- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 55: ทางเดียวสู่เขาหัวซาน
บทที่ 55: ทางเดียวสู่เขาหัวซาน
บทที่ 55: ทางเดียวสู่เขาหัวซาน
ยามเย็น
แสงอาทิตย์ยามเย็นทางตะวันตกสาดไล้เป็นสีแดงเรื่อ
ต้นเขียวหมื่นปีริมถนนไหวเอนโชว์กิ่งสีเขียว ใบของพลูด่างข้างกำแพงก็สั่นไหวพอประมาณ
#
ในโรงจอดรถ
ใต้ท้องรถหลายคันที่ถูกถอดแยกชิ้นส่วนกระจัดกระจาย เห็นร่างคนสวมชุดหมีคลานยุกยิกอยู่ด้านล่าง
ตู้เล่ยพาเจียงหยวนตรงมายังหน่วยจราจรโดยไม่อ้อมค้อม
หน่วยจราจรเมืองฉางหยางก็ใช่ว่าจะขาดแคลนงบ หลายปีก่อนพวกเขาก็จัดหนักสั่งซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบอุบัติเหตุจราจรแบบมาตรฐานถึง 4 ชุด และแบบเสริมอีก 2 ชุดรวด
เมื่อเทียบกับของแผนกสืบสวนคดีอาญาที่ซื้อกระจัดกระจายทีละอย่าง ชุดของหน่วยจราจรนี่เรียกได้ว่า “ครบเครื่อง” จริง ๆ
อุปกรณ์สำหรับเก็บพยานหลักฐานมีทั้ง เครื่องฉายแสงหลายคลื่นแบบพกพา เครื่องตรวจหาชีวะวัตถุ กล้องถ่ายภาพ UV กล้องจุลทรรศน์แบบพกพา เครื่องตรวจใต้ท้องรถ เครื่องอ่านข้อมูล EDR* จากรถยนต์ ฯลฯ
[*หมายถึง Event Data Recorder (EDR) คืออุปกรณ์หรือฟังก์ชันที่ติดตั้งในรถยนต์เพื่อบันทึกข้อมูลเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชนหรืออุบัติเหตุในช่วงเวลาสั้น ๆ ช่วง...ก่อน ระหว่าง และหลังเหตุการณ์นั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยวิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยในรถยนต์ เช่น ความเร็วของรถ ข้อมูลการใช้เบรก การเปิดใช้งานเข็มขัดนิรภัย และการทำงานของถุงลมนิรภัย เป็นต้น]
อุปกรณ์ครบครันและเป็นมืออาชีพเช่นนี้ แม้จะเป็นพื้นฐานของการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ แต่ก็ต้องการบุคลากรที่ “ครบเครื่อง” ไม่แพ้กัน
---
การที่ตู้เล่ยพาเจียงหยวนมาที่นี่ ก็หวังจะให้เขาได้เห็นของจริงแล้ว "ถอยไปเอง"
ว่าแล้วเขาก็พาเจียงหยวนเดินวนรอบโรงจอดรถในหน่วยจราจร ก่อนจะเอ่ยว่า
“ไงล่ะ ถ้าจะรื้อรถจริง ๆ ก็ต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้แหละ พูดตรง ๆ บางอย่างฉันยังใช้ได้ไม่คล่องเลย ต้องเรียนแล้วใช้ไปพร้อมกันนั่นแหละ ในหน่วยนี้ใครใช้เป็นหมดก็มีแต่พวกเก๋า ๆ ทั้งนั้น ถ้าไม่ให้รองหัวหน้าหน่วยออกหน้าไปขอ คงไม่มีใครว่างมาช่วยหรอกนะ”
เจียงหยวนฟังน้ำเสียงก็จับได้ว่าตู้เล่ยแอบเหน็บ แล้วก็กวาดตามองรอบ ๆ อีกครั้ง พอมั่นใจในตัวเองแล้วก็พูดว่า
“ผมก็ไม่มีอะไรต้องทำอยู่แล้ว มานั่งรื้อรถแถวนี้ก็ไม่เลวนะ”
“นายใช้เครื่องพวกนี้เป็นหมดเหรอ?” ตู้เล่ยถาม
“ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ครับ อย่างเจ้าเครื่องฉายแสงหลายคลื่นแบบพกพาตัวนี้ ไว้ตรวจหาของเหลวในร่างกาย เส้นผม เส้นใย แก้วแตก ฝุ่น ลายนิ้วมือ รอยเท้า อะไรทำนองนั้น ก็คล้าย ๆ กับที่พวกเราหน่วยสืบสวนใช้นั่นแหละ เป็นหลอดซีนอน มี 13 ความยาวคลื่น…”
เจียงหยวนพูดไปก็หยิบขึ้นมาโชว์การใช้งานอย่างคล่องแคล่ว
#
เจ้าหน้าที่ในหน่วยจราจรได้รับคำสั่งล่วงหน้าแล้ว จึงยืนดูเฉย ๆ โดยไม่พูดอะไร
เจียงหยวนสาธิตอีกสองสามชิ้นอย่างง่ายดายก่อนจะหยุด แล้วกล่าวว่า
“แต่ยังต้องยืมกล่องตรวจสอบวัตถุพยานขนาดเล็กอีก ต้องมีเครื่องมือผ่าตัด เครื่องตรวจจับรังสี ถ้ามีเครื่องดูดฝุ่นจิ๋วด้วยจะดีมาก…”
ตู้เล่ยมองเขา ทำหน้าครุ่นคิด จากนั้นก็ถอนใจพลางเอ่ยว่า
“ที่อำเภอพวกนายน่ะไม่มีอะไรเลย แต่นายรู้หมดทุกอย่าง”
เจียงหยวนยิ้มเล็กน้อย “ก็เคยเรียนมาบ้างครับ”
“โอเค ๆ เดี๋ยวฉันให้หัวหน้าหน่วยหาให้ชุดหนึ่ง” ตู้เล่ยถอนหายใจอีกครั้ง แล้วก็หัวเราะออกมา
“ถ้านายหาหลักฐานจากรถคันนี้ได้จริงล่ะก็… โคตรเจ๋งเลย”
เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรสั่งให้ลากปาเจโรของถานหย่งมาที่หน่วยจราจร พร้อมทั้งสั่งให้หา ‘กล่องตรวจวัตถุพยานขนาดเล็ก’ ให้ด้วย
“ย้อนกลับไปสามปีที่แล้ว ตอนนี้เราหาเบาะแสได้จากรถคันนี้เท่านั้นแหละ” เจียงหยวนพูดอย่างธรรมชาติ
---
#ภายในห้องประชุม
“ตอนนี้ เราทำได้แค่ใช้วิธีคัดกรองกับวิเคราะห์หาเบาะแสเท่านั้น”
หลิวจิ่งฮุ่ยออกคำสั่งอย่างหนักแน่นต่อหน้าทุกคน
ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ช่วยงานกว่าร้อยคน รวมถึงเหว่ยเจิ้นกั๋วกับมู่จื้อหยาง ต่างตอบรับเสียงดังพร้อมออกไปตรวจสอบบริษัท หน่วยงาน และโครงการก่อสร้างนับร้อยแห่งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานสร้างถนนและสะพาน
ตามทฤษฎีของหลิวจิ่งฮุ่ย ถ้าจะทิ้งศพได้อย่างแนบเนียน หรือมี ‘ช่องทาง’ สำหรับทิ้งศพ ก็ต้องมี ‘ช่องทางที่ปลอดภัย’ เสียก่อน เพราะฉะนั้นโครงการก่อสร้างชั่วคราวไม่ใช่เป้าหมายหลักของการตรวจสอบ
แต่ความจริงแล้ว จุดสำคัญอยู่ที่ไหน หลิวจิ่งฮุ่ยก็ยังไม่แน่ใจ
เขานั่งอยู่ในห้องทำงาน ก้มดูเอกสารที่รวบรวมมาจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะบันทึกการตรวจสอบจากทีมต่าง ๆ อย่างละเอียด
ดูไปพักหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้นไปหยิบปากกามาวงบนแผนที่ที่ติดไว้บนผนัง
#
ในห้องที่เงียบสนิท หลิวจิ่งฮุ่ยพึมพำกับตัวเอง:
“ถ้าจะทิ้งศพได้อย่างปลอดภัย ถนนก็ต้องไม่แย่เกินไป… อืม ไม่ใช่ เพราะเขาไม่ได้ไปบ่อยนัก แต่ถ้าทางมันโคตรขรุขระ ศพก็อาจจะหลุดออกมาได้ ไม่โอเค งั้นทางภูเขาที่เปลี่ยว ๆ ก็ไม่น่าใช้ได้…”
“ถ้าเป็นบริษัทที่หยุด ๆ เปิด ๆ ไม่แน่นอน… บางทีอาจจะดีก็ได้ แต่ถ้ามีกล้องวงจรปิดตลอดเวลา มันก็คงต้องลังเล…”
“ถ้าขึ้นทางด่วนได้ยิ่งดี… ขอให้ไม่ใช่ด่านเก็บเงินหรือจุดตรวจ ไม่งั้นเดี๋ยวก็โดนจับได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเลี่ยงได้ตลอด ถ้าเป็นฉันจะทิ้งศพล่ะก็… จะฝังไว้ที่ไหนดีนะ ถ้าไม่ใช่น้ำก็ต้องเป็นหลุม ต้องมีอะไรที่พร้อมอยู่แล้ว ขุดเองลำบาก ขุดสามเมตรนี่นะ บางทีศพยังต้องลุกมาขุดเองเลย…”
“อ้อ… ต้องไปที่เดิมซ้ำ ๆ ด้วย แล้วก็คงไปตอนนอกเวลางาน ขับรถตัวเองไป…”
เขาวงแผนที่ต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็เหมือนได้แรงบันดาลใจใหม่ หันกลับไปค้นหาบันทึกอีกชุดหนึ่ง
นอกห้องทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าเดินออกไม่ขาดสาย จนท้ายที่สุด จำนวนคนก็ลดลงเรื่อย ๆ
จนถึงช่วงดึก ห้องด้านนอกเงียบสงัด แต่หลิวจิ่งฮุ่ยก็ยังคึกคักอยู่
ยิ่งรู้สึกว่าใกล้ความจริงเท่าไหร่ ยิ่งมีแรงฮึด
เหนื่อยก็จริง แต่ก็ตื่นตัว!
ตื่นตัวก็จริง แต่ก็เหนื่อย…
---
#เช้าวันถัดมา
เจ้าหน้าที่สืบสวนยังคงตรวจสอบหลักฐาน สอบสวนถานหย่ง
หลิวจิ่งฮุ่ยยังคงใช้สมองอย่างหนัก เพื่อวิเคราะห์ว่าจุดไหนกันแน่ที่เป็นสถานที่ทิ้งศพ
พื้นที่ที่เคยสงสัยในตอนแรกก็ถูกตรวจสอบซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้ง
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีผล แต่หลิวจิ่งฮุ่ยเชื่อว่า ตนเองกำลังก้าวเข้าใกล้ความจริงทีละน้อย
กระบวนการสอบสวนที่เข้มข้นดำเนินต่อไปเกือบหนึ่งสัปดาห์
เสื้อเชิ้ตของหลิวจิ่งฮุ่ยจากที่เรียบกริบ ก็เริ่มยับเยิน ความเหนื่อยล้า ปรากฏชัดบนใบหน้าทุกคน
โดยเฉพาะหลิวจิ่งฮุ่ย ที่เหมือนถูกดองในกาแฟและชา ใบหน้าตอบโหลว ตาบวมเป่ง แต่ก็ยังไม่ท้อถอย
ใครที่ทำงานสายนี้จะรู้ดี คดีฆาตกรรมที่ต้องเร่งสืบภายในวันสองวันเป็นเรื่องปกติ นับประสาอะไรกับคดีค้างแบบนี้ที่อาจจะเป็น “คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง”
แม้ระบบตำรวจของประเทศจะไม่เน้นโปรโมตหรือสร้างภาพ “ฆาตกรต่อเนื่อง” แบบตะวันตก แต่ถ้าเจอจริง ๆ ก็ต้องให้ความสำคัญเต็มที่
ดูแค่จำนวนคนในคณะทำงานของคดีลักพาตัวและฆาตกรรม 326 ก็พอจะเห็นว่าทางการจัดกำลังเต็มที่แค่ไหน
---
#วันจันทร์
การประชุมประจำสัปดาห์จัดในห้องประชุมใหญ่
หลิวจิ่งฮุ่ยถือเอกสารเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ ทันทีที่เข้าไปก็เห็นคนเจ็ดถึงแปดคนจับกลุ่มคุยอะไรกันเสียงดัง
เขาไม่ได้รีบเริ่มประชุม แต่เดินเข้าไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ยิ้มถามว่า:
“คุยอะไรกันอยู่ ดูจะคึกคักกันจัง มีความคืบหน้าเหรอ?”
“เจียงหยวนเจอจุดซ่อนศพจากวัตถุพยานขนาดเล็ก ใช้ได้เลยทีเดียว!”
ผู้บัญชาการหยู่เหวินชูถือรายงานในมือ สีหน้าตื่นเต้น
หลิวจิ่งฮุ่ยยิ้มนิดหนึ่ง แล้วยิ้มอีกครั้ง จากนั้นก็เดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้ม
“ขอดูหน่อย”
-----
(จบบทที่ 55)