- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 75: มีดสั้น
บทที่ 75: มีดสั้น
บทที่ 75: มีดสั้น
#ห้องทำงานนิติเวช
ต้นสนนอกหน้าต่างถูกฝนชะล้างจนเขียวสดใส ดูอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น และสดชื่น
ต้นสไปเดอร์แพลนท์ตัวเล็กในห้องโตขึ้นอีกหน่อย ใบหลายใบที่ห้อยลงมาบังก้นบุหรี่ในกระถาง มองดูก็เงาวับไม่แพ้กัน
อู๋จวินกับเจียงหยวนเดินเข้าห้องมา สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหน้าต่าง เขายืนอยู่หน้าไม้แขวนแล้วพูดว่า
“ขอสูบบุหรี่มวนหนึ่งนะ”
โต๊ะของเจียงหยวนอยู่เหนือลม จึงไม่เดือดร้อนอะไร เขาจึงตอบเพียง “อืม” ออกมาเบาๆ เปิดเครื่อง เปิดโปรแกรม เตรียมเปรียบเทียบภาพ
ตอนที่เพิ่งได้สกิล “เพิ่มคุณภาพภาพ” มาใหม่ ๆ เจียงหยวนเคยลองใช้ไปบ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีคดีเหมาะสมให้ใช้จริงจัง
เขาคัดลอกวิดีโอที่ดูเมื่อครู่นี้ลงคอม แล้วเลื่อนช่วงเวลาไปตรงกลางโดยตรง เริ่มซูมเฉพาะมีดสั้นของคนร้ายในคดีปล้น
อาจเพื่อข่มขวัญเหยื่อ สองคนที่รับหน้าที่เคลื่อนย้ายของมักจะชักมีดออกมาสะบัดเล่นกลางอากาศเป็นระยะ ซึ่งเป็นประโยชน์กับเจียงหยวนอย่างมาก เพราะมีภาพให้เลือกใช้งานหลายเฟรม
--
[เทคโนโลยีเพิ่มคุณภาพภาพ] ณ ปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 แนวทางหลัก
แนวทางแรกคือ “การเพิ่มคุณภาพในโดเมนของพื้นที่” เป็นวิธีตรงที่สุดและ “ธรรมชาติ” ที่สุด กล่าวอย่างง่ายคือการเพิ่มพิกเซลให้ภาพ
พอพิกเซลในภาพเพิ่มขึ้น ภาพก็ชัดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งอธิบายได้ว่าเป็นการเติมพิกเซลโดยอิงจากทฤษฎีความน่าจะเป็น
นอกจากนี้ยังมีเทคนิคระดับเดียวกัน เช่น การแปลงระดับเทาแบบพื้นฐาน การกรองภาพให้เรียบ และการทำให้คมชัดในโดเมนของพื้นที่ เป็นต้น
ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือ “การเพิ่มคุณภาพในโดเมนความถี่” โดยมองภาพเป็นสัญญาณสองมิติ แล้วแปลงไปยังโดเมนความถี่ก่อนจะกรองหรือเพิ่มคุณภาพ ภายใต้แนวทางนี้จะเกี่ยวข้องกับเทคนิคการแปลงต่าง ๆ เช่น ฟูริเยร์ (Fourier Transform), วอลช์-ฮาดามาร์ด (Walsh-Hadamard), โคไซน์ (Cosine Transform), และเวฟเลต (Wavelet Transform)
เทคนิคพวกนี้ ตอนเจียงหยวนยังไม่เข้าใจ เขามองว่าเหมือนหนังสือเทียนซู (หนังสือสวรรค์) ที่ยากจะเข้าใจ แต่พอเข้าใจและนำมาได้ใช้แล้ว กลับกลายเป็นว่า... คอมพิวเตอร์เป็นผู้อ่านตำราสวรรค์แทน
คอมพิวเตอร์เก่าคร่ำครึในห้องทำงานนี้ คงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสุดท้ายตัวเองจะเป็นฝ่ายรับภาระนี้ทั้งหมด
มันคร่ำครวญ เสียงดังโหยหวน สั่นสะเทือนแทบระเบิด ภายใต้กระแสข้อมูลมหาศาลและเทคนิคที่เปลี่ยนไปไม่หยุด หัวใจที่เคยเย่อหยิ่งค่อย ๆ แผ่วลง หน้าจอที่เคยคมชัดกลายเป็นสั่นไหว ตัวเครื่องที่เคยเย็นเฉียบกลับร้อนระอุ
--
“นายควรมีคอมอีกเครื่องถึงจะเหมาะ”
หวังจงมองคอมที่เพิ่งแสดงผลได้ครึ่งหนึ่งก็ค้างไป แล้วก็ส่ายหน้า
“คงเพิ่มเครื่องไม่ได้หรอก ฉันได้ยินเหว่ยอิ๋นบ่นว่าแค่ซื้อกระดาษปริ้นยังต้องเซ็นหลายรอบเลย”
เจียงหยวนพูด
“จะเพิ่มอุปกรณ์ใหม่มันยากอยู่แล้ว แต่ถ้าไขคดีได้สักไม่กี่คดี... เดี๋ยวนะ นายกับเหว่ยอิ๋นยังติดต่อกันอีกเหรอ?”
