี่ต้องรีบกลับมาล่ะ ผมจะรอพี่อยู่ที่สถาบันเวทย์มนต์ระดับสูง เรายังต้องเรียนด้วยกันอีก” หม่าเคอหยิบมีดสั้นออกมาจากบริเวณอกเสื้อของเขา มันถูกตกแต่งไว้อย่างงดงาม บนฝักของมีดสั้นถูกฝังไว้ด้วยอัญมณีหลายชนิด ผมรับมันไว้ แต่ไม่ได้สังเกตดูมันอย่างละเอียดนัก ตอนนี้ผมใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกของหดหู่ของการจากลา ทำให้ผมไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นอีก แต่สายตาของอาจารย์ตี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของผมมีประกายแปลกใจแวบขึ้นมา

ผมหยุดตอนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะจากไปได้ยากขึ้นอีก ผมกัดฟันหันหลังกลับ และก้าวออกไปพร้อมกับอาจารย์ตี้ ผมห้ามตัวเองไม่ให้หันหลังกลับได้อย่างยากลำบาก แต่ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาของผมมันไหลออกมาเป็นสาย

“เธอไม่ต้องคิดถึงหม่าเคอให้มากนักหรอก ไม่นานก็ได้กลับมาเจอกันแล้ว ตอนนี้ เธออยากขึ้นไปดูทิวทัศน์บนท้องฟ้ามั้ย?”

คำพูดของอาจารย์ตี้ดึงความสนใจของผม “ท้องฟ้า? ผมจะขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ยังไง?”

“อะไรนะ! อย่าบอกอาจารย์นะว่าเธอลืม? จำไม่ได้หรือว่า ธาตุรองของอาจารย์คือธาตุลม นักเวทย์ธาตุลมบินได้” อาจารย์ตี้ร่ายเวทย์ลมเหินใส่ตัวเอง แล้วลอยขึ้นจากพื้นช้า ๆ

“นี่เป็นครั้งแรกเลยครับ ที่ผมเห็นอาจารย์บิน แล้วผมจะบินไปด้วยได้ยังไงครับ?” ผมยังไม่สามารถใช้เวทย์ลมได้

“อาจารย์พาเธอไปเอง จับอาจารย์ให้แน่น ๆ” เขายื่นมือมาให้ผมจับ

ง่าย ๆ อย่างนั้นแหละ อาจารย์ตี้กับผม พุ่งไปบนท้องฟ้า ผมรู้สึกว่าการบินได้มันก็ไม่เลวเลย ผืนป่าทอดตัวอยู่ด้านล่าง หมู่บ้านมองดูจากข้างบนแล้วเห็นคนที่เดินอยู่ตัวเล็กเหมือนมด มีสายลมพัดเบา ๆ เข้ามาปะทะกับใบหน้าของผม มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นผู้มีชีวิตอมตะ ผมเอ่ยปากถามอาจารย์ตี้ด้วยความอิจฉา “เมื่อไรผมจะบินได้บ้างครับ?”

“มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ต่อให้เธอไม่สามารถใช้เวทย์ธาตุลมได้ เธอก็น่าจะมีโอกาสเรียนรู้การใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ระดับสูงที่ให้ผลเหมือนกันในภายหลัง แล้วเธอก็จะสามารถบินได้”

“เราสามารถใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในการบินได้ด้วยเหรอครับ?” ผมถามด้วยความสงสัย

“ใช่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การบินด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ยังมีความเร็วมากกว่าการใช้เวทย์มนต์ แต่มันไม่สามารถใช้ได้นานนัก”

คำพูดของอาจารย์ตี้กระตุ้นความอยากเรียนรู้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของผมขึ้นมา การบินได้เป็นเรื่องดีจริง ๆ ในอนาคต ถ้ามีโอกาส ผมต้องตั้งใจทุ่มเทฝึกฝนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ อย่างน้อยให้ผมบินได้ก็พอแล้ว

หลังจากลอยอยู่บนท้องฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง ผมเห็นสีหน้าของอาจารย์ตี้เริ่มซีดลง เพราะอย่างไรก็ตาม การบินเป็นเวลานานย่อมใช้พลังเวทย์ปริมาณมหาศาล แล้วเขายังต้องพาคนมาด้วยอีก ถึงแม้ว่าอาจารย์ตี้จะเป็นเมธีเวทย์ มันก็ยังเป็นภาระที่หนักหนามาก

“อาจารย์ครับ ลงไปพักกันข้างล่างก่อนเถอะครับ” ผมพูดด้วยความเป็นห่วง

“ได้เลย อา!...อาจารย์แก่แล้วจริง ๆ ร่างกายมันเหมือนว่ากำลังจะตาย ดูเหมือนว่ามันจะทนรับภาระการใช้เวทย์มนต์เป็นเวลานานไม่ได้แล้ว”

เราร่อนลงมาพักอยู่ข้างเนินเขาเล็ก ๆ อยู่สักพักหนึ่ง แล้วจากนั้นพวกเราก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ

ด้วยการบินไปเกือบตลอดทาง พวกเรากลับมาถึงบ้านเกิดของผมในที่สุด ผมในตอนนี้เป็นความภาคภูมิใจของหมู่บ้าน ตอนที่ทุกคนรู้ว่าผมมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นมหาเมธีเวทย์ได้ คำสรรเสริญเยินยอก็หลั่งไหลเข้ามาจนทำให้ผมเกือบลอยได้ เมื่อพ่อกับแม่เห็นผมกลับมา พวกเขาดีใจจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก ตอนนี้ผมไม่กล้าบอกใครว่า ผมกลับบ้านมาพร้อมกับเมธีเวทย์ 1 ใน 10 คนของทวีป ไม่อย่างนั้นบ้านผมแตกด้วยจำนวนคนที่จะมาหาแน่นอน

หลังจากที่ได้พักผ่อนกันมาทั้งวัน อาจารย์ตี้คุยกับพ่อแม่ของผม ถึงเรื่องที่จะให้ผมออกเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ พวกเขาได้ฟังแล้วก็เงียบกันไปทั้งคู่ ในใจของพวกเขา สถาบันเวทย์มนต์หลวงเป็นทางเลือกที่ดี เป็นเส้นทางที่มีคนปูทางไว้ให้แล้ว รวมทั้งยังกังวลถึงความปลอดภัยของผม แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาให้ความเคารพอาจารย์ตี้มาก พวกเขาไม่ได้พูดอะไร

ถึงตอนค่ำ อาจารย์ตี้และผมเดินออกมานอกหมู่บ้าน ผมกำลังเพลินอยู่กับทิวทัศน์อันงดงามในยามค่ำคืน อาจารย์ตี้หยุดเดินอย่างกะทันหัน แล้วหันมาบอกผมด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึม “จางกง ภารกิจที่อาจารย์มอบหมายให้เธอ ถือว่าเป็นงานที่ยากมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอ อาจารย์จะให้ของติดตัวเธอไว้  2 อย่าง” เขาหยิบม้วนเวทย์มนต์ออกมาจากอกเสื้อของเขา 3 ม้วน

“ความสามารถของม้วนเวทย์ทั้ง 3 ม้วนนี้เหมือนกัน กล่าวสั้น ๆ มันคือม้วนเวทย์หลบหนี มันสามารถย้ายเธอออกไปได้ทันที  50 กิโลเมตรจากที่ ๆ ที่เธออยู่ เก็บรักษามันไว้ให้ดี มันจะช่วยชีวิตเธอได้”

ผมรับม้วนเวทย์มนต์มาแล้วตอบรับ “ขอบคุณครับ อาจารย์”

“ส่วนอันนี้ อาจารย์เคยขอให้เมธีเวทย์อันดับ 1 ของทวีป จัดตั้งผังเวทย์มนต์ไว้ที่โรงเรียน ตอนที่เธอพบเจอกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ระหว่างที่ทำภารกิจ เธอสามารถใช้ผังเวทย์มนต์นี้เพื่อเคลื่อนย้ายกลับไปที่โรงเรียนได้ วิธีการวาดผังเวทย์ และวิธีการกระตุ้นเวทย์มนต์ถูกเขียนอยู่ในสมุดเล่มเล็กนี้ แต่เธอควรจะจำมันให้ขึ้นใจเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันสามารถช่วยเคลื่อนย้ายได้แม่นยำมากกว่า 9 ส่วน” พูดจบ อาจารย์ตี้ส่งหนังสือเล่มเล็กที่ดูบอบบางให้ผม

หลังจากผมรับหนังสือเล่มนั้นมา อาจารย์ตี้พูดต่อไปว่า “ตั้งใจฟังให้ดี ตอนที่เธอใช้ผังเวทย์มนต์นี้ พลังเวทย์ของเธอควรจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้น”

“ผมเข้าใจครับ ผมจะตั้งใจฝึกมันให้เชี่ยวชาญ”

“แล้วก็อีกอย่าง อาจารย์ฝากเงินเข้าบัตรม่วงของเธอไว้แล้ว 1,000 เหรียญเพชร มันน่าจะเพียงพอให้เธอใช้จ่ายได้อย่างไม่ต้องตระหนี่เกินไปนัก สำหรับภารกิจของเธอ ตำแหน่งคร่าว ๆ ของสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ น่าจะอยู่ในหุบเขาสักแห่ง ภายในอาณาจักรต้าลู่ เธอจะต้องไปที่นั่นเพื่อมองหามัน แค่นี้แหละ! ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อาจารย์อยากบอกเธอ”

ผมจดจำสิ่งที่อาจารย์ตี้บอกอย่างตั้งใจ แต่เหมือนว่าเขาจะนึกอะไรออกขึ้นมาได้อีก “อ้อใช่แล้ว! ก่อนที่เราจะออกมาจากโรงเรียน หม่าเคอให้มีดสั้นกับเธอมา นั่นมันไม่ใช่มีดสั้นธรรมดา ถึงมันจะไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็มีพลังบางอย่างอยู่ มันสามารถแทงทะลุการป้องกันเวทย์ และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้ ใช้มันอย่างระมัดระวัง!”

จบบทที่ บทที่ 46 – ออกจากโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว