เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - อีกหนึ่งการวิวัฒนาการ

บทที่ 31 - อีกหนึ่งการวิวัฒนาการ

บทที่ 31 - อีกหนึ่งการวิวัฒนาการ


ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่เสี่ยวจินดูเหมือนจะถึงขีดจำกัดของการดูดซับพลังเวทย์แล้ว ดวงเวทย์สีทองก็กลับไปอยู่ที่จุดสะสมพลังเหมือนเดิม ผมออกจากการทำสมาธิ

เมื่อลืมตาขึ้น ผมเห็นสายตาเป็นห่วงของอาจารย์ตี้

“อาจารย์ครับ ดูเหมือนว่าผมจะทำสำเร็จแล้ว”

“เยี่ยมมาก! เธอบีบอัดพลังเวทย์ทั้งหมดของเธอเรียบร้อยแล้ว ถ้าดูจากพลังเวทย์ของเธอเพียงอย่างเดียว ตอนนี้เธอถือว่าอยู่ในระดับอาจารย์เวทย์แล้ว” อาจารย์ตี้กล่าวด้วยความพึงพอใจ

“จริงเหรอครับ? สุดยอดไปเลย” พอรู้ว่าพลังเวทย์ของผมเพิ่มขึ้นสูงมากขนาดนั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก

“ไม่ว่าจะยังไง เธอก็ยังต้องฝึกฝนอย่างหนักต่อไป อีกอย่าง บอกอาจารย์ว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไรบ้าง”

ผมเริ่มสังเกตตัวเอง แสงสีขาวรอบ ๆ ตัวผมค่อย ๆ จางหายไป ผิวของผมเรียบเนียนอย่างเรียกได้ว่าผิดปกติ จนผมอยากจะลองกัดดู

“ดูเหมือนว่าผมจะบีบอัดพลังเวทย์ทั้งหมดจนกลายเป็นบอลแสงสีทองลูกเล็ก ๆ ผมทำถูกต้องมั้ยครับ?”

“ไม่เลว! ไม่เลว! อย่างนั้นแหละถูกแล้ว บอลแสงสีทองลูกเล็กนั่นรวมพลังเวทย์ทั้งหมดของเธอตอนนี้ไว้ ในอนาคตมันจะมีประโยชน์ในการเรียนเวทย์มนต์ของเธออย่างมาก”

“นั่นมันสุดยอดไปเลย! อาจารย์ครับ อย่างนี้ผมจะไม่ใช่อัจฉริยะได้ยังไง? ฮิฮิ” ผมถามด้วยความภูมิใจ

“เจ้าเด็กตัวเหม็น อย่าเพิ่งรีบยกหางตัวเอง ยังไม่ถึงเวลา การเดินทางของเธอยังอีกไกลนัก ถึงแม้ว่าเธอจะบีบอัดพลังเวทย์จนสำเร็จแล้ว แต่มันยังไม่เสถียร การที่จะทำให้มันเสถียรได้นั้น เธอต้องการทั้งเวลาและวิธีการ อย่าคิดว่าของแค่นี้จะทำให้เธอเป็นเมธีเวทย์ได้ เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ” เพื่อไม่ให้แน่ใจว่าผมจะไม่ผยองจนเกินไป อาจารย์ตี้ราดน้ำใส่ผมทั้งถัง

“โอ้!..” ผมไม่ชอบใจ

“เธอรู้มั้ยว่าพลังเวทย์สูงสุดของนักเวทย์อยู่ในรูปแบบไหน?” อาจารย์ตี้ถามคำถามที่ผมไม่เคยคิดถึงมาก่อน ซึ่งมันดึงความสนใจของผมได้ทันที

“รูปแบบไหนหรือครับ?”

“มีดวงเวทย์ 6 ดวง นอกจากนั้น สำหรับพวกเรานักเวทย์แสง ไม่เพียงแต่มันต้องเป็นสีทอง มันต้องใสด้วย เข้าใจมั้ย?”

“สีทองใส? อาจารย์ครับ เวทย์มนต์ตอนนี้ของอาจารย์ถึงระดับไหนแล้วครับ?”

อาจารย์ตี้เกาศรีษะแสดง ก่อนพูดแบบอาย ๆ “ตอนนี้อาจารย์มีดวงเวทย์สีทองใส 1 ดวง”

“อา!! ความสามารถระดับเมธีเวทย์สร้างดวงเวทย์สีทองใสได้แค่ดวงเดียว?” ผมถามด้วยความตระหนก

“ใช่! ไม่เฉพาะอาจารย์ แต่เมธีเวทย์ทุกคนมีดวงเวทย์แค่ดวงเดียว” เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“ทำไมล่ะครับ”

“การจะครอบครองดวงเวทย์ใสทั้ง 6 ดวงคือสิ่งที่มีเฉพาะมหาเมธีเวทย์ที่อยู่ในตำนานเท่านั้นที่ทำสำเร็จ จนถึงตอนนี้ พวกเราผู้เฒ่ายังไม่สามารถค้นหาวิธีที่จะเพิ่มจำนวนดวงเวทย์ใสที่เราครอบครองได้ ในอนาคต นี่เป็นสิ่งที่เธอต้องมุ่งมั่นพยายามทำให้ได้” อาจารย์ตี้พูดแฝงความหมาย

“อาจารย์ วางใจได้เลย ผมทำได้แน่นอนครับ”

เพราะคำตอบนี้ บุตรแห่งแสงได้ก้าวเท้าขึ้นมาบนทางเดินอันแสนยาวไกล เพื่อไล่ตามความต้องการที่จะขึ้นไปยังจุดสุดของเวทย์มนต์

“ดีมาก แต่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอก ต่อไปเธอต้องทำให้ดวงเวทย์ของเธอเสถียรอย่างระมัดระวัง เธอต้องรู้ว่าการฝึกฝนเวทย์มนต์ก็เหมือนกับการพายเรือทวนน้ำ ถ้าเธอหยุดฝึกฝนเธอจะถูกผลักถอยหลัง มันจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้เธอควรพักผ่อน พรุ่งนี้อาจารย์จะสอนการใช้เวทย์มนต์ หลังจากนั้นเธอก็กลับไปเรียนชั้นเรียนปกติ เตรียมตัวสำหรับการประลองจบภาคการศึกษา”

“รับทราบครับ”

ไม่ว่ายังไง ผมก็จะผ่านการฝึกที่ยากลำบากนี้ให้ได้ แต่สิ่งที่ผมคิดอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดคือ การกินข้าว! อาจารย์ตี้กักตัวผมไว้ให้ฝึกเพียงอย่างเดียวอยู่นานมาก นั่นทำให้ผมได้เพียงแต่บอกเขาว่าผมอยากกินอะไรบ้าง หลังจากได้ยินรายการอาหารของผม อาจารย์ตี้ได้แต่คิดว่าผมเป็นหมู

ฮิฮิ! ผมไม่ได้อยากกินมากมายอะไร แค่อาหารที่พอจะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ได้แค่นั้นเอง ไม่มากเลย ตกใจอะไรกัน? ผมเป็นเด็กกำลังโตนะ!

“อาจารย์ครับ อาจารย์อยากรู้มั้ยครับว่าฉายาของผมในโรงเรียนคืออะไร?”

“คืออะไร?”

“ถังข้าวธาตุแสง ฮ่าฮ่า!” ผมยิ้มกว้าง

“เธอ เธอ เธอนี่มันเป็นความอับอายของนักเวทย์แสง” เขาตะคอกใส่ผม จนหนวดของเขาปลิว

ถึงอาจารย์ตี้จะไม่ได้จัดอาหารให้ตามที่ผมขอ แต่ก็มากพอที่จะทำให้ผมพอใจ ‘นิดนึง’

หลังจากกินข้าวเสร็จ ดื่มน้ำตาม มีอะไรอีกที่คุณต้องทำ? ผมไม่รู้ว่าคนอื่นทำอะไร แต่สำหรับผม ผมนอน! นี่เป็นวิธีการช่วยย่อยที่ดีที่สุด (อย่าทำตามผมนะเด็ก ๆ ระบบย่อยอาหารของผมค่อนข้างทรงพลัง ฮิฮิ)

ตอนที่ผมตื่น ฟ้ายังมืดอยู่ ปรากฏว่ามันยังเช้าเกินไป ผมรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว สิ่งที่ผมต้องกังวลตอนนี้? เสี่ยวจินดูเหมือนจะวิวัฒนาการ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว...ผมยังไม่ได้เห็นมันเลย ผมจะเรียกมันออกมาเล่นด้วยกัน

ผมเรียนรู้จากครั้งที่แล้ว ผมทำให้แน่ใจว่าม่านที่หน้าต่างปิด ประตูถูกล็อก หลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีช่องโหว่ ผมอัญเชิญเสี่ยวจิน “เสี่ยวจิน ฟังคำข้า ออกมาข้างหน้าข้า!”

แสงสีทองสว่างวาบขึ้นตรงหน้าผม สิ่งแปลกประหลาดปรากฏขึ้น แถมยังพุ่งเข้าหาผม ผมรู้สึกกลัวจริง ๆ

“โว้!! อะไรเนี่ย?” ผมเคลื่อนย้ายหลบไปด้านข้าง

เจ้าสิ่งแปลกประหลาดดูเหมือนจะผิดหวัง ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงพูดดังขึ้นมาในความคิด “ข้าเองเจ้านาย เสี่ยวจินของเจ้านายไง!”

อา! เสี่ยวจินพูดได้เหรอ?

ผมสังเกตสิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้าอย่างระมัดระวัง มันดูเหมือนงูหลามสีทองขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 6 เมตร บนหัวของมันมีเขาเล็ก ๆ น่ารักสีทอง 2 ข้าง ลำตัวของมันตั้งแต่หัวจรดหางคลุมด้วยเกล็ดสีทองขนาดเล็ก ดูที่เขาสีทองเล็ก ๆ นั่นสิ มันเหมือนกับของเสี่ยวจิน

“แกคือเสี่ยวจิน?” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ

มันเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูด มันผงกหัวให้ผม

“เสี่ยวจิน แกเปลี่ยนไปมาก ไม่ใช่ว่านายตัวสีขาวเหรอ?” ผมถามอย่างสงสัย

“เจ้านาย มันเป็นเพราะเวทย์มนต์ของเจ้านายพัฒนาขึ้นมาก ตอนนี้เราเชื่อมกันเป็นหนึ่งเดียว เมื่อเจ้านายก้าวหน้า เป็นธรรมดาที่ข้าจะวิวัฒนาการ หรือว่าเจ้านายไม่ต้องการข้าแล้ว?” ผมได้ยินเสียงแปลก ๆ ในความคิด

เสี่ยวจินจริง ๆ ผมรีบเข้าไปกอดหัวใหญ่ ๆ ของมัน “เสี่ยวจิน เป็นแกจริง ๆ ฉันคิดถึงแกมาก”

เสี่ยวจินแสดงอาการอ่อนไหว มันใช้ลำตัวที่ทั้งยาวทั้งใหญ่ของมันขดล้อมตัวผมไว้ เกล็ดที่เรียบรื่นของมันสัมผัสอยู่รอบตัวผมอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกที่อบอุ่นของมันกระจายไปทั่วร่างของผม

จบบทที่ บทที่ 31 - อีกหนึ่งการวิวัฒนาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว