เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42: เหมาะสมหรือเปล่า

บทที่ 42: เหมาะสมหรือเปล่า

บทที่ 42: เหมาะสมหรือเปล่า


"เราจะ...ไล่เรียงกันยังไงดี?"

หวังจงเดินมาอยู่ข้างเจียงหยวนอย่างรู้หน้าที่

หลังจากตัดลายนิ้วมือที่จับคู่ได้ออกไปแล้ว ยังเหลือลายนิ้วมืออยู่อีกเป็นสิบ ๆ ลาย น่าจะมาจากคนหลายคน งานแบบนี้สำหรับฝ่ายตรวจร่องรอย ก็ถือว่าเป็นคดีใหญ่แล้วเหมือนกัน

“คดีนี้ นายยังจำได้ไหม?”

เจียงหยวนถามก่อนจะเริ่ม สามปีก่อน หวังจงก็เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยแล้ว แถมยังเป็นหนึ่งในสองคนของทั้งกองเลยด้วยซ้ำ

แต่หวังจงกลับส่ายหัว

“จำไม่ค่อยได้แล้ว ไม่ใช่คดีพิเศษอะไร เวลาเราจับคู่ลายนิ้วมือ ส่วนมากก็ไม่ได้ดูคดีหรอก จับคู่ตรงกันก็พอ”

หวังจงเป็นคนประเภทได้หกสิบเปอร์เซ็นต์ก็พอใจแล้ว เวลาได้คะแนนไม่ถึงก็จะพยายามสุดกำลัง แต่ถ้าเกินหกสิบเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะปล่อยผ่าน พอถึงขั้นตอนการจับคู่ลายนิ้วมือ ถ้าจับคู่ได้ก็ถือว่าดีเยี่ยม ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร จะหาเหตุผลปลอบใจตัวเองได้เสมอ

เจียงหยวนไม่คิดจะไปสอนอะไรเขา

---

เจียงหยวนหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดบันทึก แล้วพูดว่า

“ลายนิ้วมือพวกนี้ เรามาแบ่งกลุ่มก่อนว่าเป็นของกี่คน แล้วค่อยมาเลือกวิธีการจับคู่แบบที่เหมาะสม”

“โอเค งั้นก็บันทึกตามเลขภาพถ่ายเลย”

หวังจงก็หยิบสมุดมานั่งข้าง ๆ

เจียงหยวนรับคำเบา ๆ แล้วก็จดจ่อกับการตรวจลายนิ้วมือ บางทีก็ยื่นมือออกมา พลิกดูแล้วดูอีก

ลายนิ้วมือบนจักรยาน ส่วนใหญ่จะมาเป็นคู่ ๆ นอกจากของติ่งหลานที่เป็นเจ้าของจักรยานแล้ว ก็ยังมีลายนิ้วมืออีกหลายคู่ ปรากฏอยู่บนแฮนด์จักรยาน คานกลาง และใต้เบาะ

พอจะจินตนาการได้ว่า คน ๆ หนึ่งหรือหลาย ๆ คนอาจทิ้งจักรยานไว้หลังเกิดเหตุ และลายนิ้วมือพวกนี้ก็เป็นร่องรอยที่ตกค้างอยู่ ถ้าวิเคราะห์ให้ดี อาจพอเดาสถานการณ์ในตอนนั้นได้บ้าง

แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องที่เจียงหยวนคิดอยู่ในใจ

เขารู้ตัวดีว่าเขาเป็นคนยังไง ไม่เพียงแค่เป็นมือใหม่ แต่อันที่จริงเขายังไม่ได้เรียนมาทางด้านสอบสวนโดยตรง เรื่องการสืบสวน การวิเคราะห์ การวินิจฉัยคดี เขาไม่มีประสบการณ์ และขาดความรู้

เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่สายสอบสวนของแต่ละทีมในกองสืบสวน ส่วนใหญ่เป็นคนเรียนสายตรงมาทั้งนั้น แม้แต่พวกผู้ช่วยตำรวจหนุ่ม ๆ ก็จบจากโรงเรียนตำรวจในมณฑลกันทั้งนั้น หลายคนทำงานไปด้วย สอบข้าราชการไปด้วย พอสอบติดแล้วก็พร้อมทำงานในภาคสนามทันที

พอไปถึงระดับกองเมืองหรือระดับจังหวัด ก็ยิ่งมีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยตำรวจชื่อดัง เช่น มหาวิทยาลัยความมั่นคงประชาชน หรือวิทยาลัยตำรวจอาชญากรรม – สองอันดับต้น ๆ ของวงการ ที่ไม่เพียงมีพวกไอคิวสูงแต่ยังมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย ทักษะ และความรู้ แต่ถึงจะเก่งแค่ไหน ก็ยังต้องเรียนรู้จากตำรวจรุ่นเก่าอยู่ดี

---

สำหรับเจียงหยวน ที่เรียนนิติเวชจากมหาวิทยาลัยแพทย์ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งกว่าพวกนั้นแม้แต่น้อย

ถ้าไม่มี ‘ระบบนิติเวช’ ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา เขาก็คงนั่งรอศพในห้องชันสูตรไปวัน ๆ หรือไม่ก็ไปช่วยงานทั่วไปให้ทีมสืบสวน หรือไม่ก็ตามอู๋จวินออกไปดูศพในที่เกิดเหตุ

แต่พอมีระบบ เจียงหยวนก็เป็นอีกคนหนึ่งไปเลย

อย่างไรก็ตาม เขาก็แค่อยากใช้จุดแข็งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์

ถ้าอิงตามแนวคิดของท่าน ‘เจิงกั๋วฝาน’ ผู้ยิ่งใหญ่แล้วล่ะก็ มือใหม่อย่างเขาควร “สร้างป้อมให้แน่น แล้วค่อยโจมตีข้าศึกอย่างมั่นคง” นั่นแหละ ถึงจะเป็นทางลัดที่เร็วที่สุด

เจียงหยวนไม่สนว่าใครเป็นเจ้าของลายนิ้วมือ ขอแค่จัดกลุ่มให้เรียบร้อย กำหนดลำดับ แล้วก็จับคู่ไปทีละอัน วันนี้ทั้งวัน เขาจัดการได้แค่สามชุด รวมเก้าลายนิ้วมือ

ระดับความยากของลายนิ้วมือพวกนี้ไม่สูงนัก ลายนิ้วมือบนพื้นผิวโลหะทรงกระบอกของจักรยานก็อยู่ที่ประมาณระดับ 2 เท่านั้น

ถ้าเทียบกับลายนิ้วมือในคดี ‘หลิวอวี่โดนทำร้าย’ ซึ่งเป็นคดีที่เกิดหลังสอบเอนทรานซ์ที่เด็กนักเรียนไปสังสรรค์แล้วมีเรื่องกัน ในคดีนั้นมีลายนิ้วมือบนเก้าอี้กลม อยู่ที่ระดับ 3 ขึ้นไป

แต่อย่างว่าคดีหลิวอวี่เป็นคดีร้ายแรง แถมยังเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเยาวชนด้วย เลยมีผู้เชี่ยวชาญระดับจังหวัดและเมืองลงมาช่วย แต่ยังจับมือคนร้ายไม่ได้ เพราะลายนิ้วมือเสียหายมากกเกินไป

#

ส่วนคดีที่ติ่งหลานหายตัวไปนั้น เทียบกันไม่ได้เลย

คดีนี้อย่างมากก็แค่ได้รับความสนใจจากรองหัวหน้าหน่วยที่หก เหว่ยเจิ้นกั๋ว ในเชิงเทคนิคก็แทบไม่มีการสนับสนุนเลย

สำหรับเจียงหยวน ถ้าฐานข้อมูลมีลายนิ้วมือให้เปรียบเทียบ ก็ไม่ได้ยากอะไร ปัญหาคือ ลายนิ้วมือบนพื้นผิวทรงกระบอกจะผิดรูปเยอะ ต้องเสียเวลาปรับเยอะ

“เจียงหยวน จะกลับบ้านเลยไหม?”

หวังจงแอบโผล่หัวเข้ามาในห้องทำงาน ถามด้วยความอยากรู้

“จับคุ่ได้กี่คนแล้ว?”

“สามคน”

เจียงหยวนหมายถึงเก้าลายนิ้วมือที่เทียบได้ ซึ่งเป็นของเพื่อนร่วมงานของติ่งหลาน

“สุดยอดเลย”

หวังจงพูดพลางรู้สึกเก้อ ๆ อยู่หน่อย ๆ ตามทฤษฎีแล้ว ลายนิ้วมือพวกนี้เขาน่าจะเคยจับคู่ไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ส่วนเจียงหยวนใช้เวลาแค่ครึ่งบ่ายก็จัดการได้ขนาดนี้ แสดงว่าความสามารถของทั้งคู่ต่างกันพอตัว

เจียงหยวนยิ้มอย่างถ่อมตัว

“แค่โชคดีน่ะ”

หวังจงส่ายหน้า ก่อนจะชวน

“ไปกินข้าวเย็นด้วยกันเถอะ นายย้ายมานานแล้ว ยังไม่ได้คุยกันดี ๆ เลย”

“ได้ ไปกี่คน?”

เจียงหยวนตอบตกลงทันที

“ก็ชวนคนรุ่น ๆ เดียวกันน่ะ แล้ว...อยากชวนเหว่ยอิ๋นมาด้วยไหม?”

หวังจงทำหน้าล้อเลียน

เจียงหยวนหลุดหัวเราะ

“ลูกสาวรองทีมหัวหน้าเหว่ยน่ะเหรอ? ฉันยังไม่มีเบอร์เธอเลยนะ”

“ในสมุดเบอร์ติดต่อภายในมีเบอร์เหว่ยอิ๋นนะ หรือจะแอดจากกลุ่ม WeChat ใหญ่ก็ได้”

หวังจงรีบยุเจียงหยวน

“งั้นโอเค”

เจียงหยวนหัวเราะ เปิดมือถือ เข้าแอป WeChat ค้นหาเหว่ยอิ๋นในกลุ่มใหญ่ แล้วกดเพิ่มเพื่อน

หวังจงเห็นเขาทำอย่างคล่องแคล่ว ก็อดอึ้งไม่ได้

---

ในหมู่ชายโสดของทีม พวกแซวกันแบบนี้ส่วนใหญ่จะจบลงที่ฝ่ายโดนแซวยอมแพ้ไปเอง ใครจะคิดว่าเจียงหยวนจะกล้าได้กล้าเสียขนาดนี้

แต่สิ่งที่ทำให้หวังจงตกใจกว่านั้นคือ แค่ไม่กี่นาที เหว่ยอิ๋นก็รับแอดแล้ว

มองเจียงหยวนที่พิมพ์ตอบโต้ได้สบาย ๆ หวังจงถึงกับคิดในใจว่า

‘หรือจริง ๆ แล้ว...โรงเรียนที่เราจบมันไม่เหมาะกันแน่นะ?’

-----

(จบบทที่ 42)

จบบทที่ บทที่ 42: เหมาะสมหรือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว