เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 049

Divine King Of All Directions - 049

Divine King Of All Directions - 049


Divine King Of All Directions - 049

 

หลังจากที่เขาตัดผ่านอาณาเขตสัตว์ร้ายระดับที่ 2 กลับไปจนถึงหน้าประตูหินของสำนักแล้วสายตาของผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูถึงกับผงะไปโดยที่ได้แต่คิดว่าคนป่านี้โผล่มาจากไหน

สำหรับเรื่องนี้แล้วหลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปทันที

หลังจากที่ก้าวผ่านประตูกลับมาแล้วเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นทันทีเพราะหากว่าคนอื่นมาเห็นเขาในสภาพนี้อีกมันก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงเขาก็กลับไปถึงที่พักของตัวเองก่อนที่จะเปิดประตูออกและพบกับซูชูวที่กำลังเล่นเป็นเพื่อนอยู่กับหลินซี่

"ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว ! "

หลินซี่ได้รีบวิ่งมาตอนรับอย่างมีความสุขพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยว่า

"พี่สาวซูวบอกว่าท่านมีธุระบางอย่างต้องไปในที่ๆห่างไกลและจะจากไปนาน ? "

"อื้ม ? ที่ๆห่างไกล ? "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

เขามองไปยังซูชูวซึ่ง ณ ตอนนี้ท่าทางของนางซีดเผือดลงอย่างมากแต่นัยน์ตาก็ยังคงเบิกกว้าง

"จะ.......เจ้า......."

นางได้ชี้มาทางเขาด้วยท่าทางโง่งม

"ข้ายังอยู่ดี "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ซูชูวได้ก้าวเดินออกมาก่อนที่จะหยิกร่างของเขาเล็กน้อยด้วยความสงสัยพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาในทันที

"เจ้าไม่เป็นอะไร ? "

ซูชูซได้พูดออกมาด้วยท่าทางเป็นห่วง

หัวใจของหลินเทียนถึงกับสั่นสะท้านไป นี่นางคิดว่าเราตายไปแล้ว ?

หลังจากที่คิดถึงภาพแรกที่เห็นนางเล่นอยู่ข้างหลินซี่ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีแล้วแถมยังบอกกับหลินซี่ด้วยว่าเขาจากไปในที่ห่างไกลก็สรุปเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที

เขาได้มองไปที่นางอีกครั้งด้วยท่าทางกินใจ

"ยังอยู่ดี แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยพูดมากแต่ก็ขอบคุณนะ "

เขาได้พูดออกมาอย่างจริงใจ

หญิงนางนี้ดีกับเขาและน้องสาวเขามากๆ

"ใครจะไปต้องการคำขอบคุณของเจ้ากัน ! "

ซูชูวได้เตะเท้าเขาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยท่าทางมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความสุข

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาเพราะรู้ว่านางเป็นห่วงเขามากส่วนหลินซี่ที่เห็นสภาพเสื้อผ้าที่ขาดชำรุดของเขาแล้วก็รีบวิ่งไปเตรียมน้ำอุ่นให้เขาทันที

"เป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆ "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะนางเล่นเป็นเพื่อนกับหลินซี่บ่อยซึ่งนางเองก็ชอบเด็กน้อยคนนี้มากๆ

"แน่นอนว่าน้องสาวของหลินเทียนคนนี้ต้องฉลาดอยู่แล้ว "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ซูชูวได้กรอกตาของนางก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ภูมิใจอะไร ! "

นางได้สำรวจร่างกายของเขาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยท่าทางหม่นหมองว่า

"หลังจากที่เจ้าถูกตะขาบนั่นลากไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ? ท่านอาจารย์กับผู้อาวุโสฉีดงได้ออกไปตามหาเจ้าแล้วแต่น่าเสียดายที่ไม่พบ "

"ผู้อาวุโสมู่ชิงและผู้อาวุโสฉีดงออกไปตามหาข้า ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

ซูชูวได้พยักหน้าออกมาเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนหลังจากที่นางได้กลับมาถึงสำนักนั้นก็รีบไปพบกับมู่ชิงและเล่าเรื่องราวทั้งหมดไปทันทีว่าหลินเทียนกำลังตกอยู่ในอันตรายพวกเขาถึงได้รีบเข้าไปภายในสันเขาชิงเฟิงอย่างรวดเร็วแต่น่าเศร้าที่การจะตามหาใครสักคนในป่านั้นเป็นเรื่องยากมากๆและสุดท้ายก็ไม่ได้ผลลัพธ์อะไรกลับมา

"นี่...."

ท่าทางของหลินเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจขอฉีดงและมู่ชิงอย่างมาก

ซูชูวได้แตะไหล่ของเขาก่อนที่จะถามต่อว่า

"แล้วสรุปเกิดอะไรขึ้น ? "

ตัวนางนั้นรู้สึกประหลาดใจมากๆเพราะว่าตะขาบนั้นเป็นตัวตนระดับเขตแดนชีพจรเทวะแต่หลินเทียนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายกลับเอาชีวิตรอดกลับมาได้ !

"หลังจากที่มันได้ลากข้ากลับไปที่รังแล้วดูเหมือนว่ามันคงอิ่มอยู่ถึงไม่สนใจข้าเท่าไหร่และระหว่างนั้นข้าก็รีบหนีออกมา ..............."

หลินเทียนได้โกหกออกไป

เขาได้ปิดบังเรื่องที่ฆ่าตะขาบและดูดกลืนแก่นแท้เอาไว้แถมเรื่องของข่ายอาคมก็ยิ่งเป็นอะไรที่ไม่สามารถเปิดเผยออกไปได้

"กินอิ่ม ? ไม่สนใจเจ้า ? แล้วหนีออกมาได้ ? "

ซูชูวได้จ้องเขม็ง

อย่างงี้ก็ได้ ?

"จริงๆนะ "

หลินเทียนได้แต่พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

ในใจของนางยังคงรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามต่อพร้อมทั้งพูดว่า

"ก็ได้ ยังไงรอดมาได้ก็ดีแล้วแต่เจ้านี่มันท้าทายสวรรค์จริงๆเลยนะที่สามารถเอาตัวรอดอาณาเขตสัตว์ร้ายระดับที่ 4 มาได้ในสภาพแบบสมบูรณ์ ! "

อาณาเขตสัตว์ร้ายระดับที่ 4 นี้เป็นสถานที่ของเหล่าสัตว์ร้ายระดับเขตแดนชีพจรเทวะอันน่ากลัวแต่หลินเทียนกลับรอดออกมาได้ในสภาพสมบูรณ์นี่มันทำให้นางประหลาดใจมากๆ

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"สมบูรณ์ยังไง ดูสิ แผลเต็มตัวไปหมดแล้วเนี่ย ! "

"เหอะ !"

นางได้แต่แสยะออกมา

หลังจากนั้นไม่นานนางก็ได้พูดต่อว่า

"อ่อใช่ มีของจะให้เจ้าด้วย "

นางได้เดินไปหยิบกระบี่ยาวที่อยู่ข้างๆมาก่อนที่จะชักตัวกระบี่ที่ดูเหมอนว่าจะทรงพลังกว่าเล่มก่อนหน้านี้หลินเทียนออกมา

"นี่คือ ? "

นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงโดยทันทีเพราะเขาสัมผัสได้ว่ามันไม่ธรรมดาเลย

"อาวุธวิญญาณระดับกลาง กระบี่คืนสู่หยวน"

ซูชูวได้พูดออกมา

"อาวุธวิญญาณระดับกลาง ? "

หลินเทียนถึงกับผงะไป

ภายในโลกของผู้บ่มเพาะนั้นมีโอสถ มีเคล็ดวิชาและแน่นอนว่าต้องมีอาวุธที่ทรงพลังซึ่งถูกแบ่งแยกออกตามระดับของมันเป็นสามระดับคืออาวุธวิญญาณ อาวุธระดับสูงและอาวุธนิรันด์และแต่ละระดับก็จะแบ่งออกเป็นสามขั้นด้วยเหมือนกัน

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

"เอากระบี่คืนสู่หยวนนี่มาจากไหนกัน ? "

"ของรางวัลของทางสำนัก "

ซูชูวได้ตอบกลับ

"ของรางวัล ? "

ท่าทางของเขาได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะคิดถึงเรื่องบางอย่าง

ซูชูวได้พยักหน้าพร้อมทั้งพูดว่า

"ไม่กี่วันก่อนนั้นเราได้สะสมแก่นแท้สัตว์ร้ายมากว่า 600 ก้อนซึ่งข้าเองก็คิดว่าเจ้าตายไปแล้วอย่างน้อยเพื่อเป็นเกียรติกับเจ้าถึงได้ส่งแก่นแท้เหล่านั้นไปในนามของเจ้า ท้ายที่สุดแล้วเจ้าได้อันดับที่สองและได้กระบี่นี้เป็นรางวัล "

"เป็นเกียรติตอนตาย ? "

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้แต่ตลกอยู่ภายในใจ

หลังจากที่รับกระบี่มาจากนางแล้วเขาก็หมุนวนทักษะเพลงกระบี่ของตัวเองและพบว่าพลังทำลายของมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก

"อาวุธวิญญาณระดับกลางนั้นสามารถเสริมพลังทำลายได้ประมาณ 20% "

ซูชูวได้อธิบายออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ใช่จริงๆด้วย "

ประโยชน์หลักๆของอาวุธก็เพื่อที่จะเสริมพลังกับผู้ใช้อยู่แล้ว, โดยปกตินั้นอาวุธวิญญาณขั้นแรกจะเสริมพลังทำลายได้ 10% ขั้นกลางจะเสริมพลังได้ 20% ส่วนขั้นสูงก็ประมาณ 30% ส่วนอาวุธระดับสูงและระดับนิรันด์นั้นจะเสริมพลังขึ้นมากกว่านี้อีก

หลินเทียนที่กำลังกำกระบี่เอาไว้ในมือได้กวัดแกว่งมันไปมาอย่างสบายๆ

เมื่อเขาเก็บมันกลับเข้าฝักแล้วก็ได้มองทางซูชูวด้วยสีหน้าที่อึดอัดพลางพูดว่า

"เจ้าส่งแก่นแท้ไปในนามของข้างั้นเจ้า.........."

นางรู้ดีว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรดังนั้นถึงได้แสดงท่าทางไม่แยแสออกมา

"ข้ามีอาวุธวิญญาณระดับกลางอยู่แล้ว ครั้งก่อนที่เจ้าเห็นน่ะมีชื่อว่ากระบี่สายฟ้าสีคราม"

นางได้พูดออกไป

หลินเทียนได้แต่ผงะไปพร้อมทั้งตระหนักได้ทันที

"ที่แท้มันก็เป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางนี่เอง "

เขาได้พยักหน้าด้วยท่าทางไม่แปลกใจว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงพบว่าพลังทำลายที่นางส่งออกมามันรุนแรงมากๆ ที่แท้ก็เป็นเพราะผลจากกระบี่วิญญาณระดับกลางนี่เองส่วนเรื่องที่นางมีมันก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไหร่เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงลูกศิษย์ของมู่ชิง

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้ถามต่อว่า

"แล้วใครได้ที่ 1 ? "

"โจวเฮ่า เขาได้แก่นแท้มาทั้งหมด 491 ก้อนแต่ส่วนใหญ่เป็นของสัตว์ร้ายระดับ 3ดังนั้นผลลัพธ์จึงออกมาสูงมาก "

ซูชูซได้พูดออกมา

"เป็นมันจริงๆด้วย "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

สายตาของเขาอาจจะดูสงบนิ่งแต่แสยะอยู่ภายในใจ โจวเฮ่า ? อีกสองเดือนข้าจะฆ่าเจ้า !

"เป็นอะไร ? "

เมื่อเห็นท่าทางของหลินเทียนแล้วนางก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้ ?

นางไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้โจวเฮ่ามันจงใจที่จะลอบสังหารเขาแม้กระทั่งหลูเชิงที่อยู่ข้างกายมันเองก็ยังไม่รู้

"เปล่าหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะขณะที่ตอบกลับ

ซูชูวเองก็ไม่ได้สนใจอะไรพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"อ่อใช่ ของรางวัลของผู้ที่เข้าทดสอบเป็นอันดับที่หนึ่งนั้นเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง"

"อาวุธวิญญาณระดับสูง "

ประกายตาของเขาได้เข้มขึ้น

ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังของโจวเฮ่าดีว่ามันแข็งแกร่งมากๆแถมตอนนี้ยังมีอาวุธวิญญาณระดับสูงอีกก็เกรงว่าระดับพลังของมันคงจะสูงขึ้นกว่าเดิมอีก อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะต่อให้มีอาวุธวิญญาณระดับสูงแล้วมันยังไงล่ะ ? เสริมพลังส่วนต่างเพียงแค่ 10% นั้นมันไม่ได้มากมายอะไร

"เป็นอะไร ? "

ซูชูวได้ขมวดคิ้วของนาง

"เปล่าหรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้ม

สภาพอากาศเริ่มมืดลงก่อนที่ซูชูวจะจากไป หลายวันมานี้นางคิดว่าหลินเทียนได้ตายไปแล้วดังนั้นถึงไม่ค่อยหลับหรือทานอาหารนักแต่หลังจากที่เห็นว่าเขายังอยู่ดีแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมากก่อนที่จะรีบกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาหลังจากที่มองตามหลังของนางไป , ตอนนี้หลินซี่ได้เตรียมน้ำอุ่นเสร็จแล้ว

เขาได้เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนที่จะพักผ่อนอยู่สี่ชั่วโมงแล้วกลับขึ้นไปบนยอดของที่พัก , ณ ตอนนี้ดวงดาวได้ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าขณะที่เขาเริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อเพิ่มพลังของตัวเองทีละนิดและหลังจากที่กินเวลาไปหนึ่งชั่วโมงแล้วระดับพลังของเขาก็อยู่ถึงจุดสูงสุดแล้ว

"เห้อ "

เขาได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่เส้นแสงสีเงินจะวาบผ่านดวงตาของเขาไป

เมื่อหยิบเอาขวดหยกออกมาจากใต้เสื้อแล้วและพบว่าภายในบรรจุไปด้วยสมุนไพรสามต้น

มันคือหญ้าร้อยวิญญาณที่เป็นยาเอาไว้สำหรับหล่อหลอมอวัยวะภายใน

เขาได้เปิดจุกออกก่อนที่กลิ่นหอมอันรุนแรงจะปลดปล่อยออกมาถึงขั้นทำให้เขาสั่นสะท้านไป , หลังจากที่เขาหยิบเอาหญ้าทั้งสามออกมาแล้วก็โยนใส่ปากก่อนที่จะเคี้ยวมันอย่างช้าๆและส่งผลให้กลิ่นหอมของมันกระจายอยู่เต็มช่องปากของเขา

เขาเคี้ยวอย่างช้าๆและตั้งใจก่อนที่ไม่นานจะกลืนมันลงท้องไป

ความแตกต่างของมันกับโอสถนพเก้าคือหลังจากที่เขาได้กลืนมันลงไปแล้วก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาห่อหุ้มเอาไว้ พริบตานี้เองที่การหายใจเข้าออกและจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาได้แข็งแกร่งขึ้น

นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงเพราะนี่เพิ่งจะกลืนลงท้องไปเองแต่กลับมีผลลัพธ์ขนาดนี้ !

"สมแล้วที่มีค่าเป็นหมื่นเหรียญ นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ! "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่เก็บความประหลาดใจเอาไว้แล้วเขาก็เริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อเริ่มหล่อหลอมอวัยวะภายในของตัวเองพร้อมทั้งเริ่มส่งพลังฉีเข้าไปและหล่อหลอมร่างกายตัวเองในขั้นตอนสุดท้าย

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 049

คัดลอกลิงก์แล้ว