หวังจงแปลกใจ
เจียงหยวนมองเขาแปลก ๆ
“ไม่ได้ติดต่อกันเป็นการส่วนตัว แค่ส่งวีแชตหากันบ้างเท่านั้น”
“แค่นั้นก็เรียกว่าติดต่อแล้ว!”
หวังจงตกใจ
เจียงหยวนโบกมือ
“แค่คุยกันนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่ถ้าไขคดีได้ก็จะได้อุปกรณ์ใหม่จริงเหรอ”
หวังจงโดนตัดบทจนเปลี่ยนเรื่องตาม
“ก็ขึ้นกับว่านายพูดยังไง ถ้าบอกว่าให้คอมฉันเถอะ ฉันไขคดีค้างได้ 3 คดีแน่ ๆ หัวหน้าหวงก็ต้องรีบแจ้นไปซื้อให้นายแน่ ๆ ...”
“ก็ขึ้นกับว่า 3 คดีนั้นคดีอะไรล่ะ”
เสียงของหวงเฉียงหมินดังมาจากอีกฝั่งของห้อง
หวังจงที่หันหลังให้ประตู รู้สึกขาชาไปหมด หมุนตัวกลับไปพูดเสียงอ่อย
“หัวหน้าหวง เมื่อกี้ผมแค่... ผมนึกว่า...”
“ไม่เป็นไร แค่ไขคดีได้ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
หวงเฉียงหมินยิ้มมุมปากคล้ายจระเข้น้อยน่ารัก เอียงคอถาม
“แต่ต้องเป็นคดีใหญ่ 3 คดีนะ?”
“ก็... หมายถึงแบบนั้นล่ะครับ...”
หวังจงยิ้มแหยเหมือนเพิ่งโดนสาวสวยถล่มด้านหลัง ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“คดีมีความคืบหน้าหรือเปล่า?”
หวงเฉียงหมินหันไปมองเจียงหยวน รอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
--
เมื่อก่อนเขาแทบไม่เคยมาเยี่ยมฝ่ายวิทยาศาสตร์การสืบสวนบนชั้นสี่เลย เพราะถือว่าเป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน ไม่ใช่หน่วยหลักที่เขาต้องดูแล สำหรับหัวหน้ากองสืบสวนคดีอาญา เขามีหน่วยงานและงานมากมายที่ต้องดูแล แม้แต่ต้าจ้วงจากหน่วยสุนัขตำรวจ หัวหน้ากองยังต้องไปดูเป็นครั้งคราว
แต่ตั้งแต่เจียงหยวนมา ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป คนที่ไขคดีได้ คือคนพิเศษสำหรับหวงเฉียงหมิน
ทำไมหน่วยสอง หน่วยหนึ่งถึงได้รับความสำคัญ? ก็เพราะไขคดีได้ ไขคดีใหญ่ได้ ลุยงานหนักได้!
ตอนนี้ เจียงหยวนก็สามารถคลี่คลายคดีใหญ่ และเจาะทะลวงปัญหายากๆ ได้เช่นกัน หวงเฉียงหมินย่อมต้องแวะมาดูบ้างเป็นครั้งคราว หน่วยตำรวจกองสืบสวนใหญ่ไม่ได้มีงบให้รางวัลอะไรมากมาย และก็ไม่เหมาะจะเอาเงินมาจูงใจ นี่คือสิ่งที่หวงเฉียงหมินเข้าใจมานานแล้ว
ฉะนั้นถ้าใครอยากหาเงิน มีบริษัทรับจ้างวิเคราะห์ลายนิ้วมือเป็นอาชีพในภาคเอกชนอยู่ นักวิเคราะห์ฝีมือดีบางคนรับงานเป็นชิ้น ๆ ได้เงินเป็นล้านต่อปีสบาย ๆ
ดังนั้นตอนนี้หวงเฉียงหมินจึงพยายามดูแลและเอาใจใส่เจียงหยวนทางด้านจิตใจมากกว่า
“กำลังประมวลผลอยู่ ผลยังไม่ออกมาเลยครับ”
เจียงหยวนทำปากจุ๋มจิ๋ม ชี้ไปที่จอคอมที่เบลอและร้อนจนเดือด
อู๋จวินพูดเสริม
“เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เสียงคอมฯมันดังจนหูจะพังอยู่แล้ว”
หวงเฉียงหมินถาม
“นี่ทำอะไรอยู่เหรอ?”
“เพิ่มคุณภาพวิดีโอ กล้องวงจรปิดที่เอากลับมายังไม่ชัด ผมเลยอยากดูรายละเอียดของมีด โดยเฉพาะลายตรงด้าม ถ้าได้ชัดหน่อย อาจหาภาพมีดที่เหมือนกันได้ เผื่อจะสืบหาแหล่งที่มาของมันได้”
เจียงหยวนเปิดมือถือ ซูมภาพให้หวงเฉียงหมินดู
หวงเฉียงหมินเข้าใจทันที แววตาเปลี่ยนไปอีกครั้ง
--
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไขคดีได้หรือไม่ เขาสนใจเรื่อง “การเพิ่มคุณภาพภาพ” นี้มากทีเดียว
“ไปเรียนมาจากไหน?”
เขาถามครึ่งสงสัยครึ่งชื่นชม
“เรียนเอาเองนิดหน่อยตอนอยู่มหาวิทยาลัยครับ”
เจียงหยวนตอบอย่างขอไปที
หวงเฉียงหมินได้ยินก็ทำได้แค่เชื่อ พลางถอนใจเบา ๆ
“เดี๋ยวนี้เด็กสมัยใหม่เก่งจริง ๆ ปีนี้ต้องสรรหาคนเพิ่มอีกหน่อย... อีกนานไหม?”
“ใกล้แล้วครับ”
เจียงหยวนชี้ไปที่แถบความคืบหน้า ตอนนี้ขึ้นไปถึง 99% แล้ว
--10 นาทีต่อมา--
แถบสีแดงเต็ม ภาพหนึ่งแสดงขึ้นมา
บนด้ามมีด มีลายดอกไม้ลับเฉพาะที่โดดเด่น ก้านดอกพันกัน และแตกออกเป็นเหมือนหนวดปลาหมึกแปดเส้น
“เดี๋ยวผมหาดู” เจียงหยวนว่า พลางเปิดเว็บไปที่ ไป๋ตู้* แล้วลากภาพเข้าไปค้นหา
-----
(จบบทที่ 75)
*ไป๋ตู้ (Baidu) คือบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจากประเทศจีนที่เชี่ยวชาญด้านบริการอินเทอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเป็นผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของจีน และมีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลาย เช่น Baidu App, Baidu Baike (สารานุกรมออนไลน์คล้ายวิกิพีเดีย), iQIYI (บริการสตรีมวิดีโอ), และ Baidu Tieba (ฟอรั่มสนทนาแบบคีย์เวิร์ด) รวมถึงพัฒนาด้านเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติและอุปกรณ์อัจฉริยะ