เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - กฎการประลอง

บทที่ 33 - กฎการประลอง

บทที่ 33 - กฎการประลอง


อาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามา เธอมองมาที่ผมและยิ้มบาง ๆ ให้

“เอาล่ะ! เงียบหน่อยนักเรียน เนื่องจากสถานการณ์บางอย่าง ทำให้จางกงไม่สามารถมาเข้าเรียนได้ พวกเรามาต้อนรับการกลับมาอย่างปลอดภัยของจางกงกันก่อน”

เสียงปรบมือดังขึ้น

ผมยืนขึ้นโค้งให้ทุกคน “ขอบคุณทุกคนมาก”

“เอาล่ะ พอแล้ว! อาจารย์หวังว่าจางกงจะสามารถทำผลงานได้ดีในการประลองวันพรุ่งนี้”

ผมก็อยากอยู่นะ มันเป็นเป้าหมายที่ผมลงทุนลงแรงไปมาก แถมมันยังเป็นสิ่งที่อาจารย์ตี้ถือว่าเป็นภารกิจของผม ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำมันสำเร็จหรือเปล่า

“วันนี้ เราจะยังไม่เรียนอะไรใหม่ อาจารย์จะอธิบายกฎระเบียบในการประลองให้ฟัง ทุกคนตั้งใจฟังให้ดี การประลองที่จะมาถึงจะมีส่วนช่วยในการทดสอบจบภาคการศึกษาของพวกเธออย่างมาก”

จากความจริงที่ว่าชั้นปี 1 ไม่มีการประลองจบภาคการศึกษา นี่เป็นครั้งแรกที่นักเรียนปี 2 เข้าร่วมการประลองแบบนี้

อาจารย์เริ่มอธิบายกฎระเบียบของการประลอง

กฎของการประลองมีดังนี้ :

1. การประลองตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม เพื่อเป็นการวัดระดับเวทย์ของนักเรียน การแข่งขันนี้ไม่อนุญาตให้มีการใช้สัตว์เวทย์ (ข้อนี้มีประโยชน์กับผม ตอนนี้ผมไม่กล้าใช้สัตว์เวทย์)
2. การแข่งขันจะแบ่งเป็นชั้นปี แต่ละชั้นปีจะแข่งขันกันเองภายใน 100 อันดับแรกของแต่ละชั้นปีจะเพลิดเพลินกับวันหยุดฤดูหนาวของตัวเอง ในขณะที่นักเรียนที่ไม่ติด 100 อันดับจะต้องเรียนเพิ่มอยู่ที่โรงเรียนจนกว่าจะเปิดภาคการศึกษาใหม่ (ผมคิดว่าทุกคนคงพยายามอย่างเต็มที่ ฮ่าฮ่า)
3. การจับคู่ประลองจะเป็นไปตามการจับฉลาก ยกเว้นผู้ที่เข้าร่วมการประลองเป็นครั้งแรก อย่างนักเรียนชั้นปีที่ 2 นักเรียนอีก 3 ชั้นปีที่ได้รับอันดับสูงจากปีก่อนจะผ่านเข้าไปสู่รอบสุดท้ายเลย
4. การประลองจะเริ่มจากรอบจับกลุ่มก่อน นักเรียน 10 คนจะถูกแบ่งเป็น 1 กลุ่ม หรือพูดอีกอย่าง ทุกคนจะต้องทำการประลอง 9 รอบ นักเรียน 5 คนจากแต่ละกลุ่มจะเข้าสู่รอบสุดท้าย วัดจากจำนวนรอบที่ชนะ จะมีการจับฉลากอีกครั้งเพื่อประลองแบบแพ้คัดออก ซึ่งจะประลองแบบนี้ไปจนถึงการตัดสินผู้ชนะเลิศ (ดูเหมือนว่าการแข่งรอบจัดกลุ่ม น่าจะดุเดือด)
5. การประลองจะจบลงเมื่อ : เจตนาทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก ถูกทำให้ตกเวที หรือสัมผัสกับกำแพงเวทย์บนอากาศ ยอมแพ้ด้วยตัวเอง จะถือว่าเป็นการแพ้การประลอง ถ้าไม่มีผลลัพธ์เมื่อเวลาหมดลง อาจารย์ที่เป็นกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาผลแพ้ชนะ
6. ผู้ชนะเลิศ และรองผู้ชนะเลิศ ในแต่ละชั้นปีจะได้รับสิทธิในการท้าทายผู้ชนะเลิศ หรือรองผู้ชนะเลิศของชั้นปีที่เหนือกว่า ถ้าการท้าทายประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถเรียนข้ามชั้นปีได้เลย ผู้ชนะและรองผู้ชนะเลิศของชั้นปีที่ 5 จะได้รับสิทธิที่จะเข้าเรียนสถาบันเวทย์มนต์หลวงโดยตรง ไม่ต้องผ่านการสอบเข้า นักเรียนที่ท้าทายพวกเขาสำเร็จก็จะได้รับสิทธิพิเศษนั้นไปแทน
7. ผู้ชนะเลิศของแต่ละชั้นปีจะได้รับรางวัล 100 เหรียญเพชร ผู้ที่ท้าทายชนะจะได้เพิ่มเป็น 2 เท่า

หลังจากได้ฟังรายละเอียดการประลอง ผมรู้สึกว่ามันดีอย่างน่าเกลียด เงินรางวัลของผู้ชนะถือว่ามหาศาล ผู้ชนะในแต่ละชั้นปีได้ 100 เหรียญเพชร นั่นเท่ากับ 10,000 เหรียญทองเลยนะ ถ้าผมเป็นผู้ชนะ ผมจะกลับบ้านไปพร้อมกับของขวัญที่น่าตกใจสำหรับพ่อกับแม่ของผมเลยทีเดียว

อาจารย์ยังบอกรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการประลองต่อ และสุดท้ายเธอบอกให้ทุกคนพยายามให้เต็มที่ในการประลอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลจากการฝึกฝน เราต้องทำเต็มที่เพื่อชื่อเสียงของห้อง A ถ้าคนไหนไม่สามารถเข้าสู่ 100 อันดับแรกได้ การหยุดภาคฤดูหนาวจะกลายเป็นการฝึกหฤโหดแทน

หลังจากจบคาบเรียน ขณะที่ผมกำลังฝันหวานว่าจะเอาเงินรางวัลไปทำอะไรดีอยู่นั้น หม่าเคอเดินเข้ามาสะกิดผม

“พี่ใหญ่ คิดอะไรอยู่? คนอื่นออกจากห้องไปหมดแล้ว ไปกันเถอะ!”

ผมตื่นจากฝัน “โอ้! ไป”

ออกมาจากห้อง ผมเจอหว่อเค้อยืนรออยู่

“จางกง นายหายไปอยู่ที่ไหนมา? นายไม่ได้เข้าเรียนเลยช่วงหลังนี้” หว่อเค้อถามผมด้วยรอยยิ้ม ตบบ่าผมเหมือนกับว่าพวกเราเป็นเพื่อนเก่ากัน

นี่ฉันสนิทกับนายเหรอ??? ผมคิดกับตัวเอง

“หือ!! หลังจากที่ฉันประลองกับไห่รื่อ สัตว์เวทย์ของฉันตาย ทางโรงเรียนเลยให้ฉันหยุดพักเพื่อให้ทำใจ” ผมรู้อยู่แล้วว่าจะเจอคำถามทำนองนี้แน่ ผมคิดคำตอบไว้แล้ว ฮ่าฮ่า!

“โอ้! ขอแสดงความเสียใจกันนายด้วย มันน่าเสียใจจริง ๆ ที่สัตว์เวทย์ของนายตายไป แต่ในอนาคตนายน่าจะมีโอกาสได้รับสัตว์เวทย์ตัวใหม่แน่นอน การประลองพรุ่งนี้ขอให้พวกเราทำอย่างเต็มที่นะ ถ้าเราบังเอิญต้องเจอกัน ฉันไม่ออมมือให้นายแน่ ฉันหวังว่าจะได้ประลองกับนายอย่างยุติธรรม นายรู้มั้ย ครั้งที่แล้วที่นายประลองกับไห่รื่อ นายต้านทานอยู่ได้นานมาก นายถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของนักเรียนปี 2” กลายเป็นว่าเขากลัวผมจะแย่งตำแหน่งตัวแทนนักเรียนชั้นปีที่ 2 เลยต้องการเอาชนะผม (คนอื่นไม่ได้นิสัยแย่ เหมือนอย่างที่นายคิดหรอก)

“ขอบใจ ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด ถ้าฉันต้องเจอนาย ฉันจะไม่ออมมือเช่นกัน”

“ขอให้พวกเราทั้งคู่พยายามให้เต็มที่! ฉันไปก่อนนะ”

“พี่ใหญ่ เจ้าหมอนี่ต้องการอะไร?” หม่าเคอถามขณะมองตามหลังหว่อเค้อไป

“ฉันก็บอกไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะแข็งแกร่งไม่ใช่เล่น” แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าเทียบกับผม มันยังมีระยะห่างอยู่พอสมควร ทั้งหมดทั้งมวล พลังเวทย์ของผมถูกบีบอัดแล้ว แค่เรื่องนี้ เขาก็อ่อนแอกว่าผมแล้ว

“อือ!! เดี๋ยวผมจะคอยดูให้” หม่าเคอเบ้ปาก

“ไม่ต้อง! สู้กับเขาบนเวทีประลองก็พอ รีบไปกินข้าวกันเถอะ จะได้กลับไปพัก เดี๋ยวเราก็รู้ว่าพวกเราโชคดีหรือโชคร้ายตอนที่จับฉลากพรุ่งนี้”

หลังจากจบมื้ออาหาร ผมกับหม่าเคอทักทายนักเรียนบางคนระหว่างทางกลับห้องพัก

คนเรามักจะพบกับศัตรูบนทางคับแคบจริง ๆ ไห่รื่อกับน้องสาวของเขา ผมยังไม่รู้จักใครจากชั้นปีอื่นอีกหรอก

ไห่รื่อเดินเข้ามาหาผม เขามองผมด้วยสายตาอันหลักแหลมเป็นประกาย ผมจ้องเขาตอบ

ระหว่างมื้ออาหารที่ผ่านมา ผมได้ยินหม่าเคอเล่าว่าไห่รื่อกลายเป็นคนเก็บตัว เขาโผล่หน้ามาให้เห็นในโรงเรียนน้อยมาก ไห่เย่วก็เช่นกัน หม่าเคอก็ไม่ได้ไปตามจีบเธออีกเลย อย่างนี้ถึงจะเป็นเพื่อนกันผมได้!

“จางกง นายดูก้าวหน้าไปมาก ตอนนี้ฉันมองนายไม่ออกแล้ว ฉันมาเพื่อแสดงความขอโทษต่อนาย ฉันเสียใจจริง ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น ทำให้สัตว์เวทย์ของนาย...”

ผมยกมือ หยุดไม่ให้เขาพูดต่อ “เดี๋ยวเราไว้เจอกันบนเวที ครั้งนี้ฉันไม่แพ้นายแน่” หลังจากพูดจบ ผมดึงหม่าเคอไปทางห้องพัก

เสียงของไห่รื่อดังตามมาจากด้านหลัง “ดี ฉันจะรอ”

“พี่ใหญ่ พี่ดูน่าเกรงขามมากเลย เจ๋งสุด ๆ”

“ไป! รีบหน่อย หลังจากอิ่มแล้ว ฉันต้องนอน”

จบบทที่ บทที่ 33 - กฎการประลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว