- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 83: ยืนยันว่าคือลายนิ้วมือเดียวกัน
บทที่ 83: ยืนยันว่าคือลายนิ้วมือเดียวกัน
บทที่ 83: ยืนยันว่าคือลายนิ้วมือเดียวกัน
#เมืองฉางหยาง
แสงแดดแผดเผา รถยนต์แล่นกันขวักไขว่ไปทั่วถนน ถุงน่องสีดำเป็นมันวาวเดินกันให้เห็นทั่วถนน ขาขาวยาวเรียวเดินไปมาไม่ว่างเว้น
เจียงหยวนลืมตาขึ้น ค่อยๆ ปีนลงจากเตียงแข็งทื่อ รออยู่สองสามวินาทีจึงค่อยนึกได้ว่าตนเองพักอยู่ในหอพักของกรมตำรวจมณฑลแล้ว
เขาเปิดม่านหน้าต่างออก ข้างนอกเต็มไปด้วยพืชเขียวชอุ่ม ดูเป็นภาพที่สวยงามและไม่ขาดการรดน้ำเลย
เจียงหยวนเหยียดแขนขา บิดขี้เกียจ ก่อนจะเก็บผ้าห่มอย่างเชื่องช้า แล้วไปล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวอย่างเชื่องช้ายิ่งกว่าเดิม
หลังจากมาเมืองฉางหยางเพื่อเข้าร่วม “ศึกพิชิตคดีด้วยข้อมูลลายนิ้วมือทั้งมณฑล” ได้สองวัน เจียงหยวนก็เข้าใจแล้วว่า ช่วงเวลาที่ขี้เกียจตอนเช้านั้น เป็นช่วงที่สบายที่สุดของวัน และแทบจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่ได้ผ่อนคลาย
เพราะทันทีที่ก้าวออกจากห้องพักนี้ เขาก็ต้องยืดอก เชิดหน้า รักษากิริยาท่าทางให้สมเกียรติเครื่องแบบตำรวจ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจร่องรอยจากทั่วทั้งมณฑลมากกว่าสามสิบคนมารวมตัวกัน แข่งกันจนตายไปข้างหนึ่ง ทุกคนต้องดูอย่างน้อยวันละสามพันลายนิ้วมือ ถึงจะถือว่าแตะระดับมาตรฐาน
นายตำรวจจู้ฮวังกวงจากเมืองฉางหยาง คือตัวพ่อแห่งการ "ปั่นลายนิ้วมือ" คนหนึ่ง ปกติวันหนึ่งดูได้เกินหกพันลายนิ้วมือ ทำให้คนทั่วไปได้ยินก็แทบไม่เชื่อ
จู้ฮวังกวงสามารถจ้องลายนิ้วมือได้ สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เฉลี่ยชั่วโมงละห้าร้อยลาย เทียบเท่ากับลายนิ้วมือแปดลายต่อนาที หรือเพียงราว ๆ แปดวินาทีต่อลาย
และด้วยความบ้าคลั่งเช่นนี้ เขาสามารถไขคดีจากเขตอื่นได้ถึงสี่คดีแล้ว
--
ตามธรรมเนียมหรือกฎของการแข่งขันคลี่คลายคดีด้วยรอยนิ้วมือ ในช่วงแรกๆ จะยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคุ้นเคยกับลายนิ้วมือจะสูงขึ้นเรื่อยๆ คดีที่คลี่คลายได้ก็จะมากขึ้นตาม
นี่คือเหตุผลที่การจัดศึกพิชิตลายนิ้วมือจึงถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อก่อน ผู้เชี่ยวชาญต่างทำงานอยู่หน่วยงานตัวเอง ไม่เพียงทำงานตรวจลายนิ้วมือเท่านั้น ยังต้องทำงานไร้สาระอย่างเช่นเข้าประชุม จนไม่มีเวลาจดจ่อจริงจัง
แต่ศึกพิชิตลายนิ้วมือไม่เหมือนกัน
ในช่วงศึกพิชิตฯ กรมตำรวจมณฑลหรือกระทรวงจะจัดให้ครบทุกอย่าง ทั้งการกินอยู่ การเดินทาง และเบี้ยเลี้ยง ตัดภาระทุกอย่างออกไป ผู้เชี่ยวชาญทำแค่จับคู่ลายนิ้วมืออย่างเดียว สะสมความชำนาญและเพิ่มโอกาสคลี่คลายคดีเรื่อยๆ
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนก็มีความสุขกันถ้วนหน้า ส่วนใหญ่ก็คนวัยสามสี่สิบกันหมด นอนหอพัก กินข้าวโรงอาหาร ไม่ต้องสนใจว่าเมียจะโกรธไหม ลูกทำการบ้านหรือยัง พ่อแม่ทะเลาะกันหรือเปล่า หรือต้องประจบหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานแค่ไหน ทุกวันมีแค่ลายนิ้วมือร้อยพันลาย และกระดานจัดอันดับการคลี่คลายคดีติดผนัง ชีวิตเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่จำกัดเวลาอยู่ ก็เพราะกรมตำรวจกลัวผู้เชี่ยวชาญจะล้มตายไปเสียก่อน
--
แน่นอนว่าประสิทธิภาพของแต่ละคนก็ต่างกัน
เช่นเจียงหยวน ชื่อของเขาบนกระดาน "จัดอันดับการคลี่คลายคดี" ขึ้นตัวเลข 0 อย่างโดดเด่น จำนวนคดีค้างที่คลี่คลายได้คือ 0 ติดอันดับสุดท้ายร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยอีกกว่า 10 คน
แต่เจียงหยวนก็ไม่ได้ร้อนใจอะไร เขาเดินเข้ามาในสำนักงาน ชงชาร้อนหนึ่งแก้ว มองไปรอบๆ อย่างสบายใจ
จู้ฮวังกวงกำลังปั่นลายนิ้วมือบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ข้างๆ มีสาวน้อยหยอดยาหยอดตาให้ตัวเอง อีกด้านเพื่อนร่วมงานตัวกลมกำลังเคี้ยวขนมแผ่นในขณะที่ปั่นลายนิ้วมือไปด้วย
พูดตรงๆ บรรยากาศห้องนี้เหมือนห้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ของกลุ่มผู้ใหญ่ยักษ์ๆ มากกว่า
“เสี่ยวเจียง ยังไม่ไขได้สักคดีเลย ไม่ร้อนใจเหรอ?”
ลุงโต๊ะข้างๆ หัวเราะถามมา
เมื่อวานเขาเพิ่งขโมยบุหรี่เจียงหยวนไปครึ่งกล่อง เลยกลายเป็นสหายกันไปแล้ว
เจียงหยวนหัวเราะ หันไปตอบว่า
“ท่านเองก็ยังศูนย์อยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?”
“ฉันชินแล้ว”
ลุงยิ้มแหย
“รอพวกเธอไล่ตามดีกว่า”
“งั้นผมขอเร่งสปีดหน่อยนะครับ”
เจียงหยวนกล่าวจบ ก็หันกลับมาเพ่งหน้าจอทันที
จากนั้น ห้องสำนักงานซึ่งก็คือ "สนามศึกพิชิตลายนิ้วมือ" ก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดกับเมาส์ดังอยู่เป็นระยะ
เจียงหยวนพิงพนักเก้าอี้ เพ่งมองหน้าจอทีละลายนิ้วมือ ลากจุดลักษณะเด่นไปเรื่อยๆ
การจับคู่ลายนิ้วมือในศึกครั้งนี้ แตกต่างจากการทำงานตามปกติอย่างสิ้นเชิง
เพราะลายนิ้วมือที่ส่งเข้ามาคัดเลือก ล้วนผ่านการกลั่นกรอง ต้องเป็นคดีใหญ่อย่างน้อย หรือคดีเก่าเก็บที่แม้แต่หน่วยร่องรอยเคยจับคู่หลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ
ดังนั้น ทุกลายนิ้วมือที่มาถึงมือพวกเขา มีความยากสูง บางอันอาจเหลือแค่เสี้ยวเดียวจากของจริง ยังต้องหาคู่ให้ได้
--
ในการนี้ การพึ่งพาระบบซอฟต์แวร์แทบจะเปล่าประโยชน์
ถ้าจะใช้ซอฟแวร์มาจัดการ แบบนั้นใช้เจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยธรรมดาก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเสียแรง เสียเวลาส่งให้ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการเลย
งานที่เคยตรวจสอบโดยซอฟต์แวร์ ต้องใช้กำลังคนตรวจสอบใหม่ทั้งหมด และต้องบุคลากรระดับพระกาฬในวงการตรวจร่องรอยเท่านั้น เพราะหากใช้ระบบปกติ คดีที่ค้างส่วนใหญ่ก็เป็นไปไม่ได้เลยว่าลายนิ้วมือพวกนี้จะจับคู่กันได้
นี่แหละ ความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่าง "เทคนิคสืบสวนคดีอาญา" กับ "เทคนิคปกติ"
เทคนิคปกติอาจเน้นคุ้มค่า ตัดฟังก์ชันบางอย่างเพื่อลดต้นทุน แต่เทคนิคสืบสวนคดีอาญาในบางครั้ง จะยอมทุ่มเทงบประมาณมหาศาล เพื่อแลกกับการคลี่คลายคดีให้สำเร็จ
--
ตรรกะขัดแย้งแบบนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง แต่เจียงหยวนไม่คิดมาก เขาแค่ตั้งใจจับคู่ลายนิ้วมือตามหน้าที่และทำมันจริงๆ
จังหวะนั้นเอง ลายนิ้วมือรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนใบหนึ่ง เลื่อนผ่านหน้าจอของเขา
ทันใดนั้นในหัวเจียงหยวน ก็ผุดภาพลายนิ้วมือที่เคยเห็นเมื่อวานขึ้นมา
ลายนิ้วมือที่คล้ายกันมาก มีโครงสร้างสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่หายาก และเป็นของคนร้ายโรคจิตรุนแรงรายหนึ่ง
แม้ว่าลายนิ้วมือที่เพิ่งเห็นนี้ มาจากคดีปล้น ไม่เกี่ยวอะไรกับคดีของเมื่อวานในระบบเลยก็ตาม แต่เจียงหยวนเลือกที่จะจับมันมาเทียบด้วยสายตา
สองลายนิ้วมือเบลอทั้งคู่!
แม้ว่าดูด้วยตาเปล่า โครงสร้างลายนิ้วมือทั้งสองจะเหมือนกันมาก แต่ซอฟต์แวร์กลับวิเคราะห์ว่าความสอดคล้องภายในร่องลาย และจุดยกตัว ต่ำกว่า 30%
แต่อย่างไรก็ตาม ทิศทางของเส้นลายนิ้วมือเหมือนกัน หมายความว่า หนึ่งในสองลายนิ้วมืออาจเบลอหนักจนเสียโครงสร้างสำคัญ อีกลายก็เช่นกัน
เจียงหยวนคิดไปเทียบไป พอมั่นใจแล้ว เขาก็คลิกขวาเบาๆ บนหน้าจอ
เลือก “ยืนยันว่าคือลายนิ้วมือเดียวกัน”
ทันใดนั้น ทุกมุมในสำนักงานก็ดังเสียง "ติงต่อง" แจ้งเตือนระงม
ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ปิดการแจ้งเตือน ต่างรับรู้ทันทีว่ามีคนจับคู่ลายนิ้วมือได้สำเร็จอีกหนึ่งราย
-----
(จบบทที่ 83